แจกสูตรแกงส้มดอกแคปลาสวาย เมนูไทยโบราณแก้ไข้หัวลม รับหน้าฝน อร่อยเข้มข้นด้วยสมุนไพรไทย หอมแดง กระเทียม กระชาย พร้อมเคล็ดลับทำน้ำแกงส้มไม่คาว เข้าหน้าฝนทีไร อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยจนร่างกายปรับธาตุไม่ทัน หลายคนเริ่มมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว สะบัดร้อนสะบัดหนาว ไอจาม น้ำมูกไหล ซึ่งคนโบราณเขาเรียกอาการแบบนี้ว่า ไข้หัวลม หรือไข้เปลี่ยนฤดูนั่นเอง วันนี้เลยขอชวนทุกคนเข้าครัวมาทำ แกงส้มดอกแค ใส่ปลาสวาย เมนูอาหารไทยพื้นบ้านที่ใช้พลังแห่งสมุนไพรมาเป็นยา ช่วยเสริมภูมิต้านทานและดักไข้ไว้ก่อน ซึ่งสูตรเด็ดเคล็ดลับในวันนี้ เราได้ไอเดียมาจาก คุณ เที่ยวสบายสบาย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่บอกเลยว่าทำง่าย รสชาติจัดจ้าน แถมมีทีเด็ดล้างปลาไม่ให้คาวมาฝากด้วย ไข้หัวลม ก็คือไข้เปลี่ยนฤดู (ไม่ว่าจะร้อนไปฝน หรือฝนไปหนาว) ภูมิปัญญาแผนไทยจึงนิยมใช้ผักพื้นบ้านมาทำอาหารเพื่อปรับสมดุลร่างกาย การกินสูตรแกงส้มที่มีสมุนไพรร้อนอย่างหอมแดง กระเทียม และกระชาย จะช่วยขับลม แก้คัดจมูกได้ดีเยี่ยม ยิ่งได้กินคู่กับ ดอกแค ซึ่งเป็นผักฤทธิ์เย็น ก็ยิ่งช่วยปรับธาตุในร่างกายให้สมดุลได้ดีสุด ๆ ไปเลย ปลาสวาย หั่นชิ้นหนา 1 กิโลกรัม (แบ่งเนื้อปลาต้มสุกออกมา 100 กรัม สำหรับโขลกกับน้ำแกง) ดอกแค 1 ชามใหญ่ แตงโมอ่อน 3 ลูก (ปอกเปลือกหั่นชิ้นพอดีคำ) ถั่วฝักยาว 1 ถ้วย (หั่นท่อน) พริกแกงส้ม 150 กรัม กะปิแท้ 1 ช้อนโต๊ะ หอมแดง + กระชาย (สำหรับโขลกเพิ่ม) เครื่องปรุงรส: น้ำมะขามเปียก, น้ำตาลปี๊บ, น้ำปลาร้า, เกลือป่น และมะนาวสด 1. เริ่มจากนำพริกแกงส้ม กะปิ หอมแดง และกระชายมาโขลกรวมกันเพื่อเพิ่มความหอม จากนั้นนำเนื้อปลาต้มสุกที่แบ่งไว้ลงไปโขลกผสมจนเนื้อเนียนเป็นเนื้อเดียวกับพริกแกง เคล็ดลับนี้จะทำให้น้ำแกงส้มของเราข้นน่ากินสุด ๆ 2. ตั้งหม้อใส่น้ำเปล่า 1 ลิตร ละลายพริกแกงที่โขลกไว้ลงไป พอน้ำเดือดจัดให้ใส่แตงโมอ่อนลงไปก่อนเลย เพราะเนื้อหนาและสุกยากที่สุด 3. ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ เกลือป่น และน้ำปลาร้า ชิมให้ได้ 3 รส เปรี้ยวนำ ตามด้วยเค็มและหวาน แนะนำว่าให้ปรุงรสเข้มข้นจัดจ้านเผื่อไว้ก่อน เพราะเดี๋ยวพอน้ำจากผักออกมา รสชาติจะดรอปลงมาพอดีเป๊ะ 4. เร่งไฟในหม้อให้เดือดพล่าน จากนั้นหย่อนชิ้นปลาสวายลงไป กดให้จมน้ำแกง และห้ามคนเด็ดขาด ต้มทิ้งไว้จนกว่าปลาจะสุก วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้แกงส้มมีกลิ่นคาวปลา 5. พอปลาสุกดีแล้ว ให้ใส่ถั่วฝักยาวลงไป รอจนถั่วเริ่มสุกตามด้วยการใส่ดอกแคลงไป กดให้จมน้ำแกง ต้มต่ออีกประมาณ 1 นาทีพอให้ผักสลดแต่ยังคงสีสวยอยู่ จากนั้นปิดไฟทันที ทริกเพิ่มความแซ่บ: หลังจากปิดไฟแล้ว ให้บีบมะนาวสดลงไปเพิ่มสัก 1-2 ซีก รสเปรี้ยวแหลมของมะนาวจะช่วยตัดกับความเปรี้ยวละมุนของน้ำมะขามเปียก ทำให้รสชาติมีมิติ ซดแล้วตื่น โล่งจมูกแน่นอน ล้างปลาสวายยังไงไม่ให้คาว?: นำชิ้นปลาไปคลุกเคล้ากับเกลือป่น หรือแป้งมัน ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด 2-3 รอบ จนหมดเมือกและหมดเลือดปลา คราวนี้ต้มยังไงก็ไม่คาว เด็ดดอกแคไม่ให้ขม: ก่อนเอาไปล้าง ต้องเปิดกลีบดอกแคแล้วดึง ก้านเกสรสีเหลือง ตรงกลางทิ้งไปให้หมด เพราะจุดนี้คือศูนย์รวมความขม ถ้าเอาออกแล้วดอกแคจะหวานฉ่ำเคี้ยวอร่อยมาก ความร้อนคือหัวใจ: จำไว้ว่าต้องใส่ปลาตอนน้ำแกงเดือดจัดเท่านั้น และห้ามคนจนกว่าปลาจะสุก น้ำแกงจะใส น่ากิน ไม่มีกลิ่นคาวมารบกวนใจ เสร็จเรียบร้อยแล้วกับ แกงส้มดอกแคปลาสวาย ตักใส่ชามร้อน ๆ เสิร์ฟคู่กับข้าวสวย แกล้มด้วยไข่เจียวฟู ๆ หรือปลาเค็มทอดสักหน่อย บอกเลยว่าฟินลืม ! หน้าฝนนี้ใครที่เริ่มรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว ลองเอาสูตรอาหารนี้ไปลองทำกินกันดู ได้ทั้งความอร่อยและได้สุขภาพดี ๆ ปรับธาตุร่างกายให้แข็งแรงพร้อมลุยฝนแน่นอน 5 สูตรแกงส้ม เสกความแซ่บลงหม้อ อร่อยล้ำรสเข้มข้น 12 สูตรทำแกงส้ม เมนูกับข้าวเปรี้ยวแซ่บกินอร่อย แกงส้ม สูตรโบราณ ใส่ดอกแคกับกุ้งสดพร้อมสูตรพริกแกงส้ม 4 เมนูดอกแค ผักพื้นบ้านอร่อยมีประโยชน์ตามฤดูกาล ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : คุณ เที่ยวสบายสบาย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม