ควรล้างบรอกโคลีตอนไหน ?
โดยทั่วไปควรล้างบรอกโคลี ก่อนนำไปปรุงอาหาร มากกว่าล้างทันทีที่ซื้อมา เพราะความชื้นที่ติดอยู่บนผักอาจทำให้ผักเสื่อมคุณภาพและเน่าเสียได้เร็วขึ้น หากยังไม่กินหรือยังไม่ทำอาหาร แนะนำให้เก็บบรอกโคลีไว้ในตู้เย็นโดยยังไม่ต้องล้าง และเลือกภาชนะหรือถุงที่ช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ เมื่อถึงเวลาจะนำมาปรุงอาหารค่อยล้างให้สะอาดอีกครั้ง
ส่วนใครที่ต้องการเก็บบรอกโคลีไว้ในช่องแช่แข็ง ควรล้างและเตรียมผักให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นซับน้ำให้แห้งสนิท แล้วจึงนำไปแช่แข็งเพื่อเก็บไว้ใช้ทำอาหารในภายหลัง
5 วิธีล้างบรอกโคลีให้สะอาด
1. ล้างบรอกโคลีด้วยน้ำไหล
วิธีทำ
- หากเป็นบรอกโคลีทั้งหัว ให้ตัดใบและส่วนที่ไม่ต้องการออกก่อน
- หั่นบรอกโคลีเป็นช่อขนาดพอดีสำหรับนำไปปรุงอาหาร
- เปิดน้ำเย็นให้ไหลผ่านช่อบรอกโคลีให้ทั่ว
- ใช้นิ้วมือค่อย ๆ แยกช่อและพลิกไปมา เพื่อให้น้ำเข้าถึงบริเวณซอกดอก
- ตรวจดูตามซอกว่ามีดิน เศษผัก หรือแมลงติดอยู่หรือไม่
- สะเด็ดน้ำและซับให้แห้งก่อนนำไปปรุงอาหาร
- เคล็ดลับ: การหั่นบรอกโคลีเป็นช่อเล็ก ๆ ก่อนล้างจะช่วยให้น้ำเข้าถึงซอกต่าง ๆ ได้ง่ายกว่าการล้างทั้งหัว
2. แช่บรอกโคลีในน้ำสะอาด
ถ้ารู้สึกว่าการเปิดน้ำไหลผ่านอย่างเดียวอาจล้างไม่ทั่วถึง ลองใช้วิธีแช่น้ำก่อน วิธีนี้ช่วยให้เศษดินหรือสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ตามซอกหลุดออกได้ง่ายขึ้น
วิธีทำ
- เติมน้ำสะอาดลงในชามหรือกะละมังใบใหญ่
- แยกบรอกโคลีเป็นช่อแล้วนำลงแช่
- แช่ไว้ประมาณ 2-5 นาที
- ใช้มือค่อย ๆ แกว่งช่อบรอกโคลีในน้ำ
- จากนั้นนำไปล้างผ่านน้ำไหลอีกครั้ง
- สะเด็ดน้ำและซับให้แห้ง
- หมายเหตุ : หากเห็นเศษดินหรือสิ่งสกปรกตกอยู่ในน้ำหลังแช่ ควรเทน้ำทิ้งแล้วล้างบรอกโคลีด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง
3. ล้างบรอกโคลีด้วยน้ำส้มสายชู
วิธีทำ
- ผสมน้ำเย็นประมาณ 2 2/3 ถ้วยตวง กับน้ำส้มสายชูขาว 1/3 ถ้วยตวง
- นำบรอกโคลีที่หั่นเป็นช่อลงแช่ประมาณ 2-5 นาที
- ค่อย ๆ แกว่งบรอกโคลีในน้ำ เพื่อให้สิ่งสกปรกหลุดออก
- เทน้ำทิ้งแล้วล้างบรอกโคลีผ่านน้ำสะอาดไหลอีกครั้ง
- สะเด็ดน้ำและซับให้แห้งก่อนนำไปทำอาหาร
- หมายเหตุ : การใช้น้ำส้มสายชูไม่ได้หมายความว่าจะสามารถกำจัดสารกำจัดศัตรูพืชหรือเชื้อโรคได้ทั้งหมด การล้างด้วยน้ำสะอาดอย่างทั่วถึงยังเป็นขั้นตอนสำคัญ และไม่ควรนำบรอกโคลีที่แช่น้ำส้มสายชูไปปรุงอาหารโดยไม่ล้างน้ำสะอาดซ้ำ
4. ล้างบรอกโคลีด้วยน้ำเกลือ
วิธีทำ
- เติมน้ำสะอาดลงในชามใบใหญ่
- เติมเกลือประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
- คนให้เกลือละลาย
- ใส่บรอกโคลีลงแช่ประมาณ 5-10 นาที
- ค่อย ๆ แกว่งบรอกโคลีในน้ำ เพื่อช่วยให้เศษดินและสิ่งสกปรกหลุดออก
- เทน้ำทิ้ง แล้วล้างบรอกโคลีด้วยน้ำสะอาดไหลผ่านอีกครั้ง
- สะเด็ดน้ำและซับให้แห้ง
- หมายเหตุ : หลังจากล้างน้ำเกลือแล้วควรล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง เพื่อไม่ให้มีเกลือหลงเหลือติดอยู่บนผัก
5. ล้างบรอกโคลีด้วยเบกกิ้งโซดา
วิธีทำ
- ผสมน้ำสะอาดประมาณ 3.8 ลิตร กับเบกกิ้งโซดา ¼ ถ้วยตวง
- นำบรอกโคลีลงแช่ประมาณ 10-15 นาที
- ค่อย ๆ แกว่งบรอกโคลีในน้ำ
- นำขึ้นแล้วล้างด้วยน้ำสะอาดไหลผ่านให้ทั่ว
- สะเด็ดน้ำและซับให้แห้ง
- หมายเหตุ : ไม่ว่าจะเลือกใช้วิธีนี้หรือวิธีแช่ด้วยส่วนผสมอื่น ๆ สิ่งสำคัญคือควร ล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งก่อนนำไปประกอบอาหาร
ล้างบรอกโคลีอย่างไรให้ถึงทุกซอก ?
ด้วยความที่บรอกโคลีมีดอกเล็ก ๆ เรียงตัวกันแน่น การล้างทั้งหัวอาจทำให้น้ำเข้าไม่ถึงด้านใน ดังนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดคือ หั่นเป็นช่อก่อนล้าง
ถ้าเจอช่อที่แน่นมาก ให้ใช้นิ้วมือค่อย ๆ แยกออกจากกัน แล้วเปิดน้ำไหลผ่านบริเวณดอกโดยตรง นอกจากนี้การคว่ำส่วนดอกลงในน้ำระหว่างแช่ก็ช่วยให้น้ำเข้าไปตามซอกต่าง ๆ ได้มากขึ้น
สำหรับบรอกโคลีที่มีแมลงหรือสิ่งสกปรกให้เห็นด้วยตาเปล่า ควรหยิบออกและล้างบริเวณนั้นซ้ำจนสะอาด แทนที่จะพึ่งวิธีแช่เพียงอย่างเดียว
ไม่ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดมาล้างบรอกโคลี
หลายคนอาจคิดว่ายิ่งใช้น้ำยาหรือสารทำความสะอาดแรง ๆ ก็จะยิ่งสะอาด แต่จริง ๆ แล้ว ไม่ควรใช้น้ำยาล้างจาน น้ำยาฟอกขาว หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในครัวเรือนมาล้างผักและผลไม้ เพราะอาจมีสารตกค้างที่ไม่เหมาะสำหรับการกิน
การล้างด้วยน้ำสะอาดอย่างทั่วถึง และใช้มือช่วยแยกหรือถูบริเวณที่มีสิ่งสกปรกติดอยู่ ก็เป็นวิธีพื้นฐานที่เหมาะสำหรับการเตรียมผักก่อนนำไปปรุงอาหารแล้ว
ล้างบรอกโคลีแล้วเก็บอย่างไรให้สดนาน ?
หลังล้างบรอกโคลีแล้ว หากยังไม่ได้นำไปทำอาหารทันที ควรสะเด็ดน้ำและซับให้แห้งมากที่สุด เพราะความชื้นส่วนเกินอาจทำให้ผักเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
หากต้องการเก็บบรอกโคลีไว้กินในอีกหลายวัน วิธีง่าย ๆ คือเก็บบรอกโคลีที่ยังไม่ล้างไว้ในตู้เย็น แล้วค่อยนำออกมาล้างเมื่อพร้อมทำอาหาร แต่ถ้าล้างและหั่นเตรียมไว้แล้ว ควรซับให้แห้งและเก็บในภาชนะที่เหมาะสม
สำหรับการแช่แข็ง ควรล้างและเตรียมบรอกโคลีให้เรียบร้อยก่อน แล้วซับให้แห้ง จากนั้นแบ่งเป็นส่วน ๆ ตามปริมาณที่จะใช้ทำอาหาร วิธีนี้ช่วยให้หยิบออกมาใช้ได้สะดวกเมื่อต้องการทำเมนูต่าง ๆ






