ทำไมลวกผักแล้วสีดำหรือคล้ำ ?
4 ตัวช่วยลวกผักให้สีสวย
ก่อนลวกผัก ลองเตรียมน้ำเดือดโดยเติมตัวช่วยเหล่านี้ลงไปได้
- เกลือป่น ใส่ประมาณ 1 ช้อนชา ช่วยปรุงรสผักและมีส่วนช่วยให้ผักคงสีเขียวสด
- น้ำมันพืช ใส่ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ช่วยเคลือบผิวผัก ทำให้ดูเงาสวยและน่ากิน
- น้ำตาลทราย ช่วยให้ผักคงความชุ่มชื้นและรสหวานตามธรรมชาติ
- เบกกิ้งโซดา ใส่เพียงปลายช้อนชา เหมาะกับผักสีเขียวเข้มหรือผักที่ค่อนข้างสุกยาก แต่ไม่ควรใส่มาก เพราะผักอาจนิ่มหรือเละได้
หมายเหตุ: หากใช้เบกกิ้งโซดา ควรใส่เพียงเล็กน้อยและสังเกตเนื้อสัมผัสของผัก เพราะการใช้มากเกินไปอาจทำให้ผักนิ่มเกินไป
วิธีลวกผักไม่ให้ดำ
1. ต้มน้ำให้เดือดจัด
2. ใส่ผักลงลวกและจับเวลา
3. รีบตักผักลงน้ำเย็นจัด
ลวกผักกี่นาที ? ดูเวลาตามชนิดของผัก
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ลวกผักกี่นาที ถึงจะกำลังดี จริง ๆ แล้วไม่มีเวลาตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับชนิด ขนาด และความหนาของผัก แต่สามารถใช้เวลาโดยประมาณเป็นแนวทางได้
- ถั่วงอก ใช้เวลาสั้น ๆ ประมาณ 5-10 วินาที
- ผักใบอ่อนและผักเนื้อบาง เช่น ผักบุ้ง กวางตุ้ง กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ยอดตำลึง และชะอม ใช้เวลาประมาณ 20-40 วินาที
- ผักก้านและกิ่ง เช่น บรอกโคลี ดอกกะหล่ำ หน่อไม้ฝรั่ง ใช้เวลาประมาณ 1-2 นาที ตามขนาดและความแข็งของผัก
- ตระกูลถั่ว เช่น ถั่วลันเตา, ถั่วฝักยาว, ถั่วพู ใช้เวลาประมาณ 1-2 นาที
- ผักเนื้อแข็งและผักหัว เช่น แครอต ฟักทอง ใช้เวลาประมาณ 5-7 นาที
ดังนั้น หากเป็นผักชิ้นใหญ่หรือหนา ควรเพิ่มเวลาอย่างเหมาะสม และควรจับเวลาตั้งแต่น้ำกลับมาเดือดอีกครั้ง เพราะอุณหภูมิน้ำอาจลดลงทันทีหลังใส่ผัก
ลวกผักหลายชนิดพร้อมกัน ทำอย่างไร ?
ถ้าอยากทำผักลวกหลายชนิดไว้กินคู่กับน้ำพริก ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนน้ำใหม่ทุกครั้ง ให้ใช้วิธี ใส่ผักตามลำดับความสุก เริ่มจากผักที่เนื้อแข็งและใช้เวลานานกว่า เช่น แครอตหรือบรอกโคลี จากนั้นค่อยใส่ผักใบอ่อนในช่วงท้าย เมื่อลวกจนได้ระดับความสุกที่ต้องการก็ตักทั้งหมดขึ้นมาแช่น้ำเย็นจัดพร้อมกัน วิธีนี้ช่วยประหยัดเวลา และทำให้ผักแต่ละชนิดยังคงเนื้อสัมผัสที่น่ากิน ไม่สุกจนเละ
ลวกผักเก็บไว้แช่ฟรีซ ทำอย่างไรให้สดนาน ?
สำหรับสายทำอาหารล่วงหน้า (Meal Prep) การลวกผักก่อนนำไปแช่แข็ง จะช่วยยับยั้งเอนไซม์ ป้องกันไม่ให้ผักไหม้จากความเย็น (Freezer Burn) และรักษารสชาติไว้ได้นาน โดยสามารถลวกผักตามเวลา แช่น้ำเย็นจัด แล้วซับด้วยกระดาษทิชชูซับน้ำในครัวให้ แห้งสนิท จากนั้นให้นำใส่ถุงซิปล็อกแล้วไล่อากาศออกให้หมด หรือใส่ภาชนะทรงแข็งโดยเว้นที่ว่างด้านบนไว้ประมาณครึ่งนิ้ว เขียนวันที่ติดไว้ แล้วแช่ช่องฟรีซได้เลย เวลาจะนำมากิน ผักส่วนใหญ่สามารถนำมาปรุงอาหารต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องละลายน้ำแข็งค่ะ
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
- 14 สูตรน้ำพริกโฮมเมด อาหารไทยคู่ครัว จิ้มตอนไหนก็ใช่เลย
- 11 สูตรน้ำพริกแห้ง เมนูสร้างอาชีพ เก็บไว้ขายไว้กินอร่อยนาน
- 6 สูตรน้ำพริกเนื้อปลา เครื่องจิ้มรสจัดจ้านย่อยง่ายได้คุณค่า
- 6 สูตรน้ำพริกอ่อง อาหารเหนือรสกลมกล่อมกินมื้อไหนก็อร่อย
- วิธีทำน้ำพริก ผักลวก ปลาแซลมอนนึ่ง เมนูจากหม้อหุงข้าวที่ใครก็ทำได้
- 4 สูตรน้ำพริกปลาทู อาหารไทยเติมโปรตีน รสแซ่บหอมอร่อยจิ้มเพลิน
- 18 เมนูผัดผัก รวมสูตรเมนูผักหอมอร่อยย่อยง่าย






