รวมสูตรมาการอง ขนมหวานสุดคิวต์ หลากสีหลายไส้ ไอเดียเด็ด ๆ ในการสร้างสรรค์ขนมหวานให้น่ากิน รับรองว่าทั้งอร่อยถูกปากน่ารักถูกใจแน่ ๆ มาการอง หรือมาการูน เจ้าขนมหวานก้อนกลมที่มีรสชาติหวานหอม รูปลักษณ์สีสันสดใสน่ารักน่าหม่ำ และขนาดชิ้นพอดีคำ ชวนให้ลิ้มลอง จะซื้อกินเองก็อร่อย หิ้วนำไปเป็นของขวัญก็เข้าท่า หรือใครจะครีเอตทำเป็นลายการ์ตูนเพื่อขายสร้างรายได้ก็เยี่ยมไปเลย หลายคนใช้เวลาว่างลองหัดทำมาการองแล้วเกิดปัญหามากมาย เช่น ขาไม่ขึ้น หน้าแตก ติดแน่นกับพิมพ์ เอาไม่ออก จนไม่อยากทำแล้ว อย่าเพิ่งหมดไฟไปค่ะ วันนี้เรามีวิธีการแก้ปัญหายอดฮิตในการทำ และไอเดียเด็ด ๆ ในการสร้างสรรค์มาการองให้น่ารักน่ากินกัน จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย มือใหม่หัดทำมาการองทั้งหลายคงจะปวดหัวกับสารพันปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการทำ ทั้งขาไม่ฟู หน้าแตกร้าว ตัวแป้งเกาะแน่นกับพิมพ์ เอาไม่ออก ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เรามีวิธีการสังเกตและแก้ไขง่าย ๆ มาฝากกัน ดังนี้ มาการองไม่มีขา หรืออาการที่มาการองไม่ขึ้นฟู เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น ใส่น้ำตาลน้อยเกินไป คนส่วนผสมมากเกินไป หรือเมื่อบีบส่วนผสมทั้งหมดแล้วนำเข้าเตาอบเลย ไม่ยอมทิ้งไว้ให้เซตตัวก่อน หรือแม้กระทั่งอบในอุณหภูมิที่ต่ำเกินไป ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปเมื่อทำตามสูตรต่าง ๆ อย่างละเอียด เคาะถาดเพื่อไล่อากาศ และทิ้งส่วนผสมที่บีบเอาไว้ให้แห้งก่อน ไม่ติดมือ แล้วค่อยนำเข้าเตาอบในอุณหภูมิตามที่แต่ละสูตรกำหนดไว้ หน้ามาการองแตกร้าว เกิดจากมีอากาศในไข่ขาวมากเกินไป และส่วนผสมทั้งหมดยังผสมไม่เข้ากันดี วิธีแก้คือ ควรคนส่วนผสมให้เข้ากันจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน และให้ความหนืดพอประมาณ ไม่ข้นหรือเหลวจนเกินไป มาการองติดพิมพ์ แกะไม่ออก มี 2 สาเหตุ คือ ใช้กระดาษในการทำขนมไม่ถูกต้อง จึงควรเลือกใช้กระดาษที่เป็นแผ่นรองอบ (Parchment Paper) โดยเฉพาะที่มีสารกันติดเคลือบอยู่ และอีกสาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะมาการองยังไม่สุกดี จึงควรอบต่ออีกประมาณ 3-5 นาที แล้วลองเช็กดูอีกครั้ง ผิวที่ฐานด้านในมาการองไม่เรียบ เพราะมีฟองอากาศอยู่ด้านในจึงส่งผลทำให้ผิวไม่เรียบ วิธีแก้คือ เมื่อบีบส่วนผสมลงบนถาดอบแล้วให้เคาะถาด โดยใช้มือเคาะที่หลังถาดหรือเคาะถาดเบา ๆ กับโต๊ะก็ได้ เพื่อไล่ฟองอากาศ ก่อนนำเข้าเตาอบ ตัวมาการองยังไม่สุก แต่ผิวด้านบนเริ่มไหม้ สาเหตุเกิดจากอุณหภูมิที่ใช้อบนั้นแรงเกินไป ควรปรับลดและลองเช็กดูอีกครั้ง มาการองที่สมบูรณ์แบบจะมีลักษณะเป็น Macaroon Feet หรือที่คนทำขนมเรียกว่า มีเท้า นั่นเอง มีผิวด้านบนที่เรียบเป็นเงา กรอบนอก และมีความนุ่มของเนื้อเมอแรงค์ที่เป็นไส้อยู่ตรงกลาง เอาล่ะ ! เกริ่นถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในการทำและวิธีแก้ไขไปเยอะแล้ว มาดูไอเดียเด็ด ๆ ในการครีเอตมาการองให้น่ารักน่ากินกันดีกว่า ดังนี้เลยค่ะ อัลมอนด์ป่น 125 กรัม น้ำตาลไอซิ่ง 150 กรัม สีผสมอาหารชนิดผงสีแดง 1/4 ช้อนชา ไข่ขาว (1) 55 กรัม สีผสมอาหารชนิดผงสีเหลือง 1/4 ช้อนชา ไข่ขาว (2) 55 กรัม น้ำตาลทราย 150 กรัม น้ำเปล่า 40 กรัม ไข่ขาว (3) 55 กรัม ใส่อัลมอนด์ป่นกับน้ำตาลไอซิ่งลงในเครื่องบดอาหาร จากนั้นนำไปร่อนใส่ลงในอ่างผสมแล้วแบ่งเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กัน ใส่สีผสมอาหารลงไป จากนั้นใส่ไข่ขาว และตะล่อมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ทำน้ำเชื่อม โดยใส่น้ำตาลทรายกับน้ำลงในหม้อ นำไปตั้งไฟจนเดือด ระหว่างนั้นตีไข่ขาวให้ขึ้นฟู รอให้น้ำเชื่อมเดือดที่อุณหภูมิ 118 องศาเซลเซียส ยกลงจากเตา จากนั้นค่อย ๆ เทลงในไข่ขาวที่ตีไว้ ตีผสมด้วยความเร็วสูงสุด จนไข่ขาวตั้งยอด จะได้อิตาเลียนเมอแรงค์ พักทิ้งไว้จนอุณหภูมิลดลงต่ำกว่า 50 องศาเซลเซียส ใส่เมอแรงค์ลงไปในส่วนผสมอัลมอนด์ที่เตรียมไว้ โดยใส่เพียงนิดเดียวก่อน แล้วคนผสมให้เข้ากัน ตักส่วนผสมใส่ถุงบีบแล้วบีบลงบนแผ่นรองอบ พักทิ้งไว้สักครู่จนผิวเรียบและเงา นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 135 องศาเซลเซียส ประมาณ 14 นาที พอครบเวลานำออกจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็นสนิท จึงค่อยนำใส่กล่อง แช่เย็น ผงช็อกโกแลตชนิดไม่หวาน 25 กรัม (3 ช้อนโต๊ะ) น้ำตาลไอซิ่ง 125 กรัม (1 ถ้วย) ผงอัลมอนด์บดละเอียด 50 กรัม (1/2 ถ้วย) ไข่ขาว 2 ฟอง (66 กรัม) น้ำตาลทราย 75 กรัม (5 ช้อนโต๊ะ) ช็อกโกแลตแท่ง 120 กรัม นมจืดเข้มข้น หรือครีมเข้มข้น 1/2 ถ้วย (120 กรัม) เนยรสจืด (อุณหภูมิห้อง) 1 ช้อนโต๊ะ ร่อนผงโกโก้ น้ำตาลไอซิ่ง และผงอัลมอนด์บดละเอียด ลงในอ่างผสม พักทิ้งไว้ ตีไข่ขาวประมาณ 1-2 นาที จากนั้นใส่น้ำตาลทรายทีละนิด ตีไปเรื่อย ๆ จนได้เมอแรงค์ตั้งยอดแข็ง ใส่ผงโกโก้ที่ผสมไว้ในเมอแรงค์ ค่อย ๆ แบ่งใส่ แล้วใช้ไม้พายคนเบา ๆ จนส่วนผสมเป็นของเหลวเข้ากันดี นำส่วนผสมใส่ถุงบีบ บีบเป็นวงกลมเท่า ๆ กัน เคาะถาดเพื่อไล่อากาศ แล้วพักไว้ประมาณ 30 นาที จึงค่อยนำเข้าเตาอบ อบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ประมาณ 12-15 นาที เมื่ออบเสร็จนำออกจากเตา พักไว้ให้เย็นสนิท นำวิปครีมหรือนมสดมาตั้งไฟ พอเริ่มเดือดให้ยกลงจากเตา เทวิปครีมหรือนมสดลงในถ้วยช็อกโกแลตที่เตรียมไว้ ทิ้งไว้ 1 นาที แล้วจึงคนให้เข้ากันดี ใส่เนยจืด คนให้ส่วนผสมเข้ากัน ปิดด้วยพลาสติก นำเข้าตู้เย็น รอจนเซตตัวแล้วตักใส่ถุงบีบ อัลมอนด์บดละเอียด 75 กรัม น้ำตาลไอซิ่ง 75 กรัม ผงชาเขียวมัทฉะ 4 กรัม ไข่ขาว 70 กรัม น้ำตาลทรายขาว 60 กรัม เนยชนิดจืด 100 กรัม น้ำตาลทรายขาว 50 กรัม น้ำเปล่า 30 มิลลิลิตร ผงชาเขียวมัทฉะ 3 กรัม ไข่แดง 2 ฟอง ทำฝามาการอง โดยผสมอัลมอนด์ น้ำตาลไอซิ่ง และผงชาเขียว ให้เข้ากัน จากนั้นพักไว้ ตีไข่ขาว ค่อย ๆ ใส่น้ำตาล ตีต่อไปจนกลายเป็นเมอแรงค์ ทยอยใส่ส่วนผสมของแห้งลงไป ตะล่อมเบา ๆ ให้เข้ากัน คนจนส่วนผสมเริ่มเหลวเป็นลาวา นำส่วนผสมใส่ถุงบีบ บีบเป็นวงกลมเท่า ๆ กัน เคาะถาดเพื่อไล่อากาศ แล้วพักไว้ประมาณ 20-30 นาที จึงค่อยนำเข้าเตาอบ อบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ประมาณ 12-15 นาที เมื่ออบเสร็จนำออกจากเตา พักไว้ให้เย็นสนิท ไข่ขาว 210 กรัม น้ำตาลทราย 60 กรัม อัลมอนด์ป่น 270 กรัม น้ำตาลไอซิ่ง 390 กรัม เกลือป่น 1-2 หยิบมือ กล้วยหอมสุกงอม 2 ผล น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ เนย 250 กรัม วิปปิ้งครีม 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลไอซิ่ง 150 กรัม ปั่นน้ำตาลไอซิ่งกับอัลมอนด์ให้ละเอียด ร่อนด้วยตะแกรงตาห่าง และนำไปอบอุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส เพื่อไล่ความชื้น พักให้เย็น ตีไข่ขาว ใส่เกลือป่นเล็กน้อย ตีจนขึ้นเป็นฟองหยาบ ค่อย ๆ ใส่น้ำตาลลงไป ตีด้วยความเร็วสูงจนตั้งยอดแข็ง ทยอยนำส่วนผสมแห้งใส่ลงในไข่ขาว ตะล่อมตีเบา ๆ ให้เข้ากัน แบ่งใส่ถุงบีบ บีบให้เป็นวงกลมชิ้นเท่า ๆ กัน พักให้แห้ง ไม่ติดนิ้ว นำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 140-200 องศาเซลเซียส ประมาณ 12 นาที จากนั้นกลับถาด และอบต่ออีกประมาณ 12 นาที เมื่ออบเสร็จทิ้งให้เย็นสนิท อัลมอนด์ป่นละเอียด 125 กรัม ไข่ขาว 60 กรัม (หรือไข่ขาว 3 ฟอง) น้ำตาลไอซิ่ง 200 กรัม น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ สีผสมอาหารสีชมพู เนย 150 กรัม น้ำตาลไอซิ่ง 75 กรัม ราสป์เบอร์รี 100 กรัม บดน้ำตาลไอซิ่งและอัลมอนด์เข้าด้วยกันจนเป็นผงละเอียด กรองด้วยตะแกรง แล้วพักไว้ ตีไข่ขาวและน้ำตาลทรายจนไข่ขาวฟูตั้งยอดแข็ง ค่อย ๆ ผสมน้ำตาลไอซิ่งและอัลมอนด์บดละเอียดที่กรองแล้วลงไป คนเบา ๆ พยายามรักษาฟองอากาศในไข่ขาวให้ได้มากที่สุด จากนั้นผสมสีผสมอาหารลงไปตามชอบ คนผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน นำส่วนผสมใส่ลงในถุงบีบ บีบเป็นวงกลมขนาดเท่า ๆ กัน เคาะถาดกับโต๊ะเบา ๆ เพื่อไล่ฟองอากาศ พักทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที จากนั้นนำเข้าอบ อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ประมาณ 20-25 นาที เมื่อมาการองสุก นำออกจากเตาอบ นำออกมาผึ่งให้เย็น อัลมอนด์ป่น 100 กรัม น้ำตาลไอซิ่ง 100 กรัม ไข่ขาว (1) 36 กรัม ไข่ขาว (2) 36 กรัม ผงโกโก้ 10 กรัม น้ำตาลทรายขาว 75 กรัม น้ำเปล่า 25 กรัม สีผสมอาหารสีเหลืองชนิดผง (ใครมีเจลก็ใช้แบบเจลก็ได้) ช็อกโกแลตนม 40 กรัม วิปครีม 20 กรัม เตรียมส่วนผสมของแห้ง ได้แก่ อัลมอนด์ป่น น้ำตาลไอซิ่ง ปั่นรวมกันให้ละเอียด นำไปอบประมาณ 10 นาที เพื่อไล่ความชื้น อบเสร็จ ผึ่งให้เย็น และร่อนให้ได้ผงส่วนผสมที่ละเอียดที่สุด ทำอิตาเลียนเมอแรงค์ โดยเทน้ำตาลลงในหม้อ เติมน้ำสะอาดโดยไม่ต้องคน จากนั้นนำขึ้นตั้งไฟ ให้ได้อุณหภูมิ 117 องศาเซลเซียส และปิดไฟ ตีไข่ขาวด้วยความเร็วปานกลาง เทน้ำเชื่อมลงไปผสม โดยเททีละนิดจนหมด ตีไปเรื่อย ๆ จนตั้งยอด ผสมส่วนผสมของแห้งลงไป คนให้เข้ากัน แบ่งส่วนสีขาวและผสมผงโกโก้ลงไปเพื่อทำเป็นหน้าของเจ้าริลัคคุมะ แบ่งอิตาเลียนเมอแรงค์มาใส่ ตะล่อมคนให้เข้ากัน นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ถุงบีบเตรียมไว้ บีบส่วนผสมให้เป็นทรงเจ้าหมีริลัคคุมะ วาดส่วนจมูกสีขาวและหูสีเหลือง จากนั้นใช้มือเคาะพิมพ์จากด้านล่างถาดเพื่อไล่ฟองอากาศ พักหน้าไว้ 10 นาที นำเข้าเตาอบที่วอร์มไว้ที่ 160 องศาเซลเซียส และลดอุณหภูมิลงเหลือ 140 องศาเซลเซียส อบเป็นเวลา 16 นาที เมื่ออบครบเวลาให้นำออกจากเตา พักไว้ให้เย็นสนิท ละลายวิปครีมในไมโครเวฟประมาณ 15 วินาที เทใส่ถ้วยช็อกโกแลต คนให้ส่วนผสมทั้งสองอย่างละลายเข้ากัน พักให้หายร้อน และนำไปแช่เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง นำไส้ออกมาจากตู้เย็น ใส่ถุงบีบ และบีบใส่ฝามาการองที่เย็นสนิทดีแล้ว อัลมอนด์ป่น 105 กรัม น้ำตาลไอซิ่ง 100 กรัม น้ำตาลทรายป่น 100 กรัม น้ำเปล่า 25 กรัม ไข่ขาวเก่า (ส่วนที่ 1) 36.6 กรัม (อุณหภูมิห้อง) ไข่ขาวเก่า (ส่วนที่ 2) 36.6 กรัม (อุณหภูมิห้อง) สีผสมอาหารสีน้ำตาล (ชนิดเจลหรือผง) สีผสมอาหารสีชมพู สีผสมอาหารสีส้ม ไข่แดง (ที่เหลือจากไข่ขาว) 2 ฟอง น้ำตาลทรายป่น 33 กรัม น้ำส้มซันคิสแบบเข้มข้น 33 กรัม เนยจืด 20 กรัม กลิ่นส้ม 1/4 ช้อนชา ปั่นอัลมอนด์และน้ำตาลไอซิ่งให้ละเอียด นำไปอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ประมาณ 15 นาที เพื่อไล่ความชื้น ครบเวลานำออกมาพักให้เย็น เตรียมน้ำเชื่อมสำหรับทำเมอแรงค์ โดยใช้น้ำตาลและน้ำต้มบนไฟอ่อน ให้ได้อุณหภูมิ 118 องศาเซลเซียส ปิดไฟ ตีไข่ขาวให้เป็นฟอง ค่อย ๆ เทน้ำเชื่อมลงไปในชาม ตีด้วยความเร็วปานกลาง เมื่อเทน้ำเชื่อมหมดจึงเปลี่ยนไปตีด้วยความเร็วสูง จนขึ้นตั้งยอดแข็ง ผสมเมอแรงค์ที่ดีกับส่วนผสมของแห้ง คนจนเข้ากันดี แบ่งออกเป็น 4 ส่วน เพื่อหยดสีผสมอาหารทั้ง 3 สี คือ สีส้ม สีน้ำตาล และสีชมพู ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เนื้อเนียนเข้ากัน จึงตักใส่ถุงบีบ บีบเป็นวงกลมขนาดเท่ากัน ใช้มือเคาะก้นถาดเพื่อไล่ฟองอากาศ จากนั้นจึงเติมหูและขาให้เจ้าเสือทิกเกอร์ (ขั้นตอนนี้ไม่ต้องเคาะถาดแล้วนะคะ) บีบส่วนผสมทำเป็นโครงหน้าและจมูก พักให้แห้งประมาณ 20 นาที จึงนำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 140-160 องศาเซลเซียส ประมาณ 15 นาที จากนั้นกลับด้านและอบต่ออีกประมาณ 13-15 นาที เมื่ออบครบเวลานำออกจากเตาอบ พักให้แห้ง แล้วจึงแกะออกจากพิมพ์ วาดตา คิ้ว หนวด ให้ทิกเกอร์ โดยการเอาพู่กันจุ่มลงไปในสีผสมอาหารสีดำ อัลมอนด์ป่น 105 กรัม น้ำตาลไอซิ่ง 100 กรัม ไข่ขาวเก่า (อุณหภูมิห้อง) 36.6 กรัม ไข่ขาวเก่า (ในอุณหภูมิห้อง) 36.6 กรัม สีผสมอาหารสีน้ำตาลชนิดเจลหรือผง น้ำตาลทรายป่น 100 กรัม น้ำเปล่า 25 กรัม ไส้ช็อกโกแลต สำหรับทำเป็นเนื้อก้อน (สีน้ำตาล) ดาร์กช็อกโกแลต 60 กรัม วิปครีม 30 กรัม ไส้สตรอว์เบอร์รี สำหรับทำเป็นซอสมะเขือเทศ (สีแดง) สตรอว์เบอร์รีแช่แข็ง 200 กรัม น้ำตาลทรายป่น 50 กรัม แป้งกวนไส้ 1 ช้อนชา ผสมน้ำเปล่า 1 ช้อนชา ไส้ชีส แตงกวาดอง และผักสลัด ไวท์ช็อกโกแลตแผ่น กีวีปอกเปลือก หั่นแว่นบาง ๆ ปั่นอัลมอนด์และน้ำตาลไอซิ่งให้ละเอียด นำไปอบเพื่อไล่ความชื้น พักให้เย็น และร่อนผ่านกระชอนอีกครั้ง ต้มน้ำเชื่อมทำเมอแรงค์ ระหว่างนั้นก็ตีไข่ขาวให้ตั้งยอดอ่อน เมื่อน้ำเชื่อมได้อุณหภูมิ 118 องศาเซลเซียส ให้ยกออกจากเตา เทน้ำเชื่อมลงในขามไข่ขาวที่ตีต่อเนื่องอยู่ ใช้ความเร็วปานกลาง ตีไปเรื่อย ๆ ให้เป็นยอดแข็ง ผสมเมอแรงค์กับส่วนผสมของแห้ง โดยทยอยใส่ทีละนิด ค่อย ๆ ตะล่อมให้เข้ากัน คนเบา ๆ จนส่วนผสมเหลวเป็นสายหนืด ๆ นำใส่ถุงบีบ บีบส่วนผสมเป็นทรงกลมขนาดเท่า ๆ กัน เคาะถาดเพื่อไล่ฟองอากาศออก ก่อนนำเข้าเตาอบให้โรยงาเล็กน้อย อบที่อุณหภูมิ 140 องศาเซลเซียส ประมาณ 14 นาที เมื่อครบกำหนดนำออกจากเตา พักไว้ให้เย็นสนิท ทำไส้ช็อกโกแลต โดยเริ่มอุ่นวิปครีมให้ร้อน และเทใส่ถ้วยดาร์กช็อกโกแลต คนให้ละลายเข้ากันดี พักในตู้เย็นให้เซตตัว ทำไส้สตรอว์เบอร์รี โดยใช้สตรอว์เบอร์รีแช่แข็งและน้ำตาลทรายป่น ตั้งไฟต้มจนเนื้อเปื่อย จากนั้นละลายแป้งกวนไส้ในน้ำ เทลงในหม้อ คนส่วนผสมเรื่อย ๆ จนเนื้อซอสข้นเหนียว ยกลงจากเตา พักไว้ในตู้เย็น ทำไส้ชีส โดยละลายไวท์ช็อกโกแลตในไมโครเวฟ เทเป็นแผ่นบาง ๆ ลงบนกระดาษไข นำไปแช่ตู้เย็นให้เซตตัว เมื่อแข็งดีใช้มีดชุบน้ำร้อนหั่นให้เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมจัตุรัส เตรียมชิ้นกีวีปอกเปลือกและหั่นเป็นแว่นบาง ๆ สำหรับทำเป็นแตงกวาดองและผักสลัด น้ำตาลไอซิ่ง 150 กรัม อัลมอนด์ป่น 150 กรัม น้ำตาลทราย 150 กรัม น้ำเปล่า 35 กรัม ไข่ขาว 110 กรัม (แบ่งเป็น 55 กรัม 2 ส่วน) สีเจลสีน้ำตาลเล็กน้อย บัตเตอร์ครีม 2 ส่วน แยมมะขาม 1 ส่วน ร่อนอัลมอนด์ป่นกับน้ำตาลไอซิ่งในอ่างผสม ผสมสีเจลสีน้ำตาลกับไข่ขาวส่วนแรก คนให้เข้ากัน เทใส่ส่วนผสมอัลมอนด์ป่น ใช้พายยางบี้ให้เข้ากันดี ต้มน้ำตาลทรายกับน้ำด้วยไฟปานกลางจนถึงอุณหภูมิ 118 องศาเซลเซียส ยกลงจากเตา เทน้ำเชื่อมร้อน ๆ ใส่เครื่องผสม ตีด้วยความเร็วสูงสุด เทน้ำเชื่อมให้เป็นสาย ตีต่อจนไข่ฟูขาว เนื้อเป็นโฟม เทไข่ขาวลงส่วนผสมอัลมอนด์ทีละนิด ตะล่อมคนให้เข้ากันเบา ๆ จนเนื้อเนียนและเหลวเล็กน้อย ตักส่วนผสมใส่ถุงบีบ บีบบนถาด ให้เป็นวงกลมขนาด 2 ซม. ซ้อนกัน 3 วง นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิประมาณ 140 องศาเซลเซียส ประมาณ 14 นาที เมื่อครบเวลายกออกจากเตา พักให้เย็นสนิท เป็นอย่างไรบ้าง สำหรับไอเดียเก๋ ๆ ในการทำมาการอง ขนมหวานสุดคิวต์ที่เรานำมาฝากในวันนี้ หรือถ้าใครอยากจะครีเอตมาการองลายน่ารัก ๆ แบบใหม่ ก็ลองเอาไปฝึกฝีมือกันดูนะคะ