ไก่ตุ๋นซอสน้ำผึ้งสับปะรด เนื้อไก่นุ่มละมุน ตัดรสหวานอมเปรี้ยวจากสับปะรดและน้ำผึ้ง หอมอร่อยจนต้องขอข้าวเพิ่ม
ภาพจาก : คุณ กุหลาบขาวเดียวดาย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ใครที่กำลังมองหา
เมนูไก่รสชาติใหม่ ๆ ที่ทำง่าย อร่อยแบบไม่ธรรมดา วันนี้เรามีเมนูสุดปังมาแนะนำค่ะ
ไก่ตุ๋นซอสน้ำผึ้งสับปะรด เมนูที่ผสมผสานความหวานมันของน้ำผึ้ง ความสดชื่นของสับปะรด และความกลมกล่อมของซอสนานาชนิดเข้าด้วยกัน ได้
เมนูไก่ตุ๋นที่น้ำซอสเข้มข้น เนื้อไก่นุ่มละมุน กินกับข้าวร้อน ๆ รับรองว่าอร่อยจนต้องตักซ้ำ สูตรเด็ดนี้ได้มาจาก
คุณ กุหลาบขาวเดียวดาย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม การันตีว่าไม่ยาก แม้จะเป็นมือใหม่ก็ทำได้แน่นอน !
ไก่ตุ๋นซอสน้ำผึ้งสับปะรด เนื้อนุ่ม หวานฉ่ำละมุนลิ้น
ภาพจาก : คุณ กุหลาบขาวเดียวดาย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ส่วนผสม ไก่ตุ๋นซอสน้ำผึ้งสับปะรด
ภาพจาก : คุณ กุหลาบขาวเดียวดาย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ภาพจาก : คุณ กุหลาบขาวเดียวดาย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
- สะโพกไก่ 500-700 กรัม
- สับปะรด 1 ลูกเล็ก หรือประมาณ 1-2 ถ้วย (หั่นชิ้นพอดีคำ)
- กระเทียมสับ 2-3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำผึ้ง 3-4 ช้อนโต๊ะ
- ซอสมะเขือเทศ 2-3 ช้อนโต๊ะ
- ซอสพริก 2 ช้อนโต๊ะ
- ซอสหอยนางรม 1-2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น เล็กน้อย (ตามชอบ)
- น้ำมันสำหรับทอด
- น้ำสะอาด สำหรับตุ๋น (ประมาณ 1-2 ถ้วย)
วิธีทำ ไก่ตุ๋นซอสน้ำผึ้งสับปะรด
1. เริ่มต้นด้วยการล้างสะโพกไก่ให้สะอาด แล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ หรือจะใช้กระดาษซับให้แห้งก็ได้ค่ะ เพื่อให้เวลาทอดไม่กระเด็นน้ำมัน ส่วนสับปะรดก็ปอกเปลือกออก แล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ไม่ต้องหั่นเล็กหรือใหญ่จนเกินไปนะคะ ให้พอกินสะดวกดี
ภาพจาก : คุณ กุหลาบขาวเดียวดาย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ภาพจาก : คุณ กุหลาบขาวเดียวดาย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
2. เมื่อไก่แห้งสะเด็ดน้ำดีแล้ว ก็มาเริ่มทำการหมักไก่กันเลย ใส่กระเทียมสับ น้ำผึ้ง ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว และพริกไทยป่น ลงไปในชามที่มีไก่ แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันดี ๆ ให้ซอสห่อหุ้มเนื้อไก่ทั่วทุกชิ้น จากนั้นหมักทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อให้ซอสซึมเข้าไปในเนื้อไก่ ถ้าอยากให้รสชาติเข้มข้นกว่านี้ ก็หมักค้างคืนเลยก็ได้นะคะ ยิ่งหมักนานเท่าไหร่ ก็จะยิ่งอร่อยมากขึ้นเท่านั้น
ภาพจาก : คุณ กุหลาบขาวเดียวดาย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ภาพจาก : คุณ กุหลาบขาวเดียวดาย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
3. เมื่อหมักไก่ครบเวลาแล้ว ก็นำมาทอดด้วยไฟกลาง ๆ ในกระทะที่มีน้ำมันร้อนพอประมาณ ทอดจนได้สีเหลืองสวย แต่ไม่ต้องทอดจนสุกมากนะคะ เพราะต่อไปเรายังต้องนำไปตุ๋นอีก ทอดแค่ให้ไก่มีสีสวย ผิวนอกกรอบเล็กน้อยก็พอ เมื่อทอดเสร็จแล้ว ก็ตักขึ้นมาให้สะเด็ดน้ำมัน วางพักไว้บนตะแกรงหรือกระดาษซับน้ำมัน เพื่อให้น้ำมันส่วนเกินออกมา
ภาพจาก : คุณ กุหลาบขาวเดียวดาย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ภาพจาก : คุณ กุหลาบขาวเดียวดาย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
4. จากนั้นก็ใส่ไก่ที่ทอดแล้วลงไปในหม้อที่จะตุ๋น ตามด้วยสับปะรดที่หั่นไว้ และเทส่วนซอสที่เหลือจากการหมักไก่ลงไปด้วย อย่าทิ้งซอสนะคะ เพราะนี่แหละคือความอร่อยของเมนูนี้
ภาพจาก : คุณ กุหลาบขาวเดียวดาย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ภาพจาก : คุณ กุหลาบขาวเดียวดาย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
5. เติมน้ำสะอาดลงไปประมาณ 1-2 ถ้วย หรือจนท่วมไก่พอดี แล้วนำขึ้นตั้งเตาด้วยไฟกลาง ๆ ปิดฝาหม้อ รอจนน้ำเดือด พอเดือดแล้วก็หรี่ไฟลง แล้วตุ๋นต่อไปอีก 30 นาที - 1 ชั่วโมง ระหว่างตุ๋นอาจจะเปิดฝาดูบ้างเป็นครั้งคราว แล้วกลับไก่ให้ทุกชิ้นได้จมน้ำซอสสลับกันไปมาด้วยนะคะ จะได้สีสวยและรสชาติเข้ากันทั่วทุกชิ้น
ภาพจาก : คุณ กุหลาบขาวเดียวดาย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
6. พอน้ำซอสเริ่มงวด เริ่มข้น และเนื้อไก่นุ่มสุกดีแล้ว ก็ชิมรสดูอีกครั้ง ถ้ารสชาติถูกปากแล้วก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟทันที กินร้อน ๆ กับข้าวสวย รับรองว่าอร่อยสุด ๆ ถ้าชอบกินผักก็โรยผักชีหรือต้นหอมซอยเพิ่มก็ได้นะคะ จะช่วยให้สดชื่นและดูน่ากินมากขึ้นอีก
เคล็ดลับพิเศษ
- ควรเลือกสะโพกไก่ที่มีหนัง เพราะตอนตุ๋นไก่จะไม่แห้ง หนังจะช่วยดูดซับซอสได้ดี ทำให้อร่อยกว่า
- การหมักไก่ ถ้ามีเวลาควรหมักให้นานสักหน่อย อย่างน้อย 2 ชั่วโมงขึ้นไป จะได้รสชาติเข้มข้นและเนื้อไก่นุ่มมากขึ้น
- การทอดไก่ ไม่ต้องทอดจนสุกมาก เพราะยังต้องนำไปตุ๋นต่ออีก ทอดแค่ให้มีสีสวยพอ
- สับปะรด จะช่วยให้เนื้อไก่นุ่มขึ้นด้วยเอนไซม์ธรรมชาติ และยังเพิ่มรสชาติหวานอมเปรี้ยวสดชื่นอีกด้วย
- น้ำซอส ถ้าชอบเข้มข้นก็ตุ๋นให้นานจนน้ำซอสข้นดี ถ้าชอบแบบมีน้ำซอสเยอะก็เติมน้ำเพิ่มตอนตุ๋นได้เลยค่ะ
ไก่ตุ๋นซอสน้ำผึ้งสับปะรด เป็นเมนูไก่ที่ทำไม่ยาก วัตถุดิบหาง่าย รสชาติหวานอมเปรี้ยว กินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เหมาะมากสำหรับทำกินในวันสบาย ๆ หรือวันหยุดที่อยากทำอาหารหม้อเดียวจบ ใครกำลังมองหาเมนูไก่ตุ๋นใหม่ ๆ ลองสูตรนี้ดู รับรองว่ากลิ่นหอมตั้งแต่ตั้งหม้อ จนถึงคำสุดท้ายที่กินหมดจานแน่นอน
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง