วิธีเลือกกะปิ ให้ได้ของดี หอม นัว ทำเมนูไหนก็อร่อย

          แจกวิธีเลือกกะปิคุณภาพดี ดูอย่างไรให้ได้กะปิหอม นัว ไม่เค็มโด่ง พร้อมเคล็ดลับการเลือกกะปิตำน้ำพริกและกะปิแกงให้อร่อยตรงใจ
วิธีเลือกกะปิ เมนูกะปิ ทำอาหาร เคล็ดลับทำอาหาร เรื่องอาหารน่ารู้

          กะปิ เป็นหนึ่งในเครื่องปรุงที่อยู่คู่ครัวไทยมานาน จะเอามา ทำอาหาร ผัดกับสมุนไพร ใส่ในเครื่องแกง หรือโขลกเป็น น้ำพริกกะปิก็ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและรสอูมามิให้กับอาหารได้ดี แต่กะปิแต่ละแบบก็ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด ทั้งชนิดของวัตถุดิบ เนื้อสัมผัส กลิ่น และรสชาติ เพราะฉะนั้นถ้าอยากได้กะปิที่เหมาะกับเมนูกะปิที่กำลังจะทำ มาดู วิธีเลือกกะปิ แบบง่าย ๆ กันว่า ควรสังเกตอะไรบ้าง

กะปิคืออะไร ทำมาจากอะไร ?

          กะปิ คือผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้จากการหมักสัตว์น้ำขนาดเล็กอย่าง เคยหรือกุ้ง กับเกลือ ก่อนนำมาบดหรือโม่ให้ละเอียด แล้วหมักต่อจนเกิดกลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของกะปิ ระหว่างการหมัก โปรตีนในวัตถุดิบจะเกิดการย่อยสลายจนมีกรดอะมิโนและสารประกอบต่าง ๆ ที่ช่วยสร้างรสอูมามิและกลิ่นเฉพาะตัว จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมกะปิที่หมักได้ที่จึงมีกลิ่นหอมและรสนัวมากกว่ากุ้งหรือเคยที่เพิ่งนำมาบดกับเกลือ นอกจากนี้ วัตถุดิบและวิธีผลิตที่แตกต่างกัน รวมถึงระยะเวลาหมักและการตากแดด ทำให้กะปิจากแต่ละแหล่งมีสี กลิ่น ความเค็ม และเนื้อสัมผัสต่างกันไปด้วย

วิธีเลือกกะปิ เมนูกะปิ ทำอาหาร เคล็ดลับทำอาหาร เรื่องอาหารน่ารู้

วิธีเลือกกะปิ ดูอะไรบ้าง ?

วิธีเลือกกะปิให้อร่อย นัว สะอาด ได้คุณภาพดี

  1. เช็กกลิ่นต้องหอมหมัก ไม่คาว: กะปิที่ดีต้องมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของการหมักได้ที่ ไม่มีกลิ่นคาวปลา ก่อนซื้อถ้าเปิดฝาแล้วมีกลิ่นหอมลอยมาถือว่าผ่าน แต่ต้องไม่มีกลิ่นฉุนแอมโมเนีย หรือกลิ่นบูดหืน
  2. สีต้องเป็นธรรมชาติ: สีกะปิต้องเป็นสีตามธรรมชาติจากการหมัก เช่น สีน้ำตาลอมม่วง ม่วงแดง หรือเทาอมชมพู หรือสังเกตเห็นจุดดำเล็ก ๆ ซึ่งก็คือตาของตัวเคย และควรหลีกเลี่ยงกะปิที่มีสีชมพูสดหรือแดงฉูดฉาดเพราะอาจใส่สีผสมอาหาร
  3. เนื้อสัมผัสสม่ำเสมอ: เนื้อกะปิต้องละเอียด เหนียว เกาะตัวกันดี ไม่แห้งแข็งกระด้าง และไม่แฉะเป็นโคลน
  4. รสชาติเค็มพอดี ไม่ขม: รสชาติของกะปิต้องมีความเค็มกลมกล่อม มีรสนัวอูมามิ ไม่เค็มจัดโดดจนเกินไป และต้องไม่มีรสขมติดปลายลิ้น
  5. ปราศจากสิ่งแปลกปลอม: ไม่มีเศษฝุ่น ผง แป้ง หรือส่วนผสมเจือปนอื่น ๆ เช่น มันสำปะหลัง หรือกล้วย
  6. ภาชนะบรรจุสะอาด: บรรจุในภาชนะที่แห้ง สะอาด ปิดสนิท มีฉลากระบุส่วนประกอบ แหล่งผลิต วันหมดอายุ และมีเครื่องหมายรับรองความปลอดภัย (เช่น อย. หรือ GMP) ชัดเจน
วิธีเลือกกะปิ เมนูกะปิ ทำอาหาร เคล็ดลับทำอาหาร เรื่องอาหารน่ารู้

กะปิแบบไหนเหมาะกับเมนูอะไร ?

          เมื่อรู้ วิธีเลือกกะปิ แล้ว อีกเรื่องที่ควรรู้คือกะปิแต่ละลักษณะเหมาะกับการใช้งานไม่เหมือนกัน

  • กะปิตำน้ำพริก: นิยมใช้กะปิเคยแท้เนื้อละเอียด กลิ่นหอมหมักเด่นชัด รสชาติเค็มอมหวานกลมกล่อม ไม่เค็มจัด สังเกตเห็นจุดตาดำเล็ก ๆ ของเคยชัดเจน เหมาะสำหรับทำน้ำพริกกะปิ หรือข้าวคลุกกะปิ
  • กะปิแกง: นิยมใช้กะปิเนื้อหยาบหรือกะปิกุ้ง เนื้อจะมีความชื้นมากกว่า มีรสเค็มเข้มข้นและกลิ่นแรงกว่าเล็กน้อย เหมาะสำหรับนำไปตำใส่พริกแกง แกงส้ม แกงเลียง หรือเมนูผัดต่าง ๆ เพราะเมื่อนำไปคั่วหรือต้มกับสมุนไพรจะให้ความหอมนัวลงตัวพอดี
  • กะปิเนื้อหยาบสำหรับเครื่องจิ้ม: กะปิที่ยังพอเห็นตัวเคยเป็นตัวๆ มีกลิ่นหอมและรสเค็มนำ นิยมนำมาทำเครื่องจิ้มอย่างกะปิหวาน น้ำปลาหวาน ทานคู่กับผลไม้รสเปรี้ยว

          เคล็ดลับ: ก่อนนำกะปิไปปรุงอาหาร แนะนำให้นำกะปิไปห่อใบตองแล้วย่างไฟอ่อน ๆ หรือนำไปคั่วในกระทะสักครู่ จะช่วยลดกลิ่นดิบและเพิ่มความหอมนวลให้อาหารน่ากินยิ่งขึ้น!

วิธีเก็บรักษากะปิให้คงความหอมอร่อยได้นาน

  • บรรจุในภาชนะแก้วหรือกระปุกพลาสติกที่สะอาด และปิดฝาให้สนิททุกครั้ง
  • ใช้ช้อนที่แห้งและสะอาดตักกะปิเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความชื้นหรือเชื้อรา
  • หากเปิดใช้งานแล้ว สามารถนำเข้าแช่ในตู้เย็นเพื่อช่วยคงกลิ่นหอมและชะลอการเปลี่ยนสีของกะปิได้
          การเลือกกะปิให้ได้ของดีไม่ใช่เรื่องยาก เพียงสังเกตจากกลิ่นหอมหมักที่เป็นธรรมชาติ สีม่วงแดงอมน้ำตาลตามธรรมชาติ เนื้อเนียนเหนียวพอดี และเลือกชนิดกะปิให้เหมาะสมกับเมนู ไม่ว่าจะนำไปทำน้ำพริกกะปิสุดแซ่บ หรือใส่ในแกงไทย เมนูไหน ๆ ก็อร่อยนัวกลมกล่อมแน่นอน

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
วิธีเลือกกะปิ ให้ได้ของดี หอม นัว ทำเมนูไหนก็อร่อย โพสต์เมื่อ 16 กันยายน 2569 เวลา 14:40:32
TOP
x close