เมนูอาหารไทยทำครั้งเดียว
เก็บไว้กินได้นาน ฟินทั้งสัปดาห์
1. คั่วกลิ้ง
คั่วกลิ้งรสจัดจ้าน หอมเครื่องแกงและใบมะกรูด เป็นเมนูแห้ง ๆ ที่ทำครั้งเดียวแล้วแบ่งเก็บไว้กินกับข้าวสวยได้หลายมื้อ
ส่วนผสม คั่วกลิ้ง
- หมูสับ 400 กรัม
- น้ำพริกคั่วกลิ้ง 3 ช้อนโต๊ะ
- กะปิ ½ ช้อนชา
- น้ำตาลปี๊บ ½ ช้อนชา
- น้ำปลา 1 ช้อนชา
- ใบมะกรูดซอย 5 ใบ
- พริกไทยอ่อน 20 กรัม
- น้ำมันพืช สำหรับผัด
วิธีทำ คั่วกลิ้ง
- โขลกน้ำพริกคั่วกลิ้งกับกะปิให้เข้ากัน
- ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืช พอร้อนใส่หมูสับลงไปผัดจนเกือบสุก
- ใส่น้ำพริกคั่วกลิ้งลงไปผัดกับหมู ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บและน้ำปลา ผัดให้เข้ากัน
- ใส่พริกไทยอ่อนและใบมะกรูดซอย ผัดต่อให้เข้ากันและค่อนข้างแห้ง ตักพักให้เย็นก่อนแบ่งเก็บ
2. หมูแดดเดียว
หมูแดดเดียวหอม ๆ เค็มหวานกำลังดี เตรียมไว้แล้วนำไปแช่แข็งได้ อยากกินเมื่อไหร่ค่อยเอาออกมาทอด กรอบนอกนุ่มในฟินสุด ๆ จะทอดกินกับข้าวเหนียวหรือข้าวสวยก็เข้ากัน
ส่วนผสม หมูแดดเดียว
- สันคอหมู 1 กิโลกรัม
- น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
- นมข้นจืด 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 50 กรัม
- ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ หมูแดดเดียว
- ผสมน้ำตาลทราย นมข้นจืด น้ำมันพืช ซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว และซอสหอยนางรม คนให้เข้ากัน
- ใส่เนื้อหมูลงไปคลุกกับน้ำหมัก พักไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง ให้น้ำซอสซึมเข้าเนื้อ
- นำหมูที่หมักแล้วเรียงบนตะแกรง ตากแดดจนเนื้อหมูแห้งตามต้องการ จากนั้นแบ่งใส่ภาชนะปิดให้สนิทแล้วนำไปแช่แข็ง
- เมื่อต้องการกิน ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ใช้ไฟกลาง พอน้ำมันร้อนนำหมูลงทอดจนสุก ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน
3. แกงมัสมั่น
แกงมัสมั่น เป็นอีกเมนูที่ทำหม้อใหญ่แล้วแบ่งเก็บไว้ได้ รสชาติหอมมันจากกะทิและเครื่องแกง กินกับข้าวสวยร้อน ๆ เข้ากันสุด ๆ
ส่วนผสม แกงมัสมั่น
- เนื้อไก่ 500 กรัม
- มันฝรั่ง 300 กรัม
- หอมหัวใหญ่ 150 กรัม
- ถั่วลิสงคั่ว 30 กรัม
- น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
- พริกแกงมัสมั่น 2 ช้อนโต๊ะ
- หัวกะทิ 300 กรัม
- หางกะทิ 600 กรัม
- ใบกระวาน เล็กน้อย
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ แกงมัสมั่น
- ตั้งหม้อใส่หัวกะทิ ใช้ไฟอ่อน เคี่ยวจนกะทิแตกมัน
- ใส่พริกแกงมัสมั่นลงไป ผัดให้เข้ากันจนมีกลิ่นหอม
- ใส่เนื้อไก่ มันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ ถั่วลิสง และส่วนผสมอื่น ๆ ลงไปตามลำดับ
- เติมหางกะทิและเคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนส่วนผสมต่าง ๆ สุกและเข้ากัน
- ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา ชิมรสตามชอบ แล้วปิดไฟ
4. น้ำพริกกากหมู
สายแซ่บต้องไม่พลาดน้ำพริกกากหมู กากหมูกรอบ ๆ คลุกกับพริก กระเทียม และหอมแดง หยิบมากินคู่กับข้าวสวยหรือผักสดก็ได้
ส่วนผสม น้ำพริกกากหมู
- หมูสามชั้น 300 กรัม
- พริกแห้ง 6 เม็ด
- กระเทียม 5 กลีบ
- หอมแดง 4 หัว
- ผงปรุงรส รสหมู 1 ช้อนชา
วิธีทำ น้ำพริกกากหมู
- หั่นหมูสามชั้นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปเจียวจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน
- ซอยหอมแดงและโขลกกระเทียม จากนั้นนำไปเจียวให้มีสีเหลืองสวย
- นำกากหมู หอมแดงเจียว กระเทียมเจียว และพริกแห้งมาคลุกเคล้ารวมกัน
- ปรุงรสด้วยผงปรุงรส คลุกให้เข้ากัน แล้วพักให้เย็นก่อนเก็บ
5. ไข่พะโล้หมูสามชั้น
เมนูบ้าน ๆ ที่ทำหม้อเดียวกินได้หลายมื้อ ไข่พะโล้ยิ่งมีน้ำพะโล้ซึมเข้าเนื้อก็ยิ่งเข้มข้น กินกับข้าวสวยร้อน ๆ ได้แบบเพลิน ๆ
ส่วนผสม ไข่พะโล้หมูสามชั้น
- ไข่ต้ม 6 ฟอง
- เต้าหู้ทอด 1 ถ้วย
- หมูสามชั้น 300 กรัม
- สามเกลอ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ ½ ถ้วย
- เห็ดหอม 1 ถ้วย
- เครื่องพะโล้ 1 ชุด
- เกลือ 2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วดำ 3 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- เต้าเจี้ยว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันและน้ำเปล่า
วิธีทำ ไข่พะโล้หมูสามชั้น
- ตั้งหม้อหรือกระทะใส่น้ำมัน ผัดสามเกลอให้หอม จากนั้นใส่น้ำตาลปี๊บลงไป กวนจนละลาย
- ใส่เกลือ ซีอิ๊วขาว เต้าเจี้ยว และซีอิ๊วดำ คนให้เข้ากัน
- ใส่เครื่องพะโล้ ตามด้วยหมูสามชั้น ผัดให้เข้ากัน
- เติมน้ำเปล่าลงไปและคอยตักฟองออก
- ใส่ไข่ต้มและเต้าหู้ทอดลงไป รอจนเดือดอีกครั้ง ปิดไฟได้เลย
6. หมูฝอย
หมูฝอยหวานเค็มหอม ๆ เมนูที่หยิบมากินกับข้าวตอนไหนก็สะดวก หรือจะทำเป็นเมนูอาหารเช้าคู่กับไข่ดาวก็ได้
ส่วนผสม หมูฝอย
- เนื้อหมู 500 กรัม
- น้ำตาลทราย 1 ทัพพี
- ซอสถั่วเหลือง 4 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1 ทัพพี
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น ตามชอบ
วิธีทำ หมูฝอย
- หั่นเนื้อหมูเป็นชิ้น ๆ แล้วนำไปต้มจนสุก
- นำหมูมาฉีกเป็นเส้น ๆ เตรียมไว้
- ตั้งกระทะ ใส่น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย ซอสถั่วเหลือง และน้ำปลา เคี่ยวจนส่วนผสมมีสีเหลืองสวย
- ใส่หมูฉีกลงไป คลุกให้เข้ากัน เติมพริกไทยป่น
- เคี่ยวและผัดต่อจนหมูแห้งตามต้องการ จากนั้นพักให้เย็นก่อนแบ่งเก็บ
7. น้ำพริกหนังไก่กรอบ
ใครชอบน้ำพริกกรอบ ๆ ต้องลองสูตรนี้ หนังไก่ทอดกรอบนำมาคลุกกับพริก หอมแดง กระเทียม และใบมะกรูด ได้เป็นน้ำพริกเครื่องแน่นที่กินเล่นหรือกินกับข้าวก็ได้
ส่วนผสม น้ำพริกหนังไก่กรอบ
- กระเทียมไทยปอกเปลือก บดหยาบ 200 กรัม
- หอมแดงซอยบาง 200 กรัม
- พริกจินดาแห้ง 30 เม็ด
- ใบมะกรูด 10 ใบ
- พริกป่น 4 ช้อนโต๊ะ
- ผงปรุงรสไก่ 2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
- เกลือป่น ¼ ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1-2 ช้อนโต๊ะ
- หนังไก่ทอดที่เตรียมไว้
วิธีทำ น้ำพริกหนังไก่กรอบ
- ขูดมันออกจากหนังไก่ ล้างให้สะอาด นำไปต้มในน้ำใส่เกลือจนสุก ตักขึ้นพักให้แห้ง แล้วหั่นเป็นชิ้นขนาด 2 นิ้ว
- ปรุงรสหนังไก่ด้วยผงปรุงรสไก่และแป้งทอดกรอบ คลุกให้เข้ากัน จากนั้นนำลงทอดในน้ำมัน (ใส่ตอนน้ำมันยังไม่ร้อน) ใช้ไฟกลางทอดจนกรอบตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน
- เจียวกระเทียม หอมแดง พริกแห้ง และใบมะกรูด แยกกันจนกรอบสวย
- ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อย ผัดพริกป่น ผงปรุงรส น้ำตาลทราย และเกลือจนเข้ากัน นำหนังไก่ทอด หอมเจียว กระเทียมเจียว พริกทอด และใบมะกรูดลงไปผัดคลุกเคล้าให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย ปิดเตา พักให้เย็นแล้วเก็บใส่กล่อง
8. หมูกรอบ
หมูกรอบหนังพอง ๆ กรอบ ๆ ทำเองแล้วแบ่งเก็บไว้ได้ จะเอามากินกับข้าวสวย ทำกะเพรา หรือเมนูอื่น ๆ ก็สะดวก
ส่วนผสม หมูกรอบ
- หมูสามชั้น 1,000 กรัม
- เกลือ ตามชอบ
- น้ำมันพืช สำหรับทอด
วิธีทำ หมูกรอบ
- หั่นหมูสามชั้นเป็นเส้นยาวหนา 1-2 นิ้ว ทาเกลือให้ทั่วชิ้นหมู
- วางหมูเอาด้านหนังลงในกระทะ เทน้ำมันพืชให้ท่วม เปิดไฟกลางทอดพอให้หนังหมูสุกแล้วตักขึ้น
- ใช้ส้อมจิ้มหนังหมูให้ทั่วและลึกถึงชั้นไขมัน
- นำลงทอดกระทะเดิมไฟอ่อน เอาด้านหนังลงก่อน คอยพลิกหมูทุก 5 นาทีจนเริ่มกรอบ จากนั้นเร่งไฟกลางทอดหนังทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วตักขึ้นพักให้เย็นสนิท
- ก่อนกิน นำลงทอดซ้ำในน้ำมันร้อนจัด (ไฟกลาง-แรง) โดยเอาด้านหนังลง หมูจะพองฟูกรอบสะใจ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน และหั่นพร้อมเสิร์ฟ
9. ขาหมูพะโล้
ขาหมูพะโล้หม้อใหญ่เหมาะกับการทำเก็บไว้กินหลายมื้อ น้ำพะโล้เข้มข้น หอมเครื่องเทศ กินพร้อมผักกาดดองและน้ำส้มพริกดองยิ่งเข้ากัน
ส่วนผสม ขาหมูพะโล้
- ขาหมู ขาหลัง 1 ขา
- เห็ดหอมสด 100 กรัม
- อบเชย 30 กรัม
- โป๊ยกั๊ก 1 ช้อนโต๊ะ
- ชวงเจีย 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียม 20 กรัม
- รากผักชี 10 กรัม
- น้ำตาลปี๊บ 6 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 18 ช้อนโต๊ะ
- ซอสหอยนางรม 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำ 2,500 มิลลิลิตร
วิธีทำ ขาหมูพะโล้
- ล้างขาหมูให้สะอาด ซับให้แห้ง แล้วแบ่งส่วนเนื้อและส่วนหนัง
- นำขาหมูลงทอดด้วยไฟกลาง ด้านละประมาณ 5 นาที ให้หนังแห้งตึง
- โขลกกระเทียมไทยกับพริกไทยเม็ดพอแตก แล้วใส่กระปุกกรองต้มพร้อมชวงเจียและอบเชย
- ตั้งหม้อเคี่ยวน้ำตาลปี๊บจนคล้ายคาราเมล เติมน้ำเปล่าลงไปแล้วรีบคน
- เติมซอสหอยนางรมและซีอิ๊วขาว ใส่รากผักชี อบเชย และเมื่อเดือดแล้วใส่ขาหมู ตามด้วยกระปุกเครื่องเทศและเห็ดหอม
- เติมน้ำให้ท่วมขาหมู เปิดไฟแรงจนเดือด จากนั้นลดเป็นไฟอ่อนถึงกลาง ต้มประมาณ 3-4 ชั่วโมง
- พักขาหมูไว้ข้างนอกอย่างน้อย 12 ชั่วโมงหรือ 1 คืน จากนั้นอุ่นอีกครั้งประมาณ 30-60 นาที
10. ไก่ต้มน้ำปลา
ไก่ต้มน้ำปลาหอม ๆ รสเค็มหวาน กินคู่กับน้ำจิ้มพริกกระเทียมแซ่บ ๆ เป็นอีกเมนูที่ทำไม่ยุ่งยากและเตรียมไว้กินได้
ส่วนผสม ไก่ต้มน้ำปลา
- สะโพกไก่ 2 ชิ้น
- ปีกกลางไก่ 8 ชิ้น
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนชา
- น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
- รากผักชี 3 ราก
- หอมแดง 4 หัว
- ข่า 5 แว่น
- ตะไคร้ 2 ต้น
- ใบมะกรูด 5 ใบ
- น้ำเปล่า 700 มิลลิลิตร
วิธีทำ ไก่ต้มน้ำปลา
- ล้างไก่ให้สะอาด ตั้งน้ำให้เดือด ใส่ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง ข่า และรากผักชีลงไป
- เติมน้ำตาลปี๊บ น้ำมันหอย ซีอิ๊วดำ และน้ำปลา เมื่อน้ำตาลละลายใส่ไก่ลงไป ไม่ต้องคน ตักน้ำในหม้อราดบนไก่ให้ทั่ว
- ใช้ไฟอ่อน ต้มประมาณ 30-40 นาที หรือจนน้ำเริ่มงวดและหนังไก่ตึง หากต้องการรสเข้มข้นสามารถเคี่ยวต่อได้
- ทำน้ำจิ้มโดยตำพริกและกระเทียมรวมกัน ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำตาล และน้ำปลา หากชอบรสเปรี้ยวจัด สามารถเติมน้ำส้มสายชูเล็กน้อยได้
11. กระเพาะปลา
กระเพาะปลา น้ำซุปเข้มข้น ใส่ไก่ เห็ดหอม และไข่ต้ม เป็นเมนูหม้อใหญ่ที่แบ่งเก็บไว้กินได้ เหมาะกับวันที่อยากมีอาหารอุ่น ๆ พร้อมกิน
ส่วนผสม กระเพาะปลา
- กระเพาะปลาแห้ง 90 กรัม
- ปีกไก่บน 700 กรัม
- ซุปไก่ก้อน 1 ก้อน
- น้ำ 2 ลิตร
- เห็ดหอม ½ ถ้วย
- พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
- น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
- รากผักชี 2-3 ราก
- ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- เหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ
- ไข่ต้ม 4 ฟอง
- แป้งมัน 3 ช้อนโต๊ะ
- ผักชี ½ ถ้วย
- ขิงซอย 4-5 แว่น
- น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ กระเพาะปลา
- ต้มน้ำให้เดือด ใส่น้ำส้มสายชูและขิงซอย ตามด้วยกระเพาะปลา ต้มให้นิ่มแล้วตักขึ้นล้างน้ำประมาณ 2 รอบ บีบน้ำออกและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
- ต้มน้ำให้เดือด ใส่ซุปก้อนและรากผักชี ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส น้ำมันหอย และพริกไทยป่น
- ใส่ปีกไก่หรือน่องไก่ลงไป ต้มจนไก่สุก
- ใส่กระเพาะปลาลงไป ต้มต่อประมาณ 30 นาที ชิมและปรุงรสตามชอบ
- ตักใส่ถ้วย ใส่ไข่ต้มและโรยผักชี พร้อมเสิร์ฟ
12. น้ำพริกอ่อง
น้ำพริกอ่อง รสเข้มข้นจากมะเขือเทศและหมูสับ กินคู่กับผักสดหรือแคบหมูก็เข้ากัน เป็นอีกเมนูที่ทำไว้แล้วนำมาอุ่นกินกับข้าวได้
ส่วนผสม น้ำพริกอ่อง
- หมูสามชั้น 500 กรัม หรือหมูสับ
- มะเขือเทศสีดา 700 กรัม
- กระเทียม 50 กรัม
- หอมแดง 100 กรัม
- รากผักชี 4 ราก
- พริกแดงจินดาแห้ง 10 เม็ด
- พริกชี้ฟ้าแห้ง 5-10 เม็ด
- ถั่วเน่า 1 แผ่น หรือใช้เต้าเจี้ยวแทนได้
- กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอม 1-2 ต้น
- ผักชี 1-2 ต้น
- เกลือป่น ½ ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 100 มิลลิลิตร
วิธีทำ น้ำพริกอ่อง
- แกะเม็ดพริกแห้งออก แช่น้ำไว้ ซอยหอมแดง และหั่นรากผักชีเพื่อให้โขลกง่ายขึ้น
- โขลกพริกแห้ง หอมแดง กระเทียม และรากผักชีรวมกันให้ละเอียด จากนั้นหั่นมะเขือเทศเตรียมไว้
- ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ผัดพริกแกงจนหอม ใส่หมูสับลงไป ผัดให้เข้ากับพริกแกง
- ใส่มะเขือเทศ ใช้ไฟแรงผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน เมื่อมะเขือเทศสุกจะมีน้ำออกมา
- ใส่ถั่วเน่า หากส่วนผสมแห้งสามารถเติมน้ำได้ ปรุงรสตามชอบ
- เมื่อน้ำพริกอ่องเริ่มเดือด ลดไฟลงแล้วเคี่ยวต่อจนได้ความข้นตามต้องการ
13. น้ำพริกปลาทูฟู
น้ำพริกปลาทูฟู เนื้อกรอบ ๆ คลุกกับเครื่องทอดหอม ๆ ได้รสเปรี้ยว หวาน เค็ม และเผ็ด กินคู่กับข้าวสวยและผักสดได้แบบเพลิน ๆ
ส่วนผสม น้ำพริกปลาทูฟู
- เนื้อปลาทูนึ่ง 250 กรัม
- น้ำมันพืช 1 ถ้วยตวง สำหรับปั่นกับเนื้อปลา
- หอมแดงซอย 100 กรัม
- กระเทียมซอย 100 กรัม
- พริกขี้หนูแห้ง 20 กรัม
- น้ำปลา 1½ ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะขามเปียกคั้นข้น 2-3 ช้อนโต๊ะ
- ใบมะกรูดหั่นหยาบ 10-15 ใบ
- น้ำมันพืชสำหรับทอด
วิธีทำ น้ำพริกปลาทูฟู
- ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ใช้ไฟกลาง ทอดใบมะกรูดจนกรอบ ตักขึ้น
- ทอดกระเทียมและหอมแดงจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน
- ทอดพริกแห้งพอหอมและกรอบ ระวังอย่าให้ไหม้ แล้วตักขึ้น
- ยีหรือสับเนื้อปลาทูให้ละเอียดพอประมาณ จากนั้นนำลงทอดในน้ำมันร้อนจนฟูกรอบและมีสีเหลืองทอง
- นำพริกแห้ง หอมแดงทอด และกระเทียมทอดมาตำหรือปั่นพอหยาบ จากนั้นใส่เนื้อปลาทูฟูลงไปผสม
- ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา คลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมให้ได้รสเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ดตามชอบ
- ใส่ใบมะกรูดทอดกรอบลงไปคลุกเบา ๆ พร้อมเสิร์ฟ
14. ต้มจับฉ่ายกระดูกหมู
ต้มจับฉ่าย หม้อใหญ่รวมผักหลายชนิดกับกระดูกหมู ตุ๋นจนผักนุ่ม น้ำซุปเข้มข้น เป็นเมนูบ้าน ๆ ที่ทำไว้กินได้หลายมื้อ
ส่วนผสม ต้มจับฉ่ายกระดูกหมู
- รากผักชี 2-3 ราก
- กระเทียม 3-4 กลีบ
- พริกไทยเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ
- กะหล่ำปลี 200 กรัม
- หัวไชเท้า 250 กรัม
- ผักกาดขาว 200 กรัม
- ผักกวางตุ้ง 300 กรัม
- ขึ้นฉ่าย 100 กรัม
- กระดูกอ่อนหมู 1 กิโลกรัม
- น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
- เห็ดหอม 10-15 ดอก
- น้ำมันหอย 5 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 5 ช้อนโต๊ะ
- ซอสปรุงรส 4 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ 1 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
- ฟองเต้าหู้ 10-20 ชิ้น
- ซีอิ๊วดำ 1-2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำสะอาด 1,500 มิลลิลิตร
วิธีทำ ต้มจับฉ่ายกระดูกหมู
- โขลกกระเทียม รากผักชี และพริกไทยเม็ดรวมกันเป็นสามเกลอ
- หั่นผักและกระดูกหมูเตรียมไว้ โดยเห็ดหอมและฟองเต้าหู้ควรแช่น้ำให้นิ่มก่อน
- ตั้งหม้อหรือกระทะใช้ไฟกลาง ใส่น้ำมัน พอร้อนใส่สามเกลอลงไปผัดจนหอม
- ใส่กระดูกหมูลงไปผัดพอสุก ตามด้วยเห็ดหอม
- ทยอยใส่ผักลงไปผัดให้สลดจนหมด หากแห้งสามารถเติมน้ำเล็กน้อย
- ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส เกลือ และน้ำตาลทราย
- เติมน้ำให้ท่วมผัก ต้มจนเดือดและช้อนฟองออก
- ใส่ฟองเต้าหู้ ปิดฝาตุ๋นประมาณ 30 นาที หรือจนผักเปื่อยนุ่ม
- เติมซีอิ๊วดำเพื่อแต่งสี ชิมรสและปรุงเพิ่มตามชอบ จากนั้นปิดฝาตุ๋นต่ออีกประมาณ 5 นาทีแล้วปิดไฟ
15. แกงส้มผักรวม
ปิดท้ายด้วยแกงส้มผักรวม รสเปรี้ยวนำ เค็มตาม และมีหวานตัดเล็กน้อย ใส่กุ้งสดกับผักหลายชนิด เป็นอีกเมนูที่ทำหม้อหนึ่งแล้วแบ่งเก็บไว้กินได้
ส่วนผสม แกงส้มผักรวม
- พริกแกงส้ม 3 ช้อนโต๊ะ
- กุ้งสด 200 กรัม แกะเปลือกผ่าหลัง
- ผักรวมตามชอบ เช่น หัวไชเท้า ดอกกะหล่ำ ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว และผักกวางตุ้ง อย่างละ 100 กรัม
- น้ำเปล่า 2 ลิตร
- น้ำมะขามเปียก 2-3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ แกงส้มผักรวม
- ตั้งหม้อใส่น้ำ เปิดไฟกลางจนเดือด
- ใส่พริกแกงส้มลงไป คนให้ละลายเข้ากับน้ำจนเดือด
- ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ ชิมให้ได้รสเปรี้ยวนำ เค็มตาม และหวานเล็กน้อย
- ใส่ผักที่สุกยากก่อน เช่น หัวไชเท้าและดอกกะหล่ำ ต้มจนเริ่มนิ่ม
- ใส่ผักที่สุกง่าย ตามด้วยกุ้งสด
- รอจนกุ้งสุกและผักนิ่มได้ที่ ปิดไฟแล้วตักเสิร์ฟ






