30 มกราคม วันครัวซองต์แห่งชาติ เปิดตำนานขนมเนยหอมที่คนทั้งโลกหลงรัก

          30 มกราคม วันครัวซองต์แห่งชาติ (National Croissant Day) ชวนเปิดตำนานขนมเนยหอมที่คนทั้งโลกหลงรัก อ่านแล้วจะกินอร่อยขึ้นกว่าเดิมแน่นอน
30 มกราคม วันครัวซองต์แห่งชาติ National Croissant Day เรื่องอาหารน่ารู้อื่น ๆ

          ถ้าพูดถึงขนมอบที่คนทั่วโลกหลงรัก ชื่อของ ครัวซองต์ ต้องติดโผอันดับต้น ๆ แน่นอน ด้วยความหอมของเนย เนื้อแป้งที่กรอบนอกนุ่มใน และรูปทรงพระจันทร์เสี้ยวอันเป็นเอกลักษณ์ จนหลายคนเผลอคิดไปโดยอัตโนมัติว่า ครัวซองต์คือขนมประจำชาติของฝรั่งเศส

          แต่รู้ไหมว่า… ความจริงแล้วครัวซองต์ ไม่ได้ถือกำเนิดที่ฝรั่งเศสตั้งแต่แรก และวันที่ 30 มกราคมของทุกปี ยังถูกกำหนดให้เป็น วันครัวซองต์แห่งชาติ (National Croissant Day) อีกด้วย ซึ่งวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปเปิดตำนาน ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของครัวซองต์ในอดีต จนถึงวันที่กลายเป็นขนมยอดฮิตที่เรากินคู่กาแฟกันในทุกวันนี้กัน

30 มกราคม วันครัวซองต์แห่งชาติ
National Croissant Day

30 มกราคม วันครัวซองต์แห่งชาติ (National Croissant Day) คืออะไร ?

          วันที่ 30 มกราคมของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น วันครัวซองต์แห่งชาติ (National Croissant Day) โดยเริ่มมีการเฉลิมฉลองอย่างจริงจังในสหรัฐอเมริกา ซึ่งวันนี้ถูกตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงต้นกำเนิดของครัวซองต์ ชัยชนะในสงครามสำคัญของกรุงเวียนนา และผู้ที่มีบทบาททำให้ครัวซองต์แพร่หลายไปทั่วโลก

          แม้จะไม่ใช่วันหยุดทางการ แต่สายเบเกอรี่และคนรักครัวซองต์ก็ถือโอกาสนี้ กินครัวซองต์ฉลองกันแบบไม่รู้สึกผิด

ครัวซองต์ไม่ได้มาจากฝรั่งเศส แล้วมาจากไหน ?

30 มกราคม วันครัวซองต์แห่งชาติ National Croissant Day เรื่องอาหารน่ารู้อื่น ๆ

          ถึงแม้ว่าครัวซองต์จะมีชื่อเป็นภาษาฝรั่งเศส (Croissant แปลว่า พระจันทร์เสี้ยว) และคนส่วนใหญ่จะนึกถึงฝรั่งเศสทันทีเมื่อเห็นขนมชนิดนี้ แต่จริง ๆ แล้วครัวซองต์มีต้นกำเนิดมาจากประเทศออสเตรีย 

          ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1683 ช่วงที่จักรวรรดิออตโตมันของชาวเติร์กส่งกองทัพมาปิดล้อมกรุงเวียนนา เมื่อตีกำแพงเมืองหลายครั้งไม่สำเร็จ กองทัพเติร์กจึงคิดกลอุบายขุดอุโมงค์ลอดใต้กำแพงเมืองตอนกลางคืน แต่แล้วแผนร้ายนี้ก็ถูกจับได้ เพราะเหล่าเชฟเบเกอรี่และคนทำขนมปังที่เข้าเวรกะดึกได้ยินเสียงขุดอุโมงค์ จึงรีบส่งสัญญาณเตือนทหารรักษาเมือง ทำให้กรุงเวียนนาสามารถผนึกกำลังกับกองทัพของกษัตริย์จอห์นที่สามแห่งโปแลนด์ขับไล่กองทัพเติร์กออกไปได้สำเร็จ

          เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะครั้งนี้ เหล่าเชฟเบเกอรี่จึงทำขนมปังรูปพระจันทร์เสี้ยวเลียนแบบสัญลักษณ์บนธงของเติร์ก และเรียกว่า คิปเฟล (Kipferl) ซึ่งในภาษาเยอรมันแปลว่า พระจันทร์เสี้ยว นั่นเอง โดยเจ้าคิปเฟลเวอร์ชั่นดั้งเดิมนี้จะเนื้อแน่นกว่าครัวซองต์ปัจจุบัน และไม่ได้เป็นชั้น ๆ แบบที่เรารู้จักนะ

          ต่อมาในปี ค.ศ.1770 เมื่อ พระนางมารี อองตัวแน็ต (Marie Antoinette) เจ้าหญิงแห่งออสเตรีย อภิเษกสมรสกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และย้ายมาอยู่ที่ฝรั่งเศส ด้วยความคิดถึงบ้านเกิด พระนางจึงให้คนครัวทำขนม คิปเฟล แบบที่เคยกินในวัยเด็ก ขนมชนิดนี้จึงเริ่มเป็นที่รู้จักในกลุ่มชนชั้นสูงของฝรั่งเศส 

          พ่อครัวชาวฝรั่งเศสได้พัฒนาสูตร ปรับเนื้อแป้งให้ละเอียด ฟู และหอมเนยมากขึ้น จนกลายเป็นขนมใหม่ที่เรียกว่า ครัวซองต์ (Croissant) ซึ่งในภาษาฝรั่งเศสก็แปลว่า พระจันทร์เสี้ยว เช่นกัน

ร้านเบเกอรี่แห่งแรกในปารีส

          ต่อมาในปี ค.ศ. 1839 นายทหารชาวออสเตรียชื่อว่า ออกัสต์ ซาง (August Zang) ผู้เชี่ยวชาญในการทำคิปเฟล ได้เปิดร้านเบเกอรี่ Boulangerie Viennoise (ร้านเบเกอรีสไตล์เวียนนา) แห่งแรกในกรุงปารีส เขาได้ดัดแปลงคิปเฟลด้วยการใช้แป้งชนิดพิเศษที่แตกต่างจากแบบดั้งเดิม ทำให้มีลักษณะคล้ายครัวซองต์มากขึ้น ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้กับเชฟขนมอบชาวฝรั่งเศสมากมาย

          จนในที่สุด ปี ค.ศ. 1915 คนทำขนมปังชาวฝรั่งเศสชื่อ ซิลแว็ง กลอตุยส์ กอย (Sylvain Claudius Goy) ได้ปรับปรุงสูตรอย่างจริงจัง เขาคือคนที่พัฒนาสูตรครัวซองต์แบบ Laminated Dough หรือการนำแป้งพายมาพับทบเป็นชั้น ๆ สลับกับเนยและใส่ยีสต์ จนเกิดเป็นเลเยอร์บาง ๆ หลายชั้นที่พอกัดแล้วจะกรอบร่วนและข้างในเป็นโพรงนุ่มสวยงามแบบที่เราเห็นกันในคาเฟ่ทุกวันนี้นั่นเอง

คิปเฟล (Kipferl) VS ครัวซองต์ (Croissant) ต่างกันตรงไหน ?

30 มกราคม วันครัวซองต์แห่งชาติ National Croissant Day เรื่องอาหารน่ารู้อื่น ๆ

คิปเฟล (Kipferl)

30 มกราคม วันครัวซองต์แห่งชาติ National Croissant Day เรื่องอาหารน่ารู้อื่น ๆ

ครัวซองต์ (Croissant)

          หลายคนอาจสงสัยว่า คิปเฟล กับ ครัวซองต์ ต่างกันยังไง เรามีคำตอบมาให้ คือ คิปเฟล (Kipferl) จะมีผิวเรียบเนียน ไม่ฟู ไม่กรอบ เนื้อสัมผัสคล้ายขนมปังโรลทั่วไป อาจมีไส้ถั่วหรือไม่มีไส้เลย ส่วน ครัวซองต์ (Croissant) มีผิวกรอบบาง มีชั้นเป็นคลื่น เนื้อข้างในนุ่มเบา ฟูพอง มีเทคนิคการพับแป้งกับเนยเป็นชั้น ๆ (Lamination) และหอมกลิ่นเนยไปทั่วทั้งชิ้น แต่สิ่งที่ยังคงเหมือนกันคือรูปทรงพระจันทร์เสี้ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของขนมทั้งสองชนิดนั่นเอง

วิธีฉลองวันครัวซองต์แห่งชาติให้ฟินสุด ๆ

30 มกราคม วันครัวซองต์แห่งชาติ National Croissant Day เรื่องอาหารน่ารู้อื่น ๆ

          อยากร่วมฉลองวันครัวซองต์แห่งชาติ ไม่จำเป็นต้องทำอะไรยุ่งยากเลย แค่ทำได้ง่าย ๆ ดังนี้ 

  • กินคู่กับเครื่องดื่มที่ใช่ : ครัวซองต์เนยสดอุ่นๆ สักชิ้น กับกาแฟดำหรือโกโก้ร้อน บอกเลยว่าเป็นมื้อเช้า (หรือมื้อไหน ๆ) ที่สวรรค์มาก

  • ลองกินแบบคาว : ใครเบื่อรสหวาน ลองเอามาทำเป็นแซนด์วิช ใส่สลัดไก่ แฮมชีส หรือไข่ดาวถั่วงอก ก็ได้รสชาติที่นัวไปอีกแบบ

  • อุดหนุนร้านโปรด : วันนี้เป็นวันดีที่จะไปให้กำลังใจเชฟเบเกอรี่ที่คุณชอบ ซื้อมาฝากเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานก็ได้ใจไปเต็ม ๆ

  • โพสต์โซเชียลโชว์ความฉ่ำ : ถ่ายรูปครัวซองต์สวย ๆ พร้อมติดแฮชแท็ก #NationalCroissantDay ให้โลกรู้ว่าเราคือสมาคมคนรักเนย !

          แม้ครัวซองต์จะมีจุดเริ่มต้นจากการฉลองชัยชนะในสงครามที่ออสเตรีย แต่การเดินทางผ่านกาลเวลาและการรังสรรค์อย่างประณีตโดยเชฟฝรั่งเศส ก็ทำให้ขนมชิ้นนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของสุนทรียภาพในการกินอย่างแท้จริง 30 มกราคม วันครัวซองต์แห่งชาติ นี้ อย่าลืมไปหาครัวซองต์ดี ๆ มาให้รางวัลตัวเองกันสักชิ้นนะคะ เพราะความสุขที่เรียบง่ายที่สุด ก็คือความกรอบหอมของเนยในทุกคำที่กัดลงไปนั่นเอง !

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ขอบคุณข้อมูลจาก : nationaldaycalendar.com, altohartley.com 
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
30 มกราคม วันครัวซองต์แห่งชาติ เปิดตำนานขนมเนยหอมที่คนทั้งโลกหลงรัก โพสต์เมื่อ 15 มกราคม 2569 เวลา 15:56:55
TOP
x close