เปิดสูตรแกงเขียวหวานสายดาร์ก ! ไม่เน้นสีเขียว ไม่เน้นหวาน แต่จัดเต็มความเผ็ด มัน นัว หอมเครื่องแกงถึงใจ อร่อยจนต้องเติมข้าวหลายจาน ถ้าพูดถึง "แกงเขียวหวาน" หลายคนคงนึกถึงแกงกะทิสีเขียวสวย รสชาติหวานมันกลมกล่อมตามแบบฉบับดั้งเดิม แต่สำหรับคนที่ชอบอาหารไทยรสเข้มข้น บางครั้งก็อาจรู้สึกว่าแกงเขียวหวานบางสูตรหวานเกินไป หรือเน้นสีเขียวจนกลบรสชาติของเครื่องแกง วันนี้เรามีสูตรแกงเขียวหวานอีกสไตล์ที่น่าสนใจมาฝาก เป็นสูตรที่ลดความหวาน ลดความเขียว แต่เพิ่มความเผ็ดร้อนและความนัวจากกะทิให้โดดเด่นมากขึ้น จนกลายเป็น แกงเขียวหวานที่ไม่เขียวและไม่หวาน ถูกใจคนรักอาหารไทยรสจัด โดยสูตรนี้ได้ไอเดียมาจาก คุณ คนสวนชอบเทรด สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่นำสูตรมาปรับแต่งจนได้แกงเขียวหวานรสชาติเข้มข้น หอมเครื่องแกง และมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เคล็ดลับความอร่อยของแกงหม้อนี้อยู่ที่ตัวพริกแกง ซึ่งเราจะปรับเปลี่ยนวัตถุดิบเพื่อลดความเขียว แต่เพิ่มความเผ็ดร้อนแบบดุดัน พริกแห้งเม็ดใหญ่แช่น้ำจนนิ่ม 10-15 เม็ด พริกขี้หนูแห้งแช่น้ำจนนิ่ม 5-7 เม็ด หอมแดงซอย 3-4 หัว กระเทียมกลีบใหญ่ 5-6 กลีบ ข่าซอย 1 ช้อนโต๊ะ ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ ผิวมะกรูดซอย 1 ช้อนชา รากผักชี 3-4 ราก พริกไทยขาวเม็ด 1 ช้อนชา กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1 ช้อนชา เนื้อสัตว์ตามชอบ เช่น ไก่, หมู, เนื้อ หรือลูกชิ้นปลากราย กะทิสด 500 มล. (แยกส่วนหัวกะทิและหางกะทิไว้ด้วย) น้ำปลาดี 3-4 ช้อนโต๊ะ (ปรับเพิ่มลดตามชอบ) น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา (ใส่เพื่อตัดรส ไม่ให้รสโดด) มะเขือเปราะ หั่นสี่ส่วน (แช่น้ำเกลือทิ้งไว้ทันทีหลังหั่น จะช่วยไม่ให้มะเขือดำ) มะเขือพวง เด็ดเป็นช่อ ใบโหระพา เด็ดเป็นใบเตรียมไว้ พริกชี้ฟ้าแดง หั่นแฉลบ (สำหรับแต่งหน้าเพิ่มสีสันและรสชาติ) เริ่มจากโขลกพริกแห้งเม็ดใหญ่และพริกขี้หนูแห้งกับเกลือป่นให้ละเอียดก่อน เกลือจะเป็นตัวช่วยชั้นดีที่ทำให้โขลกพริกได้ง่ายและละเอียดไวขึ้น ใส่ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด รากผักชี และพริกไทยขาวเม็ดลงไป โขลกต่อให้ละเอียดเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ขั้นตอนนี้ต้องใจเย็น ๆ และใช้แรงนิดนึง แต่ผลลัพธ์ที่ได้คุ้มค่าแน่นอน ใส่หอมแดงและกระเทียมตามลงไป โขลกต่อจนเนื้อเนียนเข้ากัน ปิดท้ายด้วยการใส่กะปิอย่างดี โขลกผสมให้ทุกอย่างเนียนกลายเป็นเนื้อเดียว เท่านี้เราก็จะได้พริกแกงเขียวหวานเวอร์ชั่นเข้มข้น (ที่ไม่เขียว) แล้ว หรือถ้าใครอยากประหยัดเวลา จะจับทุกอย่างโยนใส่เครื่องปั่นแล้วปั่นให้ละเอียดเลยก็ได้เช่นกัน ตั้งกระทะหรือหม้อปรุงโดยใช้ไฟกลาง เทหัวกะทิลงไปประมาณครึ่งหนึ่ง เคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนกะทิแตกมัน พอหัวกะทิแตกมันได้ที่ ให้ใส่พริกแกงที่โขลกไว้ลงไปผัด ผัดเคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนพริกแกงสุกและส่งกลิ่นหอม ใส่เนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้ลงไปผัดคลุกเคล้า ผัดให้เนื้อสัตว์พอสุกและมีพริกแกงเคลือบจนทั่วชิ้นเนื้อ เติมหัวกะทิส่วนที่เหลือลงไป คนให้เข้ากันอย่างเบามือ รอจนกระทั่งน้ำแกงเดือดอีกรอบ จากนั้นจึงเติมหางกะทิตามลงไป ปรุงรสชาติด้วยน้ำปลาดีและน้ำตาลปี๊บเพียงเล็กน้อย ชิมรสชาติให้ออกรส เผ็ดนำ เค็มตาม และมีความมันนัวสะใจจากกะทิสด พอน้ำแกงเดือดพล่าน ให้ใส่ลูกชิ้นปลากราย มะเขือเปราะ และมะเขือพวงลงไป เคี่ยวต่ออีกสักพักจนมะเขือสุกนิ่มกำลังดี ขั้นตอนสุดท้ายก่อนปิดไฟ ใส่ใบโหระพาและพริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบลงไป คนเร็ว ๆ ให้ใบโหระพาจมน้ำแกงและโดนความร้อนทั่วกัน แล้วรีบปิดไฟทันที วิธีนี้จะช่วยกักเก็บความหอมของใบโหระพาไว้ได้อย่างเต็มที่ เสร็จเรียบร้อยแล้วกับเมนู แกงเขียวหวานที่ไม่เขียวและไม่หวาน พร้อมเสิร์ฟความอร่อยส่งตรงจากครัว บอกเลยว่าแกงเขียวหวานฉบับปฏิวัติวงการถ้วยนี้ จะมอบรสชาติที่เข้มข้น จัดจ้าน หอมระเบิดเครื่องแกงอย่างเป็นเอกลักษณ์ แถมยังได้ความมันนัวสะใจจากกะทิสดแท้ ๆ ในทุกคำที่กิน จะเอาไปราดบนข้าวสวยร้อน ๆ หรือกินคู่กับขนมจีนเส้นนุ่ม ๆ ก็อร่อยฟินจนลืมโลก ใครที่กำลังเบื่อรสชาติแกงเขียวหวานแบบเดิม ๆ ต้องลองเอาสูตรแกงเขียวหวานสายดาร์กนี้ไปทำตามกันดู รับรองว่ามื้อนี้มีเบิ้ลข้าวแน่นอน ! 6 สูตรแกงเขียวหวาน อาหารไทยทรงเสน่ห์ อร่อยด้วยปลายจวักล้วน ๆ 5 สูตรแกงเขียวหวานไก่ จำสูตรง่ายพ่วงวิธีทำพริกแกงเขียวหวาน น้ำพริกแกงเขียวหวาน เสกอาหารไทยกลิ่นหอมรัญจวน ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : คุณ คนสวนชอบเทรด สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม