11 สูตรขนมญี่ปุ่น เสิร์ฟของหวานสุดฮิตฉบับไทยทำ

ขนมญี่ปุ่น

          แจกฟรี ! สูตรของหวานญี่ปุ่นอันโด่งดัง บางเมนูไม่มีขายที่ไทย แต่ทำเองง่าย ๆ ที่บ้าน ใครถูกใจอันไหนจัดไป
 
          ใครชอบเมนูของหวานญี่ปุ่น หรือเบเกอรี่ญี่ปุ่นบ้างคะ ? ต่อไปนี้ไม่ต้องฝากเพื่อนซื้อ หรือเก็บเงินเดินทางไปเองแล้ว กระปุกดอทคอมขอนำเสนอ 11 สูตรขนมญี่ปุ่น เช่น เค้กหยดน้ำ ชีสเค้กญี่ปุ่น เจลลี่ซากุระ นามะช็อกโกแลตชาเขียว และเมนูของหวานญี่ปุ่นอื่น ๆ อีกเพียบ มามะมาทำขนมสุดคาวาอี้กินกันเลย


ขนมญี่ปุ่น

1. เค้กหยดน้ำ โมจิหยดน้ำ

          เชื่อว่าเพื่อน ๆ เคยเห็นภาพเค้กหยดน้ำ หรือโมจิหยดน้ำ เมนูขนมญี่ปุ่นสุดฮิตทางโซเชียลมีเดียกันมาบ้างแล้ว ใครสนใจอยากทำเองขอแนะนำสูตรจาก คุณชาเขียวมะลิเย็นหวานน้อย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เนื้อวุ้นใสแจ๋วเข้ากันดีกับผงถั่วคินาโกะ ราดน้ำตาลเคี่ยวหอม ๆ ทั้งสวยทั้งแปลกต้องลองจ้า

ส่วนผสม โมจิหยดน้ำ

          • ผงวุ้นญี่ปุ่น 12-15 กรัม
          • น้ำตาลทราย 30-40 กรัม (เพิ่ม-ลดได้ตามความชอบ)
          • น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร
          • ผงถั่วคินาโกะ
          • น้ำตาลเคี่ยว หรือน้ำตาลสีดำ (ใช้น้ำเปล่ากับน้ำตาลแดง หรือน้ำตาลทรายแดงที่ใส่ในเฉาก๊วยอย่างละเท่า ๆ กัน เคี่ยวจนเหนียว ทั้งนี้อาจใช้น้ำผึ้งหรือไซรัปแทนได้)
          • พิมพ์เค้กหยดน้ำ

วิธีทำโมจิหยดน้ำ

          • 1. ผสมผงวุ้นกับน้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน

          • 2. ใส่น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ ลงไปคนเบา ๆ ให้ส่วนผสมละลาย เติมน้ำเปล่าอีก 1 ช้อนโต๊ะ ประมาณ 1-2 ครั้ง แล้วใส่น้ำเปล่าที่เหลือจนหมด คนให้เข้ากัน (เคล็ดลับ : ตอนคนส่วนผสมให้คนเบา ๆ นะคะ ใช้ไฟกลางไม่แรงค่อย ๆ คนค่ะ ถ้าคนเบามือวุ้นจะใส)

          • 3. นำส่วนผสมไปต้ม พอเริ่มเดือด มีฟองอากาศที่ก้นและขอบ ๆ ยกลง

          • 4. ช้อนฟองออก พักไว้ พออุ่นเทใส่พิมพ์ นำเข้าตู้เย็น

          • 5. จัดใส่จาน โรยผงถั่วคินาโกะ ราดด้วยน้ำตาลเคี่ยว

          หมายเหตุ : ผงวุ้น ถั่วคินาโกะและน้ำตาล เราซื้อมาจาก บ้านสวนสุดาพร (BaanSuan Sudaporn)

          + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ เค้กหยดน้ำ โมจิหยดน้ำ ไม่ต้องไปญี่ปุ่นก็ทำกินเองได้

++++++++++++++++++++

ขนมญี่ปุ่น

2. ชีสเค้กญี่ปุ่น

          ใครติดใจเมนูชีสเค้กญี่ปุ่นเนื้อนุ่มฟูละลายในปาก วันหยุดนี้มาทำเองกันเถอะ สูตรจาก คุณ AdrenalineRush สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม กินเพียว ๆ หรือตกแต่งได้ตามชอบทั้งราดซอสสตรอว์เบอร์รี ซอสบลูเบอร์รี หรือโรยผงช็อกโกแลต ผงชาเขียว เอาที่สบายใจเลยค่ะ

ส่วนผสม ชีสเค้กญี่ปุ่น (สูตรสำหรับเค้ก 2 ปอนด์ ปรับสูตรนิดหน่อย)

          • แป้งเค้ก 50 กรัม
          • แป้งข้าวโพด 15 กรัม
          • นมสด 80 กรัม
          • ครีมชีส 140 กรัม
          • เนยสด 40 กรัม
          • ไข่แดง 75 กรัม
          • ไข่ขาว 180 กรัม
          • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำตาลทราย 120 กรัม

วิธีทำชีสเค้กญี่ปุ่น

          • 1. วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส ใช้ไฟล่างอย่างเดียว เตรียมไว้ และทาไขมันที่พิมพ์ รองด้วยกระดาษไขที่ก้นพิมพ์และรอบ ๆ พิมพ์

          • 2. ร่อนแป้งเค้กและแป้งข้าวโพดเข้าด้วยกัน 1 ครั้ง เตรียมไว้

          • 3. นำนมสดใส่ถ้วย นำเข้าไมโครเวฟ 1.30 นาที (หรือนำไปต้มจนเดือด) จากนั้นใส่ครีมชีสและเนยสดลงไป คนผสมแรง ๆ จนส่วนผสมเข้ากัน (ถ้าส่วนผสมเป็นก้อนก็พยายามบี้ ๆ ไม่ต้องยั้งมือค่ะ)

          • 4. ใส่ไข่แดงและน้ำมะนาวลงไป คนจนส่วนผสมเข้ากันแล้วนำไปกรองผ่านกระชอน 2 รอบ เพื่อให้ได้ส่วนผสมเนื้อเนียน

          • 5. ใส่แป้งลงในส่วนผสมนมสด (ข้อ 3) ใช้ตะกร้อมือตะล่อมหรือคนจนส่วนผสมเข้ากัน (ไม่ต้องยั้งมือ) พักไว้

          • 6. ตีไข่ขาวจนฟองอากาศเนียนละเอียด ใส่น้ำตาลทรายลงไป ตีต่อจนตั้งยอดอ่อน

          • 7. แบ่งไข่ขาวลงไปผสมกับส่วนผสมไข่แดง (ข้อ 4) 3 ส่วน แต่ละครั้งตะล่อมให้เข้ากัน กระแทกอ่างผสมเบา ๆ 2-3 ครั้งให้ฟองอากาศลอยขึ้นมา

          • 8. ค่อย ๆ เทส่วนผสมใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ นำเข้าอบแบบเทน้ำร้อนใส่ลงในถาด (Water Bath) อบนานประมาณ 1 ชั่วโมง - 1 ชั่วโมง 15 นาที ถ้าอบปอนด์เดียวประมาณ 45-50 นาทีก็สุกแล้วค่ะ (เช็กสุกด้วยการเอาไม้จิ้มฟันจิ้มลงไปในเค้ก ถ้าดึงออกแล้วไม้จิ้มฟันแห้ง ๆ ไม่มีขนมเหนียว ๆ เกาะแสดงว่าใช้ได้แล้วค่ะ) ก่อนครบเวลาประมาณ 5 นาที เปิดไฟบนด้วยถ้าชอบให้หน้าด้านบนมีสีเข้มหน่อย

          • 9. นำขนมออกจากเตาแล้วนำออกจากพิมพ์ทันที (ไม่เช่นนั้นเค้กจะหดนะ หนึ่งทำบ่อยมาก ๆ รอบนี้หน้าเลอะเพราะลืมผสมแป้ง ตะล่อมไข่ขาวกับส่วนผสมไข่แดงเสร็จ หันมาเห็นแป้ง... กรี๊ด....เลยเทขนมออกจากพิมพ์ เอาแป้งมาผสม ออกมารสชาติ เนื้อเค้กไม่ต่างจากที่ผสมแป้งในไข่แดงค่ะ แต่หน้าเยินไปนิดเพราะกระดาษไขยับ) คว่ำเค้กก่อน แล้วค่อยหงายอีกรอบ

          • 10. ตัดเค้กให้สวยงาม จะกินเลยหรือแช่เย็นก็ได้ค่ะ ถ้ากินเลยจะได้เนื้อเค้กหอมนุ่ม แต่ได้เนื้อเค้กเต็ม ๆ ถ้าแช่เย็นเค้กจะแข็งขึ้นนิดหน่อย แต่ยังอร่อยแน่นอนค่ะ

          + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ Japanese Souffle Cheesecake ชีสเค้กญี่ปุ่น เนื้อนุ่มฟู ละลายในปาก

++++++++++++++++++++

ขนมญี่ปุ่น

3. เจลลี่ซากุระ

          และแล้วก็มาถึงเมนูเจลลี่ซากุระขนมญี่ปุ่นที่รอคอย ใครที่คันไม้คันมืออยากลองทำขอแนะนำสูตรจาก คุณชาเขียวมะลิเย็นหวานน้อย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่มีความอร่อยถึง 2 ชั้น ชั้นล่างคือ เต้าฮวย ชั้นบนคือ วุ้น ทีเด็ดอยู่ที่ใส่ซากุระลงไปเพิ่มความมุ้งมิ้ง

ส่วนผสม เจลลี่ซากุระ

          • ผงเต้าฮวยเย็นกลิ่นมะลิ 1 ซอง (29 บาท)
          • น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร
          • ผงวุ้นสำหรับทำขนม 1/2 ช้อนโต๊ะ หรือ 7.5 มิลลิลิตร (1 ซอง ราคา 35 บาท)
          • น้ำตาลทรายขาว 1/2 ถ้วยตวง
          • ดอกซากุระหมักเกลือ (ฝากเพื่อนซื้อมาจากญี่ปุ่นค่ะ)
          • แม่พิมพ์รูปดอกไม้ (เพื่อเราส่งมาให้จากอินโดฯ ถ้าไม่มีประยุกต์ใช้แม่พิมพ์อย่างอื่นแทนได้ค่ะ)

วิธีทำเจลลี่ซากุระ

          • 1. นำดอกซากุระหมักเกลือไปแช่น้ำเพื่อละลายความเค็ม เราแช่อยู่ 3 ชม. ค่ะ

          • 2. วิธีทำเต้าฮวย ยี่ห้อนี้มีวิธีทำข้างหลังชัดเจนค่ะ เราขอไม่อธิบายมาก พอปรุงเสร็จแล้วคนให้คลายความร้อนสักพัก เทใส่พิมพ์แล้วนำไปแช่ตู้เย็นค่ะ

          • 3. ทำส่วนผสมวุ้นโดยเทน้ำเปล่าลงในหม้อ ตามด้วยผงวุ้นคนให้ละลายประมาณ 10-15 นาที ตามด้วยน้ำตาลทรายขาวคนต่ออีก 10 นาที หรือจนน้ำตาลละลาย

          • 4. ยกหม้อไปตั้งไฟใช้ไฟกลาง คนวุ้นไปเรื่อย ๆ หมั่นคนนะคะ จะมีจังหวะหนึ่งที่เดือดมาก ๆ ให้หรี่ไฟลง จะเห็นว่าวุ้นใสแล้ว เช็กด้วยการดูหลังทัพพี ถ้าไม่มีผงวุ้นเกาะทัพพีเป็นเม็ด นั่นคือละลายหมดแล้วค่ะ (เคล็ดลับ : อยากได้วุ้นที่ใส ต้องหมั่นคนนะคะ)

          • 5. นำพิมพ์เต้าฮวยที่แช่ไว้ออกมา เทส่วนผสมวุ้นลงไป แล้ววางซากุระตามลงไปค่ะ จังหวะนี้ต้องรวดเร็วนะคะ เพราะวุ้นแข็งตัวไวมาก นำกลับไปแช่ตู้เย็นอีกสักพักค่ะ

          • 6. นำออกจากพิมพ์ จัดใส่จาน ตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ ทานเย็น ๆ ค่ะ

          + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ เจลลี่ซากุระ เมนูวุ้นคลายร้อนได้ฟีลเหมือนอยู่ญี่ปุ่น

++++++++++++++++++++

ขนมญี่ปุ่น

4. นามะช็อกโกแลตชาเขียว

          สำหรับคนชอบช็อกโกแลตสดขนมญี่ปุ่น อยากให้มาทำเองคุ้มกว่า ขอแนะนำเมนูนามะช็อกโกแลตชาเขียว สูตรจาก คุณอ้อมกอดของความเหงา สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ช็อกโกแลตชาเขียวเนื้อนุ่ม โรยผงชาเขียวสวยงาม จะทำแจกคนพิเศษหรือญาติมิตรก็แจ่มค่ะ

ส่วนผสม นามะช็อกโกแลตชาเขียว

          • ไวท์ช็อกโกแลต 400 กรัม
          • เฮฟวี่ครีม หรือ วิปปิ้งครีม 125 กรัม
          • เนยจืด (อุณหภูมิห้อง) 25 กรัม
          • ผงชาเขียวมัทฉะ 2 ช้อนโต๊ะ
          • ผงชาเขียวมัทฉะ 2 ช้อนชา (สำหรับโรย)
          • พิมพ์ขนาด 8x8 นิ้ว

วิธีทำนามะช็อกโกแลตชาเขียว


          • 1. สับไวท์ช็อกโกแลตให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ระหว่างนี้ก็อุ่นเฮฟวี่ครีมหรือวิปปิ้งครีมให้ร้อน

          • 2. เทครีมที่อุ่นไว้ลงบนไวท์ช็อกโกแลตสับ และเติมเนยจืดลงไปคนให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว

          • 3. เติมผงชาเขียวมัทฉะลงไป คนให้ละลายเข้ากันดี

          • 4. เทใส่พิมพ์ที่รองด้วยกระดาษรองอบเคลือบซิลิโคนแบบนี้ เวลาเอาช็อกโกแลตออกจากกระดาษจะได้เอาออกง่าย ๆ แล้วนำเข้าตู้เย็นให้เซตตัว ระยะเวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมง หรือข้ามคืน (เราแช่ไว้ข้ามคืนเลยค่ะ เวลาหั่นจะง่ายกว่าเยอะเลย)

          • 5. ก่อนนำมาหั่นให้นำมีดไปจุ่มในน้ำอุ่น เช็ดให้แห้งแล้วค่อยนำมาตัดช็อกโกแลต พอตัดเป็นชิ้นแล้วก็ค่อยโรยด้วยผงชาเขียวมัทฉะให้ทั่ว ๆ แค่นี้ก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ ง่ายเนอะ

          + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ นามะช็อกโกแลตชาเขียว เมนูช็อกโกแลตสุดฮอต ไม่ลองทำไม่ได้แล้ว

++++++++++++++++++++

ขนมญี่ปุ่น

5. ชิกิริปัง

          วันเกิดคนพิเศษทั้งทีมาทำเมนูชิกิริปังสุดน่ารักมอบให้เขากันดีกว่า ขอแนะนำสูตรจากคุณกรุณา สิรกุลยวรรณ (คุณแม่น้องเอแคลร์) เจ้าของเพจ เฟซบุ๊ก My Little Kitchen สูตรนี้ใช้เนื้อขนมปังฮอกไกโดทำเป็นรูปสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้ง 7 วิธีการทำใช้เวลาหน่อยหนึ่ง แต่เชื่อว่าทำเสร็จแล้วคนรับประทับใจแน่นอนค่ะ

ส่วนผสม ขนมปังฮอกไกโด (Hokkaido Milk Toast)

          • นมสด 54 กรัม (อุ่นในไมโครเวฟ 30 วินาที)
          • ไข่ไก่ 86 กรัม (ประมาณ 2 ฟอง)
          • วิปปิ้งครีม 59 กรัม (Dairy ของ Anchor)
          • Tangzhong (แป้งเปียก) 184 กรัม **ส่วนผสมนี้ช่วยทำให้ขนมปังนุ่มค่ะ**
          • แป้งขนมปัง 500 กรัม (White Swan ยี่ห้อหงส์ขาว)
          • แป้งสปันจ์เค้ก 40 กรัม (ตราอิมพีเรียล)
          • น้ำตาลทราย 86 กรัม
          • ยีสต์แห้ง 11 กรัม
          • สารเสริมขนมปัง 5 กรัม (ตราเคเอส 505 ตัวช่วยร่นระยะเวลาแป้งโดว์ให้ฟูเร็วและให้ขนมนิ่มได้นานค่ะ)
          • เนยเค็ม 49 กรัม (ช่วยให้ขนมปังไม่มีกลิ่นหืน)
          • นมผง 9 กรัม

ส่วนผสม Tangzhong (แป้งเปียก)

          • แป้งขนมปัง 50 กรัม
          • น้ำเปล่า 250 มิลลิลิตร

วิธีทำ Tangzhong (แป้งเปียก)

          • 1. นำแป้งขนมปังผสมกับน้ำเปล่า นำขึ้นตั้งไฟกลางคน ๆ ให้เข้ากัน ให้สังเกตว่าคนไปแล้วเกิดเป็นรอยเส้นที่เกิดจากอุปกรณ์ที่ใช้คนชัดเจนเป็นใช้ได้

          • 2. ตักใส่ชามพักให้เย็น ปิดด้วยพลาสติกถนอมอาหารไว้ค่ะ

วิธีทำขนมปังฮอกไกโด

          • 1. นำส่วนผสมที่เป็นของเหลว (นมสด ไข่ไก่ วิปปิ้งครีม และแป้งเปียก ยกเว้นเนย) นำมาผสมให้เข้ากันในชามผสม ตามด้วยส่วนผสมที่เป็นของแห้ง (แป้งขนมปัง แป้งสปันจ์เค้ก น้ำตาลทราย ยีสต์ และสารเสริมขนมปัง)

          • 2. นวดส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน (เราใช้เครื่องผสมอาหารนะคะ นวดมือไม่ไหว) เมื่อเข้ากันดีแล้วค่อย ๆ เทเนยเค็มลงไปนวดต่อ ลองจับดูจนแป้งไม่ติดมือ (เราใช้เวลาประมาณ 40 นาที)

          • 3. แบ่งแป้งมาผสมสีที่ต้องการ นวดจนได้สีสวย เอาพลาสติกถนอมอาหารปิดไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง แป้งโดว์จะฟูขึ้นเป็นสองเท่าค่ะ

          • 4. จากนั้นนำมาปั้นตกแต่งให้เป็นรูปตามที่ต้องการ พักแป้งโดว์ไว้อีกเป็นครั้งที่ 2 เวลาประมาณ 30 นาที พอแป้งโดว์ฟูเต็มที่แล้วนำไปอบใช้ไฟล่าง 180 องศาเซลเซียส เวลาประมาณ 30-35 นาทีค่ะ

ส่วนผสม ชิกิริปังสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้ง 7


          • แป้งขนมปังฮอกไกโดผสมกับสีผสมอาหาร 8 ชิ้น
          • เนยจืด
          • สีเจล
          • ไวท์ช็อกโกแลต

วิธีทำชิกิริปังสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้ง 7


          • 1. หลังจากพักแป้งโดว์แล้ว แบ่งส่วนหนึ่งมาผสมสีค่ะ เมื่อได้สีสวยตามที่ต้องการแล้วเอาผ้าคลุมแป้งโดว์ไว้ด้วยนะคะ

          • 2. เอาเนยจืดทาพิมพ์ไว้

          • 3. แบ่งแป้งโดว์เป็น 8 ชิ้นค่ะ ปั้นให้เป็นก้อนกลม

          • 4. ส่วนที่เป็นหมวกคนแคระ แนะนำให้รีดแป้งบาง ๆ นะคะ ถ้าทำหนา ๆ อบมาแล้วมันจะพอง ๆ ตัน ๆ ดูใหญ่โตไปหน่อย

          • 5. วิธีขึ้นรูปคนแคระค่ะ นำหมวกลงไปคลุมตรงส่วนหัวคนแคระให้สวยงาม

          • 6. วิธีขึ้นรูปสโนว์ไวท์ค่ะ แปะผมลงไปบนหัวของสโนว์ไวท์ และติดโบลงไป

          • 7. นำขนมปังสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้ง 7 วางลงไปในพิมพ์ แปะจมูกลงไปให้ครบ สังเกตจะเห็นว่าขนมปังไม่เต็มพิมพ์ ให้เอาผ้าคลุมไว้ 30 นาที รอให้โดว์ขึ้นเต็มพิมพ์ก่อนนำไปอบค่ะ

          • 8. ตกแต่งหน้าตาเขาด้วยปลายไม้จิ้มฟันจุ่มสีเจลค่ะ ตรงเคราคนแคระใช้ไวท์ช็อกโกแลตค่ะ

          + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ชิกิริปัง เมนูขนมปังรูปสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้ง 7 คาวาอี้สุด ๆ

++++++++++++++++++++

ขนมญี่ปุ่น

6. ไอศกรีมชาเขียวถั่วแดงโมจิ

          อากาศร้อนแบบนี้ต้องกินเมนูขนมญี่ปุ่นอย่างไอศกรีมชาเขียวถั่วแดงโมจิ สูตรจาก อาหารง่าย ๆ สไตล์ Rita สูตรไอศกรีมไม่ใช้เครื่อง นอกจากได้กินไอศกรีมชาเขียวกับถั่วแดงบดแล้วยังเพิ่มความพิเศษด้วยการใส่โมจิเหนียวนุ่มอีกด้วย

ส่วนผสม ไอศกรีมชาเขียวถั่วแดง

          • ผงชาเขียว 3 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำเปล่า 50 มิลลิลิตร
          • วิปปิ้งครีม 450 มิลลิลิตร
          • นมสด 50 มิลลิลิตร
          • น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วยตวง
          • ผงคินาโกะ
          • ถั่วแดงบด
          • โมจิ

ส่วนผสม ถั่วแดงบด


          • ถั่วแดง 1/2 ถ้วยตวง
          • น้ำเปล่า (อัตราส่วนอยู่ในวิธีทำ)
          • น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง + 2 ช้อนโต๊ะ
          • เกลือ 1/8 ช้อนชา

ส่วนผสม โมจิ     

          • น้ำเปล่า 1/2 ถ้วยตวง
          • แป้งข้าวเหนียว 1/2 ถ้วยตวง

วิธีทำถั่วแดงบดด้วยไมโครเวฟ

          • 1. นำถั่วแดงไปแช่น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง เป็นเวลา 3-6 ชั่วโมง

          • 2. นำถั่วแดงไปล้างฟองออก เทใส่ถ้วย เติมน้ำเปล่าใส่ 3 เท่า แล้วเข้าไมโครเวฟใช้กำลังไฟ 800 วัตต์ เป็นเวลา 30 นาที

          • 3. นำถั่วแดง ไปปั่นต่อในเครื่องปั่น เทน้ำตาลทราย เกลือ และน้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง ใส่ลงไป คนให้เข้ากัน แล้วนำไปเข้าไมโครเวฟ 25 นาที เสร็จแล้วพักไว้ให้เย็น

วิธีทำโมจิด้วยไมโครเวฟ

          • 1. นำน้ำเปล่ากับแป้งข้าวเหนียวมาผสมให้เข้ากัน

          • 2. เข้าไมโครเวฟใช้กำลังไฟ 800 วัตต์ เป็นเวลา 5 นาที พักไว้ให้เย็น

วิธีทำไอศกรีมชาเขียวถั่วแดงโมจิ


          • 1. นำน้ำเปล่าเข้าไมโครเวฟใช้กำลังไฟ 800 วัตต์ เป็นเวลา 2 นาที แล้วจึงใส่ผงชาเขียวลงไปคนให้เข้ากันแล้วพักไว้ให้เย็น

          • 2. นำวิปปิ้งครีมผสมกับน้ำตาลทรายแล้วตีจนขึ้นฟู

          • 3. จากนั้นจึงใส่น้ำชาเขียวลงไปคนให้เข้ากันแล้วใส่นมสดลงไปคนให้เข้ากัน

          • 4. เทใส่ภาชนะมีฝาปิดแล้วนำไปแช่ช่องฟรีซ 8-10 ชั่วโมง จนไอศกรีมเซตตัว เป็นอันเสร็จ

          • 5. นำไอศกรีมใส่ถ้วย ตกแต่งด้วยถั่วแดงบด โมจิ และโรยหน้าด้วยผงคินาโกะ (ผงถั่วเหลือง) ให้สวยงามตามชอบ แค่นี้ก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ

          + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ไอศกรีมชาเขียวถั่วแดงโมจิ ตำรับญี่ปุ่นแท้แม้ไม่ใช้เครื่อง

++++++++++++++++++++

ขนมญี่ปุ่น

7. ขนมปังฮอกไกโด

          มาแล้วค่ะ ! ใครกำลังตามหาวิธีทำขนมปังฮอกไกโด มาจดสูตรจาก คุณ gismonoy สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เนื้อขนมปังนุ่ม ๆ ไม่ต้องทาอะไรก็อร่อย บ้านใครมีเตาอบพร้อม ลุย !

ขั้นตอนการทำ Tangzhong (แป้งเปียก)

          • แป้งขนมปัง 50 กรัม
          • น้ำเปล่า 200 กรัม

          หมายเหตุ : Tangzhong Method คือ การนำแป้งและน้ำไปตั้งบนไฟ กวนจนข้นแล้วนำมาเป็นส่วนผสมในการทำขนมปัง ซึ่งขนมปังที่ได้จะนุ่มแม้ว่าจะวางทิ้งไว้ 2-3 วัน ไม่ต้องพักแป้งทิ้งไว้ข้ามคืน)

วิธีทำ Tangzhong (แป้งเปียก
)

          • 1. ใส่แป้งขนมปังกับน้ำเปล่า ลงในกระทะทองเหลือง คนให้เข้ากันแล้วนำขึ้นตั้งไฟกลางค่อนข้างอ่อน

          • 2. กวนไปเรื่อย ๆ จนแป้งข้นคล้ายแป้งเปียก

          • 3. เสร็จแล้วเอาใส่ชาม ปิดด้วยพลาสติกถนอมอาหาร พักไว้

ส่วนผสม ขนมปังฮอกไกโด

          • แป้งขนมปัง 540 กรัม
          • ผงฟู 1 ช้อนชา
          • นมผง 20 กรัม
          • ไข่ไก่ 2 ฟอง
          • เนยละลาย 100 กรัม (ต้อมใส่เพิ่มแทนวิปปิ้งครีม)
          • Tangzhong 184 กรัม
          • น้ำตาลทราย 86 กรัม
          • นมอุ่น (อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส) 100 กรัม (ต้อมไม่ได้ใส่วิปปิ้งครีม เพราะไม่ค่อยได้ใช้ ซื้อมาก็ใช้ไม่หมด เลยเพิ่มนมแทนนะคะ)
          • ยีสต์ 11 กรัม
          • เกลือป่น 8 กรัม
          • พิมพ์สี่เหลี่ยมทาเนย
          • ไข่ไก่ผสมน้ำเปล่า (ทาหน้าขนมปัง)

วิธีทำขนมปังฮอกไกโด


          • 1. ร่อนแป้งกับผงฟูให้เข้ากัน

          • 2. นำนมผง ไข่ไก่ เนย และส่วนผสม Tangzhong มาผสมให้เข้ากัน เตรียมไว้

          • 3. ใส่น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะลงไปในนมอุ่น คนให้น้ำตาลละลายแล้วใส่ยีสต์ลงไป ปิดฝาพักไว้ให้ยีสต์ทำงานให้เต็มที่

          • 4. นำส่วนผสมแป้งที่ร่อนไว้ลงในโถตี (ใช้หัวตีตะขอสำหรับตีแป้งขนมปัง) เปิดเครื่องความเร็วต่ำสุดให้ผงฟูเริ่มทำงาน ตามด้วยเกลือป่นและน้ำตาลทรายที่เหลือ

          • 5. ค่อย ๆ เทส่วนผสมของเหลวในข้อ 2 ลงไปตีให้เข้ากัน หลังจากใส่ส่วนของเหลวลงไปแล้วเพิ่มความเร็วเครื่องเป็นเบอร์ 3 ได้ค่ะ

          • 6. พอเข้ากันดีแล้วใส่ส่วนผสมนมและยีสต์ลงไป (ตอนนี้ในนมของเราจะมีฟองฟอดเลยทีเดียว เป็นการเช็กยีสต์ด้วยนะคะว่ายังใช้ได้อยู่หรือเปล่า ถ้าฟองไม่ฟอดแสดงว่ายีสต์เสียแล้ว ใช้ไม่ได้นะคะ)

          • 7. พอเข้ากันดีแล้วให้ลดความเร็วเครื่องเหลือเบอร์ 2 ตีไปเรื่อย ๆ ประมาณ 20 นาที

          • 8. ทาเนยในกะละมังที่จะใช้พักแป้งโดว์ให้ทั่ว นำแป้งที่ตีได้ที่แล้วมานวดคลึงอีกเล็กน้อย จากนั้นปั้นให้เป็นก้อนกลม ๆ ใส่ลงในกะละมังที่เตรียมไว้ คลุมด้วยผ้าขาวบาง (ชุบน้ำบีบให้แห้ง) พักไว้ในที่อุ่นจนแป้งขึ้นเป็นสองเท่า หรือประมาณ 30 นาที แป้งโดว์จะพองขึ้นเป็นสองเท่า

          • 9. ใช้นิ้วเจาะเอาฟองอากาศออก

          • 10. ชั่งน้ำหนักแป้งโดว์ทั้งก้อนแล้วนำมาหารแบ่งเป็นชิ้นโดว์น้ำหนักเท่า ๆ กัน จะได้ไม่เหลือนะคะ (**การแบ่งแป้งต้องใช้กรรไกรในการตัดแบ่งนะคะ หม่าม้าบอกมา ลืมถามว่าเพราะอะไร แต่มันก็ง่ายดีนะคะ ทำ ๆ ตามไปเถอะ ทำตามผู้ใหญ่ หม่าม้าไม่บ่น 5555)

          • 11. ทีนี้เราก็ไล่ลมของแป้งแต่ละชิ้น โดยเอา 4 นิ้วประคองแล้วเอานิ้วโป้งกดแป้งที่อยู่ริม ๆ ลงไป ทำวนไปจนครบรอบ จากนั้นให้คลึงแป้งให้กลม แป้งส่วนที่อยู่ที่นิ้วที่ประคองจะเรียบเนียน แต่ตรงนิ้วโป้งจะมีรอยแยก ให้เอาด้านนี้อยู่ก้นพิมพ์ที่ทาเนยไว้แล้ว จากนั้นให้รีบเอาผ้าขาวบางชื้น ๆ ผืนเดิมคลุมไว้ ทำจนหมดแป้งโดว์ พักไว้อีก 15-20 นาที หรือจนกว่าแป้งจะขึ้นฟูอีกครั้ง

          • 12. ทาหน้าด้วยไข่ไก่ผสมน้ำเปล่าเล็กน้อย

          • 13. นำเข้าอบ ด้วยไฟ 170 องศาเซลเซียส ประมาณ 20-25 นาที นำออกมาทาหน้าด้วยเนยอีกครั้ง เคล็ดลับความหอม อร่อยสุด ๆ ค่ะ

          + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ วิธีทำขนมปังฮอกไกโด เมนูขนมปังเนื้อนุ่มฟู อร่อยลืมไม่ลง

++++++++++++++++++++

ขนมญี่ปุ่น

8. เมลอนปัง

          ถ้าคุณแม่อยากทำเมลอนปัง ขนมญี่ปุ่นหน้าตาเก๋ ๆ ให้คุณลูกหม่ำ ขอแนะนำสูตรจาก คุณ BlackPiano สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ปั้นขนมปังก้อนกลมเลียนแบบเมลอน ด้านบนกรอบจากแป้งคุกกี้ ด้านล่างนุ่มจากแป้งขนมปัง อร่อย 2 สไตล์ในชิ้นเดียว

ส่วนผสม แป้งขนมปัง

          • แป้งขนมปัง 280 กรัม
          • นมผง 10 กรัม
          • น้ำตาลทราย 50 กรัม (สำหรับทำแป้งขนมปัง)
          • เกลือป่น (เล็กน้อย)
          • ยีสต์แห้ง 2 ช้อนชา
          • ไข่ไก่ (ตีพอแตก) 1 ฟอง
          • น้ำ 135 มิลลิลิตร
          • เนยจืด 30 กรัม (สำหรับทำแป้งขนมปัง)
          • น้ำตาลทราย (โรยหน้า)

ส่วนผสม แป้งคุกกี้

          • เนยจืด 70 กรัม (สำหรับทำแป้งคุกกี้)
          • น้ำตาลทราย 70 กรัม (สำหรับทำแป้งคุกกี้)
          • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 160 กรัม
          • ผงฟู 2 ช้อนชา

วิธีทำแป้งขนมปัง


          • 1. ใส่แป้งขนมปัง นมผง น้ำตาลทราย เกลือป่น และยีสต์แห้ง ลงในเครื่องปั่นอาหาร ปั่นให้เข้ากัน

          • 2. ผสมไข่ไก่ 2 ช้อนโต๊ะกับน้ำเข้าด้วยกัน เทลงในส่วนผสมแป้ง ปั่นพอเข้ากัน

          • 3. ใส่เนยจืด ลงไปปั่นให้ส่วนผสมเข้ากันอีกครั้ง แล้วใช้มือนวดต่อ พักแป้งทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง (เพื่อให้ยีสต์ทำงาน)

          • 4. นำส่วนผสมแป้งที่พักไว้จนขึ้นฟูแล้วมารีดเป็นแผ่น ๆ (เพื่อไล่ลม)

          • 5. แบ่งแป้งขนมปังเป็น 10 ก้อน ก้อนละ 50 กรัม ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ เตรียมไว้

วิธีทำแป้งคุกกี้

          • 1. ใส่เนยและน้ำตาลทรายลงในอ่างผสม ตีผสมให้เข้ากันจนนิ่ม

          • 2. ใส่ไข่ไก่ที่เหลือลงไป

          • 3. ร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์กับผงฟูลงในส่วนผสมเนย นวดผสมให้เข้ากัน นำไปแช่เย็นพักไว้จนเซตตัว

          • 4. แบ่งแป้งคุกกี้เป็น 10 ก้อน ก้อนละประมาณ 30 กรัม ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ เตรียมไว้

วิธีทำเมลอนปัง


          • 1. นำแป้งคุกกี้ใส่ถุงพลาสติก รีดจนแบน

          • 2. วางคว่ำแป้งขนมปังลงบนแผ่นแป้งคุกกี้ พลิกก้อนแป้งหงายขึ้น ดึงถุงพลาสติกออก ใช้มือห่อให้แน่น ๆ

          • 3. นำหน้าแป้งวางลงบนน้ำตาลทรายให้ติดทั่ว วางบนแผ่นรองอบ แล้วใช้มีดกดหน้าขนมเบา ๆ จนเป็นลายตาราง วางพักทิ้งไว้จนขนมขึ้นฟู

          • 4. นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 150-160 องศาเซลเซียส ประมาณ 15-18 นาที นำออกมาพักไว้ให้เย็น พร้อมเสิร์ฟ

          + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ เมลอนปัง ขนมอบสไตล์ญี่ปุ่นของโปรดโดเรมี

++++++++++++++++++++

ขนมญี่ปุ่น

9. เค้กโรลชาเขียวถั่วแดง


          มื้อบ่ายนี้มาทำขนมญี่ปุ่นสนุก ๆ กันดีกว่าค่ะ ขอแนะนำเมนูเค้กโรลชาเขียวถั่วแดง สูตรจาก คุณ AdrenalineRush สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เนื้อเค้กหอมกลิ่นชาเขียวแทรกครีมถั่วแดงหวานหอม กินเครื่องดื่มชาเขียวเพิ่มความฟิน

ส่วนผสม เค้กโรลชาเขียวถั่วแดง (สูตรที่ลงไว้คือสูตรเต็มนะคะ แต่เราทำแค่ครึ่งสูตร)


          • แป้งเค้ก 75 กรัม
          • ผงชาเขียว 10 กรัม
          • ไข่แดง 4 ฟอง
          • น้ำตาลทราย (1) 30 กรัม
          • น้ำมันพืช 40 กรัม
          • นมสด 40 กรัม
          • ไข่ขาว 4 ฟอง
          • กลิ่นวานิลลา
          • น้ำตาลทราย (2) 60 กรัม
          • ถั่วแดงกวนสำหรับแต่ง
          • พิมพ์ขนาด 8x12 นิ้ว ปูกระดาษไข

ส่วนผสม ไส้ครีมถั่วแดง


          • ถั่วแดงสำเร็จรูป
          • วิปปิ้งครีม หรือกะทิ
          • น้ำตาลทรายป่น

วิธีทำเค้กโรลชาเขียวถั่วแดง


          • 1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส ใช้ไฟล่างอย่างเดียว เตรียมไว้

          • 2. ร่อนแป้งเค้กกับผงชาเขียวเข้าด้วยกัน 2 ครั้ง เตรียมไว้

          • 3. ตีผสมไข่แดงกับน้ำตาลทราย (1) ในอ่างผสมจนสีซีดลง ใส่นมสดและน้ำมันลงไปตีต่อจนส่วนผสมเข้ากันดี จากนั้นเทส่วนผสมแป้งลงไป ใช้พายยางคนผสมจนเข้ากัน (ส่วนผสมหนืดมากไม่รู้เป็นเพราะชาเขียวดูดน้ำหรือเปล่า เลยแอบเพิ่มน้ำมันพืช 10 กรัม และนมอีก 10 กรัมด้วยค่ะ)

          • 4. ตีไข่ขาวจนตั้งยอดอ่อน แบ่งไข่ขาวเป็น 3 ส่วน แล้วนำไปตะล่อมกับส่วนผสมของไข่แดงจนครบ 3 ครั้ง (ตอนตะล่อมทำเร็ว ๆ แต่ขอบอกว่า ส่วนผสมแป้งไม่ค่อยยอมผสมกับไข่ขาวเลยเลยตะล่อมนานกว่าทำเค้กชิฟฟอนอื่น)

          • 5. เทส่วนผสมใส่ถาดแล้วเคาะไล่อากาศ 2 ครั้ง จากนั้นนำไปอบประมาณ 12-15 นาที ก่อนครบเวลา 5 นาที ให้เปิดไฟบน (แล้วแต่เตานะคะ พอดีเตามี่ใช้ขนาดเล็กมาก ถนัดอบด้วยวิธีนี้ค่ะ) อบจนเค้กสุก

          • 6. นำออกจากเตา รอให้เค้กเย็นลงประมาณ 2 นาที แล้วคว่ำหน้าเค้กบนกระดาษไข จากนั้นลอกกระดาษไขที่รองอบออก

          • 7. ม้วนเค้กแล้วพักไว้ก่อน

          • 8. ทำไส้ครีมถั่วแดง โดยต้มถั่วแดงกับกะทิ หรือนำไปตีผสมกับวิปปิ้งครีม เติมน้ำตาลทรายลงไปเล็กน้อย ชิมรสตามชอบ (ไส้ถั่วแดงไม่ได้ทำตามสูตรต้นฉบับค่ะเพราะ ไปซื้อถั่วแดงสำเร็จรูปมา หวานมาก รอบแรกเอามาต้มกับกะทิแบบกะเอาแล้วใช้เลย แต่รอบสองเอามาตีกับวิปปิ้งครีม โดยเพิ่มน้ำตาลทรายนิดหน่อย)

          • 9. แผ่เค้กที่ม้วนออก ปาดด้วยไส้ครีมถั่วแดงที่เตรียมไว้ให้ทั่ว โดยเว้นขอบประมาณ 1-2 นิ้ว จากนั้นม้วนเป็นท่อน ๆ แล้วม้วนปลายด้านข้างทั้งสอง นำไปแช่ตู้เย็นอย่างน้อย 4 ชั่วโมง หรือข้ามคืนให้เค้กเซตตัว

          • 10. เทส่วนผสมใส่ถาดแล้วเคาะไล่อากาศ 2 ครั้ง จากนั้นนำไปอบประมาณ 12-15 นาที ก่อนครบเวลา 5 นาที ให้เปิดไฟบน (แล้วแต่เตานะคะ พอดีเตามี่ใช้ขนาดเล็กมาก ถนัดอบด้วยวิธีนี้ค่ะ) อบจนเค้กสุก

          • 11. นำออกจากตู้เย็น ตัดเป็นชิ้น ๆ แต่งด้วยไส้ครีมถั่วแดง และถั่วแดงกวนปั้นเป็นเม็ด ๆ พร้อมเสิร์ฟ

          + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ เค้กโรลชาเขียวถั่วแดง ขนมหวานหน้าตาดีแบบนี้ใครก็ทำได้

++++++++++++++++++++

ขนมญี่ปุ่น

10. โมจิไอศกรีมชาเขียว

           ไอศกรีมชาเขียวที่เหลือเอามาห่อด้วยแป้งโมจิกันดีกว่า กลายเป็นเมนูโมจิไอศกรีมชาเขียวสุดแจ่ม ใครสนใจขอแนะนำสูตรจาก RinS CookBook สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม แป้งโมจิเหนียวนุ่มห่อหุ้มไอศกรีมชาเขียวเย็นฉ่ำใจ ชิ้นเดียวคงไม่พอ

ส่วนผสม โมจิไอศกรีมชาเขียว (สำหรับ 8 ชิ้น)


          • ไอศกรีมชาเขียว 8 ลูก
          • ผงชาเขียว 2 ช้อนชา
          • แป้งโมจิโกะ 1/2 ถ้วย (ถ้าไม่มีให้ใช้แป้งข้าวเหนียว)
          • น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วย
          • น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย
          • น้ำเชื่อมข้าวโพด (Corn Syrup) 2 ช้อนชา
          • แป้งมัน (หรือแป้งข้าวโพด) 1/2 ถ้วย (สำหรับโรย)

อุปกรณ์

          • ที่ตักไอศกรีม
          • พิมพ์มัฟฟิน หรือจาน สำหรับใส่ไอศกรีมเข้าแช่แข็ง
          • อ่างผสมที่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้
          • พลาสติกถนอมอาหาร

วิธีทำโมจิไอศกรีมชาเขียว


          • 1. ตักไอศกรีมเป็นลูกกลม ๆ วางลงในพิมพ์มัฟฟินหรือจาน (ขั้นตอนนี้ต้องรีบทำเพื่อไม่ให้ไอศกรีมละลายเป็นน้ำ) จากนั้นนำไอศกรีมไปแช่ช่องแข็งประมาณ 30 นาทีให้แข็ง

          • 2. ใส่แป้งโมจิโกะ (หรือแป้งข้าวเหนียว) ลงในอ่างผสม (ที่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้) ตามด้วยน้ำตาลทราย

          • 3. ละลายผงชาเขียวกับน้ำเปล่าแล้วใส่ลงส่วนผสมแป้ง ตามด้วยน้ำเชื่อมข้าวโพด คนผสมให้ละลายเข้ากัน (ถ้าส่วนผสมแห้งเกินไปสามารถใส่น้ำเพิ่มได้) ปิดด้วยพลาสติกถนอมอาหารแล้วนำเข้าไมโครเวฟ 

          ครั้งที่ 1 นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 2 นาที พอครบเวลานำออกจากไมโครเวฟแล้วคนผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำกลับเข้าไมโครเวฟ

          ครั้งที่ 2 นำเข้าไมโครเวฟต่ออีก 2 นาที นำออกมาคนอีกครั้ง แล้วนำเข้าไมโครเวฟ

          ครั้งที่ 3 นำเข้าไมโครเวฟต่ออีก 1 นาที จนแป้งสุกและมีลักษณะใส นำออกมาคนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง เตรียมไว้


          • 4. โรยแป้งแห้งลงบนพื้นที่ ๆ จะนวดแป้งและที่มือ จากนั้นตักแป้งที่สุกแล้ววางลงไป

          • 5. ใช้มือค่อย ๆ คลึงแป้งเป็นออกแผ่นบาง ๆ (ควรทำในขณะอุ่น เพราะแป้งจะคลึงง่าย)

          • 6. ตัดแผ่นแป้งเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมจัตุรัส (กะขนาดให้สามารถหุ้มไอศกรีมได้) แล้วใช้ไม้คลึงแป้งเป็นแผ่นบาง ๆ ปัดแป้งส่วนเกินจากแผ่นแป้งโมจิออก

          • 7. คลุมจานด้วยพลาสติกถนอมอาหาร วางแผ่นแป้งโมจิลงไป ทับด้วยพลาสติกถนอมอาหารอีกครั้ง ทำสลับกันจนหมดแผ่นแป้ง ห่อจานด้วยพลาสติกถนอมอาหาร นำเข้าแช่ตู้เย็นประมาณ 15 นาที

          • 8. แกะแป้งที่แช่เย็นแล้วออกจากพลาสติกถนอมอาหาร แล้วนำไปห่อไอศกรีมให้มิด

          • 9. จากนั้นใช้พลาสติกถนอมอาหารหุ้มทับแล้วหมุนแต่งทรงให้เป็นก้อนกลมสวยงาม ทำจนครบ

          • 10. นำกลับไปแช่เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง แกะออกจากพลาสติก พร้อมเสิร์ฟทันที

          + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ โมจิไอศกรีมชาเขียว เหนียวนุ่ม เย็นฉ่ำ หม่ำเพลิน ๆ

++++++++++++++++++++

ขนมญี่ปุ่น

11. ไอศกรีมชาเขียวถั่วแดง


          ปิดท้ายกันด้วยเมนูไอศกรีมชาเขียวถั่วแดง สูตรจาก คุณ RinS Cook Book สูตรนี้ทำเป็นไอศกรีมแท่ง เนื้อไอศกรีมชาเขียวเข้ากันกับถั่วแดง อร่อยลงตัวแบบนี้ห้ามพลาดนะคะ

ส่วนผสม ไอศกรีมชาเขียวถั่วแดง


          • ผงชาเขียวมัทฉะ 4 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำร้อน 3-4 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำตาลทราย (น้ำตาลทรายแดงหรือน้ำผึ้ง) 3 ช้อนโต๊ะ
          • นมข้นหวาน 5 ช้อนโต๊ะ
          • เฮฟวี่ครีม (นมสดหรือนมถั่วเหลือง) 350 มิลลิลิตร (ประมาณ 1 1/2 ถ้วย)
          • ถั่วแดงญี่ปุ่นชนิดหวาน 1/3 ถ้วย
          • พิมพ์ไอศกรีม
          • ไม้ไอศกรีม (แช่น้ำทิ้งไว้ 15 นาที)

วิธีทำไอศกรีมชาเขียวถั่วแดง

          • 1. ใส่ผงชาเขียวลงในถ้วยผสม (ถ้วยที่มีปากเพื่อเทลงพิมพ์ได้ง่ายขึ้น) ตามด้วยน้ำร้อน คนผสมให้ผงชาเขียวละลายจนไม่เป็นเม็ด

          • 2. เติมน้ำตาลทรายลงไป คนผสมให้เข้ากันจนน้ำตาลทรายละลาย

          • 3. เติมนมข้นหวานลงไป คนผสมให้เข้ากัน

          • 4. เติมเฮฟวี่ครีมลงไป คนผสมให้เข้ากัน

          • 5. เทส่วนผสมลงพิมพ์จนเกือบเต็ม (สามารถใส่ถั่วแดงลงไปในขั้นตอนนี้ได้) นำเข้าแช่แข็งประมาณ 1 ชั่วโมง

          • 6. นำไอศกรีมออกจากช่องแข็ง ตักถั่วแดงใส่แล้วเสียบไม้ไอศกรีมลงไป นำไปแช่แข็งอีกครั้งประมาณ 5 ชั่วโมง  แกะออกจากพิมพ์ (ถ้าแกะไม่ออกให้นำพิมพ์ไปผ่านน้ำอุ่นแล้วค่อย ๆ ดึงออก) พร้อมเสิร์ฟ

          + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ไอศกรีมชาเขียวถั่วแดง หวานเย็นฉ่ำแบบญี่ปุ่น

          ใครที่กำลังจะเดินทางไปญี่ปุ่นอย่าลืมไปลิ้มลองสูตรขนมญี่ปุ่นเหล่านี้กันนะคะ แต่สำหรับคนที่อยู่ทางนี้อย่าเพิ่งเศร้า ไม่ต้องฝากซื้อให้เสียสตุ้งสตางค์ ลองมาทำขนมหวานญี่ปุ่นกินเองกันเถอะ กินเยอะแค่ไหนก็จัดไป

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
11 สูตรขนมญี่ปุ่น เสิร์ฟของหวานสุดฮิตฉบับไทยทำ โพสต์เมื่อ 4 กรกฎาคม 2559 เวลา 14:03:06 55,966 อ่าน
TOP