ใครกิน ต้มข่าไก่ บ่อยแล้ว ลองเปลี่ยนมาเป็น ต้มข่าปลาสลิด สิ ! กรอบ ๆ หอมกะทิสมุนไพรเต็มคำ กินกับข้าวสวยร้อน ๆ ฟินสุด ๆ ตามมาดูสูตรง่าย ๆ กันเลย ถ้าพูดถึงเมนูต้มข่า เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึง ต้มข่าไก่ เป็นอันดับแรก ๆ แต่รู้ไหมว่าจริง ๆ แล้ว ต้มข่าเนี่ยเอามาประยุกต์ทำกับวัตถุดิบอื่นได้อร่อยไม่แพ้กันเลย โดยเฉพาะวันนี้กระปุกดอทคอมจะพาทุกคนมาทำ ต้มข่าปลาสลิด เมนูที่ยกระดับความอร่อยขึ้นไปอีกขั้น ด้วยเสน่ห์ของเนื้อปลาสลิดทอดกรอบที่มีรสเค็มนิด ๆ ตัดกับน้ำแกงกะทิเปรี้ยว เค็ม หวาน ซดร้อน ๆ หอมกลิ่นข่าและสมุนไพรไทย บอกเลยว่าเมนูนี้คือที่สุดของความเจริญอาหาร พร้อมรวมเคล็ดลับตั้งแต่การเลือกปลาสลิด และวิธีทอดให้กรอบอร่อย ใครกำลังหา เมนูปลาสลิด ใหม่ ๆ ลองสูตรนี้ได้เลยค่ะ การเลือกวัตถุดิบดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ใครอยากได้ปลาสลิดเนื้อแน่น ไม่เหม็นหืน ต้องเช็กตามนี้ ดูรูปร่าง: เลือกปลาที่ตัวใหญ่อวบ เนื้อมีสีขาวสะอาด เช็กความสด: ลองใช้นิ้วกดบริเวณส่วนหลังที่ติดกับครีบ ถ้ากดแล้วเนื้อดีดตัวขึ้นมา ไม่บุ๋มเป็นรอยตามแรงนิ้ว แสดงว่าใช้ได้ การเก็บรักษา: ถ้าซื้อมาแล้วยังไม่ทำทันที แนะนำให้เอาไปตากแดดซ้ำสัก 1-2 แดดให้แห้งสนิท จะเก็บได้นานขึ้นค่ะ จากนั้นใส่ถุงมัดปากให้แน่นหรือใส่กล่องปิดฝาแช่ช่องฟรีซไว้เลย (หรือจะซื้อแบบซีลสุญญากาศมาก็สะดวกดี ก่อนกินแค่เอาออกมาคลายเย็นก็พร้อมปรุงแล้ว) หลายคนบ่นว่าทอดปลาสลิดทีไร น้ำมันดำ แถมปลาไม่กรอบ ลองทำตามสูตรนี้ดูค่ะ ล้างลดเค็ม: นำปลามาล้างน้ำเพื่อลดความเค็มออกเล็กน้อย ตัดครีบและหางออกเพื่อความสวยงาม แล้วบั้งเนื้อปลาทั้งสองฝั่ง ทริคน้ำมันใส: ก่อนเปิดเตา ให้ใส่ น้ำส้มสายชู ลงในน้ำมันเล็กน้อย วิธีนี้จะช่วยให้น้ำมันไม่ดำเสีย ทอด 2 รอบ (Double Fry): โดยรอบแรก ทอดเพื่อไล่ความชื้นให้สุกสีสวย (ไม่ต้องถึงกับกรอบ) ทอดทีละฝั่งให้สุกก่อนค่อยพลิก จะได้ไม่ติดกระทะ ใครชอบแบบไร้ก้างให้แกะเนื้อตอนนี้เลยค่ะ แล้วพักให้เย็น จากนั้นค่อยทอดรอบสอง โดยการนำปลาที่เย็นแล้วลงทอดในน้ำมันร้อน ๆ อีกครั้ง แป๊บเดียวเนื้อปลาจะเหลืองกรอบทองน่ากินสุด ๆ เลยล่ะ สำหรับสายรักสุขภาพ : ใช้ หม้อทอดไร้น้ำมัน (Air Fryer) ก็ได้นะ บั้งปลาแล้วใส่หม้อ ตั้งอุณหภูมิ 180-200 องศาเซลเซียส ประมาณ 15 นาที ก็ได้ปลาที่สุกกรอบแบบไม่ง้อน้ำมันแล้ว ปลาสลิดทอด (แล่เอาแต่เนื้อ) 4 ตัว กะทิ (แนะนำกะทิแท้ 100%) 1-2 ถ้วยตวง น้ำสะอาด 200-300 มิลลิลิตร ข่าอ่อน (หั่นแว่น) 2 แง่ง ตะไคร้ (ทุบหรือซอย) 2 ต้น ใบมะกรูด (ฉีก) 5-8 ใบ หอมแดง (ทุบหรือซอย) 6-10 หัว เห็ดฟาง (หั่นสี่) 10 ลูก พริกขี้หนูสวน (บุพอแตก) 15 เม็ด (ตามชอบ) เครื่องปรุงรส: น้ำปลาดี, น้ำมะขามเปียก (หรือน้ำมะนาว), น้ำตาลทราย เตรียมสมุนไพร: หั่นข่าอ่อนบางๆ ทุบตะไคร้ หอมแดง และบุพริกขี้หนูรอไว้เลยครับ ต้มน้ำสมุนไพร: ตั้งน้ำเปล่าผสมกับกะทิเล็กน้อย เคล็ดลับคือไม่ต้องรอให้น้ำเดือด ให้ใส่ข่า ตะไคร้ และหอมแดงลงไปเลย เพื่อให้น้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรค่อย ๆ ออกมา กลิ่นจะหอมฟุ้งกว่าเดิม ใส่กะทิและเห็ด: พอน้ำเริ่มเดือดและหอมแดงเริ่มใส ให้ใส่กะทิที่เหลือลงไป หมั่นคนเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้กะทิแตกมันเป็นก้อน จากนั้นใส่เห็ดฟางลงไปต้มจนสุก ปรุงรสให้จัดจ้าน: ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก (ให้รสเปรี้ยวนุ่มนวล) และตัดรสด้วยน้ำตาลทรายเล็กน้อย ชิมให้ได้รส เปรี้ยว เค็ม นัวกะทิ และมีหวานปลายลิ้น จัดเต็มเครื่องเครา: ใส่ปลาสลิดทอดกรอบที่เตรียมไว้ลงไป ตามด้วยใบมะกรูดฉีก พริกขี้หนูสวน และผักชีฝรั่งเพื่อความหอม ต้มให้เดือดอีกรอบแล้วรีบปิดไฟทันที (ปลาจะได้ยังมีความกรอบอยู่) ต้มข่าปลาสลิด เป็นเมนูที่ทำไม่ยากเลย ความอร่อยอยู่ที่การเลือกปลาสลิดที่มีคุณภาพ ทอดให้กรอบ และการต้มน้ำกะทิให้หอมกลิ่นสมุนไพรไทย เมนูนี้จะกินกับข้าวสวยร้อน ๆ หรือจะซดเป็นซุปแก้เลี่ยนก็ดีงามสุด ๆ ใครที่กำลังเบื่อเมนูเดิม ๆ ลองเข้าครัวทำเมนูนี้ดูนะคะ รับรองติดใจชัวร์ ! 4 เมนูปลาสลิด หอมเย้ายวนกรอบอร่อยไม่น่าเบื่อ 5 สูตรต้มข่าไก่ อร่อยตำรับไทยที่ไม่ใช่แค่ไก่ วิธีทอดปลาสลิดแดดเดียว เคล็ดลับทอดอย่างไรให้อร่อย กรอบนุ่มน้ำมันไม่ดำ วิธีทอดปลาสลิดง่าย ๆ ไร้ก้าง พร้อมเคล็ดลับทอดน้ำมันไม่ดำ ยำปลาสลิด น้ำยำรสแซ่บเครื่องแน่นอร่อยกินเพลิน