10 วิธีทำวาฟเฟิล หลากสไตล์ทำเองได้ไม่ต้องซื้อ

วาฟเฟิล

          วิธีทำวาฟเฟิล สูตรขนมอร่อยหลากสไตล์ จะทำเป็นอาหารว่างยามบ่าย เสิร์ฟกับเครื่องดื่มเย็น ๆ ก็เจิด เพิ่มความสุนทรีย์กับชีวิต

          ใครชอบกินเบเกอรี่บ้างคะ ถ้าหากเบื่อเมนูเค้ก เมนูคุกกี้ หรือเมนูขนมปัง ลองเปลี่ยนแนวมากินเมนูวาฟเฟิลกันหน่อยดีกว่า ถ้าขี้เกียจแต่งตัวออกไปซื้อมากินก็ลองทำเองง่าย ๆ ได้นะคะ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอ 10 เมนูวาฟเฟิล เช่น วาฟเฟิลออริจินัล วาฟเฟิลชาเขียว วาฟเฟิลบราวนี่ วาฟเฟิลเบคอน วาฟเฟิลฟักทอง วาฟเฟิลดาร์กช็อกโกแลต สำหรับใครที่ขี้เกียจตีแป้งก็ไปหาซื้อได้ที่ร้านขายส่งแป้งวาฟเฟิล แต่ละสูตรวาฟเฟิลขอบอกว่าเด็ด วาฟเฟิลกรอบนอกนุ่มใน โดนใจทุกเพศทุกวัยแน่นอน


วาฟเฟิล

1. วาฟเฟิลออริจินัล

          สำหรับคนที่ชอบกินเมนูวาฟเฟิลต้นตำรับ ขอแนะนำเมนูวาฟเฟิลออริจินัลสูตรจากคุณ little foggy สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สูตรแป้งวาฟเฟิลนมสด อบร้อน ๆ ราดน้ำผึ้งฉ่ำ ๆ กินกันให้พุงกางไปเลยค่ะ 

ส่วนผสม แป้งวาฟเฟิลออริจินัล

          • นมสด 1 ถ้วย
          • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
          • เนยสดละลาย 50 กรัม
          • ไข่แดง 1 ฟอง
          • กลิ่นวานิลลา เล็กน้อย
          • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 100 กรัม
          • ผงฟู 1 ช้อนชา
          • เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
          • เกลือป่นเล็กน้อย
          • ไข่ขาว 1 ฟอง
          • ครีมออฟทาร์ทาร์ เล็กน้อย
          • น้ำตาลทราย
          • น้ำเชื่อม (หรือน้ำผึ้ง) ตามชอบ สำหรับราด

วิธีทำแป้งวาฟเฟิล

          • 1. ผสมนมสดกับน้ำมะนาวเข้าด้วยกัน เสร็จแล้วนำไปตีผสมกับเนยละลายและไข่แดง ใส่กลิ่นวานิลลาลงไปตีผสมเล็กน้อย

          • 2. ร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงฟู เบกกิ้งโซดา และเกลือป่นลงไปในส่วนผสมของเหลว ตีผสมให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียวและไม่เป็นเม็ด เตรียมไว้

          • 3. ตีไข่ขาวกับครีมออฟทาร์ทาร์จนเป็นฟองละเอียดแล้วใส่น้ำตาลทรายลงไป ตีจนไข่ขาวตั้งยอดอ่อน จากนั้นนำไปตะล่อมกับส่วนผสมแป้งที่เตรียมไว้ให้เข้ากัน

          • 4. เปิดเตาอบวาฟเฟิลรอจนร้อน ตักส่วนผสมแป้งหยอดลงไป (ปริมาณแล้วแต่ชอบ) อบจนสุก (หมอกอบชิ้นไม่ใหญ่มากนะคะ ได้มา 12 ชิ้นเลยค่ะ) แกะออกจากเตา จัดใส่จาน ราดด้วยน้ำเชื่อม พร้อมเสิร์ฟ

          • ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ วิธีทำวาฟเฟิล ออริจินัล เสิร์ฟร้อน ๆ หอมกรุ่นจากเตา

++++++++++++++++++++

วาฟเฟิล
ภาพจาก fitfoodiefinds.com

2. วาฟเฟิลชาเขียว


          ถ้าที่บ้านใครมีผงชาเขียวอยู่แล้ว ลองมาแต่งแต้มสีเขียวใส่เมนูวาฟเฟิลกันกับเมนูวาฟเฟิลชาเขียว สูตรแป้งนมอัลมอนด์ เนื้อแป้งจะมีรสชาติหวานของน้ำผึ้ง และมีกลิ่นชาเขียวแซมนิด ๆ ยิ่งถ้าเสิร์ฟคู่กับชาเขียวร้อนหน่อยนะ อูย… สวรรค์บนดินเลยล่ะ

ส่วนผสม ของแห้ง

          • แป้งสาลีอเนกประสงค์ (สูตรปราศจากกลูเตน) 2 ถ้วย
          • ผงฟู 2 ช้อนชา
          • เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
          • ผงชาเขียว 1 ช้อนชา + 1/2 ช้อนชา

ส่วนผสม ของเหลว

          • ไข่ไก่ 2 ฟอง
          • น้ำผึ้ง 1/4 ถ้วย
          • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
          • นมอัลมอนด์ (สูตรไม่หวาน) 1 ถ้วย
          • น้ำมันมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำวาฟเฟิลชาเขียว

          • 1. เปิดเตาวาฟเฟิลใช้ความร้อนปานกลาง เตรียมไว้

          • 2. ร่อนผสมของแห้งทั้งหมดให้เข้ากัน เตรียมไว้

          • 3. ผสมไข่ไก่ น้ำผึ้ง กลิ่นวานิลลา และนมอัลมอนด์ให้เข้ากัน

          • 4. ค่อย ๆ ใส่ส่วนผสมของแห้ลงไปผสมให้เข้ากัน จากนั้นใส่น้ำมันมะพร้าวลงไปตีผสมจนเนียน

          • 5. ตักส่วนผสมแป้งประมาณ 1/2 ถ้วย หยอดใส่ลงในพิมพ์ประมาณ 2 ถึง 2.30 นาที

          • 6. พอสุกนำออกมาจัดใส่จาน บีบวิปครีมลงไป ราดน้ำผึ้ง โรยช็อกโกแลตชิพลงไป พร้อมเสิร์ฟ

++++++++++++++++++++

วาฟเฟิล
ภาพจาก encha.com

3. วาฟเฟิลชาเขียว สูตรปราศจากกลูเตน

          ใครที่แพ้กลูเตนแต่อยากกินวาฟเฟิล ขอแนะนำเมนูวาฟเฟิลชาเขียวสูตรนี้เลยค่ะ Organic Vegan Gluten-Free Coconut Matcha Waffle ใช้แป้งปราศจากกลูเตน และใส่ผงชาเขียวออแกนิกส์ พออบเสร็จก็จับราดเมเปิลไซรัปตามชอบ ท็อปปิ้งด้วยผลไม้ตระกูลเบอร์รีให้สวยงาม เสิร์ฟตอนกำลังอุ่น ๆ อร่อยเชียวล่ะ

ส่วนผสม วาฟเฟิลชาเขียว

          • ผงชาเขียว (สูตรออแกนิกส์) 2 ช้อนชา
          • แป้งสาลีอเนกประสงค์ (สูตรปราศจากกลูเตน) 1 ถ้วย
          • ผงฟู 1 ช้อนชา
          • เบกกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา
          • น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ
          • นมสด (ไขมันต่ำ) 1 ถ้วย + 1/2 ถ้วย
          • เมเปิลไซรัป (สำหรับราด)
          • ท็อปปิ้งตามชอบ เช่น บลูเบอร์รี ราสป์เบอร์รี มะพร้าวขูด อัลมอนด์สไลซ์

วิธีทำวาฟเฟิลชาเขียว

          • 1. ผสมผงชาเขียว แป้ง ผงฟู และเบกกิ้งโซดาให้เข้ากัน จากนั้นเทนมสดใส่ลงไป ตีผสมให้เข้ากัน

          • 2. เปิดเตาอบวาฟเฟิล ฉีดสเปรย์น้ำมันมะกอก หรือทาน้ำมันมะพร้าว เตรียมไว้

          • 3. หยอดส่วนผสมแป้งลงไปอบประมาณ 5 นาที

          • 4. นำออกจากเตา จัดใส่จาน ราดเมเปิลไซรัป ท็อปปิ้งด้วยบลูเบอร์รี ราสป์เบอร์รี มะพร้าวขูด และอัลมอนด์สไลซ์ ตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ

++++++++++++++++++++++

วาฟเฟิล
ภาพจาก barbarabakes.com

4. วาฟเฟิลเรด เวลเว็ท


          กรี๊ด ! เห็นวาฟเฟิลเรด เวลเว็ท (Red Velvet Waffle) แล้วอยากจะหม่ำทันทีเลยล่ะ สูตรนี้ใส่น้ำตาลทรายแดงเพิ่มความหวานและหอม ยิ่งถ้าราดน้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อมก็ยิ่งอร่อย กินไปนั่งดูโทรทัศน์ไป มีความสุขจริง ๆ เลยนะคุณขา

ส่วนผสม แป้งวาฟเฟิลเรดเวลเวท

          • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ถ้วย
          • เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
          • ผงฟู 1 ช้อนชา
          • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
          • เนยจืดละลาย 4 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วย
          • ไข่แดง 3 ฟองใหญ่
          • ไข่ขาว 3 ฟองใหญ่
          • บัตเตอร์มิลค์ 2 ถ้วย
          • ผงโกโก้ 1 ช้อนโต๊ะ + 1/2 ช้อนโต๊ะ
          • สีผสมอาหารสีแดง 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำวาฟเฟิลเรดเวลเวท

          • 1. เปิดเตาวาฟเฟิล ใช้ไฟปานกลาง เตรียมไว้

          • 2. ร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์ เบกกิ้งโซดา ผงฟู และเกลือป่นให้เข้ากัน เตรียมไว้

          • 3. ตีผสมเนยจืดและน้ำตาลทรายแดงให้เข้ากัน ใส่ไข่แดงและบัตเตอร์มิลค์ลงไปตีให้เข้ากัน เตรียมไว้

          • 4. ผสมผงโกโก้และสีผสมอาหารสีแดงให้เข้ากัน เทใส่ลงไปในส่วนผสมเนยคนให้เข้ากัน เสร็จแล้วเทใส่ลงในส่วนผสมแป้งคนให้เข้ากัน พักไว้

          • 5. ตีผสมไข่ขาวให้เข้ากันจนตั้งยอด แบ่งส่วนผสมไข่ขาวลงไปใสส่วนผสมแป้งตีให้เข้ากัน เสร็จแล้วใส่ส่วนผสมไข่ขาวที่เหลือลงไปตีให้เข้ากันอีกครั้ง

          • 6. ฉีดสเปรย์น้ำมันมะกอก หรือทาเนยลงในพิมพ์วาฟเฟิล เทส่วนผสมวาฟเฟิลลงไปนำไปอบจนสุก

          • 7. นำออกจากเตา จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

++++++++++++++++++++

วาฟเฟิล
ภาพจาก primaverakitchen.com

5. วาฟเฟิลเนยถั่ว

 
          เนย ถั่วแช่ไว้ในตู้เย็นจับเอามาทำเมนูวาฟเฟิลเนยถั่ว (Peanut Butter Waffles) ได้นะคะ สูตรนี้ใช้แป้งข้าวโอ๊ตปราศจากกลูเตนผสมกับเนยถั่ว เวลาเคี้ยวจะได้สัมผัสรสชาติของเนยถั่วด้วยล่ะ ทั้งนี้สามารถใส่ผลไม้สดตามชอบ รวมถึงราดเมเปิลไซรัปเยิ้ม ๆ ได้ตามสบาย ขอให้มีความสุขกับอาหารว่างมื้อนี้นะคะ

ส่วนผสม วาฟเฟิลเนยถั่ว


          • แป้งข้าวโอ๊ต (สูตรปราศจากกลูเตน) 1 ถ้วย + 1/4 ถ้วย
          • ผงฟู 4 ช้อนชา
          • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
          • เนยถั่ว (สูตรออแกนิกส์) 2 ช้อนโต๊ะ
          • นมสด (สูตรไขมันต่ำ) 1 ถ้วย + 1/2 ถ้วย
          • ไข่ขาว 2 ฟอง

วิธีทำวาฟเฟิลเนยถั่ว

          • 1. เปิดเตาวาฟเฟิล ใช้ความร้อนปานกลาง เตรียมไว้

          • 2. ร่อนผสมแป้งข้าวโอ๊ต ผงฟู และเกลือป่นให้เข้ากัน

          • 3. ผสมเนยถั่วกับนมสดให้เข้ากัน

          • 4. ตีผสมไข่ขาวจนตั้งยอดอ่อน

          • 5. เทส่วนผสมเนยถั่วลงไปในส่วนผสมแป้งคนให้เข้ากัน ใส่ส่วนผสมไข่ขาวลงไปตีผสมให้เข้ากัน

          • 6. ฉีดสเปรย์น้ำมันมะกอกลงในเตาวาฟเฟิล หยอดส่วนผสมแป้งลงไป รอจนสุกเหลือง

          • 7. นำออกจากเตา จัดใส่จาน ท็อปปิ้งด้วยผลไม้สดและเมเปิลไซรัป พร้อมเสิร์ฟ

++++++++++++++++++++++

วาฟเฟิล

6. วาฟเฟิลบราวนี่

          บราวนี่ชิ้นสี่เหลี่ยมคงต้องชิดซ้ายให้กับเมนูวาฟเฟิลบราวนี่สูตรจากคุณ dearyjung สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เนื้อวาฟเฟิลรสโกโก้ผสมผสานช็อกโกแลตชิพเม็ด ๆ พออบเสร็จจับมาโรยน้ำตาลไอซิ่งและอัลมอนด์สไลซ์ ขอเช็ดน้ำลายแป๊บ 

ส่วนผสม วาฟเฟิลบราวนี่

          • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2/3 ถ้วย (ประมาณ 65 กรัม)
          • ผงโกโก้ 1/3 ถ้วย (ประมาณ 25 กรัม)
          • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
          • เนยจืดละลาย 4 ช้อนโต๊ะ
          • ช็อกโกแลตชิพ 4 ออนซ์ (ประมาณ 120 กรัม)
          • น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
          • ไข่ไก่ 2 ฟอง   
          • กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา
          • น้ำตาลไอซิ่ง (โรยหน้า)
          • อัลมอนด์สไลซ์ (โรยหน้า)

วิธีทำวาฟเฟิลบราวนี่

          • 1. ร่อนผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์ เกลือ และผงโกโก้เข้าด้วยกัน เตรียมไว้

          • 2. ผสมเนยสด ไข่ไก่ และกลิ่นวานิลลาเข้าด้วยกัน ค่อย ๆ ใส่น้ำตาลทรายลงไปคนผสมให้เข้ากัน (อาจจะหนืด ๆ หน่อย พยายามตีให้เข้ากันนะ)

          • 3. เทส่วนผสมของเหลวลงในส่วนผสมแป้งแล้วคนผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว

          • 4. ระหว่างนี้ให้เปิดเตาวาฟเฟิลเตรียมไว้เลย (ต้องวอร์มเครื่องให้มันกระตุ้นความร้อนนิดหนึ่ง)

          • 5. ใส่ช็อกโกแลตชิพลงไปคนผสมให้เข้ากัน พอเตาวาฟเฟิลร้อนแล้วตักส่วนผสมใส่ในเตา รอจนส่วนผสมสุกประมาณ 2 นาที

          • 6. นำออกจากเตา โรยน้ำตาลไอซิ่งและอัลมอนด์สไลซ์

          • ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ วาฟเฟิลบราวนี่ สูตรขนมง่าย ๆ เก๋ไก๋ ทำได้ใน 2 นาที

++++++++++++++++++++++

วาฟเฟิล
ภาพจาก ashleemarie.com

7. วาฟเฟิลเบคอน


          เบคอนที่เหลืออย่าเพิ่งเอาไปทอดกินเพลิน ๆ จนหมดนะคะ แบ่งเอามาทำเมนูวาฟเฟิลเบคอน (Maple Bacon Waffle) กินยามเช้ากันดีกว่าค่ะ สูตรนี้ใส่เบคอนหวานลงไปผสมกับแป้งวาฟเฟิล เพิ่มความฟินด้วยเบคอนชิ้นโตอีกสักนิด ถ้าได้ไข่ขาวอีกสักฟองแจ่มเลยค่ะ

ส่วนผสม วาฟเฟิลเบคอน


          • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย + 1/4 ถ้วย
          • ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
          • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
          • ไข่ไก่ตีแตก 3 ฟอง
          • เนยละลาย 6 ช้อนโต๊ะ
          • นมสด 1 ถ้วย + 1/2 ถ้วย
          • กลิ่นเมเปิล 2 ช้อนชา
          • เบคอนอบแบบหวานสับ
          • วิปครีม (หรือวิปครีมกลิ่นเมเปิล)
          • เบคอนอบแบบหวาน (หั่นเป็นชิ้นยาว)

วิธีทำวาฟเฟิลเบคอน


          • 1. ร่อนผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงฟู น้ำตาลทราย และเกลือป่นเข้าด้วยกัน

          • 2. ผสมไข่ไก่ เนยละลาย นมสด และกลิ่นเมเปิลเข้าด้วยกัน เทลงไปผสมในส่วนผสมแป้ง ใส่เบคอนสับลงไปคนผสมให้เข้ากัน

          • 3. หยอดแป้งลงในพิมพ์วาฟเฟิล อบประมาณ 3-4 นาที หรือจนสุก

          • 4. นำออกจากเตา จัดใส่จาน บีบวิปครีมลงไป ตกแต่งเบคอนให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ

++++++++++++++++++++

วาฟเฟิล
ภาพจาก bombshellbling.com

8. วาฟเฟิลฟักทอง

          ฟักทอง นึ่งก็กินรองท้องเป็นอาหารเช้าจนเอียนแล้ว ถ้าอย่างนั้นมาลองทำเมนูวาฟเฟิลฟักทอง (Pumpkin Waffles) อร่อย ๆ สักครั้งกันดีกว่า เนื้อวาฟเฟิลนุ่ม ๆ แทรกเนื้อฟักทอง มีกลิ่นหอมจากผงอบเชยและผงลูกจันทน์เทศเบา ๆ จะราดน้ำผึ้ง หรือเมเปิลไซรัปก็ได้ค่ะ ลองทำดูนะคะ

ส่วนผสม วาฟเฟิลฟักทอง


          • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ถ้วย
          • ผงฟู 2 ช้อนโต๊ะ
          • ผงอบเชย 1 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
          • ผงลูกจันทน์เทศ 1/2 ช้อนชา
          • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
          • ไข่แดง 4 ฟอง
          • นมสด 1/2 ถ้วย
          • ฟักทองสุกหั่นชิ้น 1 ถ้วย
          • เนยสด (หรือมาร์การีน) 3/4 ถ้วย
          • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
          • ไข่ขาว 4 ฟอง
          • น้ำเชื่อมตามชอบ เช่น บัตเตอร์มิลค์ไซรัป

วิธีทำวาฟเฟิลฟักทอง


          • 1. ผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงฟู ผงอบเชย น้ำตาลทราย ผงลูกจันทน์เทศ และเกลือป่นเข้าด้วยกัน

          • 2. ตีผสมไข่แดงให้เข้ากันด้วยเครื่องตีแป้ง ใส่นมสด ฟักทอง เนยสด และน้ำหอมกลิ่นวานิลลาให้เข้ากัน

          • 3. ใส่ส่วนผสมแป้งลงไปตีผสมกับส่วนผสมไข่แดงให้เข้ากัน

          • 4. ตีผสมไข่ขาวจนตั้งยอดแข็ง ใส่ลงไปผสมกับส่วนผสมแป้งฟักทอง

          • 5. ตักหยอดลงในพิมพ์วาฟเฟิลที่ฉีดสเปรย์น้ำมันมะกอกไว้แล้ว

          • 6. พอสุกนำออกจากเตา จัดใส่จาน ราดบัตเตอร์มิลค์ไซรัป พร้อมเสิร์ฟ

++++++++++++++++++++

วาฟเฟิล
ภาพจาก ibakeheshoots.com

9. วาฟเฟิลดาร์กช็อกโกแลต

         สำหรับ คอช็อกโกแลตห้ามพลาดกับเมนูวาฟเฟิลดาร์กช็อกโกแลต (Dark Chocolate Waffles) เชียวล่ะ เนื้อวาฟเฟิลอัดแน่นไปด้วยดาร์กช็อกโกแลตเข้ม ๆ ทุกอณู ยิ่งถ้าทาเนยจืดลงไปหน่อย บีบเมเปิลไซรัปให้ทั่ว ราดเนยถั่วหอม ๆ อีกเล็กน้อย อ้วนก็ยอมล่ะ

ส่วนผสม วาฟเฟิลดาร์กช็อกโกแลต

          • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ถ้วย
          • ผงโกโก้ 1/2 ถ้วย
          • น้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วย
          • ผงฟู 2 ช้อนชา
          • เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
          • เกลือโคเชอร์ 1 ช้อนชา
          • ไข่แดง 3 ฟอง
          • บัตเตอร์มิลค์ 2 ถ้วย
          • น้ำมันมะกอก 1/2 ถ้วย
          • น้ำหอมกลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
          • ไข่ขาว 3 ฟอง
          • ดาร์กช็อกโกแลต 6 ออนซ์ (Bittersweet Chocolate at least 70% Cacao)
          • สเปรย์น้ำมันมะกอก
          • เนยจืด
          • เมเปิลไซรัป
          • เนยถั่ว

วิธีทำวาฟเฟิลดาร์กช็อกโกแลต

          • 1. เปิดเตาวาฟเฟิลที่อุณหภูมิ 250 องศาเซลเซียส เตรียมไว้

          • 2. ผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงโกโก้ น้ำตาลทราย ผงฟู เบกกิ้งโซดา และเกลือเข้าด้วยกัน ทำเป็นหลุมตรงกลาง

          • 3. ใส่ไข่แดง บัตเตอร์มิลค์ น้ำมันมะกอก และน้ำหอมกลิ่นวานิลลาลงไป คนผสมให้เข้ากัน

          • 4. ตีผสมไข่ขาวจนตั้งยอดอ่อนประมาณ 6 นาทีด้วยเครื่องตีแป้งใช้ความเร็วปานกลางถึงสูง ใส่ลงไปในส่วนผสมแป้งคนผสมให้เข้ากัน

          • 5. ใส่ดาร์กช็อกโกแลตลงไปผสมให้เข้ากันอีกครั้ง

          • 6. หยอดแป้งลงในพิมพ์วาฟเฟิลที่ฉีดเปรย์น้ำมันมะกอกไว้แล้ว

          • 7. พอสุกนำออกจากเตา จัดใส่จาน เสิร์ฟกับเนยจืด เมเปิลไซรัป และเนยถั่ว

++++++++++++++++++++++

วาฟเฟิล
ภาพจาก jerryjamesstone.com

10. วาฟเฟิลมันเทศ

          มันเทศต้มกินเป็นอาหารว่างแทบทุกวันก็เอียน ลองจับมาแปลงร่างเป็นเมนูวาฟเฟิลมันเทศ (Sweet Potato Waffles) กินกันดีกว่าค่ะ สูตรนี้ใส่ทั้งแป้งสาลีและแป้งโฮลวีทเพื่อสุขภาพ กัดลงไปจะได้รสชาติของมันเทศหวาน ๆ มีกลิ่นหอมของเครื่องสมุนไพรอ่อน ๆ ตบท้ายด้วยใส่ท็อปปิ้งตามชอบ ไม่ว่าจะเป็นถั่วต่าง ๆ หรือเกล็ดช็อกโกแลต และอย่าลืมราดเมเปิลไซรัป หรือแยมตามชอบลงไปนะคะ รับรองอร่อยจนเคี้ยวไม่หยุดเลยค่ะ

ส่วนผสม วาฟเฟิลมันหวาน


          • มันเทศ 700 กรัม
          • น้ำอุ่น
          • นมสด 1 ถ้วย + 1/4 ถ้วย
          • น้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วย
          • เนยละลาย 1/4 ถ้วย
          • ไข่แดง 2 ฟอง
          • เปลือกส้มขูด 1 ช้อนโต๊ะ
          • ขิงสดขูด 1 ช้อนชา
          • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย
          • แป้งโฮลวีท 1 ถ้วย
          • ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ
          • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
          • ผงอบเชย 1 ช้อนชา
          • ผงกานพลู 1/4 ช้อนชา
          • ผงจันทน์เทศ 1/8 ช้อนชา
          • ไข่ขาว 6 ฟอง
          • ถั่วพีแคน
          • เมเปิลไซรัป

วิธีทำวาฟเฟิลมันหวาน

          • 1. ทำความสะอาดมันเทศในน้ำอุ่น เสร็จแล้วห่อฟอยล์นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 400 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 1 ชั่วโมง นำออกมาพักทิ้งไว้จนเย็น ใช้ช้อนตักเอาแต่เนื้อออกมา

          • 2. ใช้ส้อมบดมันเทศให้ละเอียด เตรียมไว้

          • 3. ผสมมันเทศบดกับนมสด น้ำตาลทรายแดง เนยละลาย ไข่แดง เปลือกส้ม และขิงขูดให้เข้ากัน

          • 4. ผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์ แป้งโฮลวีท ผงฟู เกลือป่น ผงอบเชย ผงกานพลู และผงจันทน์เทศให้เข้ากัน ใส่ส่วนผสมมันเทศลงไปคนผสมให้เข้ากัน

          • 5. ตีผสมไข่ขาวด้วยเครื่องตีแป้งจนตั้งยอดอ่อน ใส่ลงไปผสมกับส่วนผสมแป้งมันเทศคนผสมให้เข้ากัน
          • 6. ตักแป้งหยอดใส่พิมพ์วาฟเฟิล

          • 7. พอสุกตักใส่ภาชนะ โรยถั่วพีแคน ราดเมเปิลไซรัป พร้อมเสิร์ฟ

          ว้าว ! เห็นภาพ 10 เมนูวาฟเฟิลแล้วน้ำย่อยเดินทันที ไม่ว่าจะเป็นเมนูวาฟเฟิลชาเขียว เมนูวาฟเฟิลบราวนี่ หรือเมนูวาฟเฟิลดาร์กช็อกโกแลต ขอตัวไปหาเครื่องทำวาฟเฟิลมาปัดฝุ่นก่อนนะคะ ส่วนวัตถุดิบโทรฯ กริ๊งให้คุณแฟนซื้อมาให้ดีกว่า แล้วเจอกันใหม่นะคะ บ๊ายบาย

10 วิธีทำวาฟเฟิล หลากสไตล์ทำเองได้ไม่ต้องซื้อ โพสต์เมื่อ 5 เมษายน 2559 เวลา 09:31:00 128,304 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: 10 วิธีทำวาฟเฟิล หลากสไตล์ทำเองได้ไม่ต้องซื้อ ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP