11 เมนูสาคู หลากสูตรความอร่อยทั้งคาวหวานเคี้ยวนุ่มหนึบ

ขอสักคำ กับเมนูสาคู สูตรขนมไทย พ่วงสูตรอาหารคาว เคี้ยวหนึบหนับทำไม่ยาก กินอร่อยได้ทุกวัย

         ใครอยากทำเมนูสาคู โดยเฉพาะสาคูเม็ดเล็กที่ส่วนใหญ่เอามาทำขนมไทยหรืออาหารคาวเหมือนกันบ้าง กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำเมนูสาคู เช่น สาคูบัวลอย สาคูเปียกข้าวโพด สาคูแคนตาลูป ตะโก้สาคู เป็นต้น ไม่ว่าจะทำเมนูไหนก็อร่อยปังแน่นอนค่ะ
 

1. สาคูไส้หมู

          จู่ ๆ ก็อยากกินเมนูสาคูไส้หมู ครั้นจะหาซื้อก็ไม่มีใครขาย ไหน ๆ ก็มีเม็ดสาคูเลยอยากทำเองสักครั้ง สูตรนี้มาพร้อมวิธีทำแป้งสาคูและไส้หมู ห่อแป้งให้บางแล้วเอาไปนึ่งจนสุก แนมกับผักสลัด
 

ส่วนผสม สาคูไส้หมู

  • เม็ดสาคู 250 กรัม
  • ไส้หมู
  • น้ำมันกระเทียมเจียว
  • น้ำมันพืช (สำหรับทา)
     

ส่วนผสม ไส้หมู

  • หมูสับ 270 กรัม
  • รากผักชี 2 ราก
  • กระเทียม 3 กลีบ
  • พริกไทย 1 ช้อนชา
  • หอมแดงสับ 5 หัว
  • น้ำตาลปี๊บ 150 กรัม
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ถั่วลิสงคั่วบด 55 กรัม
  • หัวไชโป๊เค็ม (ล้างน้ำ 2 ครั้ง) 100 กรัม
     

วิธีทำไส้หมู

     1. เริ่มจากการนำรากผักชี กระเทียม และพริกไทยมาตำให้ละเอียด แล้วนำมาผัดใช้น้ำมันไม่ต้องเยอะมาก เดี๋ยวไส้แฉะไป
     2. ใส่หอมแดงสับลงไปผัดต่อให้หอม ตามด้วยหมูสับลงไปผัดต่อให้สุก ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บกับซีอิ๊วขาว ผัดให้เข้ากันดี
     3. ใส่ถั่วลิสงคั่วบดกับหัวไชโป๊เค็ม ถ้าไม่แน่ใจว่าเค็มแค่ไหนให้ชิมรสดูก่อนที่จะปรุงซีอิ๊วขาวลงไป พอผัดไส้เข้ากันเรียบร้อยดีแล้ว พักไส้ให้เย็นแล้วนำมาปั้นเป็นก้อนได้ทั้งหมด 35 ลูก
 

วิธีทำสาคูไส้หมู

     1. ก่อนที่จะปั้นไส้ให้เอาเม็ดสาคูมาแช่น้ำก่อน ใช้น้ำอุณหภูมิปกติแช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที พอครบเวลากรองน้ำออก จะเห็นได้ว่าสาคูจะเริ่มพองตัว ต่อจากนั้นให้ขยำเม็ดสาคูพอให้ติดกัน ไม่ต้องนวด ไม่เช่นนั้นสาคูจะเหนียวเกินไป อย่าลืมว่าเม็ดสาคูที่เอามาใช้ คือสาคูเทียมที่ทำจากแป้งมันสำปะหลัง การที่เรานวดแป้งมาก ๆ ก็จะทำให้แป้งเหนียว
     2. นำแป้งมาแผ่เป็นแผ่นพอประมาณ ไม่ต้องเยอะมาก แป้งสาคูจะได้บาง ๆ นำไส้หมูมาวางตรงกลาง ห่อไส้ให้มิดและปั้นให้กลม
     3. นำซึ้งนึ่งมาตั้งน้ำให้เดือด แล้วนำชั้นซึ้งมาทาน้ำมันให้ทั่ว วางขนมสาคูลงไปแล้วทาน้ำมันกระเทียมเจียวที่ขนมเพื่อไม่ให้ขนมติดกัน เอาไปนึ่งจนสาคูเริ่มใส ไม่จำเป็นต้องใสทั้งหมด ให้พอเห็นมีเม็ดบ้างก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวพอเอาออกมาวางไว้ข้างนอกสักพักจะใสขึ้นมาอีก พอนึ่งสุกนำออกมาชโลมด้วยน้ำมันกระเทียมเจียวอีกครั้งเพื่อที่จะทำให้ขนมไม่ติดกัน จัดเสิร์ฟใส่ภาชนะ โรยกระเทียมเจียว แนมพริกขี้หนู ผักสลัด และผักชี

 

ดูวิธีทำ สาคูไส้หมู เพิ่มเติมคลิก

2. สาคูเมลอน

          ต้นเดือนแล้วทำได้ กับเมนูสาคูเมลอน ใส่นมอัลมอนด์กับน้ำตาลจากหญ้าหวาน ที่ขาดไม่ได้เลยคือสาคู แต่งด้วยเมลอนบอล
 

ส่วนผสม สาคูเมลอน

  • สาคู
  • เมลอน (ชนิดใดก็ได้ตามที่เราชอบ)
  • นมอัลมอนด์
  • น้ำตาลหญ้าหวาน
     

อุปกรณ์

  • เครื่องปั่นผลไม้
     

วิธีทำสาคูเมลอน

     1. ต้มสาคูให้สุกเตรียมไว้
     2. หั่นเมลอนเป็นชิ้นสำหรับปั่น และใช้ช้อนตักเมลอนให้เป็นลูกกลม ๆ ไว้แต่งหน้า
     3. นำเมลอนที่หั่น นมอัลมอนด์ และน้ำตาลหญ้าหวานใส่เครื่องปั่น เทใส่ภาชนะ ตักสาคูลงไป คนให้เข้ากัน ตามด้วยเมลอนบอล

 

ดูวิธีทำ สาคูเมลอน เพิ่มเติมคลิก

3. สาคูเปียกอัญชัน

สาคูเปียกอัญชัน

          อัญชันเยอะแยะต้มน้ำกินจนเบื่อ ก็จับมาทำเมนูสาคูเปียกอัญชันสิคะ เริ่มจากต้มสาคูกับน้ำอัญชัน เสร็จแล้วใส่ถ้วยราดกะทิ ใส่มะพร้าวอ่อนกับแปะก๊วย
 

ส่วนผสม สาคูเปียกอัญชัน

  • สาคูเม็ดเล็ก 1/2 ถ้วย
  • น้ำอัญชัน 2 ถ้วย
  • มะพร้าวอ่อนขูดเป็นเส้น ๆ
  • เม็ดแปะก๊วยต้มสุก
  • น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
  • กะทิสำเร็จรูป 1/2 ถ้วย
  • เกลือป่น (เล็กน้อย)
  • แป้งข้าวเจ้า 1/2 ช้อนโต๊ะ
     

วิธีทำสาคูเปียกอัญชัน

     1. ล้างสาคูผ่านน้ำให้สะอาด เตรียมไว้
     2. ใส่น้ำอัญชันลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟจนเดือด ใส่เม็ดสาคูลงต้มไป เติมน้ำตาลทราย ต้มจนเป็นตากบ ปิดไฟ เตรียมไว้
     3. ทำกะทิสำหรับราดหน้าขนม ใส่กะทิลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน เติมเกลือป่นเล็กน้อยและแป้งข้าวเจ้า ต้มจนเดือดข้น
     4. ตักสาคูอัญชันใส่ในถ้วย จากนั้นตักกะทิหยอดหน้าสาคูเปียกที่เตรียมไว้ โรยมะพร้าวอ่อนขูดกับแปะก๊วยต้มสุก พร้อมเสิร์ฟ

 

ดูวิธีทำ สาคูเปียกอัญชัน เพิ่มเติมคลิก

4. บัวลอยสาคู

          ชวนทำบัวลอยมิติใหม่ นั่นคือบัวลอยสาคู จับสาคูแปลงร่างเป็นบัวลอยชิ้นสี่เหลี่ยม ไม่ต้องเสียเวลาปั้นแป้งเป็นก้อนกลม พอต้มจนสุกราดกะทิ ใส่แปะก๊วยเพิ่มสีสัน
 

ส่วนผสม บัวลอยสาคูแปะก๊วย

  • สาคูเม็ดเล็ก 500 กรัม
  • น้ำร้อนจัด 1+1/4 ถ้วย
  • แป้งมัน 1/2 ถ้วย
  • น้ำดอกอัญชัน (หรือสีผสมอาหารสีม่วงเล็กน้อย)
  • หัวกะทิ 7 ถ้วย
  • หางกะทิ 3 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1+1/2 ถ้วย
  • เกลือสมุทร 1 ช้อนโต๊ะ
  • แปะก๊วยต้มสุก
     

วิธีทำบัวลอยสาคูแปะก๊วย

     1. ใส่สาคูลงในอ่างผสม ค่อย ๆ ใส่น้ำร้อน แล้วนวดให้เข้ากันและน้ำหมด ใส่สีผสมอาหารสีม่วงเล็กน้อย ใส่แป้งมัน นวดให้เข้ากันดี นำแป้งมาคลึงเป็นแผ่น แล้วใช้มีดตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร เคล้าแป้งมันให้ทั่วเพื่อไม่ให้แป้งจับตัวเป็นก้อน
     2. ต้มน้ำให้เดือด ใส่สาคูลงต้มจนสุกลอย ตักขึ้นล้างน้ำเย็น พักไว้
     3. ใส่หัวกะทิและหางกะทิในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง หมั่นคนจนเดือด จากนั้นใส่น้ำตาลทรายและเกลือสมุทร หมั่นคนอยู่เสมอ พอเดือดอีกครั้งชิมรสให้หวานนำและเค็มปะแล่ม ปิดไฟ ใส่สาคูต้มและแปะก๊วยต้มสุก ตักใส่ถ้วย

 

ดูวิธีทำ บัวลอยสาคู เพิ่มเติมคลิก

5. สาคูแคนตาลูปนมสด

          ใครกลัวอ้วนคงไม่เหมาะกับเมนูสาคูเปียก ลองเปลี่ยนมาทำเมนูสาคูแคนตาลูปนมสดกันเถอะ สูตรนี้น้ำเชื่อมใส่ใบเตยกลิ่นหอม โปะนมสดเกล็ดน้ำแข็ง
 

ส่วนผสม สาคูแคนตาลูปนมสด

  • น้ำเปล่า 3/4 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 120 กรัม
  • ใบเตย
  • สาคูเม็ดเล็ก 1 ถ้วย
  • น้ำเปล่า
  • นมสดแช่เย็น
  • แคนตาลูป
     

วิธีทำสาคูแคนตาลูปนมสด

     1. ใช้ที่ตักแตงโม ตักแคนตาลูปเป็นลูกกลม ๆ แช่ตู้เย็น เตรียมไว้
     2. ทำน้ำเชื่อม โดยต้มน้ำกับใบเตยให้หอมก่อน แล้วจึงใส่น้ำตาลทราย ตั้งไฟเคี่ยวพอข้น
     3. ต้มน้ำเปล่าให้เดือดจัด ใส่สาคูที่ล้างผ่านน้ำแล้ว ต้มให้สุก 90% เหลือเป็นตากบเล็ก ๆ ปิดไฟ ยกลงจากเตา เทสาคูใส่กระชอนแล้วล้างน้ำเพื่อหยุดความสุก และแช่ในน้ำเย็น รอจนสาคูเย็นสนิท ตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำ ตักใส่ในน้ำเชื่อม นำแช่ตู้เย็น
     4. นมสดนำไปแช่เย็นจนเป็นเกล็ดน้ำแข็งแล้วตักใส่ถ้วย (หรือแค่แช่นมให้เย็น ๆ ไม่ถึงกับเป็นเกล็ดน้ำแข็งก็ได้) ใส่สาคู น้ำเชื่อม แคนตาลูป ชิมรสหวานตามชอบ

 

ดูวิธีทำ สาคูแคนตาลูปนมสด เพิ่มเติมคลิก

6. สาคูเปียกข้าวโพด

สาคูเปียกข้าวโพด

          เมนูสาคูเปียกข้าวโพด ซื้อกินไม่อร่อยถูกปาก ถ้าทำเองจะใส่ข้าวโพดเยอะ ๆ เลย สูตรนี้ปรับเพิ่ม-ลดความหวานได้ตามชอบ ทั้งนี้สามารถใส่มะพร้าวอ่อนเพิ่มได้นะคะ
 

ส่วนผสม สาคูเปียก

  • สาคูเม็ดเล็ก 1/2 ถ้วย
  • น้ำ 2 ถ้วย
  • เมล็ดข้าวโพด 1/2 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
  • กะทิสำเร็จรูป 1/2 ถ้วย
  • เกลือป่น
     

วิธีทำสาคูเปียก

     1. ล้างสาคูในน้ำให้สะอาด เตรียมไว้
     2. ใส่น้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟจนเดือด ใส่เม็ดสาคูลงต้มจนสุกใส ใส่เมล็ดข้าวโพด และน้ำตาลทราย ต้มต่อจนเดือด ตักใส่ถ้วย เตรียมไว้
     3. ใส่กะทิลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน เติมเกลือป่นเล็กน้อย ต้มจนเดือด และข้น จากนั้นตักหยอดหน้าสาคูเปียกที่เตรียมไว้ พร้อมเสิร์ฟ

 

ดูวิธีทำ สาคูเปียกข้าวโพด เพิ่มเติมคลิก

7. โจ๊กสาคู

          ยามเช้าร่างกายต้องการอาหาร ขอนำเสนอเมนูโจ๊กสาคู สูตรน้ำซุปไก่ และใส่เนื้อไก่ เพิ่มเนื้อกุ้ง โรยหมี่กรอบ ต้นหอม ผักชี และพริกไทยป่น
 

ส่วนผสม โจ๊กสาคู

  • น้ำซุปไก่ หรือซุปก้อนรสไก่
  • สาคูเม็ดเล็ก
  • เนื้อไก่หั่นชิ้นเล็ก
  • ซีอิ๊วขาว
  • เนื้อกุ้งหั่นชิ้นเล็ก
  • ต้นหอมซอย
  • ผักชีซอย
  • ขิงอ่อนซอย
  • หมี่ขาวทอดกรอบ
  • พริกไทยป่น
     

วิธีทำโจ๊กสาคู

     1. ทำน้ำซุปไก่ โดยล้างโครงไก่ให้สะอาด ใส่ลงในหม้อน้ำ ใส่หัวไชเท้า ตามด้วยรากผักชี พริกไทยบุบ กระเทียมและเกลือ ยกขึ้นตั้งไฟกลางพอเดือด ลดเป็นไฟอ่อน หมั่นช้อนฟองทิ้ง ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว และน้ำตาลกรวด เคี่ยวด้วยไฟอ่อน จนน้ำซุปหอมหวาน ปิดไฟ เตรียมไว้
     2. ตั้งหม้อน้ำซุปไฟกลางจนเดือด ล้างสาคู นำลงต้มจนสุกแต่ยังเป็นตากบ ระหว่างต้มให้หมั่นคน อย่าให้จับตัวเป็นก้อน (ระวังอย่าต้มนานเกินไป เพราะจะกลายเป็นแป้งเปียก)
     3. ใส่เนื้อไก่ลงต้มจนสุก ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว คนพอทั่ว ใส่เนื้อกุ้งลงต้มพอสุก ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย โรยต้นหอม ผักชี พริกไทยป่น ใส่ขิงซอย หมี่ขาวทอดกรอบ เสิร์ฟร้อน ๆ

 

ดูวิธีทำ โจ๊กสาคู เพิ่มเติมคลิก

8. ตะโก้สาคู

          นานแล้วที่ไม่ได้กินเมนูตะโก้สาคู วันนี้ว่าง ๆ เลยไปหาซื้อวัตถุดิบแล้วลงมือต้มสาคูกับเม็ดข้าวโพด พร้อมกับทำน้ำราดกะทิ ตักใส่ถ้วยกินแบบอุ่น ๆ หรือแช่เย็นก็ตามชอบเลยจ้า
 

ส่วนผสม ตะโก้สาคู

  • น้ำ 3+3/4 ถ้วย
  • ใบเตยสด 3-4 ใบ (หรือน้ำหอมกลิ่นใบเตย 1 ช้อนชา)
  • สาคูเม็ดเล็ก 1 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1+1/2 ถ้วย
  • เม็ดข้าวโพดต้มสุก 1 ถ้วย
     

ส่วนผสม หน้ากะทิ

  • กะทิ 4 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วย
  • แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
  • เกลือป่น 1+1/2 ช้อนชา
     

วิธีทำตะโก้สาคู

     1. ใส่น้ำลงในหม้อ ตามด้วยใบเตย นำขึ้นตั้งไฟแรง ต้มจนเดือด ใส่เม็ดสาคูลงไป ใช้ไฟกลางอ่อน ต้มนานประมาณ 15 นาที จนเม็ดสาคูเริ่มพองออก นำใบเตยออก ใส่น้ำตาลทราย คนผสมให้เข้ากันจนเม็ดสาคูสุก ใส่เม็ดข้าวโพดต้มสุกลงไป คนผสมให้เข้ากัน  ยกลงจากเตา วางพักทิ้งไว้จนเย็นลง
     2. ใส่กะทิ น้ำตาลทราย แป้งข้าวเจ้า และเกลือป่นลงในหม้ออีกใบ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน หมั่นคนผสมตลอดเวลา (เพื่อป้องกันไม่ให้ไหม้) นานประมาณ 15 นาที จนส่วนผสมข้น ปิดไฟ ยกลงจากเตา เตรียมไว้สำหรับราดหน้า
     3. ตักสาคูใส่ถ้วย ราดด้วยหน้ากะทิ แต่งด้วยเม็ดข้าวโพด พร้อมเสิร์ฟ

 

ดูวิธีทำ ตะโก้สาคู เพิ่มเติมคลิก

9. ทาร์ตสาคู

           ถ้าไม่แนวก็ไม่ทำ เลยเป็นที่มาของเมนูทาร์ตสาคู ตัวทาร์ตอยู่ในขวดแก้ว มาพร้อมกับสาคูผสมข้าวโพดและราดหน้ากะทิ กินง่ายมือไม่เลอะ แถมหน้าตาดีอีกด้วย ทำกินเองหรือทำฝากได้หมดเลยค่ะ
 

ส่วนผสม ทาร์ตสาคู

  • แครกเกอร์บดละเอียด 80 กรัม
  • เนยเค็มละลาย 50 กรัม
  • สาคูล้างผ่านน้ำ 100 กรัม
  • น้ำเปล่า 500 กรัม
  • น้ำตาลทราย 100 กรัม
  • น้ำใบเตยคั้นเข้ม 20 กรัม
  • ข้าวโพดต้มสุกแกะเอาแต่เม็ด 50 กรัม
  • เนื้อมะพร้าวอ่อนหั่นชิ้น 50 กรัม
  • ใบเตยมัดรวมกัน 2-3 ใบ
     

ส่วนผสม หน้ากะทิ

  • หัวกะทิ 150 กรัม
  • เกลือป่นหยาบ 1/2 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
  • แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ
     

วิธีทำหน้ากะทิ

     1. ใส่เกลือป่น น้ำตาลทราย แป้งข้าวเจ้า และหัวกะทิลงในหม้อ คนให้เข้ากัน
     2. ยกขึ้นตั้งไฟ คนจนหัวกะทิเดือดและข้น ยกลง ตักราดลงบนหน้าขนมขณะร้อน
 

วิธีทำทาร์ตสาคู

     1. ผสมแครกเกอร์บดกับเนยสดละลาย คนให้เข้ากัน พักไว้
     2. ต้มน้ำเปล่าพอร้อน ใส่ใบเตย รอให้เดือด ใส่สาคูลงต้มจนสุก
     3. ใส่น้ำตาลทรายกับน้ำใบเตย คนให้เข้ากัน พอเดือด ใส่ข้าวโพดกับเนื้อมะพร้าวอ่อน คนพอเข้ากัน ยกลง ตักใบเตยออก พักไว้ให้คลายความร้อน
     4. กรุแป้งทาร์ตแครกเกอร์ลงในขวดแก้ว จากนั้นตักสาคูใส่ลงในขวด ราดหน้ากะทิ นำเข้าแช่เย็นก่อนเสิร์ฟ

 

ดูวิธีทำ ทาร์ตสาคู เพิ่มเติมคลิก

10. สาคูบัวลอย

          สีหวานชวนหิวสำหรับเมนูสาคูบัวลอย สูตรนี้จับสาคูผสมสีชมพู ปั้นเป็นลูกกลมต้มจนเดือด มาพร้อมวิธีทำน้ำกะทิใบเตย ใส่ลิ้นจี่กับมะพร้าวอ่อน
 

ส่วนผสม สาคูบัวลอย

  • สาคูเม็ดเล็ก 200 กรัม
  • สีผสมอาหารตามชอบ
  • มะพร้าวอ่อน
  • ลิ้นจี่แกะเม็ด
     

ส่วนผสม น้ำกะทิ

  • กะทิ 500 กรัม
  • น้ำตาลโตนด 300 กรัม
  • น้ำตาลทราย 80 กรัม
  • เกลือนิดหน่อย
  • ใบเตย
     

วิธีทำสาคูบัวลอย

     1. นำเม็ดสาคูแช่สีที่ต้องการ ประมาณ 20 นาที พอครบเวลากรองเอาแต่สาคู ปั้นเป็นลูกกลม ๆ จนหมด
     2. ต้มบัวลอยสาคูในน้ำเดือด เมื่อสุกบัวลอยสาคูจะลอยขึ้นมา ตักขึ้นมาใส่น้ำเย็นสักครู่
     3. ต้มน้ำกะทิ ใส่ลิ้นจี่ มะพร้าวอ่อน และสาคูบัวลอย ตักใส่ถ้วย

 

ดูวิธีทำ สาคูบัวลอย เพิ่มเติมคลิก

11. ขนมหยกมณี

           เกิดมาก็อยากลองสักครั้งกับเมนูขนมหยกมณี สูตรขนมไทยโบราณหาซื้อยาก แต่บอกเลยว่าทำกินเองแสนง่าย เริ่มจากนำสาคูไปกวนกับน้ำใบเตย สุดท้ายตักเป็นคำแล้วคลุกกับมะพร้าวขูด
 

ส่วนผสม ขนมหยกมณี

  • สาคูเม็ดเล็ก 1 ถ้วยตวง
  • ใบเตยหั่น 5-6 ใบ
  • น้ำเปล่า หรือน้ำลอยดอกมะลิ (สำหรับปั่นน้ำใบเตย) 2 ถ้วยตวง
  • น้ำเปล่า (สำหรับต้มสาคู) 1+1/2 ถ้วยตวง
  • น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
  • มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย 1 ถ้วยตวง
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
     

วิธีทำขนมหยกมณี

     1. ล้างสาคู โดยเทสาคูลงไปบนตะแกรง ใส่น้ำเปล่าลงไป ใช้มือคนเล็กน้อย เทน้ำทิ้ง ทำซ้ำ 2 รอบ พักสาคูไว้บนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำประมาณ 15-20 นาที
     2. คั้นน้ำใบเตยโดยหั่นใบเตยเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่โถปั่น ใส่น้ำเปล่า หรือน้ำลอยดอกมะลิลงไป ปั่นให้ละเอียด กรองด้วยผ้าขาวบาง หรือถุงกาแฟ เตรียมไว้
     3. พอพักสาคูไว้จนครบ 15 นาทีแล้วเทน้ำเปล่าใส่กระทะ หรือหม้อ เปิดไฟแรงสูง พอน้ำเดือดพล่านให้ปรับเป็นไฟกลาง จากนั้นใส่สาคูลงไปคนอย่างเร็ว (เพราะสาคูจะจับเป็นก้อน) คนจนสาคูเริ่มจับตัวเป็นก้อน มีลักษณะเป็นตากบคือ มีสีขุ่นตรงกลางและภายนอกสีใส
     4. ใส่น้ำใบเตยลงไปคนให้เข้ากัน กวนส่วนผสมไปเรื่อย ๆ ถ้าชอบสาคูเป็นแบบตากบก็ใส่น้ำตาลทรายลงไปได้เลย หรือถ้าชอบสาคูสุกมากก็กวนจนน้ำแห้งแล้วค่อยใส่น้ำตาลทรายลงไป (ชอบแบบไหนก็ใส่น้ำตาลลงไปตอนนั้น)
     5. พอใส่น้ำตาลทรายเสร็จแล้วก็กวนส่วนผสมต่อไปอีกประมาณ 5 นาที หรือจนขนมค่อนข้างหนืดตัวและข้นแต่ไม่แห้ง เทขนมใส่ถาด เกลี่ยให้เท่า ๆ กัน (ห้ามจุ่มมือลงไปเพราะขนมร้อนมาก ๆ) ผึ่งขนมไว้จนเย็น
     6. นึ่งมะพร้าวขูดในชุดนึ่งใช้ไฟแรงประมาณ 15 นาที นำมะพร้าวใส่จาน โรยเกลือป่น คลุกเคล้าให้ทั่ว
     7. นำช้อนกินข้าวไปจุ่มน้ำเล็กน้อย จากนั้นนำมาตักขนมหยกมณีเป็นคำ ๆ วางลงบนมะพร้าว คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่ภาชนะ พร้อมเสิร์ฟ

 

ดูวิธีทำ ขนมหยกมณี เพิ่มเติมคลิก

           ใครจะไปรู้ว่าแค่สาคูถุงเดียวก็สามารถเนรมิตอาหารคาวก็ได้ หรืออาหารหวานก็ดี เดี๋ยวเคลียร์งานเพื่อหาเวลาว่างทำเมนูสาคูสักอย่างกินหน่อยดีกว่าค่ะ
 

สนใจให้ Kapook.com แนะนำการทำอาหารด้วยเครื่องปรุง ของใช้ในครัว หรืออื่น ๆ รับทำการตลาดด้วย Social Network, Content Marketing

คลิกเลย

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
11 เมนูสาคู หลากสูตรความอร่อยทั้งคาวหวานเคี้ยวนุ่มหนึบ โพสต์เมื่อ 19 มีนาคม 2562 เวลา 11:05:08 25,979 อ่าน
TOP