12 วิธีทำขนมดังจากญี่ปุ่น หน้าตาดีทำเองได้อร่อยไม่แพ้ต้นตำรับ

          ถูกใจสายขนม ! พบกับเมนูขนมดังจากญี่ปุ่น สูตรเบเกอรี่หลากแบบทำเองได้ ใครกินก็อร่อย ถ้าไม่เชื่อมาพิสูจน์กันเลย
          ใครเบื่อขนมไทยแล้วแอบปันใจให้กับขนมญี่ปุ่นเหมือนกันบ้าง ? ต่อไปนี้ไม่ต้องไปกินไกลถึงญี่ปุ่น หรือไปหาซื้อจากร้านดังให้วุ่นวาย เพราะเรามีวิธีทำขนมญี่ปุ่นง่าย ๆ มาฝากจ้า กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำขนมดังจากญี่ปุ่น เช่น เค้กไข่ญี่ปุ่น ชีสเค้กญี่ปุ่น ขนมปังฮอกไกโด โมจิหยดน้ำ ไดฟูกุ เป็นต้น ถ้าพร้อมแล้วลุยเลยค่ะ
 

1. ไดฟูกุสตรอว์เบอร์รีชาเขียวถั่วแดง

          ไดฟูกุเป็นขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น โดยเฉพาะไดฟูกุไส้ถั่วแดง ถ้าทำกินเองลองใส่ผลไม้ลงไปตัดเลี่ยนหน่อยดีไหม พบกับเมนูไดฟูกุสตรอว์เบอร์รีชาเขียวถั่วแดง แป้งใส่ผงชาเขียวสีสวย สอดไส้ถั่วแดงกวนและสตรอว์เบอร์รี

 

ส่วนผสม ไส้ถั่วแดงกวน

  • ถั่วแดงหลวง 200 กรัม
  • น้ำสะอาด 1.5 ลิตร (สำหรับต้ม)
  • น้ำตาลทรายแดง 160 กรัม
  • เนยสดจืด 30 กรัม
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
     

ส่วนผสม แป้งไดฟูกุ

  • แป้งข้าวเหนียว 150 กรัม
  • แป้งข้าวโพด 20 กรัม
  • ผงชาเขียว 8 กรัม
  • น้ำตาลทรายป่นละเอียด 70 กรัม
  • น้ำสะอาด 250 กรัม
  • แป้งมัน สำหรับทำแป้งนวล 100 กรัม
     

วิธีทำไดฟูกุสตรอว์เบอร์รี

     1. ทำไส้ถั่วแดงกวน โดยล้างถั่วแดงหลวงให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้อย่างน้อย 8 ชั่วโมง หรือค้างคืน นำถั่วแดงที่แช่ครบเวลาแล้วมาล้างน้ำให้สะอาดอีกครั้งก่อนนำไปต้ม เพื่อถั่วแดงกวนจะได้ไม่บูดง่าย
     2. ใส่ถั่วแดงลงในหม้อ เติมน้ำ 1.5 ลิตร ต้มไฟอ่อนประมาณ 60-90 นาที ต้มจนถั่วแดงเปื่อยนิ่มและน้ำแห้งลง ยกลงจากเตาพักให้เย็น พักให้ถั่วแดงเย็นแล้วนำไปปั่น
     3. ตั้งกระทะใช้ไฟอ่อน ใส่เนยลงไป ผัดจนเนยละลาย ใส่ถั่วแดงที่ปั่นแล้วลงไป พร้อมน้ำตาลทรายแดงและเกลือ กวนจนถั่วแดงแห้ง ไม่ติดกระทะ (ทำไดฟูกุเลยต้องกวนให้แห้ง จะได้ปั้นง่าย ไม่ติดมือ และขึ้นรูปสวย แต่ถ้าใช้อย่างอื่นเช่นราดไอศกรีมไม่ต้องกวนแห้ง) พักถั่วแดงให้เย็นแล้วค่อยเอาไปปั้น
     4. นำสตรอว์เบอร์รีมาตัดหัวล้างให้สะอาด และนำถั่วแดงกวนมาปั้นหุ้มสตรอว์เบอร์รี ระหว่างรอทำแป้งก็เอาไปเก็บในตู้เย็น
     5. ทำแป้งไดฟูกุ โดยนำแป้งมันไปคั่วในกระทะประมาณ 10-15 นาที เพื่อทำแป้งนวล
     6. ผสมแป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวโพด น้ำตาลทราย และผงชาเขียว คนผสมให้เข้ากัน เติมน้ำลงไป คนผสมจนเข้ากันและแป้งไม่เป็นเม็ด
     7. นำเข้าไมโครเวฟ 3-4 นาที หรือจะนำเข้าครั้งละ 1 นาที แล้วเอาออกมาแซะขอบแล้วนำเข้าไมโครเวฟใหม่จนครบเวลา หรือรอจนแป้งสุกทีเดียวก็ได้ แล้วนำก้อนแป้งใส่ลงในแป้งนวล ตัดแบ่งเป็นก้อน นำไปรีดให้เป็นแผ่นบาง ๆ แล้วเอาไปหุ้มไส้ที่ทำไว้ พร้อมเสิร์ฟ

 

ดูวิธีทำ ไดฟูกุสตรอว์เบอร์รีชาเขียวถั่วแดง เพิ่มเติมคลิก

2. โมจิหยดน้ำ

          ใครอยากกินเมนูโมจิหยดน้ำ ขนมดังจากญี่ปุ่นมาลองทำเองกันเถอะ สูตรนี้ใช้น้ำวุ้นทำจากผงวุ้นญี่ปุ่น พอเดือดแล้วเทใส่พิมพ์ พอเซตตัวโรยผงถั่วคินาโกะและราดน้ำตาลเคี่ยว

 

ส่วนผสม โมจิหยดน้ำ

  • ผงวุ้นญี่ปุ่น 12-15 กรัม
  • น้ำตาลทราย 30-40 กรัม (เพิ่ม-ลดได้ตามความชอบ)
  • น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร
  • ผงถั่วคินาโกะ
  • น้ำตาล เคี่ยว หรือน้ำตาลสีดำ (ใช้น้ำเปล่ากับน้ำตาลแดง หรือน้ำตาลทรายแดงที่ใส่ในเฉาก๊วยอย่างละเท่า ๆ กัน เคี่ยวจนเหนียว ทั้งนี้อาจใช้น้ำผึ้งหรือไซรัปแทนได้)
     

อุปกรณ์

  • พิมพ์เค้กหยดน้ำ
     

วิธีทำโมจิหยดน้ำ

     1. ผสมผงวุ้นกับน้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน
     2. ใส่น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ ลงไปคนเบา ๆ ให้ส่วนผสมละลาย เติมน้ำเปล่าอีก 1 ช้อนโต๊ะ ประมาณ 1-2 ครั้ง แล้วใส่น้ำเปล่าที่เหลือจนหมด คนให้เข้ากัน (เคล็ดลับ : ตอนคนส่วนผสมให้คนเบา ๆ ใช้ไฟกลางไม่แรงค่อย ๆ คนค่ะ ถ้าคนเบามือวุ้นจะใส)
     3. นำส่วนผสมไปต้ม พอเริ่มเดือด มีฟองอากาศที่ก้นและขอบ ๆ ยกลง ช้อนฟองออก พักไว้
     4. พออุ่นเทใส่พิมพ์ นำเข้าตู้เย็นจนเซตตัว จัดใส่จาน โรยผงถั่วคินาโกะ ราดด้วยน้ำตาลเคี่ยว

 

ดูวิธีทำ โมจิหยดน้ำ เพิ่มเติมคลิก

3. ชีสเค้กญี่ปุ่น

          ไปซื้อกินก็แพงเว่อร์ ถ้าทำเองคุ้มกว่าเยอะ ขอนำเสนอเมนูชีสเค้กญี่ปุ่น ตัวเค้กใส่ครีมชีส นมสด ไข่ และเนยสด อบแบบเทน้ำร้อนใส่ลงในถาดเพื่อให้ขนมนุ่มไม่แห้งกระด้าง
 

ส่วนผสม ชีสเค้กญี่ปุ่น (สูตรสำหรับเค้ก 2 ปอนด์ ปรับสูตรนิดหน่อย)

  • แป้งเค้ก 50 กรัม
  • แป้งข้าวโพด 15 กรัม
  • นมสด 80 กรัม
  • ครีมชีส 140 กรัม
  • เนยสด 40 กรัม
  • ไข่แดง 75 กรัม
  • ไข่ขาว 180 กรัม
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 120 กรัม
     

วิธีทำชีสเค้กญี่ปุ่น

      1. วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส ใช้ไฟล่างอย่างเดียวเตรียมไว้ และทาไขมันที่พิมพ์ รองด้วยกระดาษไขที่ก้นพิมพ์และรอบ ๆ พิมพ์
     2. ร่อนแป้งเค้กและแป้งข้าวโพดเข้าด้วยกัน 1 ครั้ง เตรียมไว้
     3. นำนมสดใส่ถ้วย นำเข้าไมโครเวฟ 1.30 นาที (หรือนำไปต้มจนเดือด) จากนั้นใส่ครีมชีสและเนยสดลงไป คนผสมแรง ๆ จนส่วนผสมเข้ากัน (ถ้าส่วนผสมเป็นก้อนก็พยายามบี้ ๆ ไม่ต้องยั้งมือ)
     4. ใส่ไข่แดงและน้ำมะนาวลงไป คนจนส่วนผสมเข้ากันแล้วนำไปกรองผ่านกระชอน 2 รอบ เพื่อให้ได้ส่วนผสมเนื้อเนียน ใส่แป้งลงในส่วนผสมนมสด (ข้อ 3) ใช้ตะกร้อมือตะล่อมหรือคนจนส่วนผสมเข้ากัน (ไม่ต้องยั้งมือ) พักไว้
     5. ตีไข่ขาวจนฟองอากาศเนียนละเอียด ใส่น้ำตาลทรายลงไป ตีต่อจนตั้งยอดอ่อน
     6. แบ่งใส่ไข่ขาวลงไปผสมกับส่วนผสมไข่แดง (ข้อ 4) 3 ส่วน แต่ละครั้งตะล่อมให้เข้ากัน กระแทกอ่างผสมเบา ๆ 2-3 ครั้งให้ฟองอากาศลอยขึ้นมา ค่อย ๆ เทส่วนผสมใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ นำเข้าอบแบบเทน้ำร้อนใส่ลงในถาด (Water Bath) อบนานประมาณ 1 ชั่วโมง - 1 ชั่วโมง 15 นาที ถ้าอบปอนด์เดียวประมาณ 45-50 นาทีก็สุก (เช็กสุกด้วยการเอาไม้จิ้มฟันจิ้มลงไปในเค้ก ถ้าดึงออกแล้วไม้จิ้มฟันแห้ง ๆ ไม่มีขนมเหนียว ๆ เกาะแสดงว่าใช้ได้แล้วค่ะ) ก่อนครบเวลาประมาณ 5 นาที เปิดไฟบนด้วยถ้าชอบให้หน้าด้านบนมีสีเข้มหน่อย
     7. นำขนมออกจากเตาแล้วนำออกจากพิมพ์ทันที (ไม่เช่นนั้นเค้กจะหด) คว่ำเค้กก่อน แล้วค่อยหงายอีกรอบ ตัดแบ่งเป็นชิ้น จะกินเลยหรือแช่เย็นก็ได้ ถ้ากินเลยจะได้เนื้อเค้กหอมนุ่ม แต่ได้เนื้อเค้กเต็ม ๆ ถ้าแช่เย็นเค้กจะแข็งขึ้นนิดหน่อย แต่ยังอร่อยแน่นอน

 

ดูวิธีทำ ชีสเค้กญี่ปุ่น เพิ่มเติมคลิก

4. ชีสเค้กซูเฟล่ญี่ปุ่น

          อย่างที่รู้กันดีว่าถ้าทำเมนูชีสเค้กญี่ปุ่น (Japanese Souffle Cheesecake) ต้องมีเตาอบ ถ้าไม่มีก็จบ ! แต่สำหรับชีสเค้กญี่ปุ่นสูตรนี้ไม่ต้องใช้เตาอบ เพราะใช้หม้อหุงข้าวแทนจ้า แค่จับส่วนผสมทุกอย่างตีผสมให้เข้ากันแล้วเทลงหม้อหุงข้าว เสร็จแล้วกดปุ่มหุงจนสุก
 

ส่วนผสม แป้ง (ส่วนผสม A)

  • ครีมชีส 3/4 ถ้วยตวง
  • เนยจืด 2+1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย (a) 2 ช้อนโต๊ะ
  • นมจืด 1/2 ถ้วยตวง
  • ไข่แดง 3 ฟอง
  • แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1/3 ถ้วยตวง
     

ส่วนผสม ไข่ขาว (ส่วนผสม B)

  • ไข่ขาว 3 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วยตวง
     

วิธีทำชีสเค้กญี่ปุ่น

     1. แยกไข่แดงกับไข่ขาวก่อน โดยส่วนของไข่ขาวนำมาตีจนเป็นฟองหยาบ สลับกับใส่น้ำตาลทราย (เคล็ดลับ : ภาชนะและหัวตีต้องแห้งสนิทนะคะ ถ้ามีน้ำอยู่จะทำให้เกิดกลิ่นคาวและตีขึ้นยอดได้ยาก) ตีจนส่วนผสมไข่ขาวตั้งยอดแข็ง และมีความมันวาว แล้วพักไว้ก่อน
     2. มาที่ส่วนผสมแป้ง (A) นำเนยและครีมชีสที่อุณหภูมิห้องใส่อ่างผสม ตีเนยและครีมชีสให้เข้ากันดี ระหว่างนี้ต้มน้ำใส่หม้อที่ใหญ่พอจะสามารถเอาอ่างผสมซ้อนด้านบนได้ ใส่นมและตีส่วนผสมให้เข้ากันดี โดยซ้อนอ่างผสมบนหม้อน้ำร้อน (Double Boiled) ใส่ไข่แดงและน้ำตาลทราย (A) แล้วคนให้เข้ากัน ร่อนแป้งข้าวโพดและแป้งอเนกประสงค์ลงไปผสม ใส่ส่วนผสมไข่ขาวที่ตีไว้แล้ว ทยอยใส่สองถึงสามรอบ หลังจากนี้ใช้การตะล่อมเอาแทนการตี
     3. ระหว่างนี้อุ่นหม้อหุงข้าวรอเลย กรุก้นหม้อหุงข้าวด้วยกระดาษไขแล้วใส่ส่วนผสมลงไป กดหุงแล้วก็รอ ถ้าหม้อมันตัดก็รอแป๊บหนึ่งกดหุงใหม่ อาจจะต้องกดถึง 3 รอบแล้วแต่หม้อหุงข้าวของแต่ละบ้าน เช็กได้ด้วยการใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มเนื้อเค้ก ถ้าไม่มีอะไรติดไม้ขึ้นมาก็แสดงว่าเค้กสุกแล้ว เสร็จแล้ว

 

ดูวิธีทำ ชีสเค้กซูเฟล่ญี่ปุ่น เพิ่มเติมคลิก

5. ไอศกรีมมันม่วง

          ใครอยากคลายร้อนต้องมาทำเมนูไอศกรีมมันม่วง สูตรไอศกรีมดังจากญี่ปุ่น จับมันม่วงนึ่งผสมกับวิปปิ้งครีม นมสด และนมข้นหวาน พอผสมจนเนียนเข้ากันแล้วก็เอาไปแช่แข็งจนเซตตัว
 

ส่วนผสม ไอศกรีมมันม่วง

  • มันม่วง
  • นมสด
  • นมข้นหวาน
  • วิปปิ้งครีม
  • น้ำตาลทรายป่น
  • น้ำแข็ง สำหรับตีวิปครีม
     

วิธีทำไอศกรีมมันม่วง

     1. นึ่งมันม่วงจนสุก เตรียมไว้
     2. ใส่วิปปิ้งครีมลงในถ้วย เติมน้ำตาลลงไป ปริมาณตามชอบ
     3. ถ้วยและอุปกรณ์ทุกอย่างควรจะเย็น ใช้หม้อใบใหญ่ใสน้ำแข็งรองไว้แล้วตีส่วนผสมวิปปิ้งครีมแรง ๆ ตีจนวิปปิ้งครีมจนขึ้นยอด
     4. ผสมมันม่วง นมสด และนมข้นหวานแล้วนำไปปั่น จากนั้นนำไปกรองในกระชอน หรือผ้าขาวบาง แนะนำถ้าได้ผ้าขาวบางจะดีกว่า เนื้อจะได้นุ่มกว่า ผสมวิปปิ้งครีมกับมันม่วงเข้าด้วยกัน ค่อย ๆ ตะล่อม ๆ แล้วก็ตักลงกล่อง นำไปแช่ตู้เย็นทิ้งไว้หนึ่งคืนค่อยจัดเสิร์ฟ

 

ดูวิธีทำ ไอศกรีมมันม่วง เพิ่มเติมคลิก

6. เค้กโรลชาเขียวถั่วแดง

          หน้าตาดีแบบนี้ใคร ๆ ก็อยากลองทำสำหรับเมนูเค้กโรลชาเขียวถั่วแดง ขนมญี่ปุ่นแสนอร่อย ตัวแป้งใส่ผงชาเขียว นมสด และกลิ่นวานิลลา ส่วนไส้ถั่วแดงทำจากถั่วแดงสำเร็จรูป ผสมกับวิปครีมและน้ำตาลทราย

 

ส่วนผสม เค้กโรลชาเขียว (สูตรที่ลงไว้คือสูตรเต็ม แต่เจ้าของกระทู้ทำแค่ครึ่งสูตร)

  • แป้งเค้ก 75 กรัม
  • ผงชาเขียว 10 กรัม
  • ไข่แดง 4 ฟอง
  • น้ำตาลทราย (1) 30 กรัม
  • น้ำมันพืช 40 กรัม
  • นมสด 40 กรัม
  • ไข่ขาว 4 ฟอง
  • กลิ่นวานิลลา
  • น้ำตาลทราย (2) 60 กรัม
  • พิมพ์ขนาด 8x12 นิ้ว ปูกระดาษไข
     

ส่วนผสม ไส้ถั่วแดง

  • ถั่วแดงสำเร็จรูป
  • วิปปิ้งครีมหรือกะทิ
  • น้ำตาลทรายป่น
     

วิธีทำเค้กโรลถั่วแดง

     1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส ใช้ไฟล่างอย่างเดียว เตรียมไว้
     2. ร่อนแป้งเค้กกับผงชาเขียวเข้าด้วยกัน 2 ครั้ง เตรียมไว้
     3. ตีผสมไข่แดงกับน้ำตาลทราย (1) ในอ่างผสมจนสีซีดลง ใส่นมสดและน้ำมันลงไปตีต่อจนส่วนผสมเข้ากันดี จากนั้นเทส่วนผสมแป้งลงไป ใช้พายยางคนผสมจนเข้ากัน (ส่วนผสมหนืดมากไม่รู้เป็นเพราะชาเขียวดูดน้ำหรือเปล่า เลยแอบเพิ่มน้ำมันพืช 10 กรัม และนมอีก 10 กรัม)
     4. ตีไข่ขาวจนตั้งยอดอ่อน แบ่งไข่ขาวเป็น 3 ส่วน แล้วนำไปตะล่อมกับส่วนผสมของไข่แดงจนครบ 3 ครั้ง (ตอนตะล่อมทำเร็ว ๆ แต่ขอบอกว่า แบทเตอร์ (ส่วนผสมแป้ง) ไม่ค่อยยอมผสมกับไข่ขาวเลยเลยตะล่อมนานกว่าทำเค้กชิฟฟ่อนอื่น) เทส่วนผสมใส่ถาดแล้วเคาะไล่อากาศ 2 ครั้ง จากนั้นนำไปอบประมาณ 12-15 นาที ก่อนครบเวลา 5 นาที ให้เปิดไฟบน (แล้วแต่เตาด้วย พอดีเตาในสูตรใช้ขนาดเล็กมาก และถนัดอบด้วยวิธีนี้) อบจนเค้กสุก
     5. นำออกจากเตา รอให้เค้กเย็นลงประมาณ 2 นาที แล้วคว่ำหน้าเค้กบนกระดาษไข จากนั้นลอกกระดาษไขที่รองอบออก (ม้วนเค้กแล้วพักไว้ก่อน
     6. ทำไส้ถั่วแดงโดยต้มถั่วแดงกับกะทิ หรือนำไปตีผสมกับวิปปิ้งครีม เติมน้ำตาลทรายลงไปเล็กน้อย ชิมรสตามชอบ  
     7. แผ่เค้กที่ม้วนออก ปาดด้วยไส้ถั่วแดงที่เตรียมไว้ให้ทั่ว โดยเว้นขอบประมาณ 1-2 นิ้ว จากนั้นม้วนเป็นท่อน ๆ แล้วม้วนปลายด้านข้างทั้งสอง นำไปแช่ตู้เย็นอย่างน้อย 4 ชั่วโมง หรือข้ามคืนให้เค้กเซตตัว
     8. นำออกจากตู้เย็น ตัดเป็นชิ้น ๆ แต่งด้วยไส้ครีมถั่วแดง และถั่วแดงกวนปั้นเป็นเม็ด ๆ พร้อมเสิร์ฟ

 

ดูวิธีทำ เค้กโรลชาเขียวถั่วแดง เพิ่มเติมคลิก

7. ไอศกรีมชาเขียวถั่วแดงโมจิ

          ไอศกรีมชาเขียวถั่วแดงก็ว่าอร่อยแล้ว ยิ่งถ้าเพิ่มแป้งโมจิเหนียวนุ่มคงฟินหนักมาก ชวนทำเมนูไอศกรีมชาเขียวถั่วแดงโมจิ ใสพร้อมวิธีทำไอศกรีมชาเขียว ถั่วแดงบด และโม ลองทำให้คนพิเศษได้เลยนะคะ

 

ส่วนผสม ไอศกรีมชาเขียวถั่วแดง

  • ผงชาเขียว 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 50 มิลลิลิตร
  • วิปปิ้งครีม 450 มิลลิลิตร
  • นมสด 50 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วยตวง
  • ผงคินาโกะ
  • ถั่วแดงบด
  • โมจิ
     

ส่วนผสม ถั่วแดงบด

  • ถั่วแดง 1/2 ถ้วยตวง
  • น้ำเปล่า (อัตราส่วนอยู่ในวิธีทำ)
  • น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง + 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1/8 ช้อนชา
     

ส่วนผสม โมจิ

  • น้ำเปล่า 1/2 ถ้วยตวง
  • แป้งข้าวเหนียว 1/2 ถ้วยตวง
     

วิธีทำถั่วแดงบดด้วยไมโครเวฟ

     1. นำถั่วแดงไปแช่น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง เป็นเวลา 3-6 ชั่วโมง
     2. นำถั่วแดงไปล้างฟองออก เทใส่ถ้วย เติมน้ำเปล่าใส่ 3 เท่า แล้วเข้าไมโครเวฟใช้กำลังไฟ 800 วัตต์ เป็นเวลา 30 นาที
     3. นำถั่วแดง ไปปั่นต่อในเครื่องปั่น เทน้ำตาลทราย เกลือ และน้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง ใส่ลงไป คนให้เข้ากัน แล้วนำไปเข้าไมโครเวฟ 25 นาที เสร็จแล้วพักไว้ให้เย็น

 

วิธีทำโมจิด้วยไมโครเวฟ

     1. นำน้ำเปล่ากับแป้งข้าวเหนียวมาผสมให้เข้ากัน
     2. เข้าไมโครเวฟใช้กำลังไฟ 800 วัตต์ เป็นเวลา 5 นาที พักไว้ให้เย็น

 

วิธีทำไอศกรีมชาเขียว

     1. นำน้ำเปล่าเข้าไมโครเวฟใช้กำลังไฟ 800 วัตต์ เป็นเวลา 2 นาที แล้วจึงใส่ผงชาเขียวลงไปคนให้เข้ากันแล้วพักไว้ให้เย็น
     2. นำวิปปิ้งครีมผสมกับน้ำตาลทรายแล้วตีจนขึ้นฟู
     3. จากนั้นจึงใส่น้ำชาเขียวลงไปคนให้เข้ากันแล้วใส่นมสดลงไปคนให้เข้ากัน
     4. เทใส่ภาชนะมีฝาปิดแล้วนำไปแช่ช่องฟรีซ 8-10 ชั่วโมง จนไอศกรีมเซตตัว
     5. นำไอศกรีมใส่ถ้วย ตกแต่งด้วยถั่วแดงบด โมจิ และโรยหน้าด้วยผงคินาโกะ (ผงถั่วเหลือง) ให้สวยงามตามชอบ แค่นี้ก็พร้อมเสิร์ฟแล้ว

 

ดูวิธีทำ เค้กโรลชาเขียวถั่วแดง เพิ่มเติมคลิก

8. ชีสทาร์ตญี่ปุ่น

          ติดใจรสชาติชีสทาร์ตญี่ปุ่นจากร้านขนมญี่ปุ่นเจ้าดัง แต่แอบคิดว่าราคาต่อชิ้นแพงไปหน่อย วันหยุดเลยอยากทำเองดีกว่า แป้งทาร์ตกรอบกรุบมาพร้อมครีมชีสคัสตาร์ด ทาหน้าขนมด้วยไข่แดงเพิ่มความสวย

 

ส่วนผสม แป้งทาร์ต

  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 85 กรัม
  • น้ำตาลทราย 20 กรัม
  • เกลือ 1/4 ช้อนชา
  • เนยจืดเย็น 42 กรัม
  • ไข่แดง 1 ฟอง
  • นมสด 1/2 ช้อนชา
     

ส่วนผสม ครีมชีสคัสตาร์ด

  • ครีมชีส 110 กรัม
  • พาร์มีซานชีส 8 กรัม
  • เนยจืด 20 กรัม
  • นมสด 50 กรัม
  • แป้งข้าวโพด 4 กรัม
  • ไข่ไก่ 1/2 ฟอง
  • วานิลลา 1/4 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 25 กรัม
     

วิธีทำชีสทาร์ตญี่ปุ่น

     1. ทำแป้งทาร์ต โดยผสมแป้ง น้ำตาลทราย และเกลือ คนให้เข้ากัน
     2. ใส่เนยจืดเย็นลงไป ต้องใช้เนยเย็นเท่านั้นนะคะ แล้วคนให้เข้ากัน คน ๆ บี้ ๆ เนยจนจนร่วนแบบทราย ใส่ไข่แดงและนมจืด นวดให้เข้ากันจนเนียน แล้วห่อด้วยพลาสติก นำไปแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา 1 ชั่วโมง
     3. ทาพิมพ์ด้วยเนยจืดก่อน แล้วกรุด้วยแป้งทาร์ตประมาณ 25-30 กรัม แล้วแต่ขนาดของพิมพ์ พยายามเกลี่ยแป้งให้เท่า ๆ กันตลอดพิมพ์ หลังจากนั้นจึงจิ้มด้วยส้อม นำไปอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 15 นาที
     4. ทำครีมชีสคัสตาร์ด ต้องทำบนอ่างน้ำร้อน โดยผสมครีมชีส พาร์มีซานชีส และเนยจืดลงในอ่างผสม ใส่ไข่ครึ่งฟอง (ตีไข่ให้แตกก่อนนะคะ) แล้วตีให้เข้ากัน
     5. ละลายแป้งข้าวโพดและนมสด แล้วเทผสมกับครีมชีส คนให้เนียน ใส่น้ำตาลทรายและวานิลลา คนต่อไปเรื่อย ๆ จนครีมเริ่มหนืด เอาครีมชีสใส่ถุงบีบ ถ้าใครไม่มีใช้ช้อนตักได้เลยจ้า บีบครีมลงบนแป้งทาร์ตที่อบแล้ว
     6. ทาหน้าขนมด้วยไข่แดง นำไปอบที่อุณหภูมิ 220 องศาเซลเซียส ประมาณ 12-15 นาที หรือจนหน้าขนมเหลืองสวย

 

ดูวิธีทำ ชีสทาร์ตญี่ปุ่น เพิ่มเติมคลิก

9. ไดฟูกุสตรอว์เบอร์รีถั่วแดงกวน

          เซอร์ไพรส์คนพิเศษด้วยการทำขนมญี่ปุ่นสุดโปรดกันเถอะ ขอนำเสนอไดฟูกุสตรอว์เบอร์รีถั่วแดงกวน จับถั่วแดงกวนห่อสตรอว์เบอร์รี สุดท้ายเอาแป้งไดฟูกุห่อไส้ให้สวยงาม

 

ส่วนผสม ไดฟูกุสตรอว์เบอร์รีถั่วแดงกวน

  • สตรอว์เบอร์รีสด 20 ลูก
  • ถั่วแดงกวน 2 ถ้วย
  • แป้งไดฟูกุสุกแล้ว 2+1/2 ถ้วย
  • น้ำตาลไอซิ่ง 4 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งมันสำปะหลังคั่วสุก สำหรับทำแป้งนวล 2 ถ้วย
     

ส่วนผสม แป้งไดฟูกุ

  • แป้งข้าวเหนียว 200 กรัม
  • แป้งข้าวโพด 5 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทรายป่น 6 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 1+1/4 ถ้วย
     

ส่วนผสม ไส้ถั่วแดงกวน

  • ถั่วแดงเมล็ดใหญ่ (ต้มสุกและบดละเอียด) 3 ถ้วย
  • เนยสดเค็ม 1/4 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
     

วิธีทำไดฟูกุสตรอว์เบอร์รีถั่วแดงกวน

     1. ทำไส้ถั่วแดงกวน โดยกวนส่วนผสมถั่วแดงเข้าด้วยกันจนปั้นได้ พักไว้ให้เย็น
     2. นำถั่วแดงกวนมาห่อสตรอว์เบอร์รีให้มิดทั้งลูก เตรียมไว้
     3. ทำแป้งไดฟูกุ โดยผสมแป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวโพด น้ำตาลทราย และน้ำเปล่า คนผสมเป็นเนื้อเดียวกัน นำเข้าเตาไมโครเวฟครั้งละ 1 นาที ยกออกมาคน แล้วนำเข้าไปใหม่อีกครั้งจนครบ 4 นาทีและแป้งสุก คนเบา ๆ ให้คลายความร้อน
     4. นำไปคลุกกับแป้งมันที่คั่วไว้ ผสมกับน้ำตาลไอซิ่ง 4 ช้อนโต๊ะ คลุกเบา ๆ ให้แป้งมันเกาะแป้งไดฟูกุ ตัดเป็นก้อนเท่ากับสตรอว์เบอร์รี
     5. นำแป้งแต่ละก้อนมาคลึงเป็นแผ่น ห่อสตรอว์เบอร์รีถั่วแดงที่เตรียมไว้ คลุกแป้งมันอีกครั้ง จัดใส่จานเสิร์ฟ

 

ดูวิธีทำ ไดฟูกุสตรอว์เบอร์รีถั่วแดงกวน เพิ่มเติมคลิก

10. เจลลี่ซากุระ

          ใครหาซื้อดอกซากุระได้จัดเลยกับเจลลี่ซากุระ เริ่มจากทำวุ้นเต้าฮวยให้เรียบร้อยแล้วเทใส่พิมพ์ วางซากุระลงไปให้สวยงาม เอาไปแช่เย็นกินอร่อยชื่นใจ

 

ส่วนผสม เจลลี่ซากุระ

  • ผงทำเต้าฮวยเย็นกลิ่นมะลิ 1 ซอง (29 บาท)
  • น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร
  • ผงวุ้นสำหรับทำขนม 1/2 ช้อนโต๊ะ หรือ 7.5 มิลลิลิตร (1 ซอง ราคา 35 บาท)
  • น้ำตาลทรายขาว 1/2 ถ้วยตวง
  • ดอกซากุระหมักเกลือ (ฝากเพื่อนซื้อมาจากญี่ปุ่น)
  • แม่พิมพ์รูปดอกไม้ (เพื่อนส่งมาให้จากอินโดฯ ถ้าไม่มีประยุกต์ใช้แม่พิมพ์อย่างอื่นแทนได้)
     

วิธีทำเจลลี่ซากุระ

     1. นำดอกซากุระหมักเกลือไปแช่น้ำเพื่อละลายความเค็ม ในสูตรแช่อยู่ 3 ชั่วโมง
     2. ทำเต้าฮวย โดยดูวิธีทำที่ระบุข้างหลังซอง พอปรุงเสร็จแล้วคนให้คลายความร้อนสักพัก เทใส่พิมพ์แล้วนำไปแช่ตู้เย็น
     3. ทำส่วนผสมวุ้นโดยเทน้ำเปล่าลงในหม้อ ตามด้วยผงวุ้นคนให้ละลายประมาณ 10-15 นาที ตามด้วยน้ำตาลทรายขาวคนต่ออีก 10 นาที หรือจนน้ำตาลละลาย
     4. ยกหม้อไปตั้งไฟใช้ไฟกลาง คนวุ้นไปเรื่อย ๆ หมั่นคนนะคะ จะมีจังหวะหนึ่งที่เดือดมาก ๆ ให้หรี่ไฟลง จะเห็นว่าวุ้นใสแล้ว เช็กด้วยการดูหลังทัพพี ถ้าไม่มีผงวุ้นเกาะทัพพีเป็นเม็ด นั่นคือละลายหมดแล้ว (เคล็ดลับ : อยากได้วุ้นที่ใส ต้องหมั่นคน)
     5. นำพิมพ์เต้าฮวยที่แช่ไว้ออกมา เทส่วนผสมวุ้นลงไป แล้ววางซากุระตามลงไป จังหวะนี้ต้องรวดเร็ว เพราะวุ้นแข็งตัวไวมาก นำกลับไปแช่ตู้เย็นอีกสักพัก
     6. พอนำออกมาจะเป็นแบบนี้ รูปนี้ตอนอยู่ในพิมพ์
     7. พิมพ์รุ่นนี้ใช้ง่าย แค่ดึงข้างล่างออกจะเหลือเป็นถาดไว้ และตัวแม่พิมพ์ก็แบ่งชิ้นเจลลี่ให้เราอยู่แล้ว ตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ เสิร์ฟเย็น ๆ ค่ะ

 

ดูวิธีทำ เจลลี่ซากุระ เพิ่มเติมคลิก

11. เมลอนปัง

          เมลอนปัง อีกหนึ่งเมนูขนมดังจากญี่ปุ่น จับแป้งคุกกี้วางบนแป้งขนมปัง แล้วแต่งด้วยน้ำตาลทราย เหมาะกับการกินกับชาหรือกาแฟ

 

ส่วนผสม แป้งขนมปัง

  • แป้งขนมปัง 280 กรัม
  • นมผง 10 กรัม
  • น้ำตาลทราย 50 กรัม (สำหรับทำแป้งขนมปัง)
  • เกลือป่น (เล็กน้อย)
  • ยีสต์แห้ง 2 ช้อนชา
  • ไข่ไก่ (ตีพอแตก) 1 ฟอง
  • น้ำ 135 มิลลิลิตร
  • เนยจืด 30 กรัม (สำหรับทำแป้งขนมปัง)
  • น้ำตาลทราย (โรยหน้า)
     

ส่วนผสม แป้งคุกกี้

  • เนยจืด 70 กรัม (สำหรับทำแป้งคุกกี้)
  • น้ำตาลทราย 70 กรัม (สำหรับทำแป้งคุกกี้)
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 160 กรัม
  • ผงฟู 2 ช้อนชา
     

วิธีทำแป้งขนมปัง

     1. ใส่แป้งขนมปัง นมผง น้ำตาลทราย (50 กรัม) เกลือป่น และยีสต์แห้ง ลงในเครื่องปั่นอาหาร (**ใช้เครื่องสับอาหารมันเร็วกว่าเครื่องตีแป้งเยอะเลย) ปั่นของแห้งให้เข้ากัน
     2. ผสมไข่ไก่ 2 ช้อนโต๊ะกับน้ำเข้าด้วยกัน เทลงในส่วนผสมแป้ง ปั่นพอเข้ากัน ใส่เนยจืด (30 กรัม) ลงไปปั่นให้ส่วนผสมเข้ากันอีกครั้งแล้วใช้มือนวดต่อ พักแป้งทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง (เพื่อให้ยีสต์ทำงาน)

 

วิธีทำแป้งคุกกี้

     1. ใส่เนย (70 กรัม) และน้ำตาลทราย (70 กรัม) ลงในอ่างผสม ตีผสมให้เข้ากันจนนิ่ม ใส่ไข่ไก่ที่เหลือลงไป ร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์กับผงฟูลงไป นวดผสมให้เข้ากัน นำไปแช่เย็นพักไว้
     2. นำส่วนผสมแป้งที่พักไว้จนขึ้นฟูแล้วมารีดเป็นแผ่น ๆ (เพื่อไล่ลม) แบ่งแป้งขนมปังเป็น 10 ก้อน ก้อนละ 50 กรัม ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ เตรียมไว้
     3. แบ่งแป้งคุกกี้เป็น 10 ก้อน ก้อนละประมาณ 30 กรัม ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ เตรียมไว้

 

วิธีทำเมลอนปัง

     1. นำแป้งคุกกี้ใส่ถุงพลาสติก รีดจนแบน
     2. วางคว่ำแป้งขนมปังลงบนแผ่นแป้งคุกกี้ พลิกก้อนแป้งหงายขึ้น ดึงถุงพลาสติกออก ใช้มือห่อให้แน่น ๆ
     3. นำหน้าขนมปังวางลงบนน้ำตาลทรายให้ติดทั่วขนม วางบนแผ่นรองอบ แล้วใช้มีดกดหน้าขนมเบา ๆ จนเป็นร่อง ๆ วางพักทิ้งไว้จนขนมขึ้นฟู
     4. นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 150-160 องศาเซลเซียส ประมาณ 15-18 นาที (แล้วแต่เตาบ้านใครบ้านมัน)

 

ดูวิธีทำ เมลอนปัง เพิ่มเติมคลิก

12. ขนมปังฮอกไกโด

          ในที่สุดก็เจอเมนูขนมปังฮอกไกโด สูตรขนมดังจากญี่ปุ่นเนื้อนุ่มอร่อยด้วยแป้งเปียก ไม่ใส่สารเสริมและวัตถุกันเสีย ทาหน้าด้วยไข่ไก่ก่อนอบเพิ่มความงาม

 

ขนมปังฮอกไกโด (Hokkaido Milk Bread) สำหรับพิมพ์ขนาด 5x9 นิ้ว

ส่วนผสม แป้งเปียก (Tangzhong Method)

  • น้ำ 125 กรัม
  • แป้งขนมปัง 25 กรัม
     

ส่วนผสม แป้งโดว์

  • แป้งขนมปัง 175 กรัม
  • แป้งเค้ก 100 กรัม
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 50 กรัม
  • นมสด หรือนมข้นจืด 30 กรัม
  • วิปปิ้งครีม 45 กรัม
  • ไข่ไก่ 45 กรัม (ตีไข่แล้วนำมาชั่ง ส่วนที่เหลือเอาไว้ทาหน้าขนมปัง)
  • ยีสต์ 5 กรัม
  • เนยสด 25 กรัม
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • แป้งเปียก (TongZhong) 100 กรัม
     

หมายเหตุ :
     1. ร่อนแป้งแป้งขนมปังกับแป้งเค้กรวมกันแล้วพักไว้
     2. กลิ่นวานิลลาสามารถใส่พร้อมของเหลวช่วงแรกได้เลย

 

วิธีทำแป้งเปียก (TongZhong)

  • ผสมน้ำกับแป้งขนมปังในหม้อหรือกระทะ คนผสมจนเข้ากัน ตั้งไฟอ่อน ๆ คนไปเรื่อย ๆ พอแป้งเริ่มข้นก็คนต่ออีก 1 นาที จนแป้งสุกดี เทใส่ถ้วย คลุมด้วยพลาสติกหรือปิดฝา พักไว้ให้เย็น
     

วิธีทำขนมปังฮอกไกโด

     1. ใส่นมข้นจืด วิปปิ้งครีม ไข่ไก่ ยีสต์ และแป้งเปียก (จะทำให้ขนมปังนุ่มขึ้น) ลงไป ตีหรือใช้ตะกร้อคนพอเข้ากัน
     2. หลังจากนั้นนำแป้งเค้กกับแป้งขนมปังที่ร่อนไว้แล้วลงไปในโถผสม ตามด้วยน้ำตาลทรายกับเกลือป่น ตีจนแป้งเริ่มจับตัวกันเป็นก้อน
     3. ใส่เนยสดกับกลิ่นวานิลลา (สามารถใส่ไปตอนที่ผสมของเหลวได้) ตีแป้งต่อประมาณ 15-20 นาทีหรือจนแป้งเนียนขึงเป็นแผ่นฟิล์มได้ รวบแป้งให้ตึงเป็นทรงกลมแล้วพักแป้งให้ฟูขึ้นประมาณ 1 ชั่วโมง หรือจนแป้งจะฟูขึ้นเป็น 2 เท่า หลังจากนั้นชกไล่ลม แล้วนำแป้งมาแบ่งเป็น 3 ส่วนเท่ากัน คลึงเป็นก้อนกลมแล้วพักแป้งให้คลายตัว 10-20 นาที
     4. พอแป้งคลายตัวแล้ว ก็นำแป้งมารีดเป็นแผ่นบางแล้วม้วนให้แน่น จากนั้นวางเรียงไว้ในพิมพ์ที่ทาเนยหรือไขมันไว้แล้ว คลุมด้วยพลาสติกหรือเอาผ้าชุบน้ำหมาด ๆ คลุมไว้ และพักแป้งจนขึ้นฟูเป็น 2 เท่าใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นทาไข่ไก่ให้ทั่ว ๆ อบออกมาหน้าจะได้เงาสวย
     5. นำไปอบที่อุณหภูมิ 175-180 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 25-30 นาที

 

ดูวิธีทำ ขนมปังฮอกไกโด เพิ่มเติมคลิก

          ขนมดังจากญี่ปุ่นใคร ๆ ก็ทำได้ มีทั้งโมจิหยดน้ำ ไดฟูกุ เมลอนปัง ชีสเค้กญี่ปุ่น และเมนูขนมอื่น ๆ อีกเพียบ มามะมาจิ้มเลือกสูตรที่ชอบไปพร้อมกันเลยค่ะ

 

สนใจให้ Kapook.com แนะนำการทำอาหารด้วยเครื่องปรุง ของใช้ในครัว หรืออื่น ๆ รับทำการตลาดด้วย Social Network, Content Marketing

คลิกเลย

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
12 วิธีทำขนมดังจากญี่ปุ่น หน้าตาดีทำเองได้อร่อยไม่แพ้ต้นตำรับ โพสต์เมื่อ 5 ตุลาคม 2561 เวลา 17:09:58 5,332 อ่าน
TOP