เคยทำอาหารแล้วเค็มจัดจนอยากร้องไห้ไหม ? วันนี้มี 10 วิธีแก้อาหารเค็มเกินไป ใช้แล้วเวิร์กจริง ไม่ต้องเททิ้งอีกต่อไป
เชื่อว่าหลายคนต้องเคยเจอสถานการณ์นี้กันมาบ้าง ลงทุนลงแรงปรุงอาหารมานาน แต่พอชิมดูแล้ว... เค็มเกินไปจนกินแทบไม่ได้ จะทิ้งก็เสียดาย จะกินก็ฝืน แล้วจะทำยังไงดีล่ะ ? ข่าวดีคือ อาหารเค็มเกินไป ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ไม่ได้ มีเคล็ดลับหลายอย่างที่ช่วยให้รอดได้โดยไม่ต้องเททิ้งลงท่อ วันนี้เรารวบรวมวิธีแก้แบบครบจบ อ่านแล้วเซฟเก็บไว้เลย รับรองว่าใช้ได้จริง
3 หลักการพื้นฐานในการแก้อาหารเค็มเกินไป
ก่อนจะลงรายละเอียด ขอให้เข้าใจหลักการง่าย ๆ ก่อนว่า ความเค็มในอาหารเกิดจากการที่เกลือหรือเครื่องปรุงโซเดียมสูงมากเกินไปเมื่อเทียบกับปริมาณอาหาร วิธีแก้จึงหมุนอยู่กับ 3 แนวทางหลัก นั่นคือ
-
เจือจาง : เติมน้ำหรือส่วนผสมที่ไม่เค็มเพื่อกระจายความเค็มออกไป เหมาะกับแกง ซุป และต้มต่าง ๆ
-
ดูดซับ : ใช้วัตถุดิบบางอย่างช่วยดึงความเค็มออก เช่น มันฝรั่ง ฟักทอง แครอต หรือเห็ด
-
ปรับสมดุล : เติมรสหวาน เปรี้ยว หรือมัน เพื่อให้รสชาติโดยรวมกลมกล่อมขึ้น ไม่ให้ความเค็มโดดจนกินไม่ลง
เมื่อเข้าใจ 3 ข้อนี้แล้วก็มาดูวิธีปฏิบัติจริงกันได้เลย
วิธีแก้อาหารเค็มเกินไป
ใช้ได้จริงทุกเมนู
1. เจือจางด้วยของเหลวหรือส่วนผสมเพิ่ม
วิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือการเพิ่มปริมาณอาหารโดยไม่เพิ่มความเค็ม ไม่ว่าจะเป็นการเติมน้ำ น้ำซุปจืด นมสด ครีม หรือกะทิ ขึ้นอยู่กับว่าทำเมนูอะไร เมื่อปริมาณโดยรวมเพิ่มขึ้น เกลือก็จะกระจายออกไป ทำให้รสชาติเค็มน้อยลงโดยธรรมชาติ
แต่มีข้อควรระวังอยู่ ถ้าเติมน้ำเปล่าล้วน ๆ อาหารอาจจืดลงจนไม่อร่อย ทางเลือกที่ดีกว่าคือ น้ำซุปจืด (ที่ไม่ได้ปรุงเค็ม) เพราะยังมีกลิ่นและรสพื้นฐานช่วยค้ำรสชาติโดยรวมเอาไว้ หลังจากเติมของเหลวแล้วอย่าลืมเพิ่มเครื่องปรุงกลิ่นหอมเล็กน้อยเพื่อดึงรสกลับมาด้วยนะ
2. เติมความหวาน
ฟังดูแปลก แต่ความหวานกับความเค็มช่วยปรับสมดุลกันได้จริง ๆ ลองเติมน้ำตาลทรายขาว น้ำตาลปี๊บ น้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อมเมเปิล ลงไปนิดหน่อย แล้วชิมดู อย่าลืมเลือกให้เหมาะกับเมนูด้วยนะ น้ำตาลทรายขาวให้รสหวานกลาง ๆ ส่วนน้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลแดงจะมีกลิ่นหอมและรสนุ่มนวลกว่า เหมาะกับแกงไทยหรืออาหารที่ต้องการรสละมุน สำคัญคือต้องเติมทีละน้อย แล้วชิมไปด้วย อย่าใส่หนักมือเพราะจะหวานเกินแทน
3. บีบมะนาว หรือเติมกรดเล็กน้อย
ความเปรี้ยวช่วย "หลอก" ปากให้รับรู้ความเค็มน้อยลงได้ มะนาว น้ำส้ม น้ำส้มสายชู หรือซอสมะเขือเทศ ล้วนเป็นตัวช่วยที่ดีทั้งนั้น เลือกให้เหมาะกับเมนู เช่น น้ำมะนาว เหมาะกับอาหารไทยหรือเม็กซิกัน ส่วนน้ำส้มสายชูไวน์ขาว หรือน้ำส้มสายชูข้าว เหมาะกับหลายเมนูเพราะรสชาติค่อนข้างกลาง เช่นเดียวกับน้ำตาล ควรเติมทีละนิดแล้วชิมก่อน อย่าบีบจนเปรี้ยวโดด เพราะจะกลายเป็นแก้เค็มแล้วเจอเปรี้ยวแทน
4. เพิ่มไขมัน เช่น ครีม นม หรือกะทิ
ไขมันทำหน้าที่เคลือบลิ้น ทำให้รับรู้รสเค็มน้อยลง ถ้าเป็นเมนูที่มีส่วนผสมนมอยู่แล้ว ลองเติมครีม นมสด หรือครีมชีสรสอ่อนลงไป ส่วนแกงไทยหรือแกงกะทิก็เติมกะทิได้เลย นอกจากจะช่วยลดความเค็มแล้ว ยังทำให้อาหารมีรสชาติเข้มข้นและน่ากินขึ้นด้วย หรือถ้าอยากลองตัวเลือกอื่น อะโวคาโดบดก็ช่วยได้ในเมนูที่เข้ากัน หรือจะใช้มายองเนสเป็นเครื่องเคียงก็ได้เหมือนกัน
5. โยเกิร์ต
สำหรับอาหารจำพวกแกงเผ็ด สตู หรืออาหารสไตล์ตะวันออกกลาง ลองตักโยเกิร์ตรสธรรมชาติลงไปสัก 1-2 ช้อน ความข้นมันและความเปรี้ยวเบา ๆ ของโยเกิร์ตจะช่วยดึงรสเค็มลงมาให้พอดี แถมยังได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มนวลขึ้นด้วย
6. มันฝรั่ง
เคล็ดลับคลาสสิกที่ใช้กันทั่วโลก หากทำแกงหรือซุปเค็มไป ให้หั่นมันฝรั่งดิบเป็นชิ้นใหญ่ ๆ ใส่ลงไปต้มประมาณ 20-30 นาที (หรือจะใช้วัตถุดิบที่มีแป้งอื่น ๆ เช่น ข้าว พาสต้า หรือถั่ว ก็ช่วยเจือจางความเค็มได้เหมือนกัน) มันฝรั่งจะช่วยดูดซับของเหลวที่เข้มข้นไปด้วยเกลือออกมา แต่อย่าลืมตักออกก่อนเสิร์ฟนะ แม้เชฟบางคนจะบอกว่าเป็นแค่ความเชื่อ แต่หลายคนลองแล้วบอกว่าช่วยได้จริง
7. ล้างออกตรง ๆ
สำหรับเมนูที่ปรุงแยกชิ้น เช่น เนื้อสัตว์ ปลา ผัก หรือข้าว วิธีที่ง่ายและตรงที่สุดคือการล้างออกด้วยน้ำเย็น วางลงตะแกรงแล้วล้างน้ำให้เกลือส่วนเกินหลุดออกไป แน่นอนว่าอาจทำให้เนื้อสัมผัสเปลี่ยนไปบ้าง แต่ถ้าเค็มจนกินไม่ได้ วิธีนี้ก็คุ้มค่า หรือถ้าเค็มเกินเพราะโรยเกลือไปมากตอนสุดท้าย ให้รีบตักผลึกเกลือออกก่อนที่มันจะละลาย หรือใช้แปรงปัดหรือกระดาษทิชชูชุบน้ำหมาด ๆ ซับออกได้เลย
8. ปรุงรสใหม่ด้วยเครื่องเทศและสมุนไพร
บางทีปัญหาไม่ใช่แค่ "เค็มเกิน" แต่คือ "รสชาติโดดไม่สมดุล" การเพิ่มเครื่องเทศหรือสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม เช่น ปาปริก้า ยี่หร่า ผักชี กระเทียม ขิง หรือพริก จะช่วยดึงความสนใจออกจากความเค็มและทำให้อาหารมีรสชาติซับซ้อนขึ้น สารเพิ่มรสอูมามิ เช่น มิโซะหรือเห็ดแห้ง ก็ช่วยได้เช่นกัน
9. เสิร์ฟคู่เครื่องเคียงรสอ่อน
ถ้าแก้ไขตัวอาหารยังไงก็ไม่หาย ลองใช้วิธีนี้แทน เสิร์ฟอาหารจานหลักที่เค็มคู่กับเครื่องเคียงรสอ่อน ๆ เช่น ข้าวสวย พาสต้า มันฝรั่งอบ หรือขนมปัง สิ่งเหล่านี้จะช่วยดูดซับน้ำเกรวี่หรือซอสที่จัดจ้าน และทำให้แต่ละคำที่กินรู้สึกนุ่มนวลขึ้นโดยอัตโนมัติ ข้อสำคัญคืออย่าปรุงเครื่องเคียงให้เค็มด้วยนะ ต้องให้มันเป็นตัว "ลดแรง" ของรสเค็มจากจานหลัก
10. เครื่องดื่มฟองซ่า
หากคุณเป็นเจ้าภาพจัดงานและกังวลว่าแขกจะรู้สึกไม่โอเคกับรสชาติ ลองเสิร์ฟเครื่องดื่มซ่า ๆ เบา ๆ คู่กัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำโซดาเย็นเจี๊ยบ น้ำอัดลม หรือสปาร์กลิง เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้ช่วยล้างปากระหว่างกิน ทำให้รู้สึกสดชื่น และช่วยลดความรู้สึกเค็มสะสมในปากได้ดีมาก
เคล็ดลับเฉพาะแต่ละเมนู
-
แกงและซุป : เติมน้ำซุปจืด กะทิ หรือครีมลงไป แล้วเพิ่มเครื่องสมุนไพรตามให้รสสมดุล
-
อาหารผัด : เพิ่มผักจืด เช่น กะหล่ำ ถั่วงอก เห็ด หรือใส่ไข่เพิ่ม ห้ามเติมน้ำมาก ๆ เพราะจะกลายเป็นต้มแทน
-
ข้าวผัด : เพิ่มข้าวสวยหรือใส่ไข่เพิ่ม เจือจางรสเค็มได้ทันที
-
หมูแดดเดียวหรืออาหารแห้ง : แช่น้ำอุ่นก่อนทำ 10-20 นาที แล้วล้างน้ำสะอาด หรือหั่นชิ้นบาง ๆ เพื่อให้รสเค็มกระจาย ไม่กระจุก
-
อาหารย่าง/ทอด : ใช้แปรงปัดเกลือออก หรือซับด้วยกระดาษทิชชูชุบน้ำหมาด ๆ แล้วเสิร์ฟคู่ซอสหรือน้ำจิ้มที่ไม่เค็ม
อาหารเค็มเกินไปไม่ใช่เรื่องที่ต้องตื่นเต้น เพราะมีวิธีแก้เยอะแยะมากมายทั้งแบบง่ายและแบบที่ต้องใช้ฝีมือ ไม่ว่าจะเป็นการเจือจาง เพิ่มความหวาน เพิ่มความเปรี้ยว เพิ่มไขมัน หรือปรับสมดุลด้วยเครื่องปรุงใหม่ ล้วนได้ผลทั้งนั้น ขอแค่เลือกให้ถูกกับเมนูที่ทำ และเติมทีละน้อยแล้วชิมไปด้วย
ครั้งหน้าเพื่อป้องกันไม่ให้เค็มซ้ำอีก ก็แค่จำไว้ว่า เติมเครื่องปรุงทีละน้อย ชิมบ่อย ๆ และถ้าต้องเคี่ยวให้งวด อย่าปรุงเค็มตั้งแต่ต้น รอให้น้ำงวดแล้วค่อยชิมปรับอีกที แค่นี้ก็รอดแล้ว
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง