เครื่องชงกาแฟแคปซูล ต่างจากเครื่องชงกาแฟแบบอื่น ๆ อย่างไร ?
เครื่องชงกาแฟมีหลายประเภท เลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ก็สำคัญไม่แพ้รสชาติกาแฟเลย แต่ละแบบก็มีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกันไป ลองมาดูกันว่าระบบแคปซูลต่างจากแบบอื่นตรงไหนบ้าง
วิธีการเลือกเครื่องชงกาแฟแคปซูล
ก่อนจะเลือกซื้อ มีปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาดังนี้
1. เลือกจากประเภทของระบบแคปซูล
เครื่องชงกาแฟแคปซูลแต่ละยี่ห้อออกแบบมาให้ใช้กับระบบแคปซูลของตัวเอง ฉะนั้นต้องเลือกให้ตรงกับสไตล์การดื่ม
-
ดื่มกาแฟแบบเดียวเป็นประจำ : เลือกเครื่องระบบเดียว เช่น Nespresso หรือ Dolce Gusto
-
ชอบดื่มหลายสไตล์ : เลือกเครื่อง 2 ระบบ ที่รองรับได้ทั้ง Nespresso และ Dolce Gusto
-
ชอบแบรนด์แคปซูลเฉพาะ : ควรตรวจสอบว่าแคปซูลนั้นเข้ากันได้กับเครื่องที่จะซื้อหรือไม่
2. เลือกจากความจุแท็งก์น้ำ
-
0.6 – 0.8 ลิตร : เหมาะกับผู้ใช้คนเดียว ชงวันละ 1–2 แก้ว ประหยัดพื้นที่
-
1 – 1.5 ลิตร : เหมาะกับครอบครัว ชงหลายแก้วต่อวันได้สะดวก
-
2 ลิตรขึ้นไป : เหมาะกับออฟฟิศหรือพื้นที่ที่มีคนใช้เยอะ
3. ตรวจสอบความเข้ากันได้ของแคปซูล
แคปซูลแต่ละระบบมีรูปทรงและขนาดต่างกัน ใช้แทนกันไม่ได้ ระบบหลักที่มีในไทย ได้แก่
-
Nespresso Original : ทรงกระบอกเล็ก ใช้กับ Nespresso Original Line
-
Nespresso Vertuo : ทรงโดม ใช้เทคโนโลยี Centrifusion™
-
Dolce Gusto : ทรงถ้วยปากกว้าง ใช้กับ NESCAFÉ Dolce Gusto
-
Tassimo / T-Disc : ทรงแผ่นกลม ใช้กับเครื่อง TASSIMO เท่านั้น
4. ฟังก์ชั่นเสริมที่ควรมีติดบ้าน
-
ปรับระดับปริมาณกาแฟได้
-
โหมดตีฟองนมอัตโนมัติ สำหรับคนชอบลาเต้หรือคาปูชิโน่
-
ถาดรองน้ำปรับระดับได้ รองรับแก้วหลายขนาด
-
ระบบปิดอัตโนมัติและโหมดประหยัดพลังงาน
คำถามที่มักพบบ่อย
Q : เครื่องชงกาแฟแคปซูลใช้แคปซูลของแบรนด์อื่นได้ไหม ?
A : โดยทั่วไปไม่ได้ เพราะแต่ละระบบมีขนาดและรูปทรงที่ต่างกัน อย่างไรก็ตาม ตลาดมีแคปซูลแบบ Compatible Capsules ที่ใช้ร่วมกันได้บ้าง ควรตรวจสอบจากผู้ผลิตก่อนใช้เสมอ เพื่อป้องกันเครื่องเสียหาย
Q : ทำความสะอาดยากไหม ?
A : ไม่ยากเลย เครื่องชงกาแฟแคปซูลส่วนใหญ่ดูแลง่ายกว่าเครื่องแบบดั้งเดิมมาก มีระบบทำความสะอาดอัตโนมัติ แค่ถอดถาดรองน้ำและกล่องเก็บแคปซูลออกมาล้างเป็นประจำ ก็เพียงพอแล้ว
เครื่องชงกาแฟแคปซูล
ยี่ห้อไหนดี ที่ถูกใจคอกาแฟ
1. เครื่องชงกาแฟแคปซูล Nespresso รุ่น Essenza Mini
ภาพจาก : nespresso.com
Essenza Mini คือเครื่องชงกาแฟ Nespresso ที่เล็กที่สุดในไลน์ Original และได้รับความนิยมมากเพราะดีไซน์มินิมอลที่เข้าทุกคอนเซปต์บ้าน ตัวเครื่องเบา น้ำหนักเพียง 2.3 กก. วางได้แทบทุกที่ มี 2 โปรแกรมชงอัตโนมัติ คือ เอสเพรสโซ 40 มล. และลุงโก 110 มล. ถาดรองปรับได้ 3 ระดับ ชงกาแฟได้ในเวลา 30 วินาที และมีระบบปิดอัตโนมัติหลังไม่ใช้งาน 9 นาที เหมาะกับคนที่ดื่มกาแฟคนเดียวหรือมีพื้นที่ครัวจำกัด ข้อจำกัดคือถังน้ำเล็ก ถ้าชงหลายแก้วต่อวันก็ต้องเติมน้ำบ่อย และรองรับแค่แคปซูล Nespresso เท่านั้น
-
แรงดัน 19 บาร์
-
แท็งก์น้ำ 600 มล.
-
รับประกัน 2 ปี
2. เครื่องชงกาแฟแคปซูล Tefal GENIO S PLUS รุ่น KP340566
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Tefal
Tefal GENIO S PLUS เป็นเครื่องชงกาแฟ Dolce Gusto ที่มีฟีเจอร์ครบครัน ปรับอุณหภูมิได้ถึง 4 ระดับ มีโหมด Espresso Boost สำหรับคนชอบกาแฟเข้ม และมีโหมด XL สำหรับใครที่ชอบแก้วจัมโบ้ มีระบบ LED Control Ring (ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ใช้ในการควบคุมการทำงานของเครื่องได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น) ถาดรองปรับได้ 3 ระดับ แถมยังมีระบบปิดอัตโนมัติหลัง 1 นาที และระบบเตือนล้างตะกรัน จุดที่ต้องรู้ไว้คือใช้งานได้กับแคปซูล Dolce Gusto และ Starbucks by Dolce Gusto เท่านั้น
-
แรงดัน 15 บาร์
-
แท็งก์น้ำ 800 มล.
-
กำลังไฟ 1,500 วัตต์
-
รับประกัน 2 ปี
3. เครื่องชงกาแฟแคปซูล NESCAFÉ Dolce Gusto GENIO S TOUCH รุ่น KP440E66
ภาพจาก : dolce-gusto.co.th
รุ่นนี้คือ GENIO S เวอร์ชั่น Touchscreen ฟีเจอร์ใกล้เคียงกับ GENIO S PLUS มาก แต่จุดต่างอยู่ที่หน้าจอสัมผัสที่ดูทันสมัยและใช้งานง่ายขึ้น ปรับอุณหภูมิได้ 4 ระดับ พร้อมระบบ Espresso Boost ช่วยทำให้ชงกาแฟได้รสชาติเข้มและกลิ่นหอมยิ่งขึ้น และโหมด XL สำหรับคนชอบกินกาแฟแก้วโตจุใจ ถาดรองปรับได้ 3 ระดับ นอกจากนี้ยังมีระบบปิดอัตโนมัติหลัง 1 นาที และระบบเตือนล้างตะกรัน ตัวเครื่องรองรับแคปซูล Dolce Gusto และ Starbucks by Dolce Gusto เท่านั้น
-
แรงดัน 15 บาร์
-
แท็งก์น้ำ 800 มล.
-
กำลังไฟ 1,500 วัตต์
พิกัด เครื่องชงกาแฟแคปซูล NESCAFÉ Dolce Gusto GENIO S TOUCH รุ่น KP440E66
4. เครื่องชงกาแฟแคปซูล KRUPS GENIO S รุ่น KP3408
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก HomePro Thailand
KRUPS รุ่นนี้ถือว่าเป็นเครื่องชง Dolce Gusto ที่เบาที่สุดในกลุ่มนี้ น้ำหนักแค่ 1.9 กก. เหมาะกับคนที่ต้องการเคลื่อนย้ายบ่อยหรือพื้นที่ครัวแคบ มีระบบ LED Control Ring ควบคุมการทำงานได้สะดวกขึ้น ปรับอุณหภูมิได้ 4 ระดับ มีโหมด XL และ ถาดรองปรับได้ 3 ระดับ รองรับแคปซูล Dolce Gusto และ Starbucks by Dolce Gusto เท่านั้น
-
แรงดัน 15 บาร์
-
แท็งก์น้ำ 800 มล.
-
กำลังไฟ 1,500 วัตต์
-
รับประกัน 2 ปี
5. เครื่องชงกาแฟแคปซูล Duchess รุ่น CM6500B
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Duchess Coffee
Duchess CM6500B เป็นหนึ่งในเครื่องชงกาแฟแคปซูล 2 ระบบ (ชงกาแฟแคปซูลหรือผงกาแฟคั่วบดภายในเครื่องเดียว) ที่มีราคาเข้าถึงได้ง่าย สามารถใช้ได้ทั้งแคปซูล Nespresso และ Dolce Gusto ในเครื่องเดียว โดยแค่สลับอะแดปเตอร์ มีแถบแสดงระดับน้ำ 7 ระดับ ส่วนถาดรองน้ำก็ถอดทำความสะอาดได้ง่าย เหมาะมากสำหรับคนที่อยากลองทั้งสองระบบแต่ไม่อยากซื้อเครื่องสองเครื่อง
-
แรงดัน 20 บาร์
-
แท็งก์น้ำ 600 มล.
-
กำลังไฟ 1,450 วัตต์
-
รับประกัน 1 ปี
6. เครื่องชงกาแฟแคปซูล ILLY รุ่น Y3.3
ภาพจาก : illy.co.th
ILLY รุ่น Y3.3 คือเครื่องชงกาแฟที่ซื้อเพราะความสวยได้เลย ดีไซน์ออกแบบโดยสถาปัตยกรรมระดับโลกอย่าง Piero Lissoni มีให้เลือกหลายสี ทั้งขาว ดำ แดง และฟ้าอ่อน วางบนเคาน์เตอร์แล้วสวยเหมือนของตกแต่ง สามารถชงได้ทั้งเอสเพรสโซและลุงโก ปรับฐานรองแก้วได้ 2 ระดับ มีระบบปิดอัตโนมัติหลังไม่ใช้งาน 15 นาที แต่ใช้ได้เฉพาะแคปซูล iperEspresso ของ ILLY เท่านั้น
-
แรงดัน 19 บาร์
-
แท็งก์น้ำ 750 มล.
-
กำลังไฟ 850 วัตต์
-
รับประกัน 1 ปี
7. เครื่องชงกาแฟแคปซูล SCISHARE รุ่น S1201
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Coffee Capsule Company
เครื่องชงกาแฟแคปซูลราคาน่ารัก มีแค่ 2 ปุ่มให้เลือกคือ แก้วเล็ก (40 มล.) หรือแก้วใหญ่ (110 มล.) เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการฟังก์ชั่นซับซ้อน รองรับแคปซูลระบบ Nespresso และแบรนด์อื่น ๆ ที่เป็นทรงเดียวกัน ทำงานไวภายใน 1 นาทีก็ได้กาแฟแล้ว ถาดรองปรับได้ 2 ระดับ มีระบบปิดอัตโนมัติหลังไม่ใช้งาน 15 นาที ขนาดเครื่องเพรียวบาง วางตรงไหนของบ้านก็สวย เหมาะกับมือใหม่ที่อยากลองเข้าวงการกาแฟแคปซูลในงบประหยัด
-
แรงดัน 19 บาร์
-
แท็งก์น้ำ 620 มล.
-
กำลังไฟ 1,200 วัตต์
8. เครื่องชงกาแฟแคปซูล KASHIWA รุ่น KW-2024
ภาพจาก : kashiwa.co.th
KASHIWA รุ่น KW-2024 เป็นเครื่องชงกาแฟแคปซูลราคามิตรภาพที่มาพร้อมดีไซน์ทันสมัย ตอบโจทย์การใช้งานในบ้านหรือออฟฟิศขนาดเล็กได้เป็นอย่างดี ตัวเครื่องเน้นความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง สามารถดึงรสชาติกาแฟออกมาได้เข้มข้น มาพร้อมกับ 2 โปรแกรมชงอัตโนมัติ เลือกปริมาณน้ำได้ 2 ระดับ คือ แก้วเล็ก (40 มล.) และแก้วใหญ่ (80 มล.) รองรับแคปซูลมาตรฐาน Nespresso มีจุดเด่นที่ความสะดวกสบายด้วยถาดรองแก้วปรับระดับได้ตามขนาดแก้ว และระบบทำความสะอาดที่ง่ายดาย นอกจากนี้ยังมีระบบประหยัดพลังงาน ที่จะปิดเครื่องอัตโนมัติ (Energy Saving Mode) เมื่อไม่ใช้งานนาน 10 นาที เหมาะมากสำหรับผู้เริ่มต้นเข้าสู่วงการกาแฟแคปซูลที่เน้นความคุ้มค่าและใช้งานไม่ยุ่งยาก
-
แรงดัน 20 บาร์
-
แท็งก์น้ำ 650 มล.
-
กำลังไฟ 1,350 วัตต์
-
รับประกัน 1 ปี
9. เครื่องชงกาแฟแคปซูล HiBREW รุ่น H1B (6-in-1)
ภาพจาก : hibrew.com
นี่คือเครื่องชงกาแฟแคปซูลที่ฟีเจอร์เยอะที่สุดในลิสต์นี้ รองรับได้ถึง 6 รูปแบบในเครื่องเดียว ไม่ว่าจะเป็น Nespresso, Dolce Gusto, K-Cup, ESE Pod, ผงกาแฟ หรือแม้แต่ชา แถมยังสามารถชงได้ทั้งร้อนและเย็น เพราะปรับอุณหภูมิและปริมาณน้ำได้ละเอียดถึง 7 ระดับ แถมยังมีรอบทำความสะอาดตัวเองในปุ่มเดียว เหมาะสำหรับคนที่อยากลองหลายสไตล์มาก ๆ
-
แรงดัน 20 บาร์
-
แท็งก์น้ำ 600 มล.
-
กำลังไฟ 1,450 วัตต์
-
รับประกัน 1 ปี
10. เครื่องชงกาแฟแคปซูล Cafelffe Multi-Capsule (6-in-1)
ภาพจาก : cafelffe.com
Cafelffe เป็นเครื่องชงกาแฟระบบ Multi-Capsule ที่อัปเกรดความอเนกประสงค์มาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการในเครื่องเดียว จุดเด่นอยู่ที่การรองรับแคปซูลได้ถึง 6 ประเภท (Nespresso, DG, K-Cup, ESE Pod, ใบชา และกาแฟบด) มาพร้อมวาล์วปล่อยแรงดันอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่ช่วยให้การใช้งานไหลลื่น ไม่ติดขัด ตัวเครื่องออกแบบมาให้ปรับแต่งรสชาติได้ละเอียด ทั้งระดับน้ำและอุณหภูมิ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความหลากหลายตั้งแต่เอสเปรสโซเข้มข้นไปจนถึงชาร้อน หรือแม้แต่เมนูสกัดเย็น (Cold Brew) ในเครื่องเดียว มีโหมดทำความสะอาดตัวเองในสัมผัสเดียวเพียง 120 วินาที พร้อมระบบความปลอดภัย ปิดเครื่องอัตโนมัติหลังไม่ใช้งาน 15 นาที และระบบป้องกันน้ำแห้ง
-
แรงดัน 20 บาร์
-
แท็งก์น้ำ 600 มล.
-
รับประกัน 1 ปี
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
- กาแฟแคปซูล ยี่ห้อไหนดี รสไหนอร่อยใช่เลยสำหรับคอกาแฟ
- เมนูกาแฟ กับเรื่องลับ ๆ ของกาแฟที่อาจไม่เคยรู้มาก่อน
- 10 ประโยชน์ของกาแฟดำ ที่คอกาแฟสายเฮลธ์ตี้ไม่ควรพลาด
- 12 สูตรกาแฟน้ำผลไม้ เติมคุณค่าอร่อยเข้มคูณสอง
- 7 สูตรชงกาแฟลาเต้ อร่อยละมุนพร้อมเปิดร้านคาเฟ่
- 7 สูตรชงกาแฟอเมริกาโน่ เข้มข้นหอมกรุ่นทำกินทำขายได้





