ภาพจาก : คุณ Ananya Amy_1994 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
พูดถึงขนมหวานไทยโบราณที่หลายคนชอบกินคงหนีไม่พ้น บัวลอย กับ กล้วยบวชชี ทั้งสองเมนูนี้ถือเป็นขนมหวานที่ให้ความหวานนุ่ม หอมกะทิ กินแล้วอิ่มท้อง อบอุ่นหัวใจ เหมาะกับทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นวันฝนตก หรือวันที่อยากกินของหวาน ๆ ผ่อนคลาย แต่ถ้าใครเป็นคนที่ชอบทั้งสองเมนู หรือเป็นคนที่มักจะสองใจ ไม่รู้จะเลือกกินอะไรดี วันนี้เรามีสูตรเด็ดมาฝาก นั่นก็คือ บัวลอยกล้วยบวชชี แบบ 2 in 1 เลยค่ะ ได้ทั้งบัวลอยนุ่ม ๆ และกล้วยบวชชีหอมกะทิในชามเดียวกัน จัดไปเลยไม่ต้องเลือก
สูตรนี้ได้มาจาก คุณ Ananya Amy_1994 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่ได้ลงมือทำเมนูนี้ด้วยตัวเองครั้งแรกจากต้นจนจบ และผลลัพธ์ที่ออกมานั้นอร่อยมาก ผ่านการรับรองจากคนชอบกินขนมหวานแล้วว่า "ผ่าน ใช้ได้ ไม่ขี้เหร่" แถมยังแจกจ่ายเพื่อนร่วมงานกินอีกด้วย วันนี้เราจะมาแชร์สูตรและวิธีทำกันแบบละเอียด พร้อมเคล็ดลับดี ๆ ที่จะทำให้เมนูนี้ออกมาอร่อยสมบูรณ์แบบสูตรบัวลอยกล้วยบวชชี
ขนมหวาน 2 in 1
ภาพจาก : คุณ Ananya Amy_1994 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ส่วนผสม บัวลอยกล้วยบวชชี
ภาพจาก : คุณ Ananya Amy_1994 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
สำหรับบัวลอย
-
แป้งข้าวเหนียว
-
น้ำฟักทอง (สำหรับบัวลอยสีส้ม)
-
น้ำใบเตย (สำหรับบัวลอยสีเขียว)
สำหรับกล้วยบวชชี
-
กล้วยน้ำว้า แบบห่ามหรือสุกก็ได้
-
กะทิ
-
น้ำตาลมะพร้าว
-
น้ำตาลทรายไม่ขัดสี
-
เกลือป่น
-
ใบเตยสด
วิธีทำ บัวลอยกล้วยบวชชี
ภาพจาก : คุณ Ananya Amy_1994 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ภาพจาก : คุณ Ananya Amy_1994 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ภาพจาก : คุณ Ananya Amy_1994 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ขั้นตอนทำบัวลอย
1. นำแป้งข้าวเหนียวมานวดกับน้ำฟักทอง (ได้บัวลอยสีส้ม) และน้ำใบเตย (ได้บัวลอยสีเขียว) แยกกันคนละส่วน นวดจนแป้งเนียนนุ่ม ไม่ติดมือ
2. เมื่อนวดเสร็จแล้วให้เก็บแป้งไว้ในกล่องปิดฝา แล้วแช่พักไว้ในตู้เย็นก่อน จะช่วยให้แป้งพักตัวและเกาะตัวกันดีขึ้น
ขั้นตอนเตรียมกล้วย
3. ล้างทำความสะอาดกล้วยแบบทั้งเปลือก อย่าปอกออก
4. นำกล้วยมาต้มแบบทั้งลูก ไม่ต้องปอกเปลือก ต้มจนกว่ากล้วยจะสุก
เคล็ดลับ : การต้มกล้วยแบบนี้จะช่วยลดความฝาดได้ และทำให้เนื้อกล้วยมีเนื้อสัมผัสที่หนึบนุ่ม อร่อยกว่ากล้วยสดทั่วไป แต่ถ้ากล้วยห่ามบางหวีไม่ฝาดก็สามารถข้ามขั้นตอนนี้ได้เลย
5. เมื่อต้มกล้วยเสร็จแล้วนำมาปอกเปลือกออก แล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
ขั้นตอนต้มบัวลอย
6. นำแป้งบัวลอยที่เตรียมไว้มาปั้นเป็นก้อนกลม ๆ ขนาดพอดีคำ
7. ตั้งหม้อน้ำให้เดือด จากนั้นใส่บัวลอยลงไปต้ม รอจนกว่าบัวลอยจะสุกและลอยขึ้นมา
8. เมื่อบัวลอยสุกแล้วให้ช้อนมาพักไว้ในน้ำใบเตยอุณหภูมิห้อง เพื่อไม่ให้บัวลอยเหนียวติดกัน
ขั้นตอนทำน้ำกะทิ
ภาพจาก : คุณ Ananya Amy_1994 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ภาพจาก : คุณ Ananya Amy_1994 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
9. ตั้งหม้อ ใส่น้ำเปล่านิดหน่อย (ควรใช้น้ำที่ต้มจากใบเตยจะให้กลิ่นหอม) จากนั้นใส่น้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลทรายไม่ขัดสี และเกลือป่นเล็กน้อย
เคล็ดลับการใช้น้ำตาล :
- น้ำตาลมะพร้าวจะให้ความหวานนวล กลมกล่อม มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์
- น้ำตาลทรายจะให้ความหวานแหลม ช่วยเสริมรสชาติ
- สัดส่วนที่แนะนำคือ ใช้น้ำตาลทรายแค่ 1 ใน 3 ของน้ำตาลมะพร้าว
10. เมื่อน้ำตาลละลายหมดแล้วให้เทกะทิลงไป แล้วเบาไฟลง
11. ใส่กล้วยที่หั่นไว้ลงไป พร้อมกับใบเตยสดเพิ่มลงไปอีกเล็กน้อย เพื่อเพิ่มกลิ่นหอม
12. ต้มสักพักด้วยไฟกลางค่อนอ่อน ใช้เวลาให้กล้วยซึมซับรสชาติของน้ำกะทิเข้าไป
ภาพจาก : คุณ Ananya Amy_1994 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
13. เมื่อน้ำกะทิและกล้วยพอดีแล้ว ให้ใส่บัวลอยสุกที่เตรียมไว้ลงไป
14. รอสักประมาณ 2-3 นาที แล้วดับไฟ ตักใส่ชาม พร้อมเสิร์ฟ
ภาพจาก : คุณ Ananya Amy_1994 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
เมนู บัวลอยกล้วยบวชชี ถ้วยนี้ อาจไม่ใช่ขนมที่ต้องใช้เทคนิคขั้นเทพ แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจ ความภูมิใจ และความอบอุ่นแบบโฮมเมด เป็นขนมที่ทำแล้วได้มากกว่าแค่ความอร่อย เพราะยังได้รอยยิ้มจากคนชิม และได้แบ่งปันให้คนรอบตัว
ถ้าคุณเป็นคนที่รักขนมหวานกะทิ ชอบบัวลอย แต่ก็ไม่อยากพลาดกล้วยบวชชี สูตร 2 in 1 แบบนี้คือคำตอบ กินเองก็ฟิน ทำแจกก็มีคนยิ้มแน่นอนค่ะ






