ส้มตำก็แซ่บ กะเพราก็จัดจ้าน แต่ถ้าเผ็ดจนกรีดร้องต้องทำยังไง ? มาดูเคล็ดลับแก้เผ็ดแบบเร่งด่วนที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ กินปุ๊บหายปั๊บ ลิ้นกลับมานุ่มนวลเหมือนเดิม
ภาพจาก : คุณ คนสวนชอบเทรด สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
เคยไหม... กำลังกินอาหารจานโปรดอย่างเอร็ดอร่อย ไม่ว่าจะเป็นส้มตำ แกงป่า ผัดกะเพรา หรือเมนูสุดแซ่บจานไหน ๆ แล้วดันกัดโดนพริกเม็ดใหญ่แบบเต็ม ๆ จนปากชา ลิ้นแสบ เหงื่อแตก น้ำตาไหล แถมยิ่งดื่มน้ำก็เหมือนจะยิ่งเผ็ดกว่าเดิม หลายคนอาจคิดว่าน้ำเปล่าคือทางรอดอันดับหนึ่ง แต่ความจริงแล้วอาจไม่ใช่อย่างที่คิด เพราะตัวการที่ทำให้เรารู้สึกเผ็ดนั้นมีคุณสมบัติพิเศษที่น้ำเปล่าจัดการได้ไม่ดีนัก
วันนี้เราขอพาไปดู เคล็ดลับดับความเผ็ดแบบเร่งด่วน ที่ได้ไอเดียจากประสบการณ์และข้อมูลน่าสนใจของ คุณ คนสวนชอบเทรด สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม พร้อมไขข้อสงสัยว่าทำไมบางวิธีถึงช่วยได้จริง ในขณะที่บางวิธีแทบไม่ได้ผลเลย
รู้จักศัตรูตัวร้าย สารแคปไซซิน
ก่อนจะไปดูวิธีแก้ เรามาทำความรู้จักกับเจ้าตัวการที่ทำให้เราเผ็ดระเบิดเถิดเทิงกันก่อน มันคือ “สารแคปไซซิน” (Capsaicin) และเจ้าสารตัวนี้มันมีคุณสมบัติเป็น "น้ำมัน" นี่คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้เราเข้าใจว่า ทำไมวิธีแก้เผ็ดบางอย่างถึงใช้ได้ผลดีเยี่ยม ส่วนบางอย่างก็แทบไม่ช่วยอะ
หลายคนพอเผ็ดปุ๊บ รีบคว้าน้ำเปล่ามาซดทันที หรือบางคนหนักหน่อยถึงกับกระดกน้ำแข็งเปล่า ๆ แต่เชื่อไหมว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรเลย แถมบางทีอาจจะแย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะอะไรน่ะเหรอ ? ก็เพราะน้ำมันกับน้ำไม่ผสมกันไงล่ะ การดื่มน้ำเข้าไป มันแค่ช่วยชะล้างเจ้าแคปไซซินออกไปได้นิดหน่อย แต่มันไม่ได้ไปลดหรือสลายความเผ็ดเลย ดีไม่ดีจะช่วยกระจายความเผ็ดให้แผ่ซ่านไปทั่วทั้งปากมากขึ้นด้วยซ้ำ
4 ตัวช่วยกู้ชีพที่จะมาดับไฟในปากให้คุณ
ภาพจาก : คุณ คนสวนชอบเทรด สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
เมื่อเรารู้แล้วว่าน้ำเปล่าไม่ใช่พระเอก วันนี้เราจะมาเผยเคล็ดลับที่ "ช่วยได้มากที่สุด" และพิสูจน์แล้วว่าเวิร์กจริง
1. นมและผลิตภัณฑ์จากนม
นี่คือตัวช่วยอันดับหนึ่งในใจเลย ไม่ว่าจะเป็นนมสด นมเปรี้ยว โยเกิร์ต ไอศกรีม หรือแม้แต่นมข้นหวาน ช่วยดับเผ็ดได้ดีสุด ๆ เหตุผลคือ ในผลิตภัณฑ์นมเหล่านี้มีโปรตีนชนิดหนึ่งชื่อว่า เคซีน (Casein) ซึ่งจะเข้าไปจับกับสารแคปไซซินเหมือนมีแม่เหล็กดูดกัน พอจับแล้วก็จะช่วยชะล้างสารเผ็ดตัวร้ายนี้ออกไปจากต่อมรับรสของเรา เหมือนมีหน่วยกู้ภัยมาจับตัวร้ายออกไปนั่นเอง
2. น้ำตาลและของหวาน
อันนี้ก็เด็ดไม่แพ้กัน นั่นคือ น้ำตาลทราย คาราเมล ช็อกโกแลต หรือแม้แต่มะม่วงน้ำปลาหวานที่กินค้างไว้ก็ยังได้ ลองอมน้ำตาลทรายไว้ในปากสักพัก หรือกินขนมหวานเข้าไปดูสิ ความเผ็ดจะลดลงอย่างน่าประหลาดใจเลย หลักการทำงานคือ โมเลกุลของน้ำตาลจะเข้าไป "ดึงความสนใจ" ของต่อมรับรสในปากเรา ทำให้ต่อมรับรสไปโฟกัสที่ความหวานแทนความเผ็ดร้อน และความหวานยังช่วยลดความไวของตัวรับความรู้สึกเผ็ดด้วย เหมือนให้ต่อมรับรสเราไปโฟกัสความสุขแทนความเผ็ดนั่นเอง
3. แป้งและคาร์โบไฮเดรต
ข้าวสวย ขนมปัง ข้าวเหนียว มันฝรั่ง แครกเกอร์ ตอร์ตีญ่า หรืออะไรก็ได้ที่เป็นแป้ง ๆ ช่วยได้หมด เพราะแป้งจะทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำ ช่วยดูดซับเจ้าสารแคปไซซินที่เกาะติดอยู่ตามผนังปากและลิ้นของเราออกไป นอกจากนี้ การเคี้ยวอาหารประเภทแป้งยังช่วยเพิ่มการผลิตน้ำลาย ซึ่งก็จะช่วยชะล้างสารเผ็ดออกไปได้อีกทางหนึ่ง เหมือนเอาฟองน้ำมาซับน้ำมันออกจากปากเราเลย
4. อาหารและเครื่องดื่มที่มีกรด
มะนาว ส้ม สับปะรด น้ำส้มสายชู หรือแม้แต่เกลือที่กินกับมะนาว อันนี้ก็ใช้ได้ดี สารแคปไซซินเนี่ยมีฤทธิ์เป็นด่างอ่อน ๆ ดังนั้น การที่เรากินของเปรี้ยว ๆ ที่มีฤทธิ์เป็นกรดเข้าไป ก็จะช่วย "เป็นกลาง" สารแคปไซซินได้ เหมือนเอาศัตรูมาปะทะกันเอง ใครที่เคยลองบีบมะนาวใส่ปากตอนเผ็ดจัด ๆ จะรู้เลยว่ามันช่วยได้จริง ๆ นะ
ภาพจาก : คุณ คนสวนชอบเทรด สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
เรียกได้ว่าเป็นเคล็ดลับที่สายแซ่บควรมีติดตัวไว้เลย ถ้าเผ็ดเมื่อไหร่ให้นึกถึง นม (โปรตีนเคซีนจับแคปไซซิน), น้ำตาล (ดึงความสนใจต่อมรับรส), แป้ง (ดูดซับสารเผ็ด) หรือ ของเปรี้ยว (ปรับสมดุลความเป็นกรด-ด่าง) เข้าไว้ สิ่งเหล่านี้คือตัวช่วยที่แท้จริง ไม่ใช่น้ำเปล่าอย่างที่เราเคยเข้าใจผิดกันมานาน ลองเอาเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้ดู แล้วชีวิตการกินอาหารรสจัดจ้านของคุณจะมีความสุขและปลอดภัยจากความเผ็ดร้อนจนเกินทนได้อย่างแน่นอน
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : คุณ คนสวนชอบเทรด สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม






