แป้งเหลือ ๆ จะทิ้งก็เสียดาย ปล่อยไว้นานก็กลัวเสื่อมคุณภาพ ลองจับแป้งที่เหลือจากการทำขนมมาทำเมนูใหม่ ๆ กันดีกว่า กระซิบว่าแป้งแค่ชนิดเดียวทำได้หลากหลายเมนูเลย แป้งที่เหลือจากการทำอาหาร หรือขนม บางบ้านก็มักจะมัดปากถุงด้วยหนังยางแล้ววางทิ้งไว้ในตู้เก็บวัตถุดิบ บางบ้านก็ทิ้งไป แต่จริง ๆ แล้วถ้าเรารู้จักแป้งชนิดนั้น ๆ ดีพอ ก็จะสามารถเอามาทำเมนูอื่น ๆ ได้อีกเยอะแยะ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับประเภทของแป้งที่มีเนื้อสัมผัสและคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป ซึ่งแป้งแต่ละชนิดหากจับมาใช้ผิดประเภทก็อาจจะทำให้เมนูนั้น ๆ ผิดรูปผิดร่าง ถึงขั้นผิดเพี้ยนไปเลยก็ว่าได้ เราจะขออธิบายให้เข้าใจเรื่องของแป้งในการทำอาหาร ดังนี้ แป้งสาลีอเนกประสงค์ มาจากข้าวสาลีชนิดหนักและชนิดเบาผสมกัน สามารถเอามาทำทั้งขนมกับอาหารได้หลายแนวตามชื่อ ทั้งแนวเบเกอรี่ ขนมไทย และอาหารคาว แป้งมัน ถ้าทำให้สุกจะมีความเหนียวใส มักใช้กับอาหารหรือขนมที่ต้องการความเหนียว เช่น รวมมิตร เต้าส่วน หรือใช้ผสมกับแป้งสาลีเพื่อให้มีความกรอบนุ่ม เช่น หอยทอด กุยช่ายทอด แป้งเท้ายายม่อม จะมีลักษณะข้นหนืดเหมือนแป้งมัน แต่ราคาแพงกว่า เอามาทำขนมไทยแทนแป้งมันได้ ถ้าเป็นแป้งข้าวเจ้าเหมาะทำขนมไทยที่ต้องการความอยู่ตัวและมีความมันวาว เช่น ขนมกล้วย ขนมฟักทอง ลอดช่อง รวมทั้งอาหาร เช่น กุยช่าย ข้าวเกรียบปากหม้อ แป้งข้าวโพด ปกติจะใส่ในอาหารประเภทน้ำแดง ซอสต่าง ๆ หรือไส้ขนมที่ต้องการความข้นเหลว รวมทั้งขนมไทยที่ต้องการความข้นหนืด ใครมีแป้งตุนไว้อยากชวนมาทำเมนูจากแป้งเหลือ ๆ ไม่ต้องทิ้ง หรือเหลือเก็บจนใช้งานไม่ได้ มีแป้งชนิดไหนก็เลือกทำตามสูตรกันเลยจ้า ถ้าแป้งสาลีเหลือ ๆ จับมาทำขนมดอกจอก สูตรจาก คุณ Kitty Chef สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ขนมไทยโบราณ ลักษณะคล้ายดอกจอกที่ลอยอยู่ในน้ำ สมัยก่อนเป็นขนมที่ใช้ในงานมงคล แต่ปัจจุบันยุคสมัยเปลี่ยนไป คนสมัยใหม่ไม่ค่อยรู้จักกันมากเท่าไร ส่วนผสมใส่น้ำปูนใสเพื่อความกรอบ ใส่กะทิเพื่อความหอมมัน บางสูตรใส่น้ำเปล่าแทน ใช้พิมพ์รูปดอกจอกจุ่มลงในแป้งแล้วใส่กระทะทอดจนแป้งลอยขึ้นสุกสีสวย แป้งสาลีอเนกประสงค์ 200 กรัม แป้งข้าวเจ้า 150 กรัม แป้งมันสำปะหลัง 50 กรัม น้ำปูนใส 250 กรัม ไข่ไก่ 2 ฟอง เกลือ 1/2 ช้อนชา น้ำตาลทราย 50 กรัม หัวกะทิ 500 กรัม งาดำ พิมพ์ สำหรับทำขนมดอกจอก นำแป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า และแป้งมัน เทรวมกัน ตามด้วยน้ำปูนใส นวดไปเรื่อย ๆ ใส่ไข่ไก่นวดต่อไปเรื่อย ๆ ใส่เกลือและน้ำตาลทราย นวดให้เข้ากัน เทกะทิแล้วนวดให้ส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้เวลานวดค่อนข้างนานกว่าส่วนผสมจะเข้ากันดี กรองด้วยกระชอนตาถี่ แป้งจะละเอียดเนียนสวย ใส่งาดำตามชอบ หรือจะใส่งาขาวด้วยก็ได้ แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1/2 ถ้วย + 2 ช้อนโต๊ะ แป้งมัน 1/4 ถ้วย ผงฟู 1 ช้อนชา เกลือป่น 1/4 ช้อนชา น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่ 1 ฟอง น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 1/3 ถ้วย กะทิ 1/4 ถ้วย น้ำมันพืช สำหรับทาพิมพ์ เตาขนมครกสิงคโปร์ (หรือใช้พิมพ์รูปอะไรก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นรูปดอกไม้) ผ้า สำหรับชุบน้ำมันทาเตา ไข่ไก่ (เบอร์ 2) 4 ฟอง น้ำตาลทราย 200 กรัม น้ำตาลมะพร้าว 180 กรัม เกลือ 1+1/2 ช้อนชา กะทิ 580 กรัม แป้งสาลีอเนกประสงค์ 450 กรัม น้ำเปล่า 200 กรัม เนื้อมะพร้าวอ่อน 200 กรัม หรือใส่ตามชอบ งาดำคั่ว 1 ช้อนชา น้ำมัน สำหรับทาเตาทำขนมรังผึ้ง เตาทำขนมรังผึ้ง แป้งสาลีอเนกประสงค์ 240 กรัม น้ำอุ่น 100-150 มิลลิลิตร เกลือ 1/2 ช้อนชา น้ำมันงา 1 ช้อนชา หมูสับติดมัน 300 กรัม น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1/2 ช้อนชา กระเทียมซอย กระเทียมขูด ขิงขูด ใบกุยช่ายซอย หอมใหญ่ซอย กะหล่ำปลีซอย แป้งมันสำปะหลัง 1 ช้อนโต๊ะ แป้งสาลีอเนกประสงค์ร่อน 2-3/4 ถ้วยตวง หรือ 420 กรัม ไข่ไก่ 3 ฟองใหญ่ เกลือ 1 ช้อนชา น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 1/4 ถ้วยตวง สีผสมอาหารตามชอบ หรือจะใช้สีจากธรรมชาติ เช่น แครอต ผักโขม หญ้าฝรั่น อัญชัน บีทรูต แป้งสาลีอเนกประสงค์ 65 กรัม นมสด 50 กรัม ผงฟู 1/4 ช้อนชา เบกกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา น้ำตาลทราย 45 กรัม น้ำปูนใส 2 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1/8 ช้อนชา ไข่ไก่ 1 ฟอง ไข่ ไส้กรอก พริกไทยป่น ซอสปรุงรส แป้งมันสำปะหลัง 500 กรัม น้ำเปล่า (1) 250 มิลลิลิตร สีผสมอาหารตามชอบ สาคู 150 กรัม น้ำ สำหรับต้ม กะทิ 400 มิลลิลิตร น้ำเปล่า (2) 600 มิลลิลิตร น้ำตาลทราย 200 กรัม เกลือ 1/4 ช้อนชา ท็อปปิ้งตามชอบ แป้งมันสำปะหลัง 250 กรัม กะทิ 250 กรัม น้ำตาลโตนด หรือน้ำตาลทรายขาว 100-125 กรัม (ไม่ควรลดต่ำกว่า 100 กรัม เดี๋ยวจะเคี่ยวน้ำเชื่อมไม่ได้) ไข่แดง 1 ฟอง เทียนหอม เอาไว้อบควันเทียน (ไม่ใส่ก็ได้ หรือใช้กลิ่นอื่น) แป้งมันสำปะหลัง 100 กรัม แป้งสาลีอเนกประสงค์ 25 กรัม (ถ้าชอบแบบเหนียวนุ่มก็สามารถใช้แป้งข้าวโพดแทนได้) ผงฟู 1 ช้อนชา น้ำตาลทราย 100 กรัม เกลือ 1/2+1/4 ช้อนชา มันเทศนึ่งบดละเอียด 350 กรัม น้ำปูนใสประมาณ 4-5 ช้อนโต๊ะ (ค่อย ๆ ใส่แล้วนวดจนแป้งไม่ร่วนและปั้นเป็นลูกได้) แป้งข้าวโพด หรือแป้งมันสำปะหลัง 3 ช้อนโต๊ะ แป้งสาลีอเนกประสงค์ 5 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1 ช้อนชาพูน ๆ พริกไทยป่น 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ ผงชูรส 1 ช้อนชา (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้) ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ น้ำเย็นจัด 1+1/2 ถ้วย เนื้อหมูบดติดมัน 700 กรัม (หรือเนื้อสัตว์อื่นตามชอบ) น้ำเปล่า น้ำร้อน กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ เนื้อหมู (ไม่เอามัน) 1,000 กรัม น้ำเย็น 1/2 ถ้วย น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ ผงแอคคอร์ด 1 ช้อนโต๊ะ (เป็นสารช่วยให้เนื้อสัตว์เกาะตัวกันได้ดี ไม่เสียน้ำหนัก) พริกไทย 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ ผงฟู 1/2 ช้อนโต๊ะ ข้าวเหนียว 250 กรัม สารส้มโขลก ลำไย 500-750 กรัม (คว้านเม็ดออก) น้ำตาลทราย 350 กรัม มะพร้าวอ่อน 1 ลูก (แยกน้ำและเนื้อเตรียมไว้) น้ำลอยดอกมะลิ เกลือป่นนิดหน่อย ใบเตย หัวกะทิ 1 ถ้วย แป้งข้าวโพด 1/4 ช้อนโต๊ะ เกลือป่นนิดหน่อย ใบเตย 4-5 ใบ (ถ้าไม่ใส่สีผสมอาหารและต้องการให้สังขยามีสีสวย ควรใส่สัก 8-10 ใบ) กะทิกล่อง 250 มิลลิลิตร (ถ้าใช้หัวกะทิสดทำจะหอมกว่าเยอะ) ไข่แดง 2 ฟอง น้ำตาลทราย 1+1/2 ช้อนโต๊ะ (สูตรหวานน้อย สามารถใส่เพิ่มได้) แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ สีผสมอาหารสีเขียว 1/2 ช้อนชา นมข้นหวาน 2 ช้อนโต๊ะ นมข้นจืด 3 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1-2 กรัม หรือ 1/8 ช้อนชา แป้งข้าวเหนียว หรือแป้งข้าวเหนียวดำ 500 กรัม น้ำตาลปี๊บ 200-300 กรัม น้ำเปล่า 350 มิลลิลิตร นวดผสมน้ำตาลปี๊บกับแป้งข้าวเหนียว ค่อย ๆ เทน้ำลงไปทีละนิดแล้วนวดจนส่วนผสมเข้ากันดี (ระวังไม่เหลวและไม่หนืดจนเกินไป) พักแป้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง แป้งข้าวเหนียว 500 กรัม น้ำตาลปี๊บ 200-300 กรัม (ปรับความหวานได้ตามชอบ) น้ำเปล่า 350 มิลลิลิตร หญ้าชิวคัก 30 กรัม ล้างหญ้าชิวคักให้สะอาด จากนั้นนำไปแช่น้ำประมาณ 30 นาที จนหญ้านิ่ม ล้างอีกครั้งแล้วบีบให้แห้ง นำไปปั่นจนละเอียด เตรียมไว้ ใส่หญ้าสับลงในแป้งข้าวเหนียว ใส่น้ำตาลปี๊บลงไป ค่อย ๆ เทน้ำลงไปทีละนิดแล้วนวดจนส่วนผสมเข้ากันดี (ระวังไม่เหลวและไม่หนืดจนเกินไป) พักแป้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง เตรียมใบตองสำหรับห่อขนม ล้างน้ำให้สะอาด จับใบตองให้เป็นทรงกรวย ใส่ไส้ที่ปั้นไว้ลงไป ตักส่วนผสมแป้งใส่ จากนั้นห่อให้สวยงาม เรียงลงในชุดนึ่ง นำขนมไปนึ่งด้วยไฟแรงที่มีน้ำเดือดพล่าน นึ่งนานประมาณ 30 นาที หรือจนขนมสุก ปิดไฟ นำออกจากชุดนึ่ง ถั่วเขียวซีกเราะเปลือก 1 กิโลกรัม กระเทียม พริกไทย น้ำมันพืช สำหรับผัด เกลือป่น สำหรับปรุงรส น้ำตาลทราย สำหรับปรุงรส มันม่วงนึ่งสุก 320 กรัม กะทิ 150 กรัม น้ำตาลทราย 100 กรัม แป้งข้าวเหนียว 150 กรัม (สำหรับทำแป้ง 2 สี) น้ำดอกอัญชัน 90 มิลลิลิตร น้ำเปล่า 90 มิลลิลิตร กะทิ 350 กรัม เกลือ 1/4 ช้อนชา น้ำตาลทราย 80 กรัม งาขาว หรืองาดำคั่ว แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วย น้ำ 1/4 ถ้วย เผือกนึ่งสุก (หรือสีผสมอาหารสีม่วง) ฟักทองนึ่งสุก (หรือสีผสมอาหารสีเหลือง) น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น (หรือสีผสมอาหารสีเขียว) น้ำกะทิ 1 ถ้วย น้ำตาลทราย 1 ถ้วย เกลือป่น 1 ช้อนชา ไข่ไก่ แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า น้ำเปล่า อัตราส่วนของแป้งข้าวเหนียวกับแป้งข้าวเจ้าใช้ 2:1 ส่วน เพราะถ้าใส่แป้งข้าวเจ้ามากเกินไปเวลานึ่งออกมาตัวแป้งจะแข็ง ผิวแป้งต๊อกก็จะไม่เนียน หรือถ้าไม่มีแป้งข้าวเจ้าใช้แป้งข้าวเหนียวอย่างเดียวก็ได้ แต่เวลาที่ใช้นึ่งจะทำพอแค่แป้งสุกครึ่งหนึ่งเท่านั้น ถ้าสุกเกินไปแป้งจะเหนียวเกินไป คลึงไม่ได้ ทิ้งอย่างเดียว นึ่งจนแป้งพอใส จับออกมานวดคลึงแล้วตัดเป็นแท่ง ถ้ายังไม่ทำกินเลยใส่ถุงพลาสติกแช่ตู้เย็น น้ำเปล่า ปลาแห้ง (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้) สาหร่าย (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้) ซอสถั่วเหลือง แป้งต๊อกโบกี โคชูจัง 2 ช้อนโต๊ะ พริกป่นละเอียด 1/2 ช้อนชา (พริกป่นเกาหลี หรือพริกป่นไทยก็ได้) น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา ไข่ต้ม (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้) หมูยอเห็ดหอม หรือปลาแผ่น หอมหัวใหญ่หั่นแว่น กะหล่ำปลีซอย แครอต ต้นหอมซอย กล้วยน้ำว้าสุก (บดละเอียด) 500 กรัม น้ำตาลทราย 100 กรัม เกลือป่น 1 ช้อนชา แป้งข้าวเจ้า 100 กรัม แป้งมันสำปะหลัง 5 ช้อนโต๊ะ หัวกะทิ 200 มิลลิลิตร มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย ใบตองสำหรับห่อ (ถ้าไม่มีใบตองสามารถใช้ถ้วยตะไลได้) แป้งข้าวเจ้า 50 กรัม แป้งมันสำปะหลัง 40 กรัม แป้งเท้ายายม่อม 50 กรัม หัวกะทิ 200 กรัม เนื้อฟักทองนึ่งสุก 300 กรัม น้ำตาลปี๊บ 40 กรัม น้ำตาลทราย 90 กรัม เกลือป่น 1 ช้อนชา มะพร้าวทึนทึกขูด 100 กรัม ใบเตยหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ 1 ปอนด์ (ประมาณ 450 กรัม) น้ำปูนใส 9+1/2 - 10 ถ้วย แป้งข้าวเจ้า 3 ถ้วย แป้งมันสำปะหลัง 1 ถ้วย แป้งถั่วเขียว 4 ช้อนโต๊ะ น้ำเย็นจัด น้ำแข็งทุบ น้ำตาลปี๊บ 3+1/2 - 4 ถ้วย เกลือป่น 1 ช้อนชา กะทิ 5 ถ้วย แป้งข้าวเจ้า 500 กรัม แป้งเท้ายายม่อม หรือแป้งมัน 150 กรัม น้ำปูนใส น้ำตาลปี๊บ 1+1/2 กิโลกรัม (ปรับเพิ่ม-ลดความหวานได้ตามชอบ) น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น มะพร้าวทึนทึกขูดเป็นเส้น สำหรับโรยหน้า กุยช่าย 300 กรัม น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1/4 ช้อนชา น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา แป้งข้าวเจ้า 100 กรัม แป้งมัน 100 กรัม แป้งข้าวเหนียว 40 กรัม น้ำ 1 แก้ว ซีอิ๊วดำหวาน 2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ เกลือเล็กน้อย พริกสด หั่นใบกุยช่าย ปรุงรสด้วยน้ำมันพืช น้ำตาลทราย เกลือ และน้ำมันหอย ตามด้วยเบกกิ้งโซดา คลุกเคล้าแบบเบามือให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน ผักจะสีเขียวสด ไม่ช้ำ พักไว้ ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน และแป้งข้าวเหนียว เติมน้ำครึ่งหนึ่ง ค่อย ๆ นวดให้แป้งเหนียวนุ่ม และเติมน้ำที่เหลือจนหมดแก้ว ผสมให้เข้ากัน ใส่ผักกุยช่ายลงไปผสมกับแป้ง ใส่น้ำมันในกระทะเล็กน้อย ใช้ไฟอ่อน ๆ แล้วเทส่วนผสมกุยช่ายลงไปทอด ปิดฝา ทอดประมาณ 10 นาที จนเริ่มสุกกรอบ แล้วให้กลับขนมกุยช่ายอีกด้านทอดจนเหลืองกรอบ กุยช่าย 500 กรัม เกลือ 1/2 ช้อนชา เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา น้ำมัน 1/2 ถ้วย แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย แป้งมันสำปะหลัง 1/2 ถ้วย น้ำเปล่าต้มเดือด 1+1/2 ถ้วย ซีอิ๊วหวาน 3 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูตำละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ ทำไส้ผักกุยช่าย โดยนำผักไปล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ใส่อ่างผสม เติมเบกกิ้งโซดาและเกลือลงไป แล้วขยำจนผักนิ่มหรือสลด ใส่น้ำมันพืชลงคลุกให้เข้ากัน แล้วเทใส่กระชอนเพื่อให้สะเด็ดน้ำมัน ตอนใส่ในแป้งจะได้ไม่เยิ้มน้ำมัน ทำแป้ง โดยเทแป้งข้าวเจ้าผสมกับแป้งมัน คนให้เข้ากัน ต้มน้ำร้อนให้เดือดจัดแล้วเทใส่ในแป้ง คนเรื่อย ๆ จนแป้งเหนียวจับตัวกัน แล้วนำออกมานวดมือต่อ โดยนำแป้งมันมาโรยเป็นแป้งนวล และเอามาทามือเพื่อไม่ให้แป้งเหนียวติดมือ แล้วค่อย ๆ นวด พอแป้งเนียนดีแล้วก็แบ่งแป้งออกมาแผ่ออกเป็นบาง ๆ แล้วแต่ขนาดที่ต้องการ จะใช้ไม้รีดแป้งหรือใช้มือก็ได้ ทำเป็นแผ่นแบน ๆ นำไส้ผักกุยช่ายมาวางตรงกลางแล้วห่อ จะห่อแบบมีจีบด้านหน้าหรือรวบก้นให้สนิทแล้วคว่ำเป็นก้อนกลมด้านบนก็ได้ นำใบตองมารองก้นชุดนึ่ง เสร็จแล้วใช้มีดกรีดใบตองหน่อย จะได้มีทางให้น้ำไหลลงไปได้ เพราะตอนนึ่งน้ำจะเยอะนิดหน่อย จัดเรียงให้ห่างกันนิด เพราะเวลาสุกจะขยายตัวอีกนิดหนึ่ง นึ่งประมาณ 15 นาที แป้งข้าวเจ้า ประมาณ 1 ถ้วย แป้งมันสำปะหลัง ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ แป้งเท้ายายม่อม ประมาณ 1/2 ช้อนโต๊ะ (แป้งชนิดนี้ใส่มากไม่ได้จะทำให้เหนียวเกินไป) น้ำเปล่า 1 ถ้วย (โดยประมาณ) หอมแดงสับ 6-7 หัว รากผักชีกับเม็ดพริกไทย หมูบด ไชโป๊เค็มสับ น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย ถั่วลิสงคั่วป่น 4-5 ทัพพี กุ้งแห้งปั่นละเอียด 1 กำมือ น้ำตาลทราย 2+1/2 ถ้วย น้ำกะทิ 4 ถ้วย แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย แป้งมันสำปะหลัง 1/2 ถ้วย แป้งเท้ายายม่อม 1+1/2 ถ้วย (หรือแป้งถั่วเขียว) น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 1/2 ถ้วย น้ำหอมกลิ่นมะลิผสมน้ำ 1/2 ถ้วย ถาดหรือพิมพ์สี่เหลี่ยมสำหรับนึ่งขนม (ขนาด 10x10 นิ้ว หรือ 8x8 นิ้ว) แป้งทอดกรอบ 4 ช้อนโต๊ะ แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ แป้งเท้ายายม่อม 3 ช้อนโต๊ะ ผงปรุงรส 1 ช้อนชา พริกไทย 1 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย น้ำปูนใส 2 ช้อนโต๊ะ (ถ้าไม่มีไม่ต้องใส่) หอยแมลงภู่ 1 ถ้วย ไข่ 2 ฟอง ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ ถั่วงอก 1 ถ้วย น้ำจิ้มไก่ 4 ช้อนโต๊ะ ซอสพริก 2 ช้อนโต๊ะ วันหยุดนี้ได้ฤกษ์เคลียร์แป้งเหลือ ๆ จากการทำเบเกอรี่แล้วสิ กะจะเอามาทำขนมไทยรัว ๆ เลยจ้า ◆ 14 สูตรขนมไทยจากแป้งสาลี เมนูสร้างอาชีพได้ ทำขายกำไรปัง ◆ 16 เมนูขนมไทยจากแป้งมัน อร่อยเหนียวนุ่มแบบไทย ๆ ◆ 19 สูตรขนมจากแป้งข้าวเหนียว อร่อยนุ่มโดนใจสายหนึบ ◆ 15 สูตรขนมจากแป้งข้าวเจ้า สูตรทำกินทำขายอร่อยสไตล์ไทย