10 วิธีทำวาฟเฟิล หลากสไตล์ทำเองได้ไม่ต้องซื้อ

          วิธีทำวาฟเฟิล สูตรขนมอร่อยหลากสไตล์ จะทำเป็นอาหารว่างยามบ่าย เสิร์ฟกับเครื่องดื่มเย็น ๆ ก็เจิด เพิ่มความสุนทรียะกับชีวิต 

วาฟเฟิล

          ใครชอบกินเบเกอรี่บ้างคะ ถ้าหากเบื่อเมนูเค้ก เมนูคุกกี้ หรือเมนูขนมปัง ลองเปลี่ยนแนวมากินเมนูวาฟเฟิลกันหน่อยดีกว่า ถ้าขี้เกียจแต่งตัวออกไปซื้อมากินก็ลองทำเองง่าย ๆ ได้นะคะ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอ 10 เมนูวาฟเฟิล เช่น วาฟเฟิลออริจินัล วาฟเฟิลชาเขียว วาฟเฟิลบราวนี่ วาฟเฟิลเบคอน วาฟเฟิลฟักทอง วาฟเฟิลดาร์กช็อกโกแลต สำหรับใครที่ขี้เกียจตีแป้งก็ไปหาซื้อได้ที่ร้านขายส่งแป้งวาฟเฟิล แต่ละสูตรวาฟเฟิลขอบอกว่าเด็ด วาฟเฟิลกรอบนอกนุ่มใน โดนใจทุกเพศทุกวัยแน่นอน

วาฟเฟิล
ภาพและสูตรจาก คุณ little foggy

1. วาฟเฟิลออริจินัล

          สำหรับคนที่ชอบกินเมนูวาฟเฟิลต้นตำรับ ขอแนะนำเมนูวาฟเฟิลออริจินัล สูตรแป้งวาฟเฟิลนมสด อบร้อน ๆ ราดน้ำผึ้งฉ่ำ ๆ กินกันให้พุงกางไปเลยค่ะ 

ส่วนผสม แป้งวาฟเฟิลออริจินัล

          • นมสด 1 ถ้วย
          • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
          • เนยสดละลาย 50 กรัม
          • ไข่แดง 1 ฟอง
          • กลิ่นวานิลลา เล็กน้อย
          • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 100 กรัม
          • ผงฟู 1 ช้อนชา
          • เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
          • เกลือป่นเล็กน้อย
          • ไข่ขาว 1 ฟอง 
          • ครีมออฟทาร์ทาร์ เล็กน้อย
          • น้ำตาลทราย
          • น้ำเชื่อม (หรือน้ำผึ้ง) ตามชอบ สำหรับราด


วิธีทำแป้งวาฟเฟิล

          1. ผสมนมสดกับน้ำมะนาวเข้าด้วยกัน เสร็จแล้วนำไปตีผสมกับเนยละลายและไข่แดง ใส่กลิ่นวานิลลาลงไปตีผสมเล็กน้อย
          2. ร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงฟู เบกกิ้งโซดา และเกลือป่นลงไปในส่วนผสมของเหลว ตีผสมให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียวและไม่เป็นเม็ด เตรียมไว้
          3. ตีไข่ขาวกับครีมออฟทาร์ทาร์จนเป็นฟองละเอียดแล้วใส่น้ำตาลทรายลงไป ตีจนไข่ขาวตั้งยอดอ่อน จากนั้นนำไปตะล่อมกับส่วนผสมแป้งที่เตรียมไว้ให้เข้ากัน
          4. เปิดเตาอบวาฟเฟิลรอจนร้อน ตักส่วนผสมแป้งหยอดลงไป (ปริมาณแล้วแต่ชอบ) อบจนสุก (หมอกอบชิ้นไม่ใหญ่มากนะคะ ได้มา 12 ชิ้นเลยค่ะ) แกะออกจากเตา จัดใส่จาน ราดด้วยน้ำเชื่อม พร้อมเสิร์ฟ

           ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ วิธีทำวาฟเฟิล ออริจินัล เสิร์ฟร้อน ๆ หอมกรุ่นจากเตา

++++++++++++++++++++

วาฟเฟิล

2. วาฟเฟิลชาเขียว

          ถ้าที่บ้านใครมีผงชาเขียวอยู่แล้ว ลองมาแต่งแต้มสีเขียวใส่เมนูวาฟเฟิลกันกับเมนูวาฟเฟิลชาเขียว สูตรแป้งนมอัลมอนด์ เนื้อแป้งจะมีรสชาติหวานของน้ำผึ้ง และมีกลิ่นชาเขียวแซมนิด ๆ ยิ่งถ้าเสิร์ฟคู่กับชาเขียวร้อนหน่อยนะ อูย… สวรรค์บนดินเลยล่ะ

ส่วนผสม ของแห้ง

          • แป้งสาลีอเนกประสงค์ (สูตรปราศจากกลูเตน) 2 ถ้วย
          • ผงฟู 2 ช้อนชา
          • เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
          • ผงชาเขียว 1 ช้อนชา + 1/2 ช้อนชา

ส่วนผสม ของเหลว

          • ไข่ไก่ 2 ฟอง
          • น้ำผึ้ง 1/4 ถ้วย
          • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
          • นมอัลมอนด์ (สูตรไม่หวาน) 1 ถ้วย
          • น้ำมันมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำวาฟเฟิลชาเขียว

          1. เปิดเตาวาฟเฟิลใช้ความร้อนปานกลาง เตรียมไว้
          2. ร่อนผสมของแห้งทั้งหมดให้เข้ากัน เตรียมไว้
          3. ผสมไข่ไก่ น้ำผึ้ง กลิ่นวานิลลา และนมอัลมอนด์ให้เข้ากัน 
          4. ค่อย ๆ ใส่ส่วนผสมของแห้ลงไปผสมให้เข้ากัน จากนั้นใส่น้ำมันมะพร้าวลงไปตีผสมจนเนียน 
          5. ตักส่วนผสมแป้งประมาณ 1/2 ถ้วย หยอดใส่ลงในพิมพ์ประมาณ 2 ถึง 2.30 นาที
          6. พอสุกนำออกมาจัดใส่จาน บีบวิปครีมลงไป ราดน้ำผึ้ง โรยช็อกโกแลตชิพลงไป พร้อมเสิร์ฟ

++++++++++++++++++++

วาฟเฟิล


3. วาฟเฟิลชาเขียว สูตรปราศจากกลูเตน

          ใครที่แพ้กลูเตนแต่อยากกินวาฟเฟิล ขอแนะนำเมนูวาฟเฟิลชาเขียวสูตรนี้เลยค่ะ Organic Vegan Gluten-Free Coconut Matcha Waffle ใช้แป้งปราศจากกลูเตน และใส่ผงชาเขียวออร์แกนิก พออบเสร็จก็จับราดเมเปิลไซรัปตามชอบ ท็อปปิ้งด้วยผลไม้ตระกูลเบอร์รีให้สวยงาม เสิร์ฟตอนกำลังอุ่น ๆ อร่อยเชียวล่ะ

ส่วนผสม วาฟเฟิลชาเขียว 

          • ผงชาเขียว (สูตรออแกนิกส์) 2 ช้อนชา
          • แป้งสาลีอเนกประสงค์ (สูตรปราศจากกลูเตน) 1 ถ้วย
          • ผงฟู 1 ช้อนชา
          • เบกกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา
          • น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ
          • นมสด (ไขมันต่ำ) 1 ถ้วย + 1/2 ถ้วย
          • เมเปิลไซรัป (สำหรับราด)
          • ท็อปปิ้งตามชอบ เช่น บลูเบอร์รี ราสป์เบอร์รี มะพร้าวขูด อัลมอนด์สไลซ์

วิธีทำวาฟเฟิลชาเขียว 

          1. ผสมผงชาเขียว แป้ง ผงฟู และเบกกิ้งโซดาให้เข้ากัน จากนั้นเทนมสดใส่ลงไป ตีผสมให้เข้ากัน
          2. เปิดเตาอบวาฟเฟิล ฉีดสเปรย์น้ำมันมะกอก หรือทาน้ำมันมะพร้าว เตรียมไว้ 
          3. หยอดส่วนผสมแป้งลงไปอบประมาณ 5 นาที 
          4. นำออกจากเตา จัดใส่จาน ราดเมเปิลไซรัป ท็อปปิ้งด้วยบลูเบอร์รี ราสป์เบอร์รี มะพร้าวขูด และอัลมอนด์สไลซ์ ตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ

++++++++++++++++++++++

วาฟเฟิล

4. วาฟเฟิลเรดเวลเวท

          กรี๊ด ! เห็นวาฟเฟิลเรดเวลเวท  (Red Velvet Waffle) แล้วอยากจะหม่ำทันทีเลยล่ะ สูตรนี้ใส่น้ำตาลทรายแดงเพิ่มความหวานและหอม ยิ่งถ้าราดน้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อมก็ยิ่งอร่อย กินไปนั่งดูโทรทัศน์ไป มีความสุขจริง ๆ เลยนะคุณขา 

ส่วนผสม แป้งวาฟเฟิลเรดเวลเวท 

          • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ถ้วย
          • เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
          • ผงฟู 1 ช้อนชา
          • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
          • เนยจืดละลาย 4 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วย
          • ไข่แดง 3 ฟองใหญ่
          • ไข่ขาว 3 ฟองใหญ่
          • บัตเตอร์มิลค์ 2 ถ้วย
          • ผงโกโก้ 1 ช้อนโต๊ะ + 1/2 ช้อนโต๊ะ
          • สีผสมอาหารสีแดง 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำวาฟเฟิลเรดเวลเวท

          1. เปิดเตาวาฟเฟิล ใช้ไฟปานกลาง เตรียมไว้
          2. ร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์ เบกกิ้งโซดา ผงฟู และเกลือป่นให้เข้ากัน เตรียมไว้
          3. ตีผสมเนยจืดและน้ำตาลทรายแดงให้เข้ากัน ใส่ไข่แดงและบัตเตอร์มิลค์ลงไปตีให้เข้ากัน เตรียมไว้
          4. ผสมผงโกโก้และสีผสมอาหารสีแดงให้เข้ากัน เทใส่ลงไปในส่วนผสมเนยคนให้เข้ากัน เสร็จแล้วเทใส่ลงในส่วนผสมแป้งคนให้เข้ากัน พักไว้
          5. ตีผสมไข่ขาวให้เข้ากันจนตั้งยอด แบ่งส่วนผสมไข่ขาวลงไป ใส่ส่วนผสมแป้งตีให้เข้ากัน เสร็จแล้วใส่ส่วนผสมไข่ขาวที่เหลือลงไปตีให้เข้ากันอีกครั้ง 
          6. ฉีดสเปรย์น้ำมันมะกอก หรือทาเนยลงในพิมพ์วาฟเฟิล เทส่วนผสมวาฟเฟิลลงไปนำไปอบจนสุก 
          7. นำออกจากเตา จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

++++++++++++++++++++

วาฟเฟิล

5. วาฟเฟิลเนยถั่ว
 
          เนยถั่วแช่ไว้ในตู้เย็นจับเอามาทำเมนูวาฟเฟิลเนยถั่ว (Peanut Butter Waffles) ได้นะคะ สูตรนี้ใช้แป้งข้าวโอ๊ตปราศจากกลูเตนผสมกับเนยถั่ว เวลาเคี้ยวจะได้สัมผัสรสชาติของเนยถั่วด้วยล่ะ ทั้งนี้สามารถใส่ผลไม้สดตามชอบ รวมถึงราดเมเปิลไซรัปเยิ้ม ๆ ได้ตามสบาย ขอให้มีความสุขกับอาหารว่างมื้อนี้นะคะ

ส่วนผสม วาฟเฟิลเนยถั่ว


          • แป้งข้าวโอ๊ต (สูตรปราศจากกลูเตน) 1 ถ้วย + 1/4 ถ้วย
          • ผงฟู 4 ช้อนชา
          • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
          • เนยถั่ว (สูตรออร์แกนิก ) 2 ช้อนโต๊ะ
          • นมสด (สูตรไขมันต่ำ) 1 ถ้วย + 1/2 ถ้วย
          • ไข่ขาว 2 ฟอง

วิธีทำวาฟเฟิลเนยถั่ว

          1. เปิดเตาวาฟเฟิล ใช้ความร้อนปานกลาง เตรียมไว้
          2. ร่อนผสมแป้งข้าวโอ๊ต ผงฟู และเกลือป่นให้เข้ากัน 
          3. ผสมเนยถั่วกับนมสดให้เข้ากัน 
          4. ตีผสมไข่ขาวจนตั้งยอดอ่อน 
          5. เทส่วนผสมเนยถั่วลงไปในส่วนผสมแป้งคนให้เข้ากัน ใส่ส่วนผสมไข่ขาวลงไปตีผสมให้เข้ากัน
          6. ฉีดสเปรย์น้ำมันมะกอกลงในเตาวาฟเฟิล หยอดส่วนผสมแป้งลงไป รอจนสุกเหลือง 
          7. นำออกจากเตา จัดใส่จาน ท็อปปิ้งด้วยผลไม้สดและเมเปิลไซรัป พร้อมเสิร์ฟ

++++++++++++++++++++++

วาฟเฟิล

6. วาฟเฟิลบราวนี่

          บราวนี่ชิ้นสี่เหลี่ยมคงต้องชิดซ้ายให้กับเมนูวาฟเฟิลบราวนี่สูตรจากคุณ dearyjung สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เนื้อวาฟเฟิลรสโกโก้ผสมผสานช็อกโกแลตชิพเม็ด ๆ พออบเสร็จจับมาโรยน้ำตาลไอซิ่งและอัลมอนด์สไลซ์ ขอเช็ดน้ำลายแป๊บ  

ส่วนผสม วาฟเฟิลบราวนี่

          • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2/3 ถ้วย (ประมาณ 65 กรัม)
          • ผงโกโก้ 1/3 ถ้วย (ประมาณ 25 กรัม)
          • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
          • เนยจืดละลาย 4 ช้อนโต๊ะ 
          • ช็อกโกแลตชิพ 4 ออนซ์ (ประมาณ 120 กรัม)
          • น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย 
          • ไข่ไก่ 2 ฟอง    
          • กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา
          • น้ำตาลไอซิ่ง (โรยหน้า)
          • อัลมอนด์สไลซ์ (โรยหน้า)

วิธีทำวาฟเฟิลบราวนี่

          1. ร่อนผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์ เกลือ และผงโกโก้เข้าด้วยกัน เตรียมไว้
          2. ผสมเนยสด ไข่ไก่ และกลิ่นวานิลลาเข้าด้วยกัน ค่อย ๆ ใส่น้ำตาลทรายลงไปคนผสมให้เข้ากัน (อาจจะหนืด ๆ หน่อย พยายามตีให้เข้ากันนะ)
          3. เทส่วนผสมของเหลวลงในส่วนผสมแป้งแล้วคนผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว 
          4. ระหว่างนี้ให้เปิดเตาวาฟเฟิลเตรียมไว้เลย (ต้องวอร์มเครื่องให้มันกระตุ้นความร้อนนิดหนึ่ง)
          5. ใส่ช็อกโกแลตชิพลงไปคนผสมให้เข้ากัน พอเตาวาฟเฟิลร้อนแล้วตักส่วนผสมใส่ในเตา รอจนส่วนผสมสุกประมาณ 2 นาที 
          6. นำออกจากเตา โรยน้ำตาลไอซิ่งและอัลมอนด์สไลซ์

          • ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ วาฟเฟิลบราวนี่ สูตรขนมง่าย ๆ เก๋ไก๋ ทำได้ใน 2 นาที

++++++++++++++++++++++

วาฟเฟิล

7. วาฟเฟิลเบคอน

          เบคอนที่เหลืออย่าเพิ่งเอาไปทอดกินเพลิน ๆ จนหมดนะคะ แบ่งเอามาทำเมนูวาฟเฟิลเบคอน (Maple Bacon Waffle) กินยามเช้ากันดีกว่าค่ะ สูตรนี้ใส่เบคอนหวานลงไปผสมกับแป้งวาฟเฟิล เพิ่มความฟินด้วยเบคอนชิ้นโตอีกสักนิด ถ้าได้ไข่ขาวอีกสักฟองแจ่มเลยค่ะ

ส่วนผสม วาฟเฟิลเบคอน


          • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย + 1/4 ถ้วย
          • ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
          • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
          • ไข่ไก่ตีแตก 3 ฟอง
          • เนยละลาย 6 ช้อนโต๊ะ 
          • นมสด 1 ถ้วย + 1/2 ถ้วย
          • กลิ่นเมเปิล 2 ช้อนชา
          • เบคอนอบแบบหวานสับ
          • วิปครีม (หรือวิปครีมกลิ่นเมเปิล)
          • เบคอนอบแบบหวาน (หั่นเป็นชิ้นยาว) 

วิธีทำวาฟเฟิลเบคอน


          1. ร่อนผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงฟู น้ำตาลทราย และเกลือป่นเข้าด้วยกัน
          2. ผสมไข่ไก่ เนยละลาย นมสด และกลิ่นเมเปิลเข้าด้วยกัน เทลงไปผสมในส่วนผสมแป้ง ใส่เบคอนสับลงไปคนผสมให้เข้ากัน 
          3. หยอดแป้งลงในพิมพ์วาฟเฟิล อบประมาณ 3-4 นาที หรือจนสุก 
          4. นำออกจากเตา จัดใส่จาน บีบวิปครีมลงไป ตกแต่งเบคอนให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ

++++++++++++++++++++



8. วาฟเฟิลฟักทอง

          ฟักทองนึ่งกินรองท้องเป็นอาหารเช้าจนเอียนแล้ว ถ้าอย่างนั้นมาลองทำเมนูวาฟเฟิลฟักทอง (Pumpkin Waffles) อร่อย ๆ สักครั้งกันดีกว่า เนื้อวาฟเฟิลนุ่ม ๆ แทรกเนื้อฟักทอง มีกลิ่นหอมจากผงอบเชยและผงลูกจันทน์เทศเบา ๆ จะราดน้ำผึ้ง หรือเมเปิลไซรัปก็ได้ค่ะ ลองทำดูนะคะ

ส่วนผสม วาฟเฟิลฟักทอง


          • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ถ้วย
          • ผงฟู 2 ช้อนโต๊ะ
          • ผงอบเชย 1 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
          • ผงลูกจันทน์เทศ 1/2 ช้อนชา
          • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
          • ไข่แดง 4 ฟอง
          • นมสด 1/2 ถ้วย
          • ฟักทองสุกหั่นชิ้น 1 ถ้วย
          • เนยสด (หรือมาร์การีน) 3/4 ถ้วย
          • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
          • ไข่ขาว 4 ฟอง
          • น้ำเชื่อมตามชอบ เช่น บัตเตอร์มิลค์ไซรัป

วิธีทำวาฟเฟิลฟักทอง


          1. ผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงฟู ผงอบเชย น้ำตาลทราย ผงลูกจันทน์เทศ และเกลือป่นเข้าด้วยกัน
          2. ตีผสมไข่แดงให้เข้ากันด้วยเครื่องตีแป้ง ใส่นมสด ฟักทอง เนยสด และน้ำหอมกลิ่นวานิลลาให้เข้ากัน 
          3. ใส่ส่วนผสมแป้งลงไปตีผสมกับส่วนผสมไข่แดงให้เข้ากัน 
          4. ตีผสมไข่ขาวจนตั้งยอดแข็ง ใส่ลงไปผสมกับส่วนผสมแป้งฟักทอง 
          5. ตักหยอดลงในพิมพ์วาฟเฟิลที่ฉีดสเปรย์น้ำมันมะกอกไว้แล้ว 
          6. พอสุกนำออกจากเตา จัดใส่จาน ราดบัตเตอร์มิลค์ไซรัป พร้อมเสิร์ฟ

++++++++++++++++++++



9. วาฟเฟิลดาร์กช็อกโกแลต

         สำหรับคอช็อกโกแลตห้ามพลาดกับเมนูวาฟเฟิลดาร์กช็อกโกแลต (Dark Chocolate Waffles) เชียวล่ะ เนื้อวาฟเฟิลอัดแน่นไปด้วยดาร์กช็อกโกแลตเข้ม ๆ ทุกอณู ยิ่งถ้าทาเนยจืดลงไปหน่อย บีบเมเปิลไซรัปให้ทั่ว ราดเนยถั่วหอม ๆ อีกเล็กน้อย อ้วนก็ยอมล่ะ

ส่วนผสม วาฟเฟิลดาร์กช็อกโกแลต

          • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ถ้วย
          • ผงโกโก้ 1/2 ถ้วย
          • น้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วย
          • ผงฟู 2 ช้อนชา
          • เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
          • เกลือโคเชอร์ 1 ช้อนชา
          • ไข่แดง 3 ฟอง
          • บัตเตอร์มิลค์ 2 ถ้วย
          • น้ำมันมะกอก 1/2 ถ้วย
          • น้ำหอมกลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
          • ไข่ขาว 3 ฟอง
          • ดาร์กช็อกโกแลต 6 ออนซ์ (Bittersweet Chocolate at least 70% Cacao)
          • สเปรย์น้ำมันมะกอก 
          • เนยจืด
          • เมเปิลไซรัป
          • เนยถั่ว

วิธีทำวาฟเฟิลดาร์กช็อกโกแลต

          1. เปิดเตาวาฟเฟิลที่อุณหภูมิ 250 องศาเซลเซียส เตรียมไว้
          2. ผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงโกโก้ น้ำตาลทราย ผงฟู เบกกิ้งโซดา และเกลือเข้าด้วยกัน ทำเป็นหลุมตรงกลาง
          3. ใส่ไข่แดง บัตเตอร์มิลค์ น้ำมันมะกอก และน้ำหอมกลิ่นวานิลลาลงไป คนผสมให้เข้ากัน
          4. ตีผสมไข่ขาวจนตั้งยอดอ่อนประมาณ 6 นาทีด้วยเครื่องตีแป้งใช้ความเร็วปานกลางถึงสูง ใส่ลงไปในส่วนผสมแป้งคนผสมให้เข้ากัน
          5. ใส่ดาร์กช็อกโกแลตลงไปผสมให้เข้ากันอีกครั้ง
          6. หยอดแป้งลงในพิมพ์วาฟเฟิลที่ฉีดเปรย์น้ำมันมะกอกไว้แล้ว 
          7. พอสุกนำออกจากเตา จัดใส่จาน เสิร์ฟกับเนยจืด เมเปิลไซรัป และเนยถั่ว

++++++++++++++++++++++ 

วาฟเฟิล

10. วาฟเฟิลมันเทศ

          มันเทศต้มกินเป็นอาหารว่างแทบทุกวันก็เอียน ลองจับมาแปลงร่างเป็นเมนูวาฟเฟิลมันเทศ (Sweet Potato Waffles) กินกันดีกว่าค่ะ สูตรนี้ใส่ทั้งแป้งสาลีและแป้งโฮลวีตเพื่อสุขภาพ กัดลงไปจะได้รสชาติของมันเทศหวาน ๆ มีกลิ่นหอมของเครื่องสมุนไพรอ่อน ๆ ตบท้ายด้วยใส่ท็อปปิ้งตามชอบ ไม่ว่าจะเป็นถั่วต่าง ๆ หรือเกล็ดช็อกโกแลต และอย่าลืมราดเมเปิลไซรัป หรือแยมตามชอบลงไปนะคะ รับรองอร่อยจนเคี้ยวไม่หยุดเลยค่ะ

ส่วนผสม วาฟเฟิลมันหวาน


          • มันเทศ 700 กรัม
          • น้ำอุ่น
          • นมสด 1 ถ้วย + 1/4 ถ้วย
          • น้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วย
          • เนยละลาย 1/4 ถ้วย
          • ไข่แดง 2 ฟอง
          • เปลือกส้มขูด 1 ช้อนโต๊ะ
          • ขิงสดขูด 1 ช้อนชา
          • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย 
          • แป้งโฮลวีต 1 ถ้วย
          • ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ
          • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
          • ผงอบเชย 1 ช้อนชา
          • ผงกานพลู 1/4 ช้อนชา
          • ผงจันทน์เทศ 1/8 ช้อนชา
          • ไข่ขาว 6 ฟอง
          • ถั่วพีแคน
          • เมเปิลไซรัป

วิธีทำวาฟเฟิลมันหวาน

          1. ทำความสะอาดมันเทศในน้ำอุ่น เสร็จแล้วห่อฟอยล์นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 400 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 1 ชั่วโมง นำออกมาพักทิ้งไว้จนเย็น ใช้ช้อนตักเอาแต่เนื้อออกมา
          2. ใช้ส้อมบดมันเทศให้ละเอียด เตรียมไว้
          3. ผสมมันเทศบดกับนมสด น้ำตาลทรายแดง เนยละลาย ไข่แดง เปลือกส้ม และขิงขูดให้เข้ากัน
          4. ผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์ แป้งโฮลวีต ผงฟู เกลือป่น ผงอบเชย ผงกานพลู และผงจันทน์เทศให้เข้ากัน ใส่ส่วนผสมมันเทศลงไปคนผสมให้เข้ากัน 
          5. ตีผสมไข่ขาวด้วยเครื่องตีแป้งจนตั้งยอดอ่อน ใส่ลงไปผสมกับส่วนผสมแป้งมันเทศคนผสมให้เข้ากัน 
          6. ตักแป้งหยอดใส่พิมพ์วาฟเฟิล 
          7. พอสุกตักใส่ภาชนะ โรยถั่วพีแคน ราดเมเปิลไซรัป พร้อมเสิร์ฟ

          ว้าว ! เห็นภาพ 10 เมนูวาฟเฟิลแล้วน้ำย่อยเดินทันที ไม่ว่าจะเป็นเมนูวาฟเฟิลชาเขียว เมนูวาฟเฟิลบราวนี่ หรือเมนูวาฟเฟิลดาร์กช็อกโกแลต ขอตัวไปหาเครื่องทำวาฟเฟิลมาปัดฝุ่นก่อนนะคะ ส่วนวัตถุดิบโทร. กริ๊งให้คุณแฟนซื้อมาให้ดีกว่า แล้วเจอกันใหม่นะคะ บ๊ายบาย

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
10 วิธีทำวาฟเฟิล หลากสไตล์ทำเองได้ไม่ต้องซื้อ โพสต์เมื่อ 5 เมษายน 2559 เวลา 09:31:00 204,021 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP