หลาย ๆ คนคงจะรู้จัก ปลาหมึดทอด หรือ Calamari ที่เรามักจะสั่งมากินเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยบ่อย ๆ แต่ก็แค่จิ้มกับน้ำจิ้มไก่ หรือซาวร์ครีมทั่ว ๆ ไป วันนี้กระปุกดอทคอมจะชวนมาทำปลาหมึกทอดแบบโฮมเมด ทีเด็ดอยู่ตรงที่ซอสต้มยำ กินคู่กันอร่อย ๆ ให้เข้ากับปากคนไทยมากขึ้น สูตรจาก คุณ DreamSP สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ทำง่าย ๆ ไม่มีสูตรตายตัว ชอบรสชาติแบบไหนก็จับใส่กันเองเลยจ้า มาดูกัน
ส่วนผสม
ส่วนผสม ปลาหมึกทอด 
ปลาหมึก

ผงกระเทียม

แป้งทอดกรอบ (โกกิ)

พริกไทยป่น

โซดา (แช่เย็นจัด)

น้ำแข็ง
ส่วนผสม ซอสต้มยำ 
น้ำมันมะกอก

ข่า

ตระไคร้

ใบมะกรูด

น้ำพริกเผา

พริกชีฟ้าแดงหั่น

น้ำตาลทราย

นมข้นจืด

มะนาว

น้ำปลา

น้ำเปล่า
วิธีทำ ปลาหมึกทอด 
หั่นปลาหมึกเป็นแว่น ๆ (ขนาดชิ้นหนาตามใจชอบ) จากนั้นนำไปล้างทำความสะอาด จากนั้นปรุงรสปลาหมึกด้วยผงกระเทียมเกลือ (ถ้าถามว่าใส่ขนาดไหน ก็ตอบได้เลยฮะว่า ใส่ตามใจชอบเลยฮะ กะ ๆ เอาตามจำนวนของปลาหมึก ก็คนมันอินดี้)

เตรียมแป้งแห้งใส่ภาชนะเอาไว้สำหรับคลุกชิ้นปลาหมึกก่อนที่จะไปชุบลงในแป้งเปียกอีกที

เตรียมส่วนผสมแป้งเปียกโดยผสมแป้งโกกิ พริกไทยป่น และโซดาแช่เย็นจัดเข้าด้วยกัน (ใส่เท่าไรผมก็ไม่ได้ตวงอะครับ ก็กะ ๆ เอาไม่ให้แป้งมันเหลวมาก) พอได้ปริมาณแป้งตามต้องการแล้วก็ใส่น้ำแข็งลงไป (เพื่อให้ตัวแป้งเย็น ถ้าถามว่าใส่ทำไม ? ผมก็ไม่รู้เหมือนกันจำได้ว่าในรายการเขาใส่)

นำปลาหมึกคลุกกับแป้งแห้งให้ทั่วแล้วนำไปชุบลงในส่วนผสมแป้งเปียก จากนั้นนำไปทอดในกระทะด้วยไฟกลาง ทอดจนได้สีของแป้งตามต้องการ ตักขึ้นจากกระทะ สะเด็ดน้ำมัน เตรียมไว้
หมายเหตุ : ทอดออกมาไม่ค่อยสวยเท่าไร ทำครั้งแรก อีกอย่างทำไปก็มัวแต่ห่วงถ่ายรูปไป แถมถ่ายออกมาไม่สวยอีกต่างหาก ก็ขออภัยด้วยนะครับ จริง ๆ มีเยอะกว่านี้นะแต่คุณพี่สาวเล่นนั่งชิมไปเกือบครึ่งจาน)
วิธีทำ ซอสต้มยำ 
นำกระทะขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำมันมะกอกลงไปนิดหน่อย พอน้ำมันร้อน ใส่ข่า ตะไคร้ ใบและมะกรูดลงไปผัดพอให้มีกลิ่นหอม จากนั้นใส่น้ำพริกเผาและพริกชีฟ้าลงไปแล้วผัดให้เข้ากัน พอเข้ากันดีแล้วปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายนิดหน่อยเพื่อตัดรส

ใส่นมข้นจืดลงไป (ถ้าส่วนผสมข้นเกินไปก็เติมน้ำเปล่าลงไปนิดหน่อย) แล้วใส่น้ำปลาลงไปนิดหน่อยเพื่อเพิ่มรสชาติ ชิมรสตามชอบ (ปรับจนได้รสที่ตัวเองต้องการ) ปิดไฟ แล้วบีบมะนาวลงไป ตักใส่ชาม เสิร์ฟพร้อมปลาหมึกทอด
ว้าว ! ปลาหมึกทอดก็น่ากิน ได้ซอสต้มยำข้น ๆ ไว้จิ้มกินคู่กันอีก แบบนี้กี่จานถึงจะพอล่ะคะ ?
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก