เคล็ดลับเลือกกะปิให้น้ำพริกกะปิอร่อย
ภาพจาก : คุณ บ่งบ๊ง สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
หัวใจสำคัญของน้ำพริกกะปิอยู่ที่ กะปิ เพราะถ้าเลือกกะปิที่ดี น้ำพริกก็มีชัยไปกว่าครึ่ง ควรเลือกกะปิที่มีกลิ่นหอม ไม่มีกลิ่นหืน และไม่เค็มจัดเกินไป
อีกหนึ่งเคล็ดลับที่ช่วยเพิ่มความหอมคือ นำกะปิไปย่างก่อนตำ โดยห่อกะปิด้วยใบตองหรืออะลูมิเนียมฟอยล์ แล้วนำไปจี่ในกระทะ อบ หรือปิ้งด้วยหม้ออบลมร้อนจนมีกลิ่นหอม วิธีนี้จะช่วยให้กลิ่นของกะปิกลมกล่อมขึ้น
ส่วนพริกและกระเทียม หากเลือกใช้พริกขี้หนูเม็ดเล็กหรือพริกขี้หนูสวน จะช่วยให้น้ำพริกมีกลิ่นหอมและรสเผ็ดชัด ส่วนกระเทียมกลีบเล็กก็เหมาะกับการทำน้ำพริกเช่นกัน
สำหรับรสเปรี้ยว นอกจากน้ำมะนาวแล้ว หากช่วงไหนมะนาวราคาแพง สามารถใช้น้ำมะกรูดหรือน้ำส้มจี๊ดแทนได้ โดยเฉพาะน้ำส้มจี๊ดที่ให้กลิ่นหอมสดชื่นและรสเปรี้ยวเป็นเอกลักษณ์ด้วย
2 สูตรน้ำพริกกะปิ รสเด็ด หอมกลมกล่อม
สูตรที่ 1 น้ำพริกกะปิบ้าน ๆ
ภาพจาก : คุณ บ่งบ๊ง สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ส่วนผสม น้ำพริกกะปิ
- พริกขี้หนูเม็ดเล็ก 30 กรัม
- พริกจินดาแดง 20 กรัม
- กระเทียมกลีบเล็ก 100 กรัม
- กุ้งแห้ง 20 กรัม
- กะปิ 100 กรัม
- น้ำตาลปี๊บ 30 กรัม
- น้ำมะนาว 165 กรัม
- น้ำเปล่า 100 กรัม
- น้ำปลา สำหรับปรุงรส
- มะเขือพวง ตามชอบ
- ผงชูรส จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้
หมายเหตุ: หากไม่กินเผ็ดมาก สามารถลดปริมาณพริกลง หรือใช้พริกขี้หนูสวนอย่างเดียวก็ได้
ภาพจาก : คุณ บ่งบ๊ง สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
วิธีทำ น้ำพริกกะปิ
- ล้างพริกให้สะอาด เด็ดขั้วตามต้องการ จากนั้นปอกกระเทียม โดยสามารถเหลือเปลือกบาง ๆ ติดไว้ได้เล็กน้อย
- นำกะปิห่อด้วยใบตองหรืออะลูมิเนียมฟอยล์ แล้วนำไปจี่ในกระทะ อบ หรือปิ้งด้วยหม้ออบลมร้อนจนมีกลิ่นหอม หรือถ้าอยากได้วิธีง่าย ๆ สามารถนำกะปิลงผัดในกระทะให้หอมได้เช่นกัน
- กุ้งแห้งนำมาล้างให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ แล้วโขลกหรือปั่นจนละเอียด ตักพักไว้
- ใส่พริกและกระเทียมลงในครก โขลกให้ละเอียดตามความชอบ จากนั้นใส่กะปิและกุ้งแห้งที่เตรียมไว้ โขลกให้ส่วนผสมเข้ากัน
- ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำมะนาว และน้ำปลา ชิมแล้วปรับรสตามชอบ หากกะปิมีรสเค็มอยู่แล้ว ให้ค่อย ๆ เติมน้ำปลาและชิมไปด้วย เพื่อไม่ให้น้ำพริกเค็มเกินไป
- เติมน้ำเปล่าทีละน้อยเพื่อปรับความข้นเหลว จากนั้นใส่มะเขือพวงแล้วตำเบา ๆ พอให้มะเขือพวงแตกเล็กน้อย เท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟ
สูตรที่ 2 น้ำพริกกะปิโบราณแบบข้น
ภาพจาก : คุณ บ่งบ๊ง สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ส่วนผสม น้ำพริกกะปิโบราณ
- กะปิอย่างดี 3 ช้อนโต๊ะ
- กุ้งแห้งป่น 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมกลีบเล็ก 10 กลีบ
- พริกชี้ฟ้าแดง 1 เม็ดใหญ่
- พริกชี้ฟ้าเขียว 1 เม็ดใหญ่
- พริกขี้หนูสวน 10-50 เม็ด
- น้ำมะนาว ตามชอบ
- น้ำมะกรูดหรือน้ำส้มจี๊ด ตามชอบ
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 2-3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำต้มสุก 2 ช้อนโต๊ะ
- กุ้งสดต้มสุกหั่นหยาบ หรือกุ้งเสียบคั่วให้กรอบ (โรยหน้าและเพิ่มเครื่อง)
ภาพจาก : คุณ บ่งบ๊ง สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
วิธีทำ น้ำพริกกะปิโบราณ
- ล้างพริกให้สะอาดและปอกกระเทียม เตรียมไว้
- นำกะปิห่อใบตองหรืออะลูมิเนียมฟอยล์ แล้วนำไปจี่ในกระทะ อบ หรือปิ้งจนหอม จากนั้นพักไว้ให้คลายร้อน
- นำกุ้งแห้งมาล้างให้สะอาดแล้วโขลกจนละเอียด ตักพักไว้
- หั่นพริกชี้ฟ้าสีแดงและสีเขียวเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงในครก ตามด้วยพริกขี้หนูสวนและกระเทียม โขลกให้เข้ากัน จะโขลกแบบหยาบ ๆ ให้มีเนื้อสัมผัส หรือโขลกละเอียดก็ได้ตามชอบ
- ใส่กะปิและกุ้งแห้งป่นลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะนาว หากอยากได้กลิ่นหอมสดชื่น สามารถเติมน้ำมะกรูดหรือน้ำส้มจี๊ดได้
- ชิมรสแล้วปรับตามชอบ หากชอบน้ำพริกแบบข้น ๆ สามารถไม่ใส่น้ำต้มสุก แต่ถ้าชอบแบบเหลวขึ้น ให้ค่อย ๆ เติมน้ำต้มสุกทีละน้อย แล้วชิมอีกครั้ง
- ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยกุ้งต้มสุกหั่นหยาบ หรือจะใช้กุ้งเสียบคั่วกรอบใส่ลงไปทั้งตัวและโรยหน้า ก็ช่วยเพิ่มความน่ากินได้ไม่น้อย
ดัดแปลงเป็นน้ำพริกกะปิรสอื่นได้ตามชอบ
ภาพจาก : คุณ บ่งบ๊ง สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ภาพจาก : คุณ บ่งบ๊ง สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
นอกจากสูตรพื้นฐานแล้ว น้ำพริกกะปิยังสามารถดัดแปลงรสชาติได้อีกหลายแบบ เช่น น้ำพริกกะปิมะม่วงเบา ที่เพิ่มความเปรี้ยวและกลิ่นหอมของมะม่วง หรือ น้ำพริกกะปิน้ำส้มจี๊ด ที่ใช้น้ำส้มจี๊ดแทนน้ำมะนาว ให้รสเปรี้ยวสดชื่นและมีกลิ่นเฉพาะตัว
ส่วนใครชอบ น้ำพริกกะปิกุ้งเสียบ ก็ใช้สูตรเดียวกับน้ำพริกกะปิแบบข้น แล้วเพิ่มกุ้งเสียบที่คั่วจนกรอบลงไปในน้ำพริกและใช้โรยหน้าได้เลย
ภาพจาก : คุณ บ่งบ๊ง สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
น้ำพริกกะปิกินคู่กับอะไรอร่อย ?
ภาพจาก : คุณ บ่งบ๊ง สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ภาพจาก : คุณ บ่งบ๊ง สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ภาพจาก : คุณ บ่งบ๊ง สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ภาพจาก : คุณ บ่งบ๊ง สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
แน่นอนว่าน้ำพริกกะปิจะกินให้อร่อยต้องมีเครื่องเคียงมาช่วยเพิ่มสีสัน ไม่ว่าจะเป็นผักสด ผักลวก หรือผักนึ่งต่าง ๆ รวมถึงเมนูทอดที่เข้ากันเป็นอย่างดี เช่น
- ปลาทูทอด
- ปลาสลิดทอด
- ชะอมชุบไข่ทอด
- มะเขือยาวชุบไข่ทอด
- ไข่เจียวดอกโสน
- ไข่เจียวธรรมดา
- ผักสดตามฤดูกาล
- ผักลวกหรือนึ่ง
โดยเฉพาะ น้ำพริกกะปิกับปลาทูทอดและชะอมชุบไข่ทอด ถือเป็นคู่ที่เข้ากันแบบคลาสสิก กินกับข้าวสวยร้อน ๆ ก็อร่อยเพลินจนข้าวหมดจานแบบไม่รู้ตัว ส่วนใครชอบปลาสลิดทอดก็จัดคู่กับน้ำพริกกะปิได้เช่นกัน
การทำ น้ำพริกกะปิ จริง ๆ แล้วไม่ยากอย่างที่คิด ขอแค่เลือกกะปิคุณภาพดีที่มีกลิ่นหอม ไม่หืน และไม่เค็มเกินไป แล้วนำไปย่างก่อนตำเพื่อเพิ่มความหอม จากนั้นค่อย ๆ ปรุงรสและชิมไปด้วย ก็สามารถปรับรสเผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน ให้ถูกปากคนในบ้านได้ จะเลือกทำสูตรน้ำพริกกะปิแบบบ้าน ๆ หรือสูตรโบราณแบบข้นก็อร่อยไม่แพ้กัน ที่สำคัญควรปรุงตามรสที่ชอบ เพราะเสน่ห์ของน้ำพริกอยู่ตรงที่แต่ละบ้านมีสูตรและรสมือเป็นของตัวเองนี่แหละ ใครมีน้ำพริกกะปิติดบ้านไว้ จะกินเมื่อไรก็จัดเครื่องเคียงได้ตามสะดวก ทั้งปลาทูทอด ไข่เจียวชะอม มะเขือยาวชุบไข่ หรือผักสดตามฤดูกาล แค่นี้ก็ได้สำรับอาหารไทยง่าย ๆ ที่อร่อยครบเครื่องแล้ว
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
- 14 สูตรน้ำพริกโฮมเมด อาหารไทยคู่ครัว จิ้มตอนไหนก็ใช่เลย
- 8 เมนูน้ำพริกกะปิ หลากสูตรอร่อยในถ้วยเดียว
- 14 สูตรอาหารไทยใส่กะปิ อิ่มอร่อยกลิ่นหอมฟุ้งไม่ใช่แค่น้ำพริก
- ข้าวห่อน้ำพริกกะปิปลาทูทอด คำเดียวอร่อยง่ายไม่เลอะมือ
- 11 สูตรน้ำพริกถ้วยฮิต รวมเครื่องจิ้มแบบไทยอร่อยแซ่บ
- 15 สูตรน้ำพริกทำขาย เมนูสร้างอาชีพ ขายง่ายได้กำไร
- ข้าวผัดน้ำพริกกะปิ สุดเก๋เสิร์ฟเป็นคำ อิ่มอร่อยเพลิน ๆ






