9 สูตรอาหารว่างไทยโบราณ สืบสานความอร่อยงดงามประณีตแบบไทยแท้

9 สูตรอาหารว่างไทยโบราณ

9 สูตรอาหารว่างไทยโบราณ

     เลอค่า ! ชวนทำอาหารไทยโบราณ สูตรอาหารว่างหากินยาก หน้าตาคืองดงามประณีตอ่อนช้อย แสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทย เห็นทีวันหยุดต้องลองทำหน่อยแล้ว

     อาหารว่างสไตล์ฝรั่ง เช่น แซนด์วิช พาย หรือหอมทอด หรืออาหารว่างสไตล์จีน เช่น ติ่มซำ จะทำกินเองหรือหาซื้อก็มีขายทั่วไป แต่ถ้าเป็นอาหารว่างไทยโบราณ แค่คิดว่าจะหาซื้อก็ยากแล้ว แต่ถ้าทำเองแม้ไม่ง่ายแต่ก็คุ้มค่ากับเวลาและการรอคอยนะคะ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำอาหารว่างไทยโบราณ เช่น หมูสร่ง ช่อม่วง ล่าเตียง และเมนูอาหารว่างไทยโบราณอื่น ๆ อีกเพียบ ไปล้างมือแล้วมาเข้าครัวกันค่ะ

9 สูตรอาหารว่างไทยโบราณ

1. หมูสร่ง

     ชวนเด็ก ๆ มาทำอาหารว่างไทยโบราณสูตรนี้กัน พบกับเมนูหมูสร่ง สูตรจาก Phorn_Kitchen สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ความพิเศษคือหมูสับก้อนกลมถูกพันด้วยเส้นหมี่ รสชาติจะอร่อยแค่ไหนต้องลองทำตามค่ะ

ส่วนผสม หมูสร่ง
      • หมูสับ 500 กรัม
      • หมี่ซั่ว 250 กรัม
      • รากผักชี 10 กรัม
      • พริกไทยเม็ด 10 กรัม
      • กระเทียม 30 กรัม
      • ไข่ไก่ 1 ฟอง
      • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
      • ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
      • น้ำมันพืช (สำหรับทอด)

วิธีทำหมูสร่ง
     1. เริ่มจากโขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยให้ละเอียด นำเครื่องโขลกหมักกับหมูสับ ใส่ไข่ น้ำปลา และซอสปรุงรส คลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 30 นาที
     2. นำหมี่ซั่วแช่น้ำ ให้พอเส้นนุ่มแล้ว เทน้ำออกผึ่งให้สะเด็ดน้ำ
     3. เริ่มจากปั้นหมูสับให้เป็นก้อนพอดีคำ แล้วใช้เส้นหมี่ 4 เส้นค่อย ๆ พันให้รอบหมู เก็บปลายเส้นโดยหาช่องว่างแล้วกดปลายเส้นยัดเข้าไปเลย เมื่อพันเสร็จจะได้หน้าตาแบบนี้ แล้วจึงนำไปทอด
     4. ตั้งน้ำมันใช้ไฟกลาง พอน้ำมันร้อนนำลงทอด ใช้น้ำมันท่วม ๆ ทอดจนหมูสุกเป็นสีเหลืองทอง ตักเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มไก่

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ หมูสร่ง อาหารว่างเอาใจพี่หมื่น พร้อมวิธีพันเส้นหมี่ให้ติดแน่นสวยงาม

++++++++++++++++++

9 สูตรอาหารว่างไทยโบราณ

2. ไก่โสร่ง

     สืบเนื่องจากหมูสับหมดเลยขอเปลี่ยนเป็นเมนูไก่โสร่ง สูตรจาก คุณฟูม่อน สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับไก่หมักกับสามเกลอ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เสร็จแล้วก็พันด้วยเส้นหมี่ให้รอบ แค่นี้ก็เอาไปทอดได้แล้วค่ะ

ส่วนผสม ไก่โสร่ง
      • สะโพกไก่สับ 1 ถ้วย
      • สามเกลอ (กระเทียม พริกไทยเม็ด และรากผักชี โขลกรวมกัน) 1 ช้อนโต๊ะ
      • แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
      • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
      • เส้นหมี่ซั่วต้มสุก
      • น้ำมันพืช (สำหรับทอด)
      • น้ำจิ้มไก่

วิธีทำไก่โสร่ง
     1. หมักไก่สับกับสามเกลอ แป้งข้าวโพด และซีอิ๊วขาว คลุกให้เข้ากัน พักทิ้งไว้ 20 นาที
     2. ปั้นไก่ที่หมักไว้เป็นก้อนกลมขนาดพอดีคำ เรียงใส่จานแล้วนำไปแช่ในช่องฟรีซ 15 นาที เพื่อให้เกาะตัวแข็งจับง่ายเวลาพันเส้น
     3. นำเส้นหมี่ซั่วมาพันไก่ที่ปั้นไว้ ของเราจับรวบเรียงทีละ 3-4 เส้นแล้วพัน ก่อนทอดนำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟ 1 นาที เพื่อให้คงสภาพ ไม่เสียทรง เส้นหมี่ไม่หลุดจากก้อน
     4. นำไปทอดในน้ำมันร้อน ปรับไฟปานกลางทอดจนเหลืองกรอบ กินคู่กับน้ำจิ้มไก่ ซอสพริก หรือน้ำจิ้มบ๊วย

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ วิธีทำหมูสร่ง ไก่สร่ง อาหารว่างไทยโบราณตามรอยละครดัง

++++++++++++++++++

9 สูตรอาหารว่างไทยโบราณ

3. ล่าเตียง

     เกิดมายังไม่เคยกินเมนูล่าเตียงเลย ขอลองทำสักครั้งแล้วกัน พบกับเมนูล่าเตียง สูตรจาก คุณ BlackPiano สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ความพิเศษคือ หยอดไข่เป็นรูปตารางหรือร่างแหแล้วใส่ไส้กุ้งผัดกับเครื่องปรุง สุดท้ายก็ห่อเป็นชิ้นให้สวยงาม

ส่วนผสม ล่าเตียง
      • กุ้ง
      • หมูสับ
      • กระเทียม
      • รากผักชี
      • พริกไทยเม็ด
      • หอมแดง
      • น้ำปลา
      • น้ำตาลปี๊บ
      • ถั่วลิสงคั่วป่น
      • ไข่ไก่ 2-3 ฟอง (หรือไข่เป็ด)
      • แป้งมัน 1 ช้อนชา
      • พริกชี้ฟ้าแดง
      • ผักชี

วิธีทำล่าเตียง
     1. เด็ดหางกุ้งออก เอาไปสับละเอียดพอประมาณ ผสมกับหมูสับ เตรียมไว้
     2. ใส่กระเทียม รากผักชี และพริกไทยเม็ดลงในครก โขลกรวมกันให้ละเอียด เสร็จแล้วเอาไปผัดในน้ำมันเล็กน้อย
     3. ใส่หอมแดง กุ้ง และหมูลงผัดจนสุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ สุดท้ายใส่ถั่วลิสงคั่วป่น
     4. ตีไข่ไก่ ใช้ส้อมตี ๆ ไม่ต้องให้ฟู เอาแค่พอเข้ากัน ใส่แป้งมัน 1 ช้อนชา เทไข่ใส่ถุงพลาสติก ตัดก้นถุงให้เป็นรูเล็ก ๆ บีบไข่เป็นเส้น ๆ ลงกระทะไฟร้อนปานกลาง ไม่ต้องรอให้เกรียม เดี๋ยวจะกรอบทำให้พับและห่อไม่ได้ ทำแบบนี้หลาย ๆ แผ่น หาผ้าหรือถุงพลาสติกมาคลุมไว้หน่อย เดี๋ยวจะแห้ง ใครจะใช้มือก็ได้ เอามือจุ่มไข่แล้วกวาดไปมาก็ได้
     5. หั่นพริกแดงเป็นเส้นวางลงตรงกลาง เด็ดผักชีใส่ไปหน่อย ตักไส้สัก 1 ช้อนกินข้าว วางทับลงไป ห่อเป็นชิ้นให้สวยงาม

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ล่าเตียง อาหารว่างไทยงามล้ำตำรับกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน

++++++++++++++++++

9 สูตรอาหารว่างไทยโบราณ

4. กระทงทอง

     หน้าตาน่ารักจนอยากทำบ้าง พบกับเมนูกระทงทอง สูตรจาก คุณ BlackPiano สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับแป้งหยอดลงในพิมพ์แล้วทอดจนสุก เสร็จแล้วใส่ไส้หมูสับลงไป หรือใครจะดัดแปลงเป็นกระทงทองไส้ไก่หรือกระทงทองไส้กุ้งก็ตามชอบค่ะ

ส่วนผสม กระทง
      • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 65 กรัม
      • แป้งข้าวเจ้า 75 กรัม
      • เกลือป่นเล็กน้อย
      • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
      • ไข่แดง 1 ฟอง
      • น้ำปูนใส 85 มิลลิลิตร
      • น้ำเปล่า 85 มิลลิลิตร

ส่วนผสม ไส้ขนมกระทงทอง
      • หอมแดงสับ
      • น้ำมันพืชเล็กน้อย
      • หมูสับ
      • ข้าวโพดต้ม ฝานเป็นเม็ด
      • มะพร้าวขาวขูด (ที่ยังไม่ได้คั้น) 2 ทัพพี
      • น้ำตาลปี๊บ
      • น้ำปลา
      • น้ำตาลทราย
      • สับปะรดสับ
      • พริกชี้ฟ้าแดงซอย
      • ผักชี
      • พิมพ์สำหรับทำกระทงทอง

วิธีทำกระทงทอง
     1. ทำน้ำปูนใสโดยเติมน้ำลงไปในปูนแดงสำหรับเคี้ยวหมาก คนให้ขุ่น ๆ แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้ตกตะกอน จากนั้นช้อนเอาแต่น้ำด้านบนมากรองอีกรอบ เตรียมไว้
     2. ใส่แป้งสาลีอเนกประสงค์ แป้งข้าวเจ้า เกลือเล็กน้อย น้ำตาลทราย และไข่แดงลงในอ่างผสม
     3. ผสมน้ำเปล่ากับน้ำปูนใสเข้าด้วยกัน จากนั้นค่อย ๆ เทลงในส่วนผสมแป้ง คนผสมให้เข้ากันจนแป้งเนียนและเหนียว พักไว้ หากยังไม่เหนียวให้เพิ่มแป้งข้าวเจ้าลงไปอีกเล็กน้อยได้ ให้ความข้นลักษณะคล้ายกาวลาเท็กซ์
     4. ผัดหอมแดงสับกับน้ำมันพืชเล็กน้อยพอหอม ใส่หมูสับ ข้าวโพด และมะพร้าวขูดลงไปผัด
     5. ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ (ใส่ลงไปประมาณค่อนทัพพี) น้ำปลา และพริกไทยเล็กน้อย ผัดให้เข้ากัน
     6. ใส่สับปะรดสับลงไปผัด (สับปะรดควรหาเอาแบบเปรี้ยว ๆ ก็จะดี) ผัดจนแห้ง ตักใส่ภาชนะแล้วนำไปแช่ตู้เย็นสักครู่
     7. ใส่น้ำมันลงในหม้อหรือกระทะสำหรับทอด จากนั้นนำพิมพ์ขนมใส่ลงไปอุ่นในน้ำมันพืชจนร้อน นำพิมพ์ขนมขึ้นมาซับน้ำมันบนกระดาษทิชชู จุ่มก้นพิมพ์ขนม (ที่ซับน้ำมันออกแล้ว) ลงในส่วนผสมแป้งจนเกือบมิดพิมพ์ (ต้องดูด้วยว่าแป้งติดก้นพิมพ์ไหม หากไม่ติดหรือติดมาน้อยแสดงว่าแป้งยังไม่เหนียวพอ ให้เพิ่มแป้งข้าวเจ้าอีกจนส่วนผสมข้นเหนียวและติดพิมพ์) จากนั้นรีบจุ่มพิมพ์ลงน้ำมันทันที (เพราะหากชักช้าแป้งก็จะหลุดลงไปเรื่อย ๆ ทำให้ไม่เป็นรูปทรงกระทง)
     8. ทอดจนแป้งเหลืองสวย ยกขึ้นจากน้ำมัน แกะออกจากพิมพ์ (หากแซะออกพิมพ์ยาก ลองใช้ไม้จิ้มฟันเข้าช่วยแซะ ก็จะหลุดออก) ซับน้ำมัน พักทิ้งไว้ให้เย็น (**แป้งสูตรนี้ใช้แป้งข้าวเจ้าเยอะก็เลยกรอบทนกรอบนาน**)
     9. ตักไส้ใส่กระทง โรยพริกชี้ฟ้าแดง สับปะรดเปรี้ยว และผักชี พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ กระทงทอง ของกินเล่นน่ารัก ๆ อาหารว่าง พอดีคำ

++++++++++++++++++

9 สูตรอาหารว่างไทยโบราณ

5. ช่อม่วง

     และแล้วก็ถึงเมนูอาหารว่างไทยโบราณที่รอคอยนั่นคือ ช่อม่วง มีทั้งวิธีทำแป้งขนมช่อม่วงและไส้ช่อม่วง รวมถึงวิธีทำดอกช่อม่วงขั้นเทพ ไปหาซื้อแหนบทองเหลืองรอเลยค่ะ

ส่วนผสม ไส้ช่อม่วง
      • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
      • หมูสามชั้นต้มสุก 1/4 ถ้วย (หั่นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ)
      • ฟักเชื่อมแห้ง 150 กรัม (หั่นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ)
      • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
      • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
      • งาขาวคั่ว 50 กรัม
      • ถั่วลิสงคั่ว 50 กรัม

ส่วนผสม แป้งช่อม่วง
      • แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
      • แป้งเท้ายายม่อม 1/2 ช้อนโต๊ะ
      • แป้งมันสำปะหลัง 1/2 ช้อนโต๊ะ
      • น้ำลอยดอกมะลิ 1 ถ้วย (หรือน้ำผสมกลิ่นมะลิ)
      • ดอกอัญชัน 10 ดอก
      • แป้งมันสำปะหลัง เล็กน้อย (สำหรับทาแหนบตอนจับจีบขนม)
      • ผักกาดหอม สำหรับเสิร์ฟ
      • กระเทียมเจียว (โรยหน้า)
      • พริกขี้หนูสวน (โรยหน้า)

อุปกรณ์
      • กระทะทองเหลือง
      • แหนบทองเหลืองสำหรับจับจีบ
      • ชุดนึ่ง

วิธีทำไส้ขนมช่อม่วง
     1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชลงไป เอาหมูสามชั้นที่หั่นไว้ลงไปผัด ใช้ไฟปานกลาง รอจนน้ำมันหมูออกมาและหมูเริ่มสุกสีเหลือง
     2. ใส่ฟักเชื่อมลงไปผัดใช้ไฟอ่อน ปรุงรสด้วยเกลือและน้ำตาลทราย ใส่งาขาวและถั่วลิสงลงไป ผัดให้เข้ากันดีจนแห้ง ตักใส่ชาม เตรียมไว้
 
วิธีทำแป้งขนมช่อม่วง
     1. ร่อนแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง และแป้งท้าวเท้ายายม่อมเข้าด้วยกัน 2-3 รอบจนเนียนละเอียด
     2. ใส่น้ำมันพืชลงไป ค่อย ๆ เติมน้ำเปล่าและน้ำดอกมะลิลงไปจนหมด ใช้มื้อขยำคนนวดส่วนผสมแป้งให้ละเอียดเข้ากัน แบ่งส่วนผสมแป้งเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กัน
     3. คั้นน้ำดอกอัญชันแล้วบีบน้ำมะนาวลงไป เทใส่ลงในส่วนผสมแป้ง 1 ถ้วยคลุกเคล้าให้เข้ากัน
     4. ใส่ส่วนผสมแป้งลงในกระทะทองเหลือง ใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใช้ไม้พายกวนไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมร่อนจากกระทะ ประมาณ 5-10 นาที ตักใส่ภาชนะ พักไว้จนแป้งเริ่มอุ่น
     5. โรยแป้งนวลลงไปเล็กน้อยแล้วลงมือนวดแป้งให้เนียนแล้วคลุมด้วยผ้าขาวบางหมาด ๆ เพื่อไม่ให้แป้งแห้ง

วิธีทำดอกช่อม่วง
     1. เริ่มทำดอกช่อม่วงโดยปั้นแป้งให้เป็นก้อนกลม ๆ ประมาณ 3/4 นิ้ว แล้วแผ่แป้งให้เป็นแผ่นบาง ๆ กะพอให้หุ้มไส้ได้จนมิด ตักไส้ที่ผัดไว้ใส่ลงไปแล้วห่อจากมุมเข้าหากัน จากนั้นใช้มือคลึงให้แป้งหุ้มไส้จนมิด ทำจนหมด เตรียมไว้
     2. เริ่มทำจีบโดยเอาทาแป้งข้าวเจ้าที่ปลายแหนบทองเหลืองเล็กน้อย เริ่มจับจีบชั้นที่ 1 โดยจับจากกึ่งกลางของขนม จับจีบวนไปเรื่อย ๆ จนครบรอบ (อย่าจับจีบให้ติดกันมาก)
     3. เริ่มชั้นที่ 2 โดยจับจีบให้เอียงจากชั้นแรกเล็กน้อย (ประมาณ 45 องศา) และสับหว่างกันกับชั้นแรก จับจีบจนครบรอบ
     4. เริ่มจับจีบชั้นที่ 3 ประมาณ 2-3 จีบและสับหว่างกันกับกลีบชั้นที่ 2
     5. นำไปเรียงบนใบตองที่ทาน้ำมันแล้วในชุดนึ่ง โดยวางเรียงห่างกันเล็กน้อยเวลาสุกจะได้ไม่ติดกัน
     6. ตั้งชุดนึ่งใช้ไฟแรง รอจนน้ำเดือดจัดจึงนำขนมไปนึ่งนานประมาณ 5 นาที
     7. พอสุกแล้วนำช้อนจุ่มน้ำมันพืชตักช่อม่วงใส่จาน เสิร์ฟคู่กับผักกาดหอม และพริกขี้หนูสวน

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ขนมช่อม่วง อาหารว่างไทยแท้ ดอกไม้สีม่วงงดงามเลอค่าน่าลิ้มลอง

++++++++++++++++++

9 สูตรอาหารว่างไทยโบราณ

6. ช่อมะลิซ้อนไส้กุ้ง

     หลังจากทำช่อม่วงไปแล้วก็มาฝึกปรือความชำนาญด้วยการทำเมนูช่อมะลิซ้อนไส้กุ้ง สูตรจาก คุณคุ้มข้าวกล้อง สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม มีทั้งวิธีทำแป้งสีขาวสำหรับขึ้นรูปดอกมะลิและวิธีทำไส้กุ้ง เอาล่ะ... รวบรวมสมาธิแล้วมาเริ่มจับจีบกันค่ะ

ส่วนผสม ขนมช่อมะลิซ้อน
      • แป้งข้าวเจ้า
      • แป้งเท้ายายม่อม
      • แป้งมัน
      • กุ้งสับ
      • หอมใหญ่ รากผักชี กระเทียม พริกไทย
      • น้ำกะทิ
      • น้ำมันพืช
      • น้ำลอยดอกมะลิ
      • เครื่องปรุงรส

วิธีทำขนมช่อมะลิซ้อนไส้กุ้ง
     1. เริ่มจากนำแป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วย แป้งเท้ายายม่อม 2 ช้อนโต๊ะ และแป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ ใส่ลงในภาชนะที่มีฝาปิดแล้วอบควันเทียนเอาไว้ โดยจุดเทียนอบให้ไฟลุกละลายถึงเนื้อเทียนแล้วค่อยดับไฟ ปิดฝาให้ควันกรุ่นอยู่ในหม้อ พอควันหมดก็จุดใหม่ ทำซ้ำเช่นนี้สักสองสามรอบ
     2. ระหว่างที่รออบควันเทียน ก็มานั่งแกะกุ้งกันดีกว่าค่ะ โดยรีดมันกุ้งเก็บไว้ด้วย จากนั้นก็นำกุ้งไปสับ แล้วใส่มันกุ้งที่รีดไว้ลงไปสับผสมด้วยกัน
     3. โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทย เตรียมไว้ให้เรียบร้อย
     4. ตั้งกระทะไว้ ใส่น้ำมันนิดหน่อยพอให้เคลือบกระทะ นำรากผัก กระเทียม และพริกไทย ที่โขลกไว้แล้วลงไปผัดให้หอม ใส่หอมใหญ่สับลงไป ผัดจนสุกใส
     5. จากนั้นก็ถึงคิวที่จะใส่กุ้งสับลงไปผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือ ซีอิ๊วขาว พริกไทย ให้มีรสเค็มกว่าปกตินิดหน่อย เพื่อที่กินกับแป้งจะได้อร่อยพอดีกัน ผัดจนส่วนผสมแห้งเล็กน้อย พอปั้้นหรือจับตัวเป็นก้อนได้ พักส่วนผสมไว้
     6. เตรียมแป้งห่อไส้โดยนำแป้งที่อบควันเทียนไว้เรียบร้อยแล้วถ่ายลงมาใส่ในภาชนะที่สามารถใช้ผสมน้ำได้
     7. นำน้ำลอยดอกมะลิ 2 ถ้วย (หรือจะใช้ดอกชมนาด หรือกระดังงาลนไฟก็ได้ค่ะ) ผสมกับแป้งที่เตรียมไว้ รอให้ละลายเข้ากันจะได้น้ำแป้งสีขาวข้น จากนั้นก็นำน้ำแป้งมากรองด้วยผ้าขาวบาง แล้วนำไปกวนกับไฟอ่อน ๆ ค่ะ (เทใส่กระทะทอง หรือหม้อเคลือบกวนก็ได้)
     8. กวนน้ำแป้งด้วยไฟอ่อน ๆ ไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมเริ่มแห้ง และล่อนออกจากหม้อเอง จากนั้นก็นำออกมานวดต่ออีกสักพัก เมื่อได้แป้งพร้อมแล้ว ก็ให้แบ่งแป้งเป็นลูกกลมขนาดเท่ากัน (เตรียมอ่างใส่น้ำไว้ล้างมือ กับผ้าเช็ดมือวางไว้ใกล้ ๆ ตัวด้วย)
     9. แผ่ก้อนแป้งกลม ๆ เป็นแผ่นบาง ๆ แล้วใช้มือคลึงให้เป็นรูปหม้อขึ้นมา ตักไส้กุ้งที่เตรียมไว้ใส่ตรงกลางแป้ง (กะให้พอดีอย่าให้ไส้มากเกิน เดี๋ยวไส้จะแตกได้) แล้วห่อให้มิดไส้ คลึงไว้ให้เป็นลูกกลม ๆ ใช้แหนบทองเหลืองหัวแบนจีบรอบ ๆ ขนม เพื่อที่จะทำให้เป็นรูปดอกมะลิ โดยจับจีบวน ๆ ไปให้เป็นดอกขึ้นมา (จะจีบจากด้านล่างหรือด้านบนก็ได้ตามถนัด)
     10. จากนั้นก็เตรียมนำขนมไปนึ่ง โดยทาน้ำมันที่ขนมสักเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ติดกระทะ แล้วนำไปนึ่งโดยใช้ไฟแรง นึ่งประมาณไม่เกิน 10 นาที (หากทิ้งไว้นานกว่านี้ขนมอาจจะเละได้) พอขนมเริ่มสุกนิ่มและใสขึ้นมาแล้วก็ยกลง แล้วจัดใส่จาน ราดกะทิ โรยกระเทียมเจียว

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ขนมช่อมะลิซ้อนไส้กุ้ง เมนูเด็ดบอกรักคุณแม่

++++++++++++++++++

9 สูตรอาหารว่างไทยโบราณ

7. ขนมจีบนกไทย

     เอาใจคนพิเศษด้วยการทำเมนูขนมจีบนกไทย สูตรจาก คุณหอมกาแฟ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับแป้งขนมจีบสีตามชอบห่อไส้กุ้งแล้วปั้นเป็นรูปนกน่ารัก ๆ แกล้มกับผักสด

ส่วนผสม ไส้ขนมจีบ
      • รากผักชี 4-5 ราก
      • กระเทียม 3 กลีบ
      • พริกไทย (ตามชอบ)
      • หอมใหญ่ (ขนาดกลาง) สับละเอียด 1 หัว
      • เนื้อกุ้งสับละเอียด 400-500 กรัม
      • น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
      • น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
      • เกลือ 1 ช้อนชา
      • ถั่วลิสงคั่วบดหยาบ

ส่วนผสม แป้งขนมจีบ
      • แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
      • แป้งมันสำปะหลัง 2 ช้อนโต๊ะ
      • แป้งเท้ายายม่อม 2 ช้อนโต๊ะ
      • หัวกะทิ 3 ช้อนโต๊ะ
      • น้ำเปล่า 1 ถ้วย
      • แป้งมันสำปะหลังสำหรับโรย
      • สีผสมอาหารสีเหลือง, สีชมพู, สีฟ้า และสีม่วง
      • แครอท
      • งาดำ
      • น้ำมันกระเทียมเจียว
      • ผักกาดหอม
      • ผักชี
      • พริกชี้ฟ้าแดง

วิธีทำไส้ขนมจีบ
     1. โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยเข้าด้วยกัน เตรียมไว้
     2. ตั้งกระทะแล้วใส่น้ำมันพืชลงไปเล็กน้อย พอร้อนใส่เครื่องที่โขลกไว้ลงไปผัดให้หอม ใส่หอมใหญ่สับลงไปผัดจนนิ่ม ใส่เนื้อกุ้งสับลงไปผัดให้สุกเล็กน้อย ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ ตามด้วยน้ำตาลทราย และเกลือ
     3. ผัดผสมให้เข้ากันจนเริ่มงวด ใส่ถั่วลิสงคั่วบดลงไป ผัดให้เข้ากันจนแห้งจนสามารถปั้นเป็นก้อนได้ ตักใส่จาน พักทิ้งไว้จนเย็น
     4. หั่นแครอทเป็นสามเหลี่ยมสำหรับทำเป็นปากนก และเตรียมงาดำสำหรับทำเป็นตาเอาไว้
     5. พอส่วนผสมไส้เย็นแล้ว นำมาปั้นเป็นก้อนกลม ๆ ขนาดพอดีคำ เตรียมไว้

วิธีทำแป้งขนมจีบ

     1. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง และแป้งเท้ายายม่อมเข้าด้วยกันในอ่างผสม ใส่หัวกะทิลงไปนวดผสมด้วยมือ เติมน้ำเปล่าลงไปนวดจนแป้งละลายและไม่เป็นเม็ด
     2. เทกรองผ่านผ้าขาวบางแล้วเทลงกวนในกระทะทองใช้ไฟอ่อน กวนจนแป้งร่อนออกจากกระทะ นำมานวดโดยโรยแป้งมันสำปะหลังลงไปเล็กน้อยเพื่อกันติดด้วย ใช้ตัวช่วยนวดแป้งป้องกันมือพอง พอแป้งอุ่นแล้วก็ใช้มือนวดแป้งตามปกติ
     3. แบ่งส่วนผสมแป้งเป็น 4 ส่วนแล้วนวดผสมกับสีผสมอาหารทั้ง 4 สี (ผสมสีกับแป้งนิดเดียวพอ สีจะได้ออกมาแบบธรรมชาติ ห่อแป้งแต่ละสีด้วยพลาสติกถนอมอาหาร จากนั้นตัดแป้งแต่ละสีเป็นก้อน ๆ ขนาดให้ใหญ่กว่าไส้นิดหนึ่ง
     4. ปั้นแป้งเป็นก้อนกลม ๆ แล้วขึ้นรูปให้คล้ายผลชมพู่ กดก้นให้เป็นเบ้าลึก (พอให้ใส่ไส้ได้) นำไส้ใส่ลงไปในหลุมแป้งแล้วห่อปิดแป้งให้มิด จากนั้นทำรูปร่างให้เป็นนก ใส่ปากทำจากแครอท ติดตาจากงาดำ เตรียมไว้
     5. ใช้แหนบบีบเพื่อทำจีบที่ตัวขนมให้มีลักษณะคล้ายปีกนกให้สวยงาม ใส่ขนมจีบลงในชุดนึ่งที่รองใบตองไว้ พรมน้ำลงไป จากนั้นปิดฝานึ่งด้วยไฟแรง นาน 5 นาที
     6. เมื่อครบ 5 นาทีให้พรมน้ำอีกครั้ง จากนั้นทาน้ำมันกระเทียมเจียวให้ทั่วขนม จัดใส่จาน เสิร์ฟพร้อมผักกาดหอม ผักชี และพริกชี้ฟ้าแดง

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ขนมจีบนกไทย อาหารว่างไทยโบราณหากินยาก

++++++++++++++++++

9 สูตรอาหารว่างไทยโบราณ

8. ขนมช่อผกากรอง

     เตรียมบดมันหวานให้พร้อมสำหรับเอามาทำเมนูขนมช่อผกากรอง หรือขนมผกากรอง สูตรจาก คุณ Poppy farm สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับแป้งสีสวยห่อมันหวานบดแล้วจับจีบกลีบเป็นดอกไม้ให้สวยงาม

ส่วนผสม แป้งขนมช่อผกากรอง
      • แป้งเค้ก 1+1/2 ถ้วย
      • กะทิ 250 มิลลิลิตร
      • น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วย
      • สีผสมอาหารตามชอบ

ส่วนผสม ไส้มันหวาน
      • มันหวานญี่ปุ่น 180 กรัม
      • กะทิ 150 มิลลิลิตร
      • น้ำตาลทราย 40 กรัม

วิธีทำขนมช่อผกากรอง

     1. ทำแป้งกันก่อนเลยค่ะ โดยผสมแป้งเค้ก กะทิ และน้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน เอาขึ้นตั้งไฟ กวนแป้งด้วยไฟอ่อนจนมีลักษณะเหนียวข้น ไม่ติดไม้พายและไม่ติดกระทะก็เป็นอันใช้ได้ค่ะ พักไว้ให้แป้งเย็น
     2. ทำไส้มันหวาน โดยบดมันหวานให้ละเอียด นำไปกวนด้วยไฟอ่อนกับกะทิ ค่อย ๆ ใส่น้ำตาลทรายแล้วกวนจนไส้ไม่ติดพายก็ใช้ได้ พักไว้ให้เย็น
     3. นำแป้งมานวดให้เนียนอีกครั้ง แล้วแบ่งส่วนตามจำนวนสีที่ต้องการทำ ใส่สีผสมอาหารแล้วนวดให้เนียน
     4. นำไส้มันหวานที่พักจนเย็นแล้ว มาปั้นเป็นทรงกลม
     5. นำแป้งมาคลึงและกดให้แบนเป็นแผ่น แล้วนำไส้มันหวานมาห่อให้เรียบร้อย แล้วคลึงจัดทรงของขนมให้สวยงาม
     6. ค่อย ๆ จับจีบกลีบขนมเบา ๆ ด้วยแหนบช่อม่วง ระวังกลีบขาด อย่ากดแหนบแรงเกินไป ทำจนครบรอบ แล้วขึ้นแถวใหม่ โดยให้จีบกลีบสับระหว่างกลีบของแถวแรก จะได้สวยงาม ทำไปประมาณ 3-4 ชั้น ให้ครบทั้งดอก

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ขนมช่อผกากรองไส้มันหวาน สูตรขนมหวานงามล้ำอย่างไทย

++++++++++++++++++

9 สูตรอาหารว่างไทยโบราณ

9. เมี่ยงกลีบบัว (เมี่ยงคำกลีบบัว)

     เมี่ยงคำใบชะพลูคงต้องชิดซ้ายให้กับเมนูเมี่ยงกลีบบัว สูตรจาก คุณบ่งบ๊ง อาหารว่างไทยโบราณ จับกลีบบัวห่อไส้เมี่ยงคำและราดน้ำจิ้มเมี่ยงคำ 

ส่วนผสม เมี่ยงคำกลีบบัว
      • กลีบบัวหลวง
      • ขิง
      • หอมแดง
      • มะนาวหั่นชิ้นเล็ก
      • ถั่วลิสงคั่ว
      • กุ้งแห้ง
      • พริกขี้หนูสวน

ส่วนผสม น้ำจิ้มเมี่ยงคำ
      • น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย
      • น้ำตาลทราย 1 ถ้วย (ไม่ใส่ก็ได้)
      • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
      • น้ำสะอาด 1/2 ถ้วย
      • กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
      • รากผักชี 1 ช้อนชา
      • ข่าคั่วโขลก 1 ช้อนชา

วิธีทำน้ำจิ้มเมี่ยงคำ
      • นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ในหม้อแล้วเคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนเข้มข้น

     เคล็ดลับ : วิธีการเคี่ยวน้ำตาลปี๊บให้เข้มข้นแบบไม่เปลืองแก๊ส คือให้เปิดไฟแรง ๆ แล้วใช้ทัพพีคนน้ำตาลให้เดือดขึ้น ๆ ลง ๆ แบบเร่งไฟ-ลดไฟไปเรื่อย ๆ แป๊บเดียวก็ได้น้ำตาลปี๊บแบบเหนียวเข้มข้นโดยไม่ต้องเคี่ยวนานเป็นชั่วโมง และที่สำคัญไม่เปลืองแก๊สด้วย

วิธีทำเมี่ยงคำกลีบบัว
     1. เตรียมเครื่องเคียงให้พร้อม ได้แก่ ขิง หอมแดง มะนาว ถั่วลิสงคั่ว กุ้งแห้ง และพริกขี้หนูสวน ส่วนผักสดที่รับประทานกับเมี่ยงคำโดยทั่วไป ใบชะพลู ใบทองหลาง ใบคะน้า
     2. นำกลีบบัวหลวงไปล้างทำความสะอาด โดยเอาน้ำสะอาดใส่กะละมัง ใส่เกลือป่นไปสัก 1 ช้อนชา แล้วล้างทีละกลีบ ล้างเสร็จแล้วสะบัดน้ำออกให้หมด หรือใส่กระชอนแล้วแกว่ง ๆ ให้สะเด็ดน้ำ
     3. หั่นเครื่องเคียงให้เรียบร้อย จัดน้ำจิ้มเมี่ยงคำใส่ถ้วยแก้ว และจัดวางเมี่ยงกลีบบัวบนช้อนกระเบื้อง

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ เมี่ยงกลีบบัว ของว่างจากเมนูเมี่ยงคำแสนสวยชวนหลงใหล

     อยากชวนเพื่อน ๆ มาทำอาหารว่างไทยโบราณ ทุกเมนูแม้ต้องใช้ความพิถีพิถันหน่อย แต่เชื่อว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นค่ะ และเพื่อเป็นการอนุรักษ์และสานต่อวัฒนธรรมอาหารที่ดีงามของไทยสืบต่อไปด้วย

9 สูตรอาหารว่างไทยโบราณ สืบสานความอร่อยงดงามประณีตแบบไทยแท้ โพสต์เมื่อ 10 เมษายน 2561 เวลา 16:26:58 17,437 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: 9 สูตรอาหารว่างไทยโบราณ สืบสานความอร่อยงดงามประณีตแบบไทยแท้ ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP