รวม 9 สูตรเค้กอัพไซด์ดาวน์ เค้กกลับหัว เค้กพลิกหน้า ใช้ผลไม้ได้ตั้งแต่สับปะรด กล้วยหอม พีช แอปเปิล เบอร์รี ไปจนถึงลูกแพร์ ทำง่าย อร่อยฉ่ำ สวยถ่ายรูปได้ทุกมุม ถ้าพูดถึง ขนม ที่ “หน้าตาสวยโดยไม่ต้องแต่งหน้า” คงหนีไม่พ้น เค้กอัพไซด์ดาวน์ (Upside-Down Cake) เพราะแค่พลิกพิมพ์ออกมา ผลไม้เรียงสวย เงาวาวจากคาราเมล ก็พร้อมเสิร์ฟได้เลยทันที เค้กชนิดนี้มีจุดเด่นที่ทำง่าย ใช้วัตถุดิบไม่เยอะ แถมยังปรับเปลี่ยนผลไม้ตามฤดูได้ไม่จำกัด ทำให้เป็น เมนูขนมเค้ก ที่สายวหวานหลงรักกันมาหลายรุ่นหลายสมัยแล้ว วันนี้เรารวบรวมทุกอย่างที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ เค้กอัพไซด์ดาวน์ มาให้ครบจบในบทความเดียว ทั้งความเป็นมา เคล็ดลับทำยังไงให้สวยเป๊ะ 9 สูตรยอดนิยมที่คนทำบ่อยที่สุด ไปจนถึงวิธีเก็บและอุ่นให้อร่อยเหมือนเพิ่งออกจากเตาอบ จะน่ากินขนาดไหน ตามไปดูกันเลย เค้กอัพไซด์ดาวน์ (Upside-Down Cake) หรือที่แปลตรงตัวว่า เค้กกลับหัว คือเค้กประเภทหนึ่งที่ใช้วิธีการทำแบบกลับด้าน โดยเริ่มจากการจัดเรียงส่วนผสม หน้าเค้ก ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นผลไม้หั่นชิ้นที่ปรุงรสด้วยเนยและน้ำตาล (มักทำเป็นซอสคาราเมล) ไว้ที่ก้นพิมพ์ จากนั้นจึงเทส่วนผสมเนื้อเค้กตามลงไป อบจนสุก และขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือการ พลิกเค้กกลับด้าน ทันทีที่นำออกจากเตาอบ เมื่อพลิกเค้กแล้ว ผลไม้ที่อยู่ด้านล่างก็จะกลายเป็น หน้าเค้ก ที่เคลือบด้วยน้ำตาลเคี่ยวหรือคาราเมลที่ซึมลงไปในเนื้อเค้กบางส่วน ทำให้เค้กมีทั้งความสวยงามชุ่มฉ่ำ และรสชาติเปรี้ยวหวานที่สมดุลอย่างลงตัว เทคนิคการอบเค้กอัพไซด์ดาวน์มีมาตั้งแต่ยุคกลาง โดยใช้เตาอบแบบโบราณที่ต้องวางผลไม้ลงบนภาชนะก่อน โดยเค้กสูตรดั้งเดิมเกิดขึ้นในอเมริกาช่วงศตวรรษที่ 19 เป็นการใช้สับปะรดกระป๋องกับเชอร์รีเชื่อม ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการถือกำเนิดของสับปะรดกระป๋องที่หาง่ายและสะดวกในการนำมาจัดเรียงเป็นลายดอกไม้ในพิมพ์เค้ก จนเป็นที่รู้จักในชื่อ Pineapple Upside-Down Cake และกลายเป็นขนมไอคอนิกตั้งแต่นั้นมา ผลไม้ที่เหมาะกับการทำเค้กอัพไซด์ดาวน์ควรมีคุณสมบัติดังนี้ มีความคงตัวสูง : ไม่สลายตัวเป็นน้ำมากเกินไประหว่างการอบ เช่น สับปะรด, แอปเปิล, พีช, ลูกแพร์ มีรสเปรี้ยวอมหวาน : รสเปรี้ยวของผลไม้จะช่วยตัดกับความหวานจัดของคาราเมล ทำให้เค้กมีรสชาติที่กลมกล่อม ไม่เลี่ยน มีสีสันสดใส : เมื่อพลิกเค้กแล้ว สีสันของผลไม้จะสร้างความสวยงามน่ารับประทาน เช่น สีเหลืองทองของสับปะรด หรือสีแดงของเชอร์รี/แครนเบอร์รี นอกจากนี้ ผลไม้ตระกูลส้ม (เช่น ส้มแมนดาริน, เกรปฟรุต) และผลเบอร์รี ก็เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะมีความเปรี้ยวที่ลงตัว แต่ควรทำให้สะเด็ดน้ำก่อนจัดเรียงเสมอ การทำเค้กอัพไซด์ดาวน์ให้อร่อยและสวยงาม มีเคล็ดลับง่าย ๆ ที่ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จ ดังนี้ ใช้พิมพ์ที่เหมาะสม : ควรใช้พิมพ์ที่แข็งแรง มีขอบสูง และมีขนาดตามสูตรกำหนด (มักใช้พิมพ์กลม 9-10 นิ้ว) เนยและน้ำตาล : ใช้เนยจืดหรือเนยเค็มก็ได้ (ปรับปริมาณเกลือในเนื้อเค้ก) ผสมกับน้ำตาลทรายแดงหรือน้ำตาลธรรมดาเพื่อทำซอสคาราเมล ควรคนจนน้ำตาลละลายเข้ากันดีก่อนวางผลไม้ การจัดเรียงผลไม้ : จัดเรียงให้แน่นและสวยงามตามที่ต้องการ เพราะเมื่อพลิกแล้ว นี่คือส่วนที่ทุกคนจะเห็น หากมีช่องว่างมากเกินไป เนื้อเค้กจะไหลลงไปแทนที่ พลิกเค้กให้ถูกจังหวะ : เมื่อเค้กอบเสร็จ ให้ใช้มีดแซะขอบรอบ ๆ จากนั้นนำจานเสิร์ฟวางครอบบนพิมพ์แล้วพลิกกลับด้าน ขณะที่เค้กยังร้อน เพราะคาราเมลจะยังเป็นของเหลวและช่วยให้ผลไม้หลุดออกจากพิมพ์ได้ง่าย หากรอให้เย็น คาราเมลจะแข็งตัวและผลไม้จะติดพิมพ์ การปล่อยไอน้ำ : หลังจากพลิกแล้ว ควรรอประมาณ 5 นาที แล้วค่อยยกพิมพ์ออก เพื่อให้คาราเมลที่ยังร้อนไหลซึมลงสู่เนื้อเค้กอย่างช้า ๆ นอกเหนือจากสับปะรดแบบดั้งเดิมแล้ว เค้กอัพไซด์ดาวน์ยังอร่อยได้ด้วยผลไม้อื่น ๆ อีกมากมาย ลองเลือกสูตรที่คุณชอบจาก 9 สูตรเด็ดเหล่านี้ เค้กกลับหัว รสชาติหวานอมเปรี้ยว สดชื่น มีกลิ่นหอมของคาราเมลและเนย มีส่วนผสมหลักคือ สับปะรดหั่นแว่นหรือหั่นชิ้น (สับปะรดกระป๋องก็ได้) และเชอร์รี่เชื่อมสีแดง เป็นสูตรคลาสสิกที่คุ้นเคยที่สุด ได้ลุควินเทจฉ่ำ ๆ แบบอเมริกันแท้ หอมหวาน กินง่าย ทุกคนชอบ เนย ⅓ ถ้วยตวง น้ำตาลทรายแดง ½ ถ้วยตวง (อัดแน่น) สับปะรดหั่นวง 8 ชิ้น ลูกเชอร์รีเชื่อม 8 ลูก แป้งอเนกประสงค์ 1 ถ้วยตวง ผงฟู 1 ช้อนชา เกลือ ¼ ช้อนชา น้ำตาลทรายขาว ⅔ ถ้วยตวง ไข่ไก่ 2 ฟอง น้ำสับปะรด ¼ ถ้วยตวง สำหรับคนที่ไม่ชอบเชอร์รี่ สามารถใช้สับปะรดอย่างเดียวได้ เคล็ดลับคือตัดสับปะรดเป็นชิ้นยาวหรือชิ้นสามเหลี่ยม หรือจะใช้สับปะรดกระป๋องที่เป็นชิ้นวงกลมก็ได้ เรียงให้แน่น จะดูสวยแบบมินิมอลและหอมไม่แพ้สูตรดั้งเดิม เนย 180 กรัม น้ำตาลทรายแดง 100 กรัม สับปะรด 500 กรัม น้ำตาลทราย 200 กรัม ไข่ไก่ 2 ฟอง แป้งสาลีอเนกประสงค์ 140 กรัม เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา ผงฟู 1 ช้อนชา เกลือ ¼ ช้อนชา นมสด 100 มิลลิลิตร โยเกิร์ต 150 กรัม กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา เตรียมพิมพ์อบขนาด 9*9 นิ้ว ตั้งเตาอบที่ 180 องศาเซลเซียส ละลายเนย 60 กรัม ใส่ลงในพิมพ์ โรยน้ำตาลทรายแดงลงไปให้ทั่วดี หั่นสับปะรดเป็นชิ้นหนา ½ เซนติเมตร จัดวางลงไปให้ลักษณะเกยกันเล็กน้อย ร่อนแป้งสาลี เบกกิ้งโซดา ผงฟู และเกลือ ให้เข้ากัน ผสมนม โยเกิร์ต และกลิ่นวานิลลา พักไว้ ตีเนย และน้ำตาลทรายด้วยหัวตีใบพัดให้ฟูและเบาดี จากนั้นใส่ไข่ไก่ลงไปทีละฟองจนหมด แบ่งส่วนผสมของแห้งเป็นสามส่วน และส่วนผสมนมเป็นสองส่วน ใส่สลับกัน โดยเริ่มต้นจากของแห้ง และจบด้วยของแห้ง นำส่วนประกอบของเค้กใส่ลงบนสับปะรด นำเข้าอบเป็นเวลา 45 นาที พักให้เย็นลงประมาณ 20 นาที คว่ำ และตัดเป็นชิ้นสวยงาม กล้วยหอมสุก ๆ ผ่าครึ่ง เรียงลงบนคาราเมลแล้วอบ จะได้กลิ่นหอมคาราเมลเข้ากับกล้วยอย่างดี เนื้อเค้กชุ่มมาก เหมาะกับมือใหม่หรือคนชอบความหวานนุ่ม เนย 12 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายแดง 1 ½ ถ้วยตวง กล้วยหอม 4 ลูก หั่นตามยาวเป็นเส้นหนา ½ นิ้ว กล้วยบด 2 ลูก เนยละลาย 6 ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่ 2 ฟอง โยเกิร์ต ⅔ ถ้วยตวง น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา ผงฟู 4 ช้อนชา เกลือ 1 ช้อนชา แป้งอเนกประสงค์ 2 ถ้วยตวง เค้กกลับหัวรสชาตินุ่มละมุน หวานอมเปรี้ยวให้ความสดชื่น ได้กลิ่นหอมหวานอ่อน ๆ ของลูกพีช (สามารถใช้พีชกระป๋องหรือพีชสดก็ได้) เหมาะเสิร์ฟเป็นของหวานช่วงฤดูร้อน เนย ¼ ถ้วยตวง น้ำตาลทรายแดงอ่อน ½ ถ้วยตวง ลูกจันทน์ป่น ¼ ช้อนชา ลูกพีชสด 5 ลูก - ปอกเปลือก เอาเมล็ดออก และผ่าครึ่ง (หรือใช้พีชกระป๋อง) เนย ½ ถ้วยตวง (ละลาย) น้ำตาลทรายขาว ½ ถ้วยตวง ไข่ไก่ขนาดใหญ่ 1 ฟอง แป้งอเนกประสงค์ 1 ¼ ถ้วยตวง ผงฟู 2 ช้อนชา เกลือ ½ ช้อนชา นม ½ ถ้วยตวง อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียส ละลายเนย ¼ ถ้วยตวงในถาดอบสี่เหลี่ยมขนาด 8 นิ้ว โรยด้วยน้ำตาลทรายแดงและลูกจันทน์ป่น วางลูกพีชผ่าครึ่งลงในถาดอบที่เตรียมไว้ ตีเนย ½ ถ้วยตวงและน้ำตาลทรายขาว ½ ถ้วยตวงในชามขนาดใหญ่ด้วยเครื่องตีไฟฟ้าจนขึ้นฟูตั้งยอดดี จากนั้นตีไข่ลงไป ผสมแป้ง ผงฟู และเกลือเข้าด้วยกัน ใส่ลงในส่วนผสมเนยสลับกับนม ตีให้เข้ากันทุกครั้งหลังใส่ นำไปเกลี่ยแป้งเค้กลงบนลูกพีช อบในเตาอบที่อุ่นไว้ก่อนจนด้านบนเป็นสีน้ำตาลอ่อน ๆ ประมาณ 35-40 นาที นำเค้กออกจากเตาอบ พักไว้ในถาดประมาณ 5 นาที คว่ำเค้กลงบนจานเสิร์ฟ เค้กกลับหัวรสชาติเปรี้ยวหวาน สดชื่น ได้กลิ่นหอมของส้มที่โดดเด่น แถมส้มเป็นผลไม้ที่น้ำเยอะ ทำให้หน้าเค้กฉ่ำสวย เป็นสูตรที่หลายคนชอบเพราะรสเปรี้ยวตัดหวานกำลังดี ส้มแมนดาริน หรือส้มเขียวหวาน แกะกลีบ 5 ลูก (สามารถใช้กลีบส้มกระป๋องในน้ำเชื่อมได้) แป้งอเนกประสงค์ 1 1/2 ถ้วยตวง น้ำตาล 1 ถ้วยตวง ผงฟู 1 1/2 ช้อนชา นม 1/2 ถ้วยตวง น้ำส้ม 1/4 ถ้วยตวง เนย 1/4 ถ้วยตวง วานิลลา 1 ช้อนชา ไข่ไก่ 1 ฟอง แยมส้ม 1 ขวด อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮต์ ทาไขมันพิมพ์เค้ก วางส้มที่หั่นเป็นชิ้นลงในพิมพ์เค้ก ผสมแป้ง น้ำตาล และผงฟูในชามผสม จากนั้นเติมนม น้ำส้ม เนย และวานิลลาลงในส่วนผสมแห้ง ตีด้วยความเร็วสูงเป็นเวลา 2 นาที ตามด้วยใส่ไข่ไก่ และตีต่ออีก 2 นาที เทส่วนผสมลงบนส้มที่หั่นเป็นชิ้นแล้วอบประมาณ 45 นาที เมื่อสุกดีแล้วให้พักเค้กไว้ 5 นาทีก่อนนำออกจากพิมพ์ ขณะที่เค้กยังอุ่นอยู่ สามารถราดแยมส้มลงบนเค้กได้มากหรือน้อยตามชอบ เค้กที่ให้รสชาติแบบขนมอบในฤดูใบไม้ร่วง มีความซับซ้อนของรสเปรี้ยวของแอปเปิล และหอมกลิ่นเครื่องเทศ เหมาะกับเทศกาลปลายปีหรือเสิร์ฟคู่ไอศกรีมวานิลลา เนยจืด 6 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายแดง ½ ถ้วยตวง แอปเปิลขนาดกลาง 2 ลูก คว้านไส้ออกแล้วหั่นบางๆ แป้งอเนกประสงค์ 1 ½ ถ้วยตวง อบเชยป่น 2 ช้อนชา ผงฟู 1 ½ ช้อนชา เกลือ ½ ช้อนชา เนยจืด ½ ถ้วยตวง (อุณหภูมิห้อง) น้ำตาลทรายขาว ½ ถ้วยตวง น้ำตาลทรายแดงอัดแน่น ½ ถ้วยตวง ไข่ไก่ขนาดใหญ่ 2 ฟอง (อุณหภูมิห้อง) กลิ่นวานิลลา 1 ½ ช้อนชา ฉีดสเปรย์น้ำมันไม่ติดกระทะลงในพิมพ์เค้กรูปวงกลมขนาด 8 หรือ 9 นิ้ว ผสมเนยและน้ำตาลทรายแดงในหม้อขนาดเล็ก ตั้งไฟปานกลาง คนเป็นครั้งคราว จนเนยละลายและส่วนผสมเริ่มเดือดเบา ๆ ประมาณ 3-4 นาที เทลงในพิมพ์เค้กที่เตรียมไว้ จากนั้นเรียงชิ้นแอปเปิลรอบ ๆ พิมพ์ตามต้องการ นำไปแช่เย็นเพื่อให้หน้าเค้กเซตตัวระหว่างเตรียมเค้ก อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส ตีแป้ง อบเชย ผงฟู และเกลือเข้าด้วยกันในชาม จากนั้นตีเนย น้ำตาล และน้ำตาลทรายแดงในชามอีกใบด้วยเครื่องตีไฟฟ้าจนสีอ่อนลงและฟูขึ้น ประมาณ 2-3 นาที โดยขูดส่วนผสมด้านล่างและด้านข้างตามต้องการ แล้วตีไข่ลงไป ค่อย ๆ ผสมให้เข้ากัน ผสมวานิลลาลงไป เติมส่วนผสมแห้งลงไปด้วยความเร็วต่ำ ตีจนเข้ากัน แป้งจะข้นขึ้น นำพิมพ์เค้กออกจากตู้เย็น ค่อย ๆ เกลี่ยแป้งหนา ๆ ลงบนหน้าเค้ก พยายามอย่าให้แอปเปิลหกเลอะเทอะมากเกินไป อบในเตาอบที่อุ่นไว้ ประมาณ 40-45 นาที จากนั้นนำออกจากเตาอบ พักไว้บนตะแกรงพักขนมประมาณ 15 นาที วางจานไว้บนถาดอบ จากนั้นคว่ำจานอย่างระมัดระวัง ปล่อยให้เค้กหลุดออกจากถาดอบลงบนจาน พักเค้กให้เย็นลงจนถึงอุณหภูมิห้องก่อนเสิร์ฟ รวมเบอร์รีต่าง ๆ เช่น บลูเบอร์รี สตรอว์เบอร์รี ราสป์เบอร์รี เป็นหน้าเค้กกลับหัว ทำให้ได้เค้กสวย ๆ ออกโทนสีม่วง-แดงฉ่ำ รสเปรี้ยวนิด ๆ หวานหน่อย ๆ สดชื่น คนไม่ชอบหวานจัดต้องหลงรักสูตรนี้ น้ำตาลทรายแดง ⅓ ถ้วยตวง เนยจืด 4 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 ช้อนชา (แบ่งใช้) เบอร์รี่สดผสม 3 ถ้วยตวง (เช่น บลูเบอร์รี สตรอว์เบอร์รี และราสป์เบอร์รี ) ไข่ไก่ 2 ฟอง น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง ครีมออฟทาร์ทาร์ ½ ถ้วยตวง น้ำมันพืช ½ ถ้วยตวง กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา แป้งอเนกประสงค์ 1 ½ ถ้วยตวง ผงฟู 2 ช้อนชา อบเชยป่น 1 ช้อนชา อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส ทาพิมพ์เค้กรูปวงกลมขนาด 9 นิ้วด้วยสเปรย์น้ำมัน ผสมน้ำตาลทรายแดง เนย น้ำ 1 ช้อนโต๊ะ และเกลือ 1/4 ช้อนชาในหม้อขนาดเล็ก ตั้งไฟกลางจนน้ำตาลละลาย ประมาณ 1-2 นาที เทส่วนผสมลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้ เกลี่ยให้ทั่ว โรยเบอร์รี่เป็นหน้าเค้ก จากนั้นพักไว้ให้เซตตัว ตีไข่ น้ำตาลทราย ครีมออฟทาร์ทาร์ น้ำมัน วานิลลา และเกลือที่เหลือ ¾ ช้อนชาในชามขนาดใหญ่ ร่อนแป้ง ผงฟู และอบเชยลงไป ใช้ไม้พายตะล่อมส่วนผสมแป้งลงในส่วนผสมครีมออฟทาร์ทาร์เบา ๆ จนเข้ากันดี เกลี่ยแป้งลงบนเบอร์รี่ให้ทั่วถึง อบในเตาอบที่อุ่นไว้ก่อนจนด้านบนเป็นสีเหลืองทอง ประมาณ 45-50 นาที จากนั้นพักให้เย็นในถาดบนตะแกรงประมาณ 15 นาที และวางจานเค้กลงบนถาด คว่ำเค้กลงบนจาน เสิร์ฟอุ่น ๆ ได้เลย แครนเบอร์รีสดหรือแช่แข็งให้รสเปรี้ยวแรง ช่วยบาลานซ์ความหวานของคาราเมลได้ดีมาก เหมาะกับเทศกาลคริสต์มาสเพราะมีสีแดงสดสวย น้ำตาลทรายแดงอัดแน่น ¾ ถ้วย เนยจืด ¼ ถ้วย แครนเบอร์รีสด ¾ ปอนด์ แป้งอเนกประสงค์ 1 ½ ถ้วย ผงฟู 2 ช้อนชา เกลือ ¼ ช้อนชา น้ำตาลทรายขาว 1 ถ้วย เนยจืด ½ ถ้วย (อุณหภูมิห้อง) ไข่ไก่ 2 ฟอง (แยกไข่แดงและไข่ขาว) กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา นม ½ ถ้วย ครีมออฟทาร์ทาร์ ⅛ ช้อนชา อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส ทาไขมันพิมพ์เค้กรูปวงกลมขนาด 9 นิ้ว ตั้งไฟกลาง ใส่น้ำตาลทรายแดงและเนย ¼ ถ้วยลงในหม้อ คนเป็นครั้งคราว จนเนยละลายและน้ำตาลละลาย 3-5 นาที ค่อย ๆ เทใส่พิมพ์เค้กที่เตรียมไว้ โรยแครนเบอร์รีด้านบน พักไว้ ผสมแป้งสาลี ผงฟู และเกลือในชาม พักไว้ ตีน้ำตาลทรายขาวกับเนย ½ ถ้วยตวงเข้าด้วยกันในชามอีกใบ เมื่อเข้ากันดี ค่อย ๆ ใส่ไข่แดงทีละฟอง ตีให้เข้ากันทุกครั้งหลังใส่ เติมกลิ่นวานิลา 1 ช้อนชา ตีให้เข้ากันดี ตะล่อมส่วนผสมแป้งลงไป 3 ครั้ง สลับกับนม ใช้ไม้พายซิลิโคนหรือยางตะล่อม ตีไข่ขาวจนตั้งยอดอ่อน ใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ ตีจนตั้งยอดแข็ง ใช้ไม้พายตะล่อมไข่ขาวที่ตีแล้วลงในส่วนผสม ตักส่วนผสมลงบนแครนเบอร์รี่ในถาด เกลี่ยให้ทั่ว อบในเตาอบที่อุ่นไว้ ประมาณ 55-60 นาที พักไว้ในถาดบนตะแกรงให้เย็นประมาณ 15 นาที ใช้มีดกรีดรอบขอบพิมพ์เพื่อแยกเค้กออก คว่ำเค้กลงบนจานเสิร์ฟ พักไว้ 5 นาที แล้วนำพิมพ์ออก ลูกแพร์ให้ความฉ่ำนุ่ม ส่วนขิงเพิ่มกลิ่นเผ็ดร้อนเบา ๆ ทำให้เป็นเค้กอัพไซด์ดาวน์ที่มีซับซ้อนในรสชาติ เหมาะสำหรับคนที่อยากลองอะไรใหม่ที่ไม่หวานเลี่ยน แป้งอเนกประสงค์ 2 ½ ถ้วยตวง อบเชยป่น 2 ช้อนชา ขิงป่น 2 ช้อนชา เบกกิ้งโซดา 1 ½ ช้อนชา กานพลูป่น 1 ช้อนชา เกลือ ½ ช้อนชา เนย ¼ ถ้วยตวง น้ำตาลทรายแดง ¼ ถ้วยตวง ลูกแพร์ครึ่งซีก 1 กระป๋อง สะเด็ดน้ำให้แห้ง สเปรย์น้ำมัน น้ำตาลทรายขาว ½ ถ้วยตวง เนยละลาย ½ ถ้วยตวง ไข่ไก่ 1 ฟอง กากน้ำตาล 1 ถ้วยตวง น้ำร้อน 1 ถ้วยตวง อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส ผสมแป้ง อบเชย ขิง เบกกิ้งโซดา กานพลู และเกลือเข้าด้วยกันเล็กน้อยในชามขนาดใหญ่ คนให้เข้ากัน พักไว้ ใส่เนย ¼ ถ้วยตวงลงในพิมพ์ขนาด 10 นิ้ว นำเข้าเตาอบ ปล่อยให้ละลายประมาณ 1-2 นาที จากนั้นโรยน้ำตาลทรายแดงให้ทั่วเนยละลาย ซับลูกแพร์ครึ่งซีกให้แห้ง แล้วตัดแต่ละซีกออกเป็น 3 ชิ้นตามยาว เรียงลูกแพร์ที่หั่นเป็นชิ้นเป็นรูปเกลียวบนน้ำตาลทรายแดง ฉีดสเปรย์น้ำมันปรุงอาหารที่ผนังด้านในของถาดโดยไม่ให้แผ่นที่เรียงกันเสียหาย ตีน้ำตาลทรายขาวและเนย ½ ถ้วยตวงเข้าด้วยกันในชามผสมใบใหญ่อีกใบจนเป็นเนื้อครีม จากนั้นค่อย ๆ ตีไข่ลงไป แล้วเติมกากน้ำตาลลงไป ผสมส่วนผสมแป้งลงในส่วนผสมกากน้ำตาล แล้วคนให้เข้ากันในน้ำร้อน เทส่วนผสมลงบนลูกแพร์ที่หั่นเป็นชิ้นในพิมพ์ที่เตรียมไว้ อบในเตาอบที่อุ่นไว้ ประมาณ 45-50 นาที พักให้เย็นสนิทในถาดก่อนคว่ำลงบนจานเสิร์ฟ เค้กอัพไซด์ดาวน์ เป็นเค้กที่อร่อยที่สุดเมื่อเสิร์ฟอุ่น ๆ หรือที่อุณหภูมิห้อง แต่ก็สามารถเก็บรักษาได้ดีเช่นกัน การเก็บรักษา : หากกินไม่หมด ควรเก็บไว้ในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด ในตู้เย็น หากเก็บในอุณหภูมิห้อง (โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้น) คาราเมลและผลไม้จะทำให้เค้กเสียเร็วขึ้น สามารถเก็บในตู้เย็นได้ประมาณ 3-5 วัน การอุ่นกิน : การอุ่นเค้กจะทำให้ซอสคาราเมลนิ่มและฉ่ำวาวขึ้นอีกครั้ง โดยสามารถอุ่นได้ทั้ง ไมโครเวฟ : นำเค้กออกมาอุ่นประมาณ 15-30 วินาที (ขึ้นอยู่กับขนาดชิ้น) จนอุ่น เตาอบ : ห่อชิ้นเค้กด้วยฟอยล์อะลูมิเนียม แล้วนำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ประมาณ 5-10 นาที เคล็ดลับการเสิร์ฟ ควรเสิร์ฟเค้กอัพไซด์ดาวน์อุ่น ๆ คู่กับไอศกรีมวานิลลา 1 สกู๊ป หรือวิปครีมโฮมเมดที่ตีไม่หวานมาก จะช่วยเพิ่มมิติของรสชาติและอุณหภูมิได้อย่างลงตัวค่ะ เค้กอัพไซด์ดาวน์ เป็นหนึ่งในเค้กที่ทำง่ายที่สุด แต่ได้ผลลัพธ์ที่สวยและอร่อยแบบ “ดูโปร” แถมยังสามารถใช้ผลไม้ตามฤดูกาลได้แทบทุกชนิด และดัดแปลงได้ไม่รู้จบ ทั้งรสหวาน เปรี้ยว อบอุ่น หรือโทนเทศกาลด้วย ไม่ว่าคุณจะชอบความคลาสสิกแบบสับปะรดกับลูกเชอร์รี หรืออยากลองแบบแปลกใหม่อย่างแพร์-ขิง ลองเลือกไปทำกันดูนะคะ รับรองว่ากลายเป็นเค้กประจำบ้านชิ้นใหม่แน่นอน ขอบคุณข้อมูลจาก : allrecipes.com