รวมสารพัดวิธีเก็บฟักทองที่ผ่าแล้ว ทั้งสูตรทาปูนแดง ใช้กระดาษทิชชู หรือแช่แข็ง เคล็ดลับเด็ดที่ช่วยให้ฟักทองไม่ขึ้นรา คงความสดอร่อยเหมือนเพิ่งซื้อมาใหม่
ใครที่ชอบกินฟักทองคงเคยเจอปัญหานี้กันมาบ้าง พอซื้อฟักทองมาทั้งลูก แต่ใช้ทำอาหารไม่หมดในครั้งเดียว ทิ้งไว้สักพักก็เริ่มเน่า ขึ้นรา หรือไม่ก็เหี่ยวไปจนไม่อยากใช้ทำอาหารอีกต่อไป เสียดายเงินเสียดายฟักทองมากเลยใช่มั้ยล่ะ ? แต่ตอนนี้ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป! เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมมีเคล็ดลับดี ๆ มาฝาก วิธีเก็บฟักทองที่ผ่าแล้วให้สดนาน ไม่เน่า ไม่ขึ้นรา คงความสดกรอบอร่อย มีไว้ทำอาหารได้ทั้งเดือนเลยทีเดียว อ่านจบปุ๊บ รับรองว่าจะไม่ต้องเสียดายฟักทองที่เหลืออีกต่อไปแน่นอน
ทำไมฟักทองที่ผ่าแล้วถึงเน่าเร็ว ?
ก่อนจะไปดูวิธีเก็บ เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ทำไมฟักทองที่ผ่าแล้วถึงเสียเร็วกว่าฟักทองที่ยังเป็นลูกอยู่ สาเหตุหลัก ๆ มีดังนี้เลย
-
ไม่มีเปลือกปกป้อง : พอผ่าฟักทองออกมา เนื้อฟักทองก็โดนสัมผัสกับอากาศ แบคทีเรีย และสิ่งสกปรกต่าง ๆ ได้โดยตรง ทำให้เกิดการปนเปื้อนและเน่าเสียง่ายขึ้น
-
บริเวณเมล็ดมีความชื้นสูง : ตรงเมล็ดฟักทองและเนื้อข้างในจะมีความชื้นมาก ถ้าไม่เอาออกจะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียและราได้ง่ายมาก ๆ
-
อุณหภูมิไม่เหมาะสม : ฟักทองที่ผ่าแล้วถ้าทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องจะเน่าเร็วมาก เพราะความร้อนจะเร่งกระบวนการสลายตัวของฟักทอง
-
ความชื้นมากเกินไปหรือน้อยเกินไป : ถ้าชื้นเกินไปก็จะเน่า แต่ถ้าแห้งเกินไปก็จะเหี่ยว ไม่สดใช้ทำอาหารไม่อร่อย
9 วิธีเก็บฟักทองที่ผ่าแล้ว
ให้สดนาน ใช้ได้ยาว
1. เลือกฟักทองคุณภาพดีตั้งแต่แรก
อันดับแรกเลย ก่อนจะซื้อฟักทองกลับบ้าน ให้สังเกตดูให้ดีว่าฟักทองมีรอยช้ำหรือจุดด่างดำไหม ถ้ามีก็อย่าเลือกเลย เพราะแม้จะเก็บดีแค่ไหนก็จะเน่าเร็วอยู่ดี
2. นำเมล็ดและเนื้อออกทันที
นี่คือจุดสำคัญมาก ๆ ! พอผ่าฟักทองออกมาแล้ว ให้รีบใช้ช้อนขูดเอาเมล็ดและเนื้อเละ ๆ ตรงกลางออกให้หมดเลย ไม่งั้นตรงนี้จะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียและราแน่นอน
3. ล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย
หลังจากขูดเมล็ดออกแล้ว ให้นำฟักทองไปล้างน้ำสะอาดให้เรียบร้อย ช่วยขจัดสิ่งสกปรกและแบคทีเรียที่อาจจะติดมากับมือหรือมีดตอนหั่น
4. เช็ดหรือซับน้ำให้แห้งสนิท
หลังล้างแล้วต้องซับน้ำออกให้แห้งเป็นพิเศษ ใช้ผ้าสะอาดหรือกระดาษทิชชูซับให้แห้งสนิท เพราะความชื้นคือศัตรูตัวฉกาจของฟักทองเลย ถ้าเก็บตอนยังเปียกอยู่จะเน่าไวมาก
5. ใช้อุปกรณ์ที่สะอาด
มีด เขียง ภาชนะที่จะใช้เก็บฟักทอง ต้องสะอาดทั้งหมด แยกเขียงผักกับเขียงเนื้อด้วยนะ ไม่งั้นจะเกิดการปนเปื้อนข้ามได้ง่ายมาก
6. ห่อหรือปิดขอบที่ตัดให้มิดชิด
ถ้าจะเก็บฟักทองแบบชิ้นใหญ่ (เช่น ครึ่งลูก) ให้ใช้พลาสติกห่ออาหารหรือพลาสติกแรปห่อบริเวณที่ตัดให้มิดชิด ช่วยป้องกันการสูญเสียความชื้นและการปนเปื้อน
เคล็ดลับพิเศษ : ทาปูนแดง (แบบที่กินกับหมาก) บริเวณเนื้อฟักทองที่ผ่าให้ทั่ว ปูนแดงจะช่วยป้องกันเชื้อราและรักษาความสดของฟักทอง พอจะนำมาทำอาหารก็แค่ฝานส่วนที่ทาปูนแดงออกแล้วล้างน้ำตามปกติ วิธีนี้เก็บได้นานมากเลย !
7. เก็บในตู้เย็นอย่างถูกวิธี
-
แบบชิ้นใหญ่ (เก็บในช่องธรรมดา) : ใส่ถุงพลาสติกหรือถุงซิปล็อก ไล่อากาศออกให้มากที่สุด แล้วเก็บในช่องผัก จะเก็บได้ประมาณ 3-5 วัน
-
แบบหั่นชิ้นเล็ก (แช่แข็ง) : ถ้าอยากเก็บให้นานขึ้น ให้ปอกเปลือกและหั่นฟักทองเป็นชิ้นพอดีคำหรือตามขนาดที่จะใช้ทำอาหาร แบ่งใส่ถุงซิปล็อกทีละปริมาณที่จะใช้ในแต่ละครั้ง แล้วนำไปแช่แข็ง เก็บได้นานเป็นเดือนหรือเกือบปีเลย แถมยังไม่ต้องลวกก่อนด้วยนะ แช่ดิบเลยได้เลย
ทริคเก็บแบบไม่มีตู้เย็น : วางฟักทองในกะละมังหรือชาม แล้วใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำบิดให้หมาดๆ คลุมไว้ วิธีนี้เก็บได้หลายวันเช่นกัน
8. ปิดปากถุงให้สนิท
ไม่ว่าจะเก็บแบบไหน การปิดปากถุงหรือภาชนะให้สนิทมิดชิดเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อไม่ให้อากาศเข้าไปทำให้ฟักทองเสียหรือดูดกลิ่นอาหารอื่นในตู้เย็น
9. ตรวจสอบเป็นประจำ
ถึงแม้จะเก็บดีแค่ไหน ก็ควรเปิดดูบ้างเป็นระยะ ๆ สังเกตว่ามีจุดเน่าหรือกลิ่นแปลก ๆ ไหม ถ้าเจอให้รีบตัดส่วนที่เสียทิ้งหรือทิ้งทั้งหมดถ้าเสียมากแล้ว อย่าเสี่ยงนำมาทำอาหารเด็ดขาด
เก็บแบบไหนได้นานที่สุด ?
ถ้าถามว่าวิธีไหนเก็บได้นานที่สุด คำตอบคือ แช่แข็ง เพราะการแช่แข็งแบบถูกวิธีสามารถเก็บฟักทองไว้ได้นานหลายเดือนถึงเกือบปีเลยทีเดียว โดยที่ยังคงคุณภาพความสดและคุณค่าทางอาหาร ส่วนการเก็บในช่องธรรมดาของตู้เย็น แนะนำให้ใช้ภายใน 3-5 วันจะได้ความสดใหม่เหมือนวันแรกที่สุด
การเก็บฟักทองที่ผ่าแล้วให้สดนาน ไม่เน่า ไม่ขึ้นรา ไม่ใช่เรื่องยากเลย แค่จำหลักง่าย ๆ คือ ทำความสะอาดให้ดี ซับน้ำให้แห้ง ห่อให้มิดชิด แล้วเก็บในตู้เย็นหรือแช่แข็ง แค่นี้ก็จะไม่ต้องเสียดายฟักทองที่เหลือใช้อีกต่อไป มีไว้ทำอาหารได้ทั้งแกงเลียง ฟักทองผัดไข่ แกงบวด หรือจะทำฟักทองสังขยาก็อร่อยไปหมด ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้กันดูนะ รับรองว่าฟักทองจะอยู่กับเราได้นานขึ้นแน่นอน ไม่ต้องรีบใช้ให้หมดในวันเดียวอีกต่อไปแล้ว !
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง