มาการองแฮมเบอร์เกอร์ ขนมหวานไอเดียแจ่ม จับมาการองมาแปลงโฉมให้กลายเป็นแฮมเบอร์เกอร์สุดเก๋ ไอเดียล้ำไม่ซ้ำใครจริง ๆ มาการองขนมขึ้นชื่อจากฝรั่งเศสที่กำลังฮิตมากในบ้านเรา มีทั้งขนาดเล็กพอดีคำและขนาดใหญ่แบบจุใจ โดยมาการองมีลักษณะเด่นตรงที่มีความหวานติดลิ้น รสชาติหลากหลาย และสีสันสวยงาม หลายคนชอบกินมาการองกับน้ำชายามบ่ายแล้วนั่งฟังเสียงดนตรีบรรเลงเพลงคลาสสิกเบา ๆ แหม… พอนึกถึงความสุนทรีย์เข้าหน่อยทำเอาอยากไปซื้อมาการองทันที แต่มาลองทำมาการองเองดีกว่า วัดใจกันไปเลย วันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีทำมาการองแฮมเบอร์เกอร์ สูตรจาก
คุณ Kat Bake Club สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่มาในรูปโฉมใหม่หน้าตาน่าหม่ำ รับรองว่าหากได้ลองทำแล้วจะรู้ว่าไม่ยากเลยและต้องชอบแน่นอน
เปลี่ยนอาหารฟาสต์ฟู้ดมาเป็นของหวานสุดฮิป "มาการองแฮมเบอร์เกอร์" สูตรจาก คุณ Kat Bake Club สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สวัสดีค่ะ กลับมาพบกันอีกครั้ง คราวนี้แคทมีเมนูขนมเก๋ ๆ มาฝากเพื่อน ๆ อีกแล้ว หลังจากคราวก่อนได้ทำ
มาการองหมีริลัคคุมะไป กลับมาคราวนี้จะมารีวิวการทำมาการองเช่นเดิม อ๊ะ ๆ… แต่มาการองหนนี้ มันพิเศษกว่าครั้งไหน ๆ ค่ะ เพราะได้นำอาหารฟาสต์ฟู้ดยอดฮิตอย่าง “แฮมเบอร์เกอร์” มาเปลี่ยนเป็นเมนูของหวาน หน้าตากระจุ๋มกระจิ๋มอย่างมาการอง คงนึกภาพกันไม่ออกละสิว่า หน้าตาเป็นยังไง อย่ารอช้า เราไปดูวิธีทำกันเลย
ส่วนผสม ฝามาการอง (ดัดแปลงมาจากอิตาเลียนเมอแรงค์ของ Pierre Hermé )
ส่วนที่ 1 
อัลมอนด์ป่น 105 กรัม (จากสูตรใช้ 100 กรัม แต่แคทปรับเพิ่มเป็น 105 กรัมนะคะ เพราะตอนนำอัลมอนด์อบไล่ความชื้น น้ำหนักเค้าจะหายไปอีก 5 กรัม พอนำมาชั่งอีกครั้งจะครบ 100 กรัม ตามที่สูตรบอกเป๊ะ)

น้ำตาลไอซิ่ง 100 กรัม

ไข่ขาวเก่า (อุณหภูมิห้อง) 36.6 กรัม

สีผสมอาหารสีน้ำตาลชนิดเจล หรือ ผง
ส่วนที่ 2 
ไข่ขาวเก่า (ในอุณหภูมิห้อง) 36.6 กรัม

น้ำตาลทรายป่น 100 กรัม

น้ำเปล่า 25 กรัม
หมายเหตุ : ในสูตรของ Pierre Hermé เขาบอกให้ใช้ “Liquefied egg white” ซึ่งเราสามารถทำได้โดยการแยกไข่ขาวใส่ถ้วยเอาไว้ ปิดด้วยพลาสติกถนอมอาหาร เจาะรูเล็ก ๆ เก็บไว้ในตู้เย็นสัก 3-4 วัน หรือ แยกไข่ขาวทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องธรรมดา 3-4 วัน
วิธีทำ ฝามาการอง 
นำอัลมอนด์กับน้ำตาลไอซิ่งไปปั่นรวมกันให้ละเอียด

เปิดเตาอบใช้ไฟบน-ล่าง และพัดลมที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส แล้วนำส่วนผสมที่ปั่นไว้เข้าไปอบเพื่อไล่ความชื้นออก อบประมาณ 10 นาที จากนั้นนำออกมาพักไว้จนเย็น จากนั้นค่อยนำส่วนผสมที่เย็นแล้วมาร่อนผ่านกระชอน 1 รอบ พักไว้ค่ะ

ระหว่างนี้มาเตรียมต้มน้ำเชื่อมทำเมอแรงค์กันต่อ โดยเทน้ำตาลทรายและน้ำใส่ลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง (ไม่ต้องคนส่วนผสมนะคะ เดี๋ยวน้ำเชื่อมจะเป็นเกล็ด) ต้มจนส่วนผสมมีอุณหภูมิอยู่ที่ 110 องศาเซลเซียส ระหว่างนั้นให้ใช้เครื่องตีแป้งมือถือมาตีไข่ขาวเก่าส่วนที่ 2 ในชามผสม ตีจนตั้งยอดอ่อน

ในระหว่างที่เรากำลังตีไข่ขาวให้ตั้งยอดอ่อนอยู่ สายตาก็จับจ้องไปที่หม้อต้มน้ำเชื่อมให้อุณหภูมิเดือด 118 องศาเซลเซียส (ในคลิปวิดีโอ แคทแอบต้มเกินไปถึง 119 องศาเซลเซียส เพราะมัวแต่ถ่ายภาพจนปิดแก๊สไม่ทัน แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบนะ มาการองยังออกมาสภาพสำเร็จอยู่ 555)

เมื่อส่วนผสมน้ำเชื่อมถึงจุดเดือดที่ 118 องศาเซลเซียสแล้ว รีบยกน้ำเชื่อมออกจากเตา ค่อย ๆ เทน้ำเชื่อมเป็นสายลงไปในชามไข่ขาวที่กำลังตีอยู่ เปิดเครื่องตีแป้งมือถือใช้ความเร็วปานกลางค่อนไปทางสูงตีไปเรื่อย ๆ อย่าหยุดจนน้ำเชื่อมหมดก็เปลี่ยนเป็นความเร็วสูงสุด ตีต่อจนให้ได้ยอดแข็ง เช็กอุณหภูมิด้วยนะคะ ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า 50 องศาเซลเซียสเมื่อไรแสดงว่าใช้ได้แล้วค่ะ

นำไข่ขาวส่วนที่ 1 ผสมกับผงอัลมอนด์และน้ำตาลไอซิ่งที่ปั่นไว้ ถ้าอยากใส่สีใส่ลงไปได้เลยนะคะ คนให้เข้ากันจะได้ลักษณะเหมือนทรายเปียก

จากนั้นแบ่งเมอแรงค์ที่ตีไว้ใส่ลงไปครึ่งหนึ่ง คนให้เข้ากัน

นำเมอแรงค์ส่วนที่เหลือใส่ลงไปให้หมด ค่อย ๆ ตะล่อมส่วนผสมจากด้านข้างและด้านล่างเข้ามาตรงกลางเบา ๆ ทำไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมเข้ากัน (ถ้าส่วนผสมเข้ากันดีแล้วเวลาใช้พายตักขึ้นมาแล้วปล่อยลงไปส่วนผสมจะมีลักษณะเป็นสายหนืด ๆ)
วิธีบีบฝามาการอง 
ใช้หัวบีบเบอร์ 10 ค่ะ

บีบเป็นทรงกลมธรรมดา

เอาผ้ามารองโต๊ะสักนิด ก่อนจับถาดมาการองกระแทกแรง ๆ เพื่อไล่ฟองอากาศออก
วิธีไล่ฟองอากาศทำได้ 2 แบบ 1. ใช้มือเคาะใต้ถาด
2. จับถาดกระแทกลงกับโต๊ะ

ครั้งก่อนแคทใช้แบบแรกคือ วิธีเคาะใต้ถาด ผลคือ ไม่มีปัญหา ขามาการองไม่เบี้ยว แต่ครั้งนี้ลองดี จับถาดมากระแทกกับโต๊ะ ตอนอบเสร็จเห็นผลงานตัวเองเลยค่ะ

ก่อนนำถาดมาการองเข้าอบ โรยงาสักเล็กน้อย ลดไฟให้เหลืออุณหภูมิ 140 องศาเซลเซียส ใช้เวลาอบประมาณ 14 นาที (เรื่องไฟในการอบและระยะเวลา เตาแต่ละคนแรงไม่เท่ากันนะคะ อย่างของแคท อบ 14 นาที ก็สุกแล้ว)

เวลาผ่านไป 8 นาที ขาเริ่มงอกค่ะ สังเกตเห็นฝามาการองบริเวณขอบ ๆ ไหมคะ มันเบี้ยวค่ะ เหตุเกิดจากตอนกระแทกถาดกับโต๊ะ กระดาษรองอบมันพะเยิบพะยาบ เพราะแคทไม่ยอมตัดให้ได้ขนาดพอดีแล้วยัดเข้าไปก้นถาดเองแหละ ก็เลยได้ผลทดลองอีกแบบ 555 แต่ฝามาการองตรงกลาง ขาขึ้นตรงรอบด้านดีค่ะ ทำสูตรอิตาเลียนเมอแรงค์ได้ขาสั้นทุกที บางทีก็อยากให้ขามันสูงกว่านี้ กูรูคนเก่งวานบอกที มีเทคนิคอย่างไร
วิธีเช็กว่าฝามาการองสุกหรือยัง ให้เอามือจับฝาแล้วโยกค่ะ ถ้าขาเขายังโยกได้ให้อบต่อ แต่ถ้าโยกไม่ได้แสดงว่าสุกแล้ว บางคนเกิดปัญหา มาการองตูดแฉะ ดึงออกจากกระดาษรองอบแล้วก้นมันหลุด
วิธีแก้ไขถ้าฝามาการองยังไม่สุก ควรนำเข้าไปอบด้วยไฟล่าง ประมาณ 2 นาที ทีนี้ตูดเขาจะแห้งสนิทและหลุดออกจากกระดาษรองอบง่ายมาก
ไส้มาการอง อย่างที่บอกว่าเปลี่ยนอาหารคาวมาเป็นอาหารหวาน ไส้ของเราก็ดัดแปลงตามไปด้วย จริง ๆ เขาจะใส่พวกเนื้อก้อนนาบกระทะจนเป็นสีน้ำตาล ชีส ผักสลัด แตงกวาดอง และซอสมะเขือเทศ แล้วเมนูของหวานอย่างเราจะใช้อะไรแทนดีนะ
ส่วนผสม ไส้ช็อกโกแลตกานาช (ตัวแทนของเนื้อก้อน) 
ดาร์กช็อกโกแลต 60 กรัม

วิปครีม 30 กรัม
วิธีทำ 
นำวิปครีมไปอุ่นในไมโครเวฟให้ร้อน เทใส่ลงไปในถ้วยดาร์กช็อกโกแลต ทิ้งไว้สักครู่แล้วช็อกโกแลตจะเริ่มละลาย จากนั้นเราก็คนต่อจนเนื้อเนียนเข้ากันดี เอาไปพักไว้ในตู้เย็นให้เซตตัว 1 ชั่วโมง
ส่วนผสม ซอสสตรอว์เบอร์รี (ตัวแทนซอสมะเขือเทศ)

สตรอว์เบอร์รีแช่แข็ง 200 กรัม

น้ำตาลทรายป่น 50 กรัม

แป้งกวนไส้ 1 ช้อนชา ผสม น้ำเปล่า 1 ช้อนชา
วิธีทำ 
นำสตรอว์เบอร์รีแช่แข็งเทใส่หม้อ ใส่น้ำตาลทรายป่นตามลงไป นำไปตั้งไฟต้มจนเนื้อมันเปื่อยยุ่ย เอาพายสับ ๆ จนเนื้อเละ

จากนั้นละลายแป้งกวนไส้ในน้ำ เทลงไปในหม้อ คนส่วนผสมอย่าหยุดมือจนแป้งสุก สังเกตเนื้อซอสจะเหนียวขึ้น ยกออกจากเตาพักไว้ให้คลายร้อน จากนั้นเก็บใส่ตู้เย็น พักไว้

ไวท์ช็อกโกแลตแผ่น (ตัวแทนของชีส)
นำไวท์ช็อกโกแลตเข้าไปละลายในไมโครเวฟ เทลงบนกระดาษไข แผ่เป็นแผ่นบาง ๆ นำไปแช่ตู้เย็นให้เซตตัว จากนั้นนำมีดชุบน้ำร้อนมาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมจัตุรัส เตรียมไว้

กีวี (ตัวแทนของแตงกวาดองและผักสลัด) ปอกเปลือกและหั่นเป็นแว่นบาง ๆ เตรียมไว้

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว นำมาเรียงต่อกันเป็นชั้น เริ่มจากบีบช็อกโกแลตกานาชลงไปบนฝามาการอง ตามด้วยไวท์ช็อกโกแลต กีวี สตรอว์เบอร์รีซอส ปิดท้ายด้วยการประกบฝามาการองเป็นแซนด์วิช แค่นี้ก็จะได้มาการองแฮมเบอร์เกอร์

กัดดูด้านใน ฟ้องด้วยภาพ 555 จบแล้ว สำหรับวิธีทำมาการองแฮมเบอร์เกอร์หวังว่าจะเป็นหนึ่งไอเดียให้เพื่อน ๆ ได้ลองเอาไปทำกันดูนะคะ
เป็นอย่างไรบ้างคะกับเมนูมาการองแฮมเบอร์เกอร์ หน้าตาและรสชาติต้องยกนิ้วให้เลยค่ะ ใครสนใจอยากลองทำเป็นของขวัญของฝากหรือทำกินเล่น ๆ เพลิน ๆ ก็ได้นะคะ สำหรับคนที่อยากเข้าไปพูดคุยตามประสาคนชอบทำขนม สามารถเข้าไปจอยกันได้ที่ เฟซบุ๊ก Kat Bake Club
world_id:55890a5a4d265a60718b4568
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
คุณ Kat Bake Club สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม และ
เฟซบุ๊ก Kat Bake Club