ตาชั่งดิจิทัล ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 รวมเครื่องชั่งอาหารใช้ในครัว ใช้งานง่าย เหมาะทั้งทำอาหารและคุมแคลอรี

          ตาชั่งดิจิทัล ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ไอเทมน่าสนใจสำหรับสายเข้าครัวและสายเฮลธ์ตี้ ที่ควรมีไว้ติดบ้าน
ตาชั่งดิจิตอล ใช้ในครัว

          สำหรับสายเข้าครัว ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หัดทำอาหาร ทำเบเกอรี เชฟมือโปร หรือแม้แต่สายสุขภาพที่กำลังชั่งตวงวัดเพื่อนับแคลอรี สิ่งหนึ่งที่เป็นไอเทมลับและขาดไม่ได้เลยก็คือ เครื่องชั่งดิจิทัลในครัว เพราะในโลกของการทำอาหาร โดยเฉพาะการทำขนม ความแม่นยำเพียงแค่ไม่กี่กรัมก็สามารถเปลี่ยนเค้กเนื้อนุ่มให้กลายเป็นก้อนแป้งแข็ง ๆ ได้เลยทีเดียว
          แล้วจะเลือกตาชั่งดิจิทัลรุ่นไหนดี อย่างในปี 2026 เทคโนโลยีของเครื่องชั่งอาหารที่ใช้ในครัวไปไกลขึ้น ทั้งดีไซน์สวย มินิมอล และฟังก์ชันครบครันกว่าเดิม แต่ก่อนจะไปตัดสินใจเลือกซื้อ ตาชั่งดิจิทัล ยี่ห้อไหนดี วันนี้เราจะพาทุกคนมาเจาะลึกทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับตาชั่งคู่ใจชิ้นนี้กัน พร้อมชี้เป้าแหล่งช้อปออนไลน์ราคาไม่แพงให้ด้วย

ตาชั่งดิจิทัล VS ตาชั่งแบบเข็ม ต่างกันอย่างไร

ตาชั่งดิจิตอล และตาชั่งแบบเข็ม

          หลายคนอาจคุ้นเคยกับตาชั่งสปริงหรือตาชั่งแบบเข็มสีแดงที่มักพบเห็นตามตลาดสด ซึ่งแม้จะใช้ชั่งน้ำหนักได้เหมือนกัน แต่เมื่อเทียบกับตาชั่งดิจิทัลแล้ว ทั้งหลักการทำงาน ความสะดวกในการใช้งาน และความแม่นยำมีความแตกต่างกันพอสมควร คือ

ตาชั่งแบบเข็ม

          เป็นตาชั่งระบบกลไกที่อาศัยสปริงหรือแรงดันในการวัดน้ำหนัก จุดเด่นคือไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ มีความทนทาน และราคาค่อนข้างประหยัด 
          อย่างไรก็ตาม ตาชั่งประเภทนี้มักมีหน่วยวัดเพียงกรัมและกิโลกรัม ความละเอียดในการชั่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 10-20 กรัม ทำให้ไม่เหมาะกับการชั่งวัตถุดิบปริมาณน้อย นอกจากนี้ การอ่านค่าน้ำหนักอาจทำได้ยากหากเข็มอยู่ระหว่างขีด จึงมีโอกาสเกิดความคลาดเคลื่อนได้มากกว่า อีกทั้งยังไม่มีฟังก์ชันหักน้ำหนักภาชนะ เราต้องคำนวณน้ำหนักภาชนะออกเอง

ตาชั่งดิจิทัล

          ใช้เซ็นเซอร์อิเล็กทรอนิกส์ในการตรวจวัดน้ำหนักและแสดงผลเป็นตัวเลขบนหน้าจอ จึงอ่านค่าได้ง่ายและแม่นยำกว่า โดยหลายรุ่นสามารถชั่งได้ละเอียดถึง 0.1-1 กรัม เหมาะสำหรับการทำอาหาร ทำขนม หรือชงกาแฟที่ต้องการความแม่นยำสูง 
          นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟังก์ชันเสริมที่ช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้น เช่น การหักน้ำหนักภาชนะ (Tare Function) การเปลี่ยนหน่วยวัดได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นกรัม ออนซ์ (oz) ปอนด์ (lb) หรือมิลลิลิตร (ml) สำหรับวัดของเหลว รวมถึงระบบปิดเครื่องอัตโนมัติ จึงกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการใช้งานในครัวสมัยใหม่

ตาชั่งดิจิทัลแม่นยำไหม

          โดยทั่วไปแล้ว ตาชั่งดิจิทัลมีความแม่นยำสูงกว่าแบบเข็ม เพราะระบบภายในทำงานด้วยเซนเซอร์รับน้ำหนักที่แปลงแรงกดให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าแล้วแสดงผลออกมาเป็นตัวเลข หากเป็นเครื่องชั่งอาหารดิจิทัลมาตรฐานทั่วไป มักมีค่าความคลาดเคลื่อนเพียงประมาณ 1 กรัม ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในครัวเรือน

          อย่างไรก็ตาม ความแม่นยำนี้จะขึ้นอยู่กับคุณภาพของเซนเซอร์ในแต่ละรุ่นด้วย รวมถึงปัจจัยภายนอก เช่น การวางตาชั่งบนพื้นผิวที่เรียบสนิท ไม่ลาดเอียง และไม่มีกระแสลมจากพัดลมหรือแอร์เป่าลงหน้าปัดโดยตรง หากใช้งานอย่างถูกวิธี ตาชั่งดิจิทัลจะให้ค่าที่นิ่งและแม่นยำกว่าตาชั่งแบบเข็ม

ตาชั่งดิจิทัล เหมาะกับใคร

          ตาชั่งดิจิทัลตอบโจทย์ผู้ใช้งานหลากหลายกลุ่มเลย เช่น
  • คนที่ทำอาหารตามสูตรเป็นประจำ ช่วยลดความผิดพลาดจากการกะปริมาณวัตถุดิบ
  • คนที่ชื่นชอบการทำเบเกอรี่หรือขนมอบ ซึ่งต้องอาศัยสัดส่วนที่แม่นยำ
  • คนที่ชงกาแฟดริปหรือกาแฟพิเศษ ที่ต้องชั่งน้ำหนักเมล็ดกาแฟและน้ำอย่างละเอียด
  • ครที่กำลังลดน้ำหนักหรือควบคุมอาหาร เพราะสามารถใช้เป็นตาชั่งคุมอาหารเพื่อคำนวณปริมาณแคลอรีได้แม่นยำขึ้น
  • ร้านอาหารขนาดเล็กหรือธุรกิจโฮมเมดที่ต้องการมาตรฐานการผลิตที่สม่ำเสมอ

วิธีเลือกซื้อตาชั่งดิจิทัลใช้ในครัว

เครื่องชั่งอาหาร

          หากกำลังมองหาว่า ตาชั่งดิจิทัล ยี่ห้อไหนดี ที่ใช้งานได้คุ้มค่าและตอบโจทย์ในระยะยาว แนะนำให้พิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
  • เลือกช่วงน้ำหนักให้เหมาะกับการใช้งาน
     
          - ชั่งอาหารและวัตถุดิบทั่วไป : 
                    - ใช้ในครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคน ควรเลือกเครื่องที่รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 5-10 กิโลกรัม 
                    - ใช้ในครอบครัวที่มีสมาชิกเพียง 1-2 คน รุ่นที่รองรับน้ำหนัก 1-3 กิโลกรัมก็เพียงพอ 
                    - สำหรับร้านค้าควรเลือกเครื่องชั่งที่รองรับน้ำหนักได้มากกว่า 10 กิโลกรัมขึ้นไป

          - ชั่งส่วนผสมทำขนม ชงกาแฟ หรือชั่งเครื่องเทศ : ควรเลือกเครื่องที่รองรับน้ำหนัก 1-3 กิโลกรัม ซึ่งมักมีขนาดกะทัดรัดและใช้งานสะดวกกว่า ยกเว้นกรณีที่ต้องชั่งวัตถุดิบจำนวนมาก อาจพิจารณารุ่นที่รองรับน้ำหนักได้ถึง 5 กิโลกรัม

  • เลือกความละเอียดของเครื่องชั่งให้ตรงกับวัตถุประสงค์
     
          - ชั่งเนื้อสัตว์ ผัก หรือวัตถุดิบทั่วไป : ความละเอียดระดับ 1 กรัม ถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
          - ทำขนม ชงกาแฟ หรือชั่งเครื่องเทศ : ควรเลือกเครื่องที่มีความละเอียด 0.1 กรัม หรือ 0.01 กรัม เพื่อให้การชั่งส่วนผสมมีความแม่นยำมากขึ้น
  • ควรมีฟังก์ชันหักน้ำหนักภาชนะ (Tare Function) จะช่วยให้สามารถวางชามหรือภาชนะบนเครื่องชั่งก่อน จากนั้นกดรีเซตน้ำหนักเป็นศูนย์ เพื่อชั่งเฉพาะน้ำหนักวัตถุดิบได้ทันที โดยไม่ต้องคำนวณน้ำหนักภาชนะเอง
  • พิจารณาฟังก์ชันเสริมที่ช่วยเพิ่มความสะดวก เช่น
     
          - ระบบปิดเครื่องอัตโนมัติ (Auto-Off) ช่วยประหยัดพลังงานและยืดอายุแบตเตอรี่
          - ระบบจับเวลา เหมาะสำหรับผู้ที่ชงชา กาแฟดริป หรือเครื่องดื่มที่ต้องควบคุมเวลา
          - รองรับการเปลี่ยนหน่วยวัดได้หลายรูปแบบ เช่น กรัม (g), ออนซ์ (oz), ปอนด์ (lb) หรือมิลลิลิตร (ml)
          - ฟังก์ชันคำนวณปริมาณสารอาหารและโภชนาการ เหมาะกับคนที่ต้องการควบคุมแคลอรี
          - ฟังก์ชันแจ้งเตือนเมื่อน้ำหนักเกินปริมาณสูงสุดที่รองรับ
          - ฟังก์ชันแจ้งเตือนเมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด
          - ระบบบันทึกค่าที่ใช้งานบ่อย ช่วยให้ใช้งานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
          - สำหรับร้านค้า ควรเลือกเครื่องที่สามารถบันทึกราคาและคำนวณมูลค่าสินค้าได้
  • เลือกวัสดุที่แข็งแรงและทำความสะอาดง่าย โดยวัสดุยอดนิยม ได้แก่ พลาสติก ABS, สเตนเลสสตีล และกระจกนิรภัย (Tempered Glass) ซึ่งมีความทนทานต่อคราบอาหาร คราบน้ำ และคราบมัน เช็ดทำความสะอาดได้ง่าย อีกทั้งยังช่วยให้ตัวเครื่องดูทันสมัยและเข้ากับห้องครัวยุคใหม่
  • ควรเลือกหน้าจอ LCD หรือ LED ที่มีตัวเลขขนาดใหญ่ และมีไฟ Backlight เพื่อให้มองเห็นค่าน้ำหนักได้ชัดเจน แม้ใช้งานในพื้นที่ที่มีแสงน้อย
  • ฐานรองควรมีขนาดเหมาะสมกับภาชนะที่ใช้เป็นประจำ เพื่อให้วางได้อย่างมั่นคง นอกจากนี้ควรมีแผ่นกันลื่นบริเวณฐานหรือขาตั้ง เพื่อช่วยป้องกันภาชนะเลื่อนขณะชั่ง
  • เลือกแหล่งพลังงานที่เหมาะกับการใช้งาน
     
          - แบบใช้ถ่าน AAA หรือถ่านกระดุม : เปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ง่ายและพกพาสะดวก
          - แบบชาร์จผ่าน USB-C : ช่วยลดค่าใช้จ่ายเรื่องแบตเตอรี่ แต่ควรหมั่นตรวจสอบระดับพลังงานก่อนใช้งาน เพราะอาจส่งผลต่อค่าที่วัดได้
          - แบบเสียบปลั๊กไฟ : ให้พลังงานเสถียร เหมาะกับการใช้งานต่อเนื่อง แต่เคลื่อนย้ายได้ไม่สะดวกเท่าแบบอื่น
  • เลือกสินค้าที่มีการรับประกันจากผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะรุ่นที่มีราคาสูงหรือใช้งานเป็นประจำ เพื่อความมั่นใจว่าหากเกิดปัญหาจะสามารถเคลมหรือซ่อมแซมได้สะดวก

ตาชั่งดิจิทัล ยี่ห้อไหนดี 
เหมาะใช้ในครัว ปี 2026

          คราวนี้มาเปรียบเทียบกันว่า เครื่องชั่งอาหารที่ใช้สำหรับในครัว รุ่นไหนน่าสนใจอย่างไรบ้าง

1. MeeGoo เครื่องชั่งอาหารอัจฉริยะ

ตาชั่งดิจิตอล MeeGoo

ภาพจาก : MeeGoo Smart Home

          Meegoo เครื่องชั่งอาหารอัจฉริยะ เหมาะสำหรับคนที่กำลังควบคุมอาหารหรือคำนวณแคลอรี เพราะไม่ได้ทำหน้าที่แค่ชั่งน้ำหนักอาหารเท่านั้น แต่ยังสามารถแสดงข้อมูลโภชนาการ เช่น แคลอรี โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต ผ่านหน้าจอสีขนาด 2 นิ้วได้โดยตรง ตัวเครื่องรองรับน้ำหนักสูงสุด 5 กิโลกรัม และมีความละเอียด 1 กรัม สามารถเชื่อมต่อกับแอปฯ Fitdays+ เพื่อเข้าถึงฐานข้อมูลอาหารมากกว่า 999 รายการ รวมถึงบันทึกเมนูที่ผู้ใช้กำหนดเองได้ถึง 50 รายการ แม้ไม่ได้เชื่อมต่อแอปฯ
          นอกจากนี้ยังมีระบบปิดเครื่องอัตโนมัติและแจ้งเตือนเมื่อน้ำหนักเกินพิกัด ใช้ถ่าน AAA จำนวน 4 ก้อน ราคาปกติ 1,199 บาท แต่หากมีโค้ดส่วนลดหรือช่วงโปรโมชั่นดี ๆ บางครั้งสามารถหาซื้อได้ในราคาไม่ถึง 500 บาทเลยนะ

2. TANITA เครื่องชั่งน้ำหนักในครัวแบบดิจิทัล รุ่น KD-321 สีเงิน พิกัด 3 กิโลกรัม

ตาชั่งดิจิตอล TANITA

ภาพจาก : tanita_thailand

          Tanita KD-321 เครื่องชั่งดิจิทัลจากแบรนด์ญี่ปุ่น ตัวเครื่องทำจากพลาสติกคุณภาพดี มาพร้อมถาดสเตนเลสแบบถอดล้างได้ รองรับการชั่งทั้งวัตถุดิบทั่วไปและของเหลว จุดเด่นคือระบบ 3 Micro Mode ที่ปรับความละเอียดในการชั่งได้ตามช่วงน้ำหนัก ตั้งแต่ 0-3 กิโลกรัม โดยมีความละเอียดสูงสุด 0.1 กรัม รองรับการเปลี่ยนหน่วยวัด 3 รูปแบบ ได้แก่ กรัม, มิลลิลิตร และออนซ์ พร้อมฟังก์ชันคำนวณปริมาตรน้ำและนม 
          รุ่นนี้ยังมีฟังก์ชันหักน้ำหนักภาชนะ (TARE) ระบบปิดเครื่องอัตโนมัติ ใช้ถ่าน AA 2 ก้อน (แถมมาในกล่อง) และรับประกันสินค้านาน 3 ปี ราคาปกติ 2,100 บาท แต่ถ้าเจอช่วงโปรฯ ยังลดได้อีกเหลือไม่ถึง 2 แบงก์เทา

3. Seagull เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัล

ตาชั่งดิจิตอล Seagull

ภาพจาก : Seagull Official Store

          Seagull Digital Kitchen Scale จากแบรนด์เครื่องครัวที่หลายคนคุ้นเคย มาพร้อมดีไซน์เรียบง่าย ใช้งานสะดวก เหมาะสำหรับชั่งอาหาร วัตถุดิบทำอาหาร รวมถึงของเหลวต่าง ๆ โดยสามารถชั่งน้ำหนักได้ตั้งแต่ 10 กรัม และรองรับน้ำหนักสูงสุดถึง 10 กิโลกรัม ตัวเครื่องมาพร้อมฟังก์ชันหักน้ำหนักภาชนะ (Tare) ช่วยให้ชั่งวัตถุดิบได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงระบบปิดเครื่องอัตโนมัติเพื่อประหยัดพลังงาน หน้าจอ LCD แสดงผลตัวเลขขนาดใหญ่ อ่านค่าง่าย ใช้พลังงานจากถ่าน AAA จำนวน 2 ก้อน มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่
  • รุ่น White Glass (กระจกสีขาว) : ใช้งานด้วยระบบสัมผัส สามารถเปลี่ยนหน่วยวัดได้ 4 รูปแบบ ได้แก่ กรัม, ปอนด์, ออนซ์ และมิลลิลิตร ราคาปกติ 660 บาท
  • รุ่น Stainless Steel (สเตนเลสสตีล) : พื้นผิวสเตนเลสแข็งแรง ทำความสะอาดง่าย ใช้งานด้วยปุ่มกด จึงสะดวกแม้ขณะมือเปียกหรือสวมถุงมือ สามารถเปลี่ยนหน่วยวัดได้ถึง 6 รูปแบบ ได้แก่ กรัม, กิโลกรัม, ปอนด์, ออนซ์, มิลลิลิตร และมิลลิลิตรสำหรับนม ราคาปกติ 790 บาท

4. Homemi Smart Nutrition Kitchen Scale เครื่องชั่งอาหารอัจฉริยะ

ตาชั่งดิจิตอล Homemi

ภาพจาก : Homemi official

          Homemi รุ่น HM0138 เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับสายสุขภาพ คนออกกำลังกาย หรือผู้ที่กำลังควบคุมแคลอรี เพราะเป็นเครื่องชั่งอาหารอัจฉริยะที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลโภชนาการได้ ทั้งพลังงาน โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตควบคู่กับการชั่งน้ำหนักอาหาร สามารถเชื่อมต่อกับแอปฯ Fitdays+ เพื่อบันทึกและดูข้อมูลย้อนหลังได้
          ขณะที่โหมดชั่งน้ำหนักทั่วไปก็รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 5 กิโลกรัม และมีความละเอียด 1 กรัม ตัวเครื่องผลิตจากสเตนเลสสตีลและพลาสติก ABS ให้ความแข็งแรงทนทาน พร้อมหน้าจอ LED ที่แสดงผลได้ชัดเจน ใช้ถ่าน AAA จำนวน 4 ก้อน ราคาปกติอยู่ที่ 1,190 บาท แต่ถ้าอยากได้ราคา 1 แบงก์เทามีทอน ก็รอเก็บโค้ดส่วนลดได้เลย 

5. SHAPER เครื่องชั่งน้ำหนักในครัวแบบดิจิทัล รุ่น KS-0523 สีดำ พิกัด 5 กิโลกรัม

ตาชั่งดิจิตอล SHAPER

ภาพจาก : shaper_thailand

          หากกำลังมองหาตาชั่งดิจิทัลที่รองรับน้ำหนักสูงสุด 5 กิโลกรัม SHAPER รุ่น KS-0523 เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ สามารถชั่งได้ทั้งของแข็งและของเหลว ตั้งแต่ 1 กรัม-5 กิโลกรัม มีความละเอียดถึง 0.1 กรัม สามารถชั่งส่วนผสมหรือเครื่องปรุงได้แม่นยำ พร้อมเปลี่ยนหน่วยวัดได้ทั้งกรัม ออนซ์ และมิลลิลิตร
          ตัวเครื่องมาพร้อมฟังก์ชันหักน้ำหนักภาชนะ (Tare) หน้าจอ LCD พร้อมไฟ Backlight มองเห็นชัดเจน พื้นผิวสเตนเลสสตีลแข็งแรง ทำความสะอาดง่าย มีระบบปิดเครื่องอัตโนมัติ และแจ้งเตือนเมื่อชั่งเกินพิกัดหรือแบตเตอรี่อ่อน ใช้ถ่าน AAA 2 ก้อน ราคาปกติ 690 บาท รับประกัน 1 ปี

6. Etekcity EK6015 Digital Kitchen Scale

ตาชั่งดิจิตอล Etekcity

ภาพจาก : Levoit Official Store

          Etekcity EK6015 Digital Kitchen Scale เครื่องชั่งอาหารดิจิทัลจาก Etekcity แบรนด์ในเครือเดียวกับ Levoit ที่ขึ้นชื่อเรื่องอุปกรณ์ภายในบ้านและสินค้าเพื่อสุขภาพ รองรับน้ำหนักสูงสุด 5 กิโลกรัม เปลี่ยนหน่วยวัดได้ 5 รูปแบบ พร้อมฟังก์ชัน Tare และหน้าจอ LCD เรืองแสง อ่านค่าง่าย เหมาะสำหรับชั่งอาหาร ทำขนม เครื่องนี้ใช้ถ่าน AAA 2 ก้อน และมีไฟแสดงสถานะเมื่อแบตเตอรี่ต่ำ รับประกัน 1 ปี ราคาปกติอยู่ที่ 499 บาท 

7. MIZAE เครื่องชั่งน้ำหนักในครัว รุ่น CStable พิกัด 10 กิโลกรัม

ตาชั่งดิจิตอล MIZAE

ภาพจาก : MizaeThailand

          MIZAE รุ่น CStable ใช้สำหรับชั่งอาหาร วัตถุดิบ หรือพัสดุที่มีน้ำหนักค่อนข้างมาก โดยรองรับน้ำหนักได้สูงสุด 10 กิโลกรัม และชั่งได้ต่ำสุด 3 กรัม อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้ไม่มีทศนิยม จึงอาจไม่เหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น การชั่งแป้งหรือส่วนผสมสำหรับทำขนม
          ตัวเครื่องใช้งานง่ายด้วยปุ่มหลักเพียง 2 ปุ่ม ได้แก่ ปุ่มเปิด-ปิด/หักน้ำหนักภาชนะ (Tare) และปุ่มเปลี่ยนหน่วยวัด รองรับ 4 หน่วย ได้แก่ กรัม, มิลลิลิตร, ออนซ์ของเหลว และออนซ์ มาพร้อมหน้าจอ Backlight ที่อ่านค่าได้ชัดเจนแม้ในที่แสงน้อย แถมถ่าน AAA ให้มา 3 ก้อน ราคาปกติ 269 บาท พร้อมการรับประกัน

วิธีดูแลตาชั่งดิจิทัลให้ใช้งานได้นาน

          แม้ตาชั่งดิจิทัลจะใช้งานง่าย แต่การดูแลอย่างถูกวิธีจะช่วยยืดอายุการใช้งานและรักษาความแม่นยำของเครื่องได้ จึงควรดูแลเครื่องชั่ง ดังนี้
  • วางเครื่องบนพื้นผิวที่เรียบและมั่นคงก่อนใช้งาน
  • ไม่ควรกดน้ำหนักแรง ๆ หรือวางของหนักเกินพิกัดทิ้งไว้ เพราะจะทำให้เซนเซอร์ล้าและเพี้ยนได้
  • เมื่อใช้งานเสร็จควรนำของออกจากตาชั่งทันที
  • ใช้ผ้าแห้งหรือผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาดหลังใช้งานทุกครั้ง  
  • หลีกเลี่ยงการให้น้ำหรือของเหลวซึมเข้าสู่ตัวเครื่อง
  • หากเป็นรุ่นใส่ถ่านและคาดว่าจะไม่ได้ใช้เกิน 1 เดือน แนะนำให้ถอดถ่านออกป้องกันน้ำเยิ้มจากถ่านทำลายวงจร
  • เก็บในที่แห้ง ห่างจากความร้อนและความชื้นสูง
  • ไม่ควรตั้งตาชั่งเก็บในแนวตั้ง หรือเอาของอื่นมาวางทับบนตาชั่งขณะจัดเก็บ
          ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อตาชั่งดิจิทัล ควรพิจารณาจากลักษณะการใช้งาน ความละเอียดในการชั่ง น้ำหนักสูงสุดที่รองรับ รวมถึงฟังก์ชันเสริมต่าง ๆ เพื่อให้ได้เครื่องชั่งดิจิทัลในครัวที่เหมาะกับความต้องการและใช้งานได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์เครื่องครัว

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ตาชั่งดิจิทัล ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 รวมเครื่องชั่งอาหารใช้ในครัว ใช้งานง่าย เหมาะทั้งทำอาหารและคุมแคลอรี อัปเดตล่าสุด 17 มิถุนายน 2569 เวลา 13:34:46
TOP
x close