วิธีเก็บพริกแห้ง หอม กระเทียม ไม่ให้เน่าฝ่อ
วิธีเก็บพริกแห้งให้กรอบนาน ไร้ราดำ
พริกแห้งเป็นวัตถุดิบที่ไวต่อความชื้นสูงมาก ถ้าเก็บไม่ดีจะนิ่ม ดำคล้ำ และขึ้นราง่ายที่สุด
- เด็ดขั้วทิ้งทันที: ขั้วพริกคือจุดศูนย์รวมความชื้นและสิ่งสกปรกชั้นดี เมื่อซื้อมาแล้วให้สละเวลาเด็ดขั้วออกให้หมด และคัดเม็ดที่มีรอยดำหรือนิ่มทิ้งไปก่อน
- ไล่ความชื้นด้วยความร้อน: วันไหนมีแดดจัด ให้เอาพริกแผ่ตากแดดสัก 1-2 ชั่วโมง แต่ถ้าฟ้าฝนไม่เป็นใจ แนะนำให้เอาเข้าเตาอบหรือหม้อทอดไร้น้ำมันที่อุณหภูมิ 120 องศาเซลเซียส ประมาณ 3-4 ชั่วโมง พริกจะแห้งกรอบสนิทหักดังเป๊าะ (วิธีนี้สีพริกจะเข้มขึ้นนิดนึง แต่กลิ่นจะหอมคั่ว) หรือถ้าเวลาน้อย จะคั่วไฟอ่อนในกระทะสักพักก็ได้เช่นกัน
- ล็อกความแห้งด้วยถุงซิปล็อก: รอให้พริกเย็นสนิทก่อนเก็บ (ถ้าเก็บตอนร้อนจะเกิดหยดน้ำ) นำใส่ถุงซิปล็อกเนื้อหนา หรือกล่องสูญญากาศ แล้วใส่กระดาษทิชชูแผ่นหนาสำหรับงานครัวรองไว้ช่วยดูดความชื้น
- แช่ช่องฟรีซ: หากพริกแห้งที่เราซื้อมาไม่ได้แห้งสนิท 100% ให้โยนเข้าตู้เย็นช่องแช่แข็งไปเลย ความเย็นที่ต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่าตู้เย็นปกติ จะช่วยหยุดการเจริญเติบโตของเชื้อราได้สนิท พริกจะคงความกรอบและเผ็ดจัดจ้านได้นานข้ามปี
วิธีเก็บหอมแดงไม่ให้ฝ่อและเน่า
หอมแดงในหน้าฝนมักจะเจอปัญหาขึ้นราดำตามเปลือก และเนื้อข้างในเริ่มเน่าเละเพราะตัวมันเองมีน้ำอยู่เยอะ
- ห้ามใส่ถุงพลาสติกเด็ดขาด: ข้อนี้ห้ามทำเด็ดขาด เพราะถุงพลาสติกมัดปากจะกักเก็บความชื้นจนเกิดหยดน้ำ กลายเป็นเตาอบบ่มเชื้อราให้โตไวขึ้น
- แขวนในที่ลมโกรก: วิธีโบราณแต่ดีที่สุดคือการใส่ ถุงตาข่ายไนลอน หรือตะกร้าโปร่งที่มีรูรอบด้าน แล้วนำไปแขวนไว้ในจุดที่อากาศถ่ายเทสะดวก ลมโกรกตลอดเวลา ไม่โดนละอองฝน และไม่โดนแดดจัดโดยตรง
- แช่เย็น: ถ้ากลัวกลิ่นฟุ้งตู้เย็น ให้เอาหอมแดง (ยังไม่ต้องปอกเปลือก) ใส่ถุงซิปล็อกแล้วรองด้วยกระดาษทิชชูแผ่นใหญ่เพื่อซับน้ำ แช่ไว้ในช่องปกติ
- แปรรูปกู้ชีพ: ถ้าดูทรงแล้วกินไม่ทันและหอมเริ่มนิ่ม ให้ปอกเปลือก ล้างให้สะอาด ซับให้แห้งสนิท แล้วซอยบาง ๆ แช่ในน้ำมันพืชเก็บใส่กระปุกเข้าตู้เย็น หรือจะนำไปทำหอมเจียวกรอบ ๆ เก็บในกล่องสูญญากาศก็หยิบใช้สะดวกสุด ๆ
วิธีเก็บกระเทียมไม่ให้ขึ้นราหรือฝ่อเป็นโพรง
กระเทียมมักจะเจอปัญหาราขึ้นตามซอกกลีบ หรือไม่ก็เนื้อฝ่อลีบจนเหลือแต่เปลือก แถมบางทีความชื้นยังกระตุ้นให้แตกใบงอกจนเสียรสชาติอีกด้วย
- แยกแกะเป็นกลีบ: แนะนำให้แกะกระเทียมแยกเป็นกลีบเดี่ยวๆ (ไม่ต้องปอกเปลือก) วิธีนี้จะช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ทั่วถึง และช่วยให้เราคัดกลีบที่เน่าเสียทิ้งได้ทันก่อนจะลามไปติดกลีบอื่น
- ใส่โหลแก้วพร้อมตัวช่วยดูดความชื้น: นำกลีบกระเทียมดีใส่โหลแก้วที่แห้งสนิท แล้วใส่ ซองกันชื้นหรือซิลิกาเจลลงไปด้วย หรือถ้าไม่มี ให้ใช้ข้าวสารดิบสัก 1 กำมือ ห่อกระดาษทิชชูวางไว้ก้นโหลเพื่อช่วยดูดความชื้น
- ปอกเปลือกปั่นหยาบแช่ฟรีซ (เคล็ดลับระดับเชฟ): ปอกเปลือกกระเทียมทั้งหมดแล้วนำไปปั่นหรือสับให้ละเอียด ตักใส่ถาดน้ำแข็งให้เป็นก้อน ๆ หรือใส่ถุงซิปล็อกแล้วรีดให้แบน นำเข้าช่องฟรีซ เวลาจะใช้ก็แค่หักออกมาเท่าปริมาณที่ต้องการ วิธีนี้เก็บได้นาน 3-6 เดือน แถมประหยัดเวลาทำอาหารไปได้เยอะด้วย
ช่วงหน้าฝน ความชื้นคือศัตรูตัวสำคัญของวัตถุดิบในครัว โดยเฉพาะ พริกแห้ง หอมแดง และกระเทียม หากเก็บถูกวิธี ก็ช่วยลดโอกาสเกิดเชื้อรา ยืดอายุการใช้งาน และประหยัดค่าใช้จ่ายได้ไม่น้อย จำหลักง่าย ๆ ไว้เพียง 3 ข้อ คือ "แห้ง - โปร่ง - ปิดสนิท" หากเป็นพริกแห้งที่ใช้ไม่บ่อย การเก็บในช่องฟรีซก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยรักษาคุณภาพได้ดี ส่วนหอมแดงและกระเทียมควรหลีกเลี่ยงการอับชื้น และหมั่นคัดลูกที่เริ่มเสียออกเสมอ เพียงเท่านี้ก็มีวัตถุดิบพร้อมเข้าครัวได้ตลอดหน้าฝนแล้ว
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ขอบคุณข้อมูลจาก : spicesinc.com, eufic.org, thecookscook.com






