20 วิธีทำขนมไทยในน้ำกะทิสด เติมความหวานรับวันหยุด

วิธีทำขนมไทย

วิธีทำขนมไทย

     ตามรอยความหวานแบบไทย ๆ กับเมนูขนมไทยใส่กะทิสด กลิ่นหอมมัน ๆ เค็ม ๆ เคี้ยวเพลินอร่อยจนหยดสุดท้าย แหม... แค่เห็นก็พุงกระเพื่อมแล้ว

     วันหยุดชวนคนพิเศษหรือคุณลูกเข้าครัวช่วยกันทำขนมไทย สักหม้อกันเถอะ โดยเฉพาะขนมไทยน้ำกะทิที่ทั้งหวานและหอมกลมกล่อม กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำขนมไทยในน้ำกะทิสด เช่น แกงบวดเผือก กล้วยบวชชี ทับทิมกรอบ และเมนูขนมไทยในน้ำกะทิอื่น ๆ อีกเพียบ รับรองกินอร่อยไม่เหลือแม้กะทิสักหยด


วิธีทำขนมไทย

1. ขนมบัวลอยน้ำกะทิกุหลาบ

     ดีงาม ! เมนูขนมบัวลอยน้ำกะทิกุหลาบ สูตรจาก คุณ MedIEviL สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับแป้งบัวลอยแปลงร่างเป็นกุหลาบ ราดน้ำกะทิสดหอม ๆ ทั้งอิ่มตาและอิ่มท้องไปพร้อมกัน

ส่วนผสม แป้งบัวลอย (สำหรับ 8-10 ที่)

     • แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วยตวง
     • แป้งมันสำปะหลัง 1/2 ถ้วยตวง
     • กะทิอุ่น ๆ 1 ถ้วยตวง (นำไปเข้าไมโครเวฟก็ได้)
     • สีผสมอาหารตามชอบ 5 สี ได้แก่ สีชมพู สีฟ้า สีม่วง สีส้ม และสีเขียว
     • แป้งนวล (ใช้แป้งมันสำปะหลัง) โรยถาดเล็กน้อย

ส่วนผสม น้ำกะทิ

     • กะทิ 3 ถ้วยตวง
     • น้ำตาลทราย 7 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำตาลปี๊บ หรือน้ำตาลโตนด 2 ช้อนโต๊ะ
     • เกลือป่น 1-2 ช้อนชา (ลองใส่ 1 ช้อนชาแล้วชิมก่อน ถ้ายังไม่ถูกปากค่อยเพิ่มปริมาณ)
     • ใบเตยสด (มัดเป็นกำ) 5-6 ใบ

วิธีทำบัวลอยกุหลาบ

     1. ทำแป้งบัวลอย โดยใส่แป้งข้าวเหนียว และแป้งมันลงในอ่างผสม ค่อย ๆ ใส่น้ำกะทิอุ่นลงไปทีละน้อย ใช้มือนวดผสมแป้งและน้ำกะทิให้เข้ากัน นวดจนได้แป้งจับตัวเป็นก้อนและปั้นได้
     2. แบ่งแป้งเป็น 5 ก้อนเท่า ๆ กันแล้วใส่สีผสมอาหารตามชอบ นวดผสมจนสีเนียนเข้ากันดี
     3. เริ่มทำกุหลาบ โดยปั้นแป้งเป็นลูกกลมขนาด 1.5–2 เซนติเมตร จากนั้นใช้แหนบ (สำหรับหนีบช่อม่วง) จุ่มปลายด้วยแป้งนวลเล็กน้อย แล้วนำมาหนีบทำกลีบกุหลาบ เริ่มจากกลีบล่าง 5 กลีบไล่ขึ้นไป ให้กลีบแต่ละชั้นสับหว่างกัน เมื่อทำบัวลอยกุหลาบเสร็จแล้วให้วางไว้บนถาดที่โรยแป้งนวลเพื่อไม่ให้แป้งติด ทำจนหมดครบทุกสี พักไว้
     4. ต้มบัวลอย โดยตั้งน้ำด้วยไฟกลางจนน้ำเดือด ใส่บัวลอยลงไปต้มจนสุก (สังเกตเมื่อบัวลอยสุกจะลอยขึ้นมา) รอให้บัวลอยลอยขึ้นมาสักพักเพื่อให้สุกถึงข้างในจึงตักขึ้นแช่ในอ่างน้ำเย็น จากนั้นพักไว้ในกระชอนให้สะเด็ดน้ำ
     5. ทำน้ำกะทิราดบัวลอย โดยใส่กะทิ น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ และเกลือลงในหม้อต้ม ยกขึ้นตั้งไฟกลาง คนจนส่วนผสมละลายเข้ากัน ใส่ใบเตย จากนั้นหมั่นคนตลอดเวลาระหว่างต้ม เพื่อไม่ให้กะทิจับกันเป็นก้อนหรือแตกมัน เมื่อกะทิเริ่มเดือด (แค่พอเดือดปุด ๆ ไม่ต้องเดือดพล่าน) ยกลงได้เลย
     6. จัดบัวลอยลงในชาม ราดด้วยน้ำกะทิ จัดเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ บัวลอยกุหลาบ 5 สี ขนมไทยประยุกต์สุดน่ารัก เพิ่มมูลค่าน่ากินกว่าเดิม

++++++++++++++

วิธีทำขนมไทย

2. ขนมบัวลอยกะทิสด (รูปแตงโม)

     แหม… เมนูขนมไทยกะทิสดถ้วยนี้เหมาะหลอกเด็กจริง ๆ พบกับเมนูขนมบัวลอยกะทิสดแตงโม สูตรจาก คุณ Kitty Chef สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จุดเด่นคือ ปั้นแป้งบัวลอยเป็นรูปแตงโม ใครอยากเติมพวกไข่หวาน เม็ดข้าวโพด หรือเผือกเป็นบัวลอยทรงเครื่องก็ยิ่งเพิ่มความอร่อยค่ะ

ส่วนผสม ขนมบัวลอยกะทิสดแตงโม

     • แป้งข้าวเหนียว
     • สีเขียว (น้ำใบเตย)
     • สีเหลือง (เนื้อฟักทอง)
     • สีม่วง (น้ำอัญชัน)
     • สีชมพู (กลิ่นกุหลาบ)
     • งาขาว
     • งาดำ
     • กะทิสด
     • ใบเตย
     • เกลือ
     • น้ำตาลทราย

วิธีทำขนมบัวลอยกะทิสดแตงโม

     1. ผสมแป้งข้าวเหนียวกับสีที่เตรียมไว้ จะได้ 4 สี (สีชมพูจะเข้มขึ้น เพราะว่าใส่น้ำหวานกลิ่นสละเฮลซ์บลูบอยเพิ่มให้สีสวยขึ้น)
     2. ปั้นให้เป็นรูปแตงโม โดยปั้นแป้งสีเหลือง แป้งสีชมพู และแป้งสีม่วงให้กลม พักไว้ จากนั้นปั้นแป้งสีเขียวให้กลมแล้วรีดให้เป็นแผ่นแบน นำไปห่อแป้งสีเหลือง แป้งสีชมพู และแป้งสีม่วงจนหมด ปั้นเป็นก้อนกลม
     3. ผ่าครึ่งแป้งแตงโมแต่ละก้อนแล้วแบ่งเป็นเสี้ยวตามต้องการ นำงาขาวหรืองาดำแปะที่เนื้อแตงโมให้สวยงาม
     4. ต้มน้ำให้เดือด ใส่แป้งบัวลอยรูปแตงโมลงไปต้มจนสุก (หากสุกแล้วแป้งจะลอยขึ้น) ตักใส่น้ำเย็นพักไว้
     5. ต้มกะทิใส่ใบเตย เกลือเล็กน้อย และน้ำตาลทราย พอน้ำตาลละลายใส่แป้งบัวลอยรูปแตงโมลงไป ปิดไฟ จะกินแบบเย็นหรือร้อนก็ได้ หรือรอให้เย็นก่อนค่อยตักเสิร์ฟในลูกแคนตาลูป

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ขนมบัวลอยรูปแตงโม ฉีกกรอบขนมไทยเติมความน่ารัก

++++++++++++++

วิธีทำขนมไทย

3. ขนมบัวลอยมันม่วงญี่ปุ่นกะทิสด

     ใครอยากกินบัวลอยสีสวยขอนำเสนอเมนูขนมบัวลอยมันม่วงญี่ปุ่นกะทิสด สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน ใส่มันม่วงญี่ปุ่นผสมกับแป้ง ปั้นเป็นลูกกลมเอาไปต้มจนสุก สุดท้ายก็ราดกะทิผสมเนื้อมะพร้าวเผา

ส่วนผสม บัวลอยมันญี่ปุ่น

     • แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วยตวง
     • มันญี่ปุ่น (นึ่งสุกและบดละเอียด) 1/2 ถ้วยตวง
     • น้ำร้อน 6 ช้อนโต๊ะ
     • แป้งข้าวเหนียว (สำหรับทำแป้งนวล)
     • น้ำเปล่า (สำหรับต้มเม็ดแป้ง)
     • น้ำเย็น (สำหรับแช่เม็ดแป้ง)
     • กะทิ (ความเข้มข้นปานกลาง) 2 ถ้วยตวง
     • น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำตาลทราย 6 ช้อนโต๊ะ
     • เกลือป่นหยาบ 3/4 ช้อนชา
     • เนื้อมะพร้าวเผา (หั่นเป็นเส้น) 1/2 ถ้วยตวง
     • ใบเตย 2 ใบ
     • หัวกะทิ 1/4 ถ้วยตวง

วิธีทำบัวลอยมันญี่ปุ่น

     1. ผสมแป้งข้าวเหนียว มันญี่ปุ่นบดละเอียด และน้ำร้อนเข้าด้วยกัน นวดจนเนียนและสามารถปั้นเป็นก้อนได้
     2. ปั้นแป้งเป็นก้อนกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1/2 เซนติเมตร โรยแป้งนวลเล็กน้อย (เพื่อไม่ให้แป้งติดกัน)
     3. ต้มน้ำเปล่าพอเดือด นำเม็ดแป้งลงต้มจนสุกลอยขึ้นมา ตักขึ้นไปแช่น้ำเย็นพอคลายความร้อน เสร็จแล้วตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
     4. ใส่กะทิลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟพอร้อน ใส่น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย เกลือป่น เนื้อมะพร้าวเผา และใบเตยลงไปต้มพอเดือด เติมหัวกะทิลงไป
     5. ใส่แป้งบัวลอยลงในหม้อคนให้เข้ากัน พอเดือดเล็กน้อยยกลง ตักใส่ถ้วย จัดเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ขนมบัวลอยมันม่วงญี่ปุ่น ขนมไทยคิดนอกกรอบ ทำง่ายปั้นสนุกมือ

++++++++++++++

วิธีทำขนมไทย

4. ขนมบัวลอยถั่วเขียวกะทิสด


     จากที่เคยกินแต่ขนมบัวลอยใส่แป้งดูไม่มีประโยชน์ ลองใส่ถั่วเขียวเพิ่มคุณค่าลงไปหน่อยดีไหม พบกับเมนูขนมบัวลอยถั่วเขียวกะทิสด สูตรจาก คุณเนินน้ำ อาหารบ้าน ๆ ที่บ้านเนินน้ำ จับแป้งนวดผสมกับถั่วเขียว ปั้นเป็นก้อนกลมขนาดตามชอบ อยากรู้ว่าอร่อยแค่ไหนมาเข้าครัวกัน

ส่วนผสม บัวลอยถั่วเขียว (สำหรับ 3 ที่)

     • แป้งข้าวเหนียว 1/2 ถ้วย
     • ถั่วเขียวเราะเปลือก (ถั่วทอง) 1/3 ถ้วย
     • กะทิ 2 ถ้วย
     • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
     • น้ำตาลปี๊บ 1/2 ถ้วย (หรือน้ำตาลโตนด)
     • น้ำ 1/4 ถ้วย

วิธีทำบัวลอยถั่วเขียว

     1. ล้างถั่วเขียวให้สะอาดแล้วแช่ในน้ำอุ่นประมาณ 3 ชั่วโมง จากนั้นนำไปนึ่งให้สุกแล้วบดให้ละเอียด
     2. ใส่แป้งข้าวเหนียวลงในส่วนผสมถั่วบด ค่อย ๆ เทน้ำใส่ลงไปทีละน้อย นวดแป้งจนนุ่มพอปั้นได้ จากนั้นปั้นเป็นก้อนกลมเล็ก ๆ เตรียมไว้
     3. ผสมกะทิ 1/2 ถ้วยกับน้ำตาลปี๊บและเกลือ นำขึ้นตั้งไฟพอเดือด หมั่นคนอย่าให้จับตัวเป็นก้อน ยกลงจากเตา เตรียมไว้
     4. ต้มน้ำด้วยไฟแรงจนเดือด ใส่บัวลอยถั่วเขียวที่ปั้นไว้ลงต้มจนสุกลอยขึ้นมา จากนั้นตักใส่ในหม้อกะทิ ยกขึ้นตั้งไฟ ใส่กะทิที่เหลืออีกครึ่งหนึ่ง ต้มให้เดือดอีกครั้ง ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ บัวลอยถั่วเขียว ขนมไทยหน้าฝนของคนรักสุขภาพ

++++++++++++++

วิธีทำขนมไทย

5. วุ้นว่านหางจระเข้น้ำกะทิ


     ใครจะไปเชื่อว่าว่านหางจระเข้นอกจากทำเครื่องดื่มน้ำว่านหางจระเข้ได้แล้ว ยังเอามาทำขนมไทยในน้ำกะทิได้ด้วย ขอนำเสนอเมนูวุ้นว่านหางจระเข้น้ำกะทิ ก่อนอื่นปอกเปลือกว่านหางจระเข้แล้วหั่นวุ้นตามชอบ เสร็จแล้วเอาไปต้มจนสุก เติมน้ำหวานแล้วเอาไปแช่เย็นจนเซตตัว ก่อนเสิร์ฟก็ราดกะทิลงไปจนชุ่มฉ่ำ 

ส่วนผสม วุ้นว่านหางจระเข้น้ำกะทิ

     • ว่านหางจระเข้ 2-3 กาบ
     • น้ำเปล่า (สำหรับลวก)
     • เกลือป่น (สำหรับลวก)
     • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
     • น้ำหวานเฮลซ์บลูบอย กลิ่นสละ 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
     • กะทิ 125 มิลลิลิตร
     • น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม
     • น้ำแข็ง

วิธีทำวุ้นว่านหางจระเข้น้ำกะทิ

     1. ปอกเปลือกว่านหางจระเข้ ล้างให้หมดยาง หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า หรือหั่นเป็นเส้น เตรียมไว้
     2. ใส่น้ำเปล่าลงในหม้อ เติมเกลือป่นลงไป พอน้ำเดือดนำวุ้นว่านหางจระเข้ลงไปต้มจนสุก ตักขึ้นล้างน้ำเปล่าจนกว่าวุ้นจะหมดรสเค็ม ตักใส่ตะแกรง พักให้สะเด็ดน้ำ
     3. ผสมน้ำหวานกับน้ำเปล่าความหวานตามชอบ เทวุ้นว่านหางจระเข้ลงไปคนให้เข้ากัน เสร็จแล้วนำไปแช่ในตู้เย็นทิ้งไว้
     4. ทำน้ำกะทิ โดยใส่น้ำตาลปี๊บกับน้ำกะทิลงในหม้อ ต้มจนเดือดใส่เกลือป่นลงไปประมาณ 1/2 ช้อนชา พอเกลือละลายยกลงพักทิ้งไว้ให้เย็น
     5. ตักวุ้นว่านหางจระเข้ใส่ถ้วย ราดน้ำกะทิ ใส่น้ำแข็ง พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ วุ้นว่านหางจระเข้น้ำกะทิ ขนมไทยจากพืชหอมหวาน กินหมดสดชื่น

++++++++++++++

วิธีทำขนมไทย

6. เผือกแกงบวดกะทิสด

     และแล้วก็มาถึงเมนูขนมไทยในน้ำกะทิสุดคลาสสิกนั่นคือ เมนูเผือกแกงบวดกะทิสด สูตรนี้ใส่มันเทศลงไปด้วย ต้มกับกะทิจนนุ่ม แหม… ถ้าได้กินตบท้ายอาหารคาวคงฟินที่สุด

ส่วนผสม แกงบวดเผือก

     • เผือกหัวเล็ก (หั่นเป็นชิ้น) 1 หัว
     • มันเทศ (หั่นเป็นชิ้น) 1 ถ้วย (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
     • หางกะทิ 1+1/4 ถ้วย
     • หัวกะทิ 1 ถ้วย
     • น้ำตาลปี๊บ 150 กรัม
     • เกลือป่น
     • ใบเตย 4 ใบ (มัดรวมกันให้เรียบร้อย)

วิธีทำแกงบวดเผือก

     1. ต้มหางกะทิกับหัวกะทิ 1/2 ถ้วยลงในหม้อ ใช้ไฟกลาง เติมน้ำตาลปี๊บกับเกลือป่นลงไป คนให้น้ำตาลละลาย ชิมรส
     2. ใส่เผือกกับมันเทศลงไป ตามด้วยใบเตย ต้มจนเผือกกับมันสุกตามชอบ ใส่หัวกะทิอีก 1/2 ถ้วยลงไป รอจนกะทิเดือดอีกครั้ง ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ เผือกแกงบวด ใส่มันเทศเติมความหวานหอมอร่อยกินเพลิน

++++++++++++++

วิธีทำขนมไทย

7. ขนมครองแครงน้ำกะทิ (ดอกอัญชัน)

     หลายคนคงคุ้นเคยกับครองแครงแก้วสีขาวกันเนอะ ลองเติมสีสันให้สวยงามด้วยน้ำอัญชันกันเถอะ ขอนำเสนอเมนูขนมครองแครงน้ำกะทิ สูตรจาก คุณ Fifa-girl สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ตัวครองแครงเนื้อนุ่มสีสวย ราดน้ำกะทิจัดเต็ม โรยงาเยอะ ๆ อูย... น้ำลายไหล

ส่วนผสม ขนมครองแครง

     • แป้งมัน 4 ถ้วย
     • แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
     • ดอกอัญชัน 20 ดอก
     • กะทิ 2 กล่อง
     • เกลือ 1 ช้อนชา
     • น้ำตาลทรายขาว
     • ใบเตย
     • งาขาวคั่ว

วิธีทำขนมครองแครง

     1. ในสูตรทำ 2 สี คือสีน้ำเงินและสีฟ้า แบ่งครึ่งแป้งทั้ง 2 ชนิด นำแป้งมันผสมกับแป้งข้าวเจ้าแบ่งใส่กะละมังไว้ 2 ใบ ต้มน้ำให้เดือดแล้วใส่ดอกอัญชันลงไป รอจนน้ำเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มแล้วจึงตักดอกอัญชันออก
     2. แบ่งน้ำดอกอัญชันที่ต้มเดือดแล้วค่อย ๆ เทลงไปในกะละมังแป้งใบแรก รีบคนจนเข้ากัน เพราะถ้าคนช้าแป้งจะสุกเกินไป คนเสร็จก็ใช้มือนวดต่อ แบ่งเป็นก้อนเล็ก ๆ และนำน้ำดอกอัญชันที่เหลือมาเติมน้ำเปล่าแล้วตั้งไฟให้เดือดอีกรอบ เทใส่แป้งที่แบ่งไว้อีกครึ่งหนึ่ง นวดจนเข้ากันและแบ่งเป็นก้อนเล็ก ๆ
     3. นำก้อนแป้งที่เตรียมไว้มาคลึงให้เป็นเส้นยาว ๆ เส้นผ่าศูนย์กลางไม่ควรเกิน 1 เซนติเมตร เพราะครองแครงจะตัวใหญ่เกินไป พอคลึงแล้วก็ตัด เสร็จแล้วก็เอามากดลงบนพิมพ์กดทำครองแครง เอานิ้วมือถูแป้งไปด้านหน้า แป้งก็จะม้วนตามนิ้ว ทำจนแป้งหมด
     4. นำหม้อมาใส่น้ำแล้วตั้งไฟกลางไปทางแรง อาจจะใส่ใบเตยไปด้วย พอเดือดใส่ตัวครองแครงลงไปต้ม ประมาณ 30 วินาทีหรือจนสุก พอตักขึ้นมาแล้วก็ไปล้างน้ำ พักไว้
     5. ตั้งหม้อใช้ไฟอ่อน เติมกะทิ เกลือ น้ำตาลทราย และใบเตย พอกะทิเดือดใส่ครองแครงลงไป รอเดือดอีกรอบปิดไฟ โรยงาคั่ว ตักใส่ถ้วย

     + วิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ขนมครองแครงน้ำกะทิ ขนมไทยสีสวยนุ่มหนึบหวานละมุน

++++++++++++++

วิธีทำขนมไทย

8. ขนมครองแครงกะทิสด (แครอทม่วง)


     ไปซื้อแครอทม่วงรอกันเลยยดีไหม จะได้เอามาทำเมนูครองแครงกะทิสด สูตรจาก คุณ Kitty Chef สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ใส่น้ำแครอทม่วงผสมกับแป้งครองแครง กินกับกะทิใบเตยหอมอร่อย

ส่วนผสม ครองแครงกะทิสดสีม่วง

     • แครอทม่วง
     • แป้งมัน 100 กรัม
     • กะทิ 200 กรัม
     • ใบเตย
     • น้ำตาลทราย 50 กรัม
     • เกลือหยิบมือ
     • งาขาวคั่ว

วิธีทำครองแครงกะทิสดสีม่วง

     1. ปอกเปลือกแครอทม่วง หั่นเป็นชิ้น เอาไปต้มในน้ำเดือด จะได้น้ำสีม่วง ยิ่งต้มนานสียิ่งเข้มขึ้น เตรียมไว้
     2. ร่อนแป้งมัน แบ่งส่วนหนึ่งใส่น้ำแครอทม่วงต้มเดือด (ต้องเป็นน้ำเดือด) ใช้ช้อนนวดแป้งกับน้ำให้จับตัวเป็นก้อน จากนั้นก็ใช้มือนวดต่อจนแป้งเนียนเข้ากันดี ส่วนตัวครองแครงสีขาวก็นวดแป้งมันส่วนที่เหลือ ปั้นแป้งเป็นก้อนกลม ใช้แป้งนวลโรยบนพิมพ์ จากนั้นกดแป้งลงบนพิมพ์ ค่อย ๆ ม้วนแป้งก็จะได้ตัวครองแครง เสร็จแล้วเอาไปต้มในน้ำเดือด พอสุกตัวครองแครงจะลอยขึ้น ตักขึ้นน็อกน้ำเย็น
     3. ต้มกะทิ ใส่ใบเตยเพิ่มกลิ่นหอม น้ำตาลทราย และเกลือ ต้มให้เดือด คนจนน้ำตาลละลายดี ตักครองแครงสะเด็ดน้ำใส่ลงไป ตักใส่ถ้วย โรยงาขาวคั่ว

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ครองแครงกะทิสดสีม่วง ขนมไทยเนื้อหนึบสีสันสดใสน่าอร่อย

++++++++++++++

วิธีทำขนมไทย

9. ขนมเปียกปูนกะทิสด


     เคยลองยัง ? เมนูขนมเปียกปูนกะทิสด สูตรจาก คุณ Kitty Chef สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เนื้อขนมเหนียวนุ่มสีเขียวใบเตยราดกะทิด้านบน ลองชิมดูแล้วจะติดใจ 

ส่วนผสม ขนมเปียกปูนกะทิสด

     • แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
     • แป้งมัน 1/4 ถ้วยตวง
     • น้ำปูนใส 1 ถ้วยตวง
     • น้ำใบเตย 2 ถ้วยตวง
     • เกลือเล็กน้อย
     • น้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วยตวง
     • น้ำตาลปี๊บ 120 กรัม

ส่วนผสม กะทิราดหน้าขนม

     • กะทิ 500 กรัม
     • เกลือแค่หยิบมือ
     • แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนชา (ไม่ใส่ก็ได้ แต่ในสูตรใส่เพื่อให้น้ำกะทิข้น)
     • งาขาวคั่ว

วิธีทำขนมเปียกปูนกะทิสด

     1. นำแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน น้ำปูนใส และน้ำใบเตยผสมกันและนวดจนเข้ากันดี
     2. ใส่เกลือ น้ำตาลทรายแดง และน้ำตาลปี๊บ นวดต่อจนเข้ากันดี กรองส่วนผสมแป้งด้วยตะแกรง 1 รอบ
     3. ตั้งกระทะเปิดไฟปานกลาง ใส่แป้งลงไปกวน พอแป้งเริ่มจับตัวเป็นก้อนให้ลดเป็นไฟอ่อน ค่อย ๆ กวนต่อจนส่วนผสมเนียนเข้ากันดี สังเกตจากการเอาไม้พายตักแป้งขึ้นมา ถ้าแป้งเหนียวติดไม้พายก็ใช้ได้แล้ว ตักขนมเปียกปูนใส่ถุงบีบ และใช้หัวบีบแต่งหน้าเค้ก บีบใส่ถ้วย
     4. ทำกะทิราดหน้าขนม โดยใส่หัวกะทิลงในหม้อ ตามด้วยเกลือ ใส่แป้งข้าวเจ้า คนผสมจนเดือด เสร็จแล้วตักกะทิราดหน้าขนมเปียกปูน โรยงาขาว

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ขนมเปียกปูนกะทิสด ขนมไทยโบราณเนื้อหนึบหอมเข้มกลิ่นใบเตย

++++++++++++++

วิธีทำขนมไทย

10. สาคูบัวลอยมะพร้าวอ่อนกะทิสด

     ต่อไปนี้ถ้าขี้เกียจนวดแป้งบัวลอยก็ใช้สาคูแทนได้นะคะ ขอนำเสนอเมนูสาคูบัวลอยกะทิสด สูตรจาก คุณ Kitty Chef สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับสาคูใส่สีตามชอบ ปั้นเป็นก้อนกลม ราดน้ำกะทิ ใส่ลิ้นจี่กับมะพร้าวอ่อน แค่เห็นภาพก็รู้เลยว่าอร่อยแน่นอน

ส่วนผสม สาคูบัวลอยกะทิสด

     • สาคูเม็ดเล็ก 200 กรัม
     • สีผสมอาหารตามชอบ
     • มะพร้าวอ่อน
     • ลิ้นจี่แกะเม็ด

ส่วนผสม น้ำกะทิ

     • กะทิ 500 กรัม
     • น้ำตาลโตนด 300 กรัม
     • น้ำตาลทราย 80 กรัม
     • เกลือนิดหน่อย
     • ใบเตย

วิธีทำสาคูบัวลอยกะทิสด

     1. นำเม็ดสาคูแช่สีผสมอาหารที่ต้องการ ประมาณ 20 นาที พอครบเวลาเทใส่กระชอนกรองเอาแต่สาคู ปั้นเป็นก้อนกลม
     2. ต้มบัวลอยสาคูในน้ำเดือดจนสุก ตักขึ้นมาผ่านน้ำเย็น
     3. ต้มน้ำกะทิพอเดือดใส่ลิ้นจี่ มะพร้าวอ่อน และสาคูบัวลอย ต้มพอเดือดอีกครั้ง ตักใส่ถ้วย

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ สาคูบัวลอย ใส่ลิ้นจี่กับมะพร้าวอ่อน ขนมไทยหวานหอมเพิ่มพลังหลังเที่ยง

++++++++++++++

วิธีทำขนมไทย

11. ทับทิมกรอบกะทิสด (สีพาสเทล)

     ใครเบื่อทับทิมกรอบสีแดงก็ลองเปลี่ยนมาทำเมนูทับทิมกรอบกะทิสดสีพาสเทล สูตรจาก คุณ Kitty Chef สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับแห้วแช่สีตามชอบ เสร็จแล้วเอามาคลุกกับแป้งแล้วเอาไปต้มจนสุก แค่นี้ก็พร้อมกินกับกะทิแล้วค่ะ

ส่วนผสม ทับทิมกรอบ

     • แห้ว 1 กระป๋อง (แห้วสดหรือต้มก็ได้)
     • สีผสมอาหาร 3 สี ได้แก่ สีม่วง สีเขียว และสีชมพู
     • แป้งมัน 200 กรัม
     • กะทิ 500 กรัม
     • น้ำตาลปี๊บ 350 กรัม
     • เกลือนิดหน่อย
     • ใบเตย 2 ใบ

วิธีทำทับทิมกรอบ

     1.  หั่นแห้วให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ และผสมสีที่ต้องการกับน้ำเปล่า เสร็จแล้วนำแห้วมาแช่ทิ้งไว้สักครู่ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำแล้วคลุกเคล้ากับแป้งมัน เคาะ ๆ เอาแป้งส่วนเกินออกแล้วนำไปต้มในน้ำเดือดจนสุก ตักขึ้นไปผ่านน้ำเย็น
     2. ใส่กะทิ น้ำตาลปี๊บ เกลือ และใบเตยลงในหม้อ ต้มจนน้ำตาลละลาย ตักใส่ถ้วย สุดท้ายใส่ทับทิมกรอบ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ทับทิมกรอบพาสเทล สูตรขนมหวานไทยสีหวานเว่อร์

++++++++++++++

วิธีทำขนมไทย

12. แกงบวดลูกตาลกะทิสด

     ลูกตาลสดเหลือ ๆ ถ้าไม่อยากเอาไปทำลูกตาลลอยแก้วก็ลองทำเมนูแกงบวดลูกตาลกะทิสด สูตรจาก คุณนัทจัง สบายดี สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม วิธีทำไม่ยากแค่หั่นลูกตาลใส่ลงไปต้มกับกะทิ แค่นี้ก็เรียบร้อย

ส่วนผสม แกงบวดลูกตาล

     • ลูกตาล 1 ถุง (หั่นเต๋า)
     • กะทิกล่อง 450 มิลลิลิตร
     • น้ำตาลปี๊บ 100-120 กรัม (หรือแล้วแต่ชอบ)
     • น้ำตาลทราย 1-2 ช้อนโต๊ะ (หรือแล้วแต่ชอบ)
     • เกลือ 1/2 ช้อนชา
     • น้ำสะอาด 450 มิลลิลิตร
     • ใบเตย 5 ใบ

วิธีทำแกงบวดลูกตาล

     1. หั่นลูกตาลที่ปอกเปลือกแล้วเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า เตรียมไว้
     2. ใส่กะทิ น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย และเกลือลงในภาชนะ นำขึ้นตั้งไฟ คนให้ละลาย
     3. ใส่ลูกตาลที่หั่นแล้วลงไป รอจนเดือดแค่ปุด ๆ พอ อย่าให้กะทิเดือดพล่าน ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย นำไปแช่ตู้เย็นก่อนเสิร์ฟจะอร่อยมากขึ้น

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ วิธีทำลูกตาลลอยแก้ว วิธีทำบวดลูกตาล ขนมไทยคลายร้อนแบบง่าย ๆ

++++++++++++++

วิธีทำขนมไทย

13. แกงบวดมันกะทิสด

     มันเทศต้มน้ำตาลกินจนเอียนแล้วก็เปลี่ยนมาทำเมนูแกงบวดมันกะทิสด เนื้อมันร่วนซุยจะหั่นชิ้นเล็กหรือชิ้นใหญ่จัดไป เข้ากันดีกับกะทิหอมหวาน รับสักถ้วยไหมคะ

ส่วนผสม มันแกงบวด

     • มันเทศ (หั่นเป็นชิ้น) 1 ถ้วย
     • หางกะทิ 1+1/2 ถ้วย
     • หัวกะทิ 1/2 ถ้วย
     • น้ำตาลปี๊บ 130 กรัม
     • น้ำตาลทราย 50 กรัม
     • เกลือป่น 1 ช้อนชา
     • ใบเตยล้างสะอาด 2-3 ใบ (มัดรวมกันให้เรียบร้อย)

วิธีทำแกงบวดมัน

     1. ใส่หางกะทิ น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย เกลือป่น และใบเตยลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟกลาง คนให้น้ำตาลละลายหมด
     2. ใส่มันเทศลงในหม้อ คนเบา ๆ พอเข้ากัน รอจนสุก
     3. เทหัวกะทิลงไป รอให้เดือดอีกครั้ง ชิมรสตามชอบ ตักใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 12 สูตรแกงบวด ขนมไทยหอมกะทิหลากหลายความอร่อย

++++++++++++++

วิธีทำขนมไทย

14. แกงบวดถั่วดำ

     ใครมีถั่วดำจับมาแช่น้ำรอเลยค่ะ เราจะมาทำเมนูแกงบวดถั่วดำกะทิสด หรือถั่วดำต้มกะทิหอม ๆ กินกันทั้งครอบครัว ถ้ากินกับข้าวเหนียวมูนยิ่งฟิน

ส่วนผสม แกงบวดถั่วดำ

     • ถั่วดำดิบ 1 ถ้วย
     • กะทิ 2-3 ถ้วย 
     • น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย
     • เกลือ 1/2 ช้อนชา

วิธีทำแกงบวดถั่วดำ

     1. แช่ถั่วดำในน้ำประมาณ 3 ชั่วโมง (หรือข้ามคืน) จากนั้นนำมาล้างน้ำจนสะอาด
     2. ต้มถั่วแดง ใช้ไฟปานกลาง ประมาณ 40 นาทีจนสุก เทน้ำทิ้งแล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ 
     3. ต้มกะทิพอร้อน ใส่ถั่วดำและเกลือลงไป ต้มให้เดือด คนเบา ๆ เป็นระยะ (เพื่อไม่ให้กะทิแตกมัน) รอจนถั่วดำสุกชอบใส่น้ำตาลปี๊บลงไป ต้มต่อจนน้ำตาลละลาย ชิมรสตามชอบ ปิดไฟ ยกลงจากเตา ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 12 สูตรแกงบวด ขนมไทยหอมกะทิหลากหลายความอร่อย

++++++++++++++

วิธีทำขนมไทย

15. กล้วยบวชชี

     ใครอยากทำเมนูกล้วยบวชชีกะทิสดแจกเพื่อนฝูง เตรียมกระดาษกับปากกามาจดสูตรกัน จับกล้วยไปต้มทั้งเปลือกจนสุก เพราะจะทำให้กล้วยเหนียวนุ่มและไม่ฝาด สุดท้ายก็เอาไปใส่ลงในน้ำกะทิสดใบเตยแสนหอม 

ส่วนผสม กล้วยบวชชี

     • กล้วยน้ำว้าห่าม ๆ 1 หวี
     • หางกะทิ 500 มิลลิลิตร
     • ใบเตย 2 ใบ
     • น้ำตาลปี๊บ 4 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
     • เกลือปริมาณเล็กน้อย
     • หัวกะทิ 400 มิลลิลิตร

วิธีทำกล้วยบวชชี

     1. ต้มกล้วยน้ำว้าในน้ำเดือด ประมาณ 3-5 นาที จนผิวกล้วยเริ่มแตกออก ตักขึ้น ปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
     2. ต้มหางกะทิกับใบเตยจนเดือด ใส่กล้วยตามด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย และเกลือ ต้มจนเดือดอีกครั้ง ใส่หัวกะทิลงไป ต้มจนเดือดประมาณ 3 นาที ตักใส่ถ้วย

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ กล้วยบวชชี ขนมไทยพื้นบ้าน หอมกลิ่นกะทิชวนรับประทาน

++++++++++++++

วิธีทำขนมไทย

16. กล้วยไข่บวชชี


     ถ้าเบื่อกล้วยไข่เชื่อมก็เปลี่ยนมาทำเมนูกล้วยไข่บวชชีกะทิสดสิคะ ปอกเปลือกกล้วยไข่แล้วหั่นชิ้นแช่ลงน้ำเกลือ เสร็จแล้วเอาไปต้มกับน้ำกะทิจนสุกนุ่ม

ส่วนผสม กล้วยไข่บวชชี

     • กล้วยไข่ 8 ลูก
     • หางกะทิ 250 มิลลิลิตร (หรือนมสด)
     • ใบเตย 2 ใบ
     • น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
     • เกลือ (เล็กน้อย)
     • หัวกะทิ 200 มิลลิลิตร
     • น้ำเปล่าผสมเกลือสำหรับแช่กล้วย

วิธีทำกล้วยบวชชี

     1. ปอกเปลือกกล้วยไข่ หั่นเป็นชิ้นพอดีคำแล้วนำแช่ลงในน้ำเปล่าผสมเกลือ
     2. ต้มหางกะทิกับใบเตยจนเดือด ใส่เกลือป่น น้ำตาลทราย และน้ำตาลปี๊บลงไป คนให้ละลายรอจนเดือดอีกครั้ง
     3. ลดไฟลงแล้วช้อนกล้วยไข่จากน้ำใส่ลงไป รอจนเดือดอีกครั้งและกล้วยสุกนิ่ม ใส่หัวกะทิลงไป ต้มจนเดือดประมาณ 3 นาที ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 7 เมนูกล้วยบวชชี วิธีทำขนมไทยหลากความเก๋ ใครก็ทำอร่อย

++++++++++++++

วิธีทำขนมไทย

17. ลอดช่องน้ำกะทิ


     วันหยุดชวนเด็ก ๆ ทำเมนูลอดช่องน้ำกะทิกันเถอะ สูตรจาก คุณ RinS CookBook ใช้เครื่องกดลอดช่องสนุก ๆ ได้ลอดช่องสีเขียว ราดกะทิสด เติมน้ำแข็งดับร้อน

ส่วนผสม ลอดช่อง

     • ใบเตยหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ 1 ปอนด์ (ประมาณ 450 กรัม)
     • น้ำปูนใส 9+1/2 -10 ถ้วย
     • แป้งข้าวเจ้า 3 ถ้วย
     • แป้งมันสำปะหลัง 1 ถ้วย
     • แป้งถั่วเขียว 4 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำเย็นจัด
     • น้ำแข็งทุบ

ส่วนผสม น้ำกะทิ

     • น้ำตาลปี๊บ 3+1/2 -4 ถ้วย
     • เกลือป่น 1 ช้อนชา
     • กะทิ 5 ถ้วย

วิธีทำลอดช่องน้ำกะทิ

     1. ทำน้ำกะทิ โดยใส่น้ำตาลปี๊บ เกลือป่น และกะทิลงในอ่างผสม ใช้มือขยำส่วนผสมเข้าด้วยกันจนน้ำตาลปี๊บละลายเข้ากันดี กรองด้วยตะแกรง
     2. นำส่วนผสมน้ำกะทิขึ้นตั้งไฟปานกลาง เคี่ยวจนน้ำกะทิใกล้เดือด (ให้ส่วนผสมเดือดเฉพาะตรงกลาง ไม่เดือดพล่าน เพื่อไม่ให้กะทิแตกมัน) ประมาณ 10-15 นาที ปิดไฟ ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น เตรียมไว้ (สามารถทำไว้ล่วงหน้าหรือทำทิ้งไว้ข้ามคืนได้)
     3. ใส่ใบเตยลงในเครื่องปั่น ตามด้วยน้ำปูนใส 6-7 ถ้วย ปั่นจนละเอียด จากนั้นคั้นเอาเฉพาะน้ำ เตรียมไว้
     4. ใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง และแป้งถั่วเขียวลงไปในน้ำใบเตย โดยปล่อยให้แป้งค่อย ๆ จมลงไปในน้ำจนหมด (เทคนิค : ปล่อยให้แป้งจมลงไปในน้ำเอง รอประมาณ 1 นาที โดยไม่ต้องคน เพื่อให้มั่นใจได้ว่า แป้งจะได้ไม่จับตัวเป็นก้อน และละลายเข้ากับน้ำทั้งหมด) พอแป้งจมลงหมดแล้ว ค่อย ๆ คนผสมจนเข้าดี จากนั้นกรองด้วยตะแกรง เตรียมไว้
     5. ใส่ส่วนผสมลงในกระทะก้นลึกขนาดใหญ่ นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง กวนผสมตลอดเวลา ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง พอแป้งเริ่มเหนียว ค่อย ๆ เทน้ำปูนใสที่เหลือลงไปจนหมด กวนจนส่วนผสมเหนียว และมีสีใส
     6. ตักส่วนผสมแป้งใส่เครื่องกดลอดช่อง กดแป้งเป็นเส้น ๆ ลงในน้ำเย็นจัด จากนั้นตักส่วนผสมขึ้น ใส่ลงในถ้วย ตามด้วยน้ำกะทิที่เตรียมไว้ และน้ำแข็ง พร้อมเสิร์ฟ

     หมายเหตุ : สูตรนี้ใส่แป้งถั่วเขียว เพื่อทำให้ลอดช่องมีเนื้อเหนียว นุ่ม และสีสวยมากขึ้น เก็บไว้กินนาน ๆ จะไม่คืนตัวและเป็นน้ำ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ลอดช่องน้ำกะทิ สูตรขนมไทยดับร้อนสีสันสดใส

++++++++++++++

วิธีทำขนมไทย

18. ทับทิมกรอบน้ำกะทิ

     เอาใจคนพิเศษด้วยการทำขนมไทยน้ำกะทิให้กินสักหม้อดีกว่า ขอนำเสนอเมนูทับทิมกรอบน้ำกะทิ สูตรจาก คุณ BlackPiano สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับแห้วหั่นชิ้นแช่น้ำสีแดง เสร็จแล้วคลุกกับแป้งมันแล้วนำไปลวกจนสุก ราดน้ำกะทิ เติมน้ำเชื่อม ใครจะแปลงร่างเป็นมรกตกรอบสีเขียวก็แจ่มค่ะ

ส่วนผสม ทับทิมกรอบ

     • น้ำลอยดอกมะลิ
     • กะทิสำเร็จรูป 1 กล่อง
     • เกลือป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ
     • ใบเตยมัดเป็นปม
     • เทียนสำหรับอบขนม
     • แห้วสด หรือแห้วกระป๋อง
     • สีผสมอาหารสีแดงผสมน้ำ
     • สีผสมอาหารสีเขียวผสมน้ำ
     • แป้งมัน
     • น้ำตาลทราย (ไม่ขัดสี)
     • น้ำแข็งบด

วิธีทำทับทิมกรอบ

     1. นำดอกมะลิมาลอยในน้ำทิ้งไว้ เตรียมไว้สำหรับทำน้ำเชื่อมเพื่อความหอมสดชื่น
     2. ทำกะทิอบควันเทียน โดยผสมน้ำกะทิกับเกลือ ใส่ใบเตยมัดเป็นปมลงไป นำขึ้นตั้งไฟ ต้มแค่พอร้อน
     3. จุดเทียนสำหรับอบขนมแล้วเป่าให้ดับ ใส่ลงในถ้วยเล็ก ๆ นำไปลอยในน้ำกะทิ ปิดฝาหม้อ อบทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นนำเทียนขึ้นมาจุดใหม่แล้วใส่ลงไปอบซ้ำหลาย ๆ ครั้ง (ยิ่งนานยิ่งดี) เตรียมไว้
     4. หั่นแห้วเป็นชิ้นเล็ก ๆ และผสมน้ำกับสีผสมอาหารทั้ง 2 สี ใส่แห้วลงไปคลุกเคล้าจนเข้ากัน เตรียมไว้ พักไว้จนได้สีตามชอบ ใส่แห้วทั้ง 2 สีลงคลุกในแป้งมัน (บางคนก็ใส่แป้งท้าวลงไปนิดหนึ่ง) คลุกให้แป้งเคลือบดี แล้วร่อนแป้งส่วนเกินออกนำไปลวกในน้ำเดือดจนสุก ตักใส่ในน้ำเย็น พักไว้
     5. ทำน้ำเชื่อมใส่ทับทิมกรอบ โดยต้มน้ำลอยดอกมะลิที่เตรียมไว้กับน้ำตาลทรายไม่ขัดสี และใบเตย เคี่ยวให้เหนียวเล็กน้อย ตักทับทิมกรอบหรือมรกตกรอบใส่ถ้วย ตามด้วยน้ำเชื่อม กะทิ และน้ำแข็งบด พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ทับทิมกรอบ มรกตกรอบ อัญมณีแห่งขนมไทย สีแสบเว่อร์

++++++++++++++

วิธีทำขนมไทย

19. ไพลินกรอบน้ำกะทิ (ทับทิมกรอบสีฟ้า)

     หลังจากที่ทำทับทิมกรอบไปแล้วก็ยังเหลือแห้วนิดหน่อย จับมาทำเมนูไพลินกรอบน้ำกะทิ สูตรจาก คุณสมาชิกหมายเลข 730827 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับแห้วแช่ลงในน้ำดอกอัญชันจนได้สีตามชอบ จากนั้นเอาไปคลุกแป้งมันและต้มจนสุก กินกับกะทิและน้ำเชื่อม

ส่วนผสม ทับทิมกรอบสีฟ้า

     • ดอกอัญชัน (ตัดขั้วออก ล้างน้ำให้สะอาด)
     • แห้วหั่นเต๋าเล็ก
     • ใบเตย
     • น้ำตาลทราย
     • น้ำ
     • แป้งมัน
     • กะทิผสมเกลือ (กะทิที่ปรุงด้วยเกลือพอเค็มปะแล่มไว้ตัดรสหวาน)
     • น้ำแข็ง

วิธีทำทับทิมกรอบสีฟ้า

     1. ต้มน้ำจนเดือดแล้วเทลงไปในอ่างผสมที่มีดอกอัญชันพอท่วม (น้ำไม่ต้องเยอะมากนะคะ พอท่วมสีจะได้เข็มไว ๆ) แยกเอาดอกอัญชันออกให้เหลือแต่น้ำ จากนั้นใส่แห้วที่หั่นไว้ลงไปแช่ทิ้งไว้จนได้สีตามชอบ ตักขึ้นมาคลุกกับแป้งมันให้ทั่ว
     2. ต้มน้ำจนเดือด ใส่ไพลินกรอบลงต้มจนสุก ตักลงแช่ในน้ำเย็น
     3. ทำน้ำเชื่อม โดยใส่น้ำตาลทราย 1 ส่วนต่อน้ำ 6 ส่วนลงในหม้อ ต้มด้วยไฟปานกลางจนน้ำเริ่มงวด
     4. ตักไพลินกรอบใส่ถ้วย ราดด้วยน้ำเชื่อม ส่วนผสมกะทิ และน้ำแข็ง พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ไพลินกรอบ อัญมณีที่กินได้ ขนมไทยอร่อยหอมหวาน

++++++++++++++

วิธีทำขนมไทย

20. ขนมอินทนิลน้ำกะทิ

     ชาตินี้ต้องลองสักหน่อยกับเมนูขนมอินทนิลน้ำกะทิ สูตรจาก คุณ lennon forever ตัวขนมทำจากแป้งมันเติมน้ำใบเตย เอาไปกวนจนสุกเหนียว ปั้นเป็นก้อนพอดีคำ ราดกะทิสดก็เรียบร้อย

ส่วนผสม น้ำกะทิ

     • น้ำกะทิ 4 ถ้วย (หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง หางกะทิ 3 ถ้วยตวง) ในสูตรใช้กะทิกระป๋อง 4 ถ้วยตวง
     • น้ำตาลทราย 1+1/2 ถ้วยตวง
     • เกลือป่น 1 ช้อนชา
     • เทียนอบขนม

ส่วนผสม ตัวขนมอินทนิล

     • แป้งมันสำปะหลัง 2 ถ้วย
     • น้ำใบเตย 4 ถ้วย

วิธีทำขนมอินทนิล

     1. ทำน้ำกะทิอบควันเทียน โดยเทน้ำกะทิลงอ่างผสม จุดเทียนอบขนมให้ไฟลามถึงตรงขี้ผึ้งแล้วดับเทียน ใส่เทียนลงในถ้วยเล็ก ๆ แล้วเอาใส่อ่างน้ำกะทิ ปิดฝา อบไว้ประมาณ 30 นาที แล้วจุดเทียนอบซ้ำอีก 1-2 ครั้ง ถ้ามีดอกกระดังงาก็เอาไปอบพร้อมเทียนเลย นำขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำตาลทราย และเกลือป่น คนผสมให้ละลาย รอจนเดือดแล้วยกลง
     2. ทำตัวขนม โดยผสมแป้งกับน้ำใบเตยในหม้อผสมทนความร้อน คนผสมจนเข้ากัน นำขึ้นตั้งไฟอ่อน ใช้พายกวนตลอด ระวังอย่าให้ก้นหม้อไหม้ กวนจนขนมสุก ตัวแป้งจะเหนียวและใส เอาหม้อลงแช่ในอ่างน้ำแข็งเพื่อลดอุณหภูมิตัวขนมไม่ให้ร้อนเกินไป เดี๋ยวจะจับเป็นตัวไม่ได้
     3. เตรียมถ้วยใส่น้ำไว้คอยจุ่ม ป้องกันขนมติดมือ ใช้นิ้วเปียก ๆ หยิบขนมขนาดพอดีคำ แล้วหย่อนลงน้ำกะทิที่เตรียมไว้ ตอนหยิบขนมก็ใช้นิ้วปั้น ๆ ให้กลม ๆ หน่อย ทำจนแป้งหมด ตัวขนมอินทนิลที่ดี ต้องไม่แข็งเป็นไตตรงกลาง เอาขนมใส่ถ้วย ใส่น้ำแข็งทุบ หรือน้ำแข็งทั้งก้อน จัดเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ขนมอินทนิล ขนมไทยโบราณหากินยาก

     ใครชอบกินขนมไทยเหมือนกันบ้างเอ่ย ลองมาทำขนมไทยในน้ำกะทิกันเถอะ มีหลากหลายเมนูให้เลือกสรร จะคั้นน้ำกะทิเองหรือใช้น้ำกะทิสำเร็จรูปก็ได้ เอาที่สบายใจเลย

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
20 วิธีทำขนมไทยในน้ำกะทิสด เติมความหวานรับวันหยุด โพสต์เมื่อ 7 มิถุนายน 2560 เวลา 15:38:49 76,887 อ่าน
TOP