x close

17 เมนูอาหารฤทธิ์เย็น มีประโยชน์ปรับสมดุลหน้าร้อนทั้งอาหารคาวและเครื่องดื่ม

          หน้าร้อนต้องจัด ! เมนูอาหารฤทธิ์เย็น สูตรอาหารเพื่อสุขภาพ ทั้งอาหารคาวและเครื่องดื่ม ช่วยปรับความสมดุลของร่างกาย เริ่มต้นดูแลสุขภาพด้วยอาหารกันเถอะ
          อากาศหน้าร้อนเชื่อว่าส่วนใหญ่คงจะอยากกินเมนูคลายร้อน เช่น ไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือน้ำอัดลมแช่เย็น เป็นต้น รู้ไหมว่าพวกอาหารหวานจัดเหล่านี้เป็นอาหารฤทธิ์ร้อน ถ้ากินมากไปย่อมไม่ดีต่อสุขภาพแน่นอน ลองเปลี่ยนมากินอาหารฤทธิ์เย็นปรับสมดุลกันดีไหม กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำเมนูอาหารฤทธิ์เย็น เช่น เมนูวุ้นเส้น เมนูเห็ด เมนูแกงจืด เมนูผัดผัก เมนูธัญพืช เมนูเต้าหู้ รวมทั้งเครื่องดื่มทำจากผักฤทธิ์เย็น เช่น ใบเตย ใบบัวบก มะเขือเทศ ผักกาดขาว ตำลึง มะนาว แตงกวา ฟักเขียว ฟักทอง ฟักแม้ว เป็นต้น หรือเครื่องดื่มทำจากผลไม้ฤทธิ์เย็น เช่น แก้วมังกร กล้วย สับปะรด แตงโม ส้มโอ สตรอว์เบอร์รี มะพร้าว แอปเปิล เป็นต้น ถ้าชอบสูตรไหนลองทำกันเลยจ้า
 
สูตรอาหาร

1. ข้าวต้มไรซ์เบอร์รีกุ้งกระเทียม

          ข้าวกล้องหรือข้าวไรซ์เบอร์รีเป็นอาหารฤทธิ์เย็น อยากแนะนำเมนูข้าวต้มไรซ์เบอร์รีกุ้งกระเทียม สูตรใส่น้ำซุปไก่ เพิ่มผักสีสันตามชอบ ราดกุ้งผัดกระเทียม และโรยผักชี
 

ส่วนผสม ข้าวต้มไรซ์เบอร์รี

  • น้ำซุปไก่ 1+1/2 ถ้วยตวง
  • ข้าวไรซ์เบอร์รีหุงสุก 1 ถ้วยตวง
  • กุ้งสด (ปอกเปลือกไว้หาง) 5 ตัว
  • ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนชา
  • หน่อไม้ฝรั่ง (หั่นเฉียง) 2 ช้อนโต๊ะ
  • แครอตหั่นเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยดำบดหยาบ 1/2 ช้อนชา
  • ซอสเห็ดหอม 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 2 ช้อน โต๊ะ
  • ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชี (ตกแต่ง)
     

วิธีทำข้าวต้มไรซ์เบอร์รี

     1. ต้มน้ำซุปไก่พอเดือด ใส่ข้าวไรซ์เบอร์รีลงต้มประมาณ 5 นาที
     2. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา จากนั้นใส่หน่อไม้ฝรั่งและแครอตลงต้มต่อจนผักสุก ยกลงจากเตา
     3. ตั้งกระทะใส่ น้ำมันพืชพอร้อน นำกระเทียมสับลงผัดพอเหลืองหอม จากนั้นใส่กุ้งลงผัดพอสุก
     4. ใส่ซอสเห็ดหอม ซีอิ๊วขาว น้ำเปล่า และพริกไทยดำผัดพอเข้ากัน โรยต้นหอมลงไป ตักข้าวต้มใส่ถ้วย ราดด้วยกุ้งผัดกระเทียม ตกแต่งด้วยผักชี จัดเสิร์ฟ

 

ดูวิธีทำ ข้าวต้มไรซ์เบอร์รีกุ้งกระเทียม เพิ่มเติมคลิก

2. ข้าวยำธัญพืช

           เมนูธัญพืชเป็นอีกหนึ่งในเมนูอาหารฤทธิ์เย็น ขอนำเสนอเมนูข้าวยำธัญพืช ใส่ข้าวกล้อง มะพร้าวคั่ว และธัญพืชต่าง ๆ มาพร้อมวิธีทำน้ำข้าวยำสูตรเด็ด
 

ส่วนผสม ข้าวยำธัญพืช

  • ข้าวกล้อง 1 ถ้วย
  • มะพร้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  • จมูกข้าว 1 ช้อนชา
  • งาดำ 1 ช้อนชา
  • ข้าวโอ๊ต 1 ถ้วย
  • พริกป่น 1/2 ช้อนชา
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ส้มโอหรือมะม่วงเปรี้ยว
  • ผักพื้นบ้าน ถั่วพู ชะพลู หรือผักอื่น ๆ ตามชอบ
     

ส่วนผสม น้ำข้าวยำ (น้ำเคยข้าวยำ)

  • น้ำเคยข้าวยำ 1/2 ถ้วย
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วย
  • เต้าเจี้ยวปลอดสารอย่างดี 1 ขวด
  • น้ำตาลอ้อย 1/2 กิโลกรัม
  • ข่าหั่นแว่นทุบละเอียด 2-3 แว่น
  • ตะไคร้ซอย 1 ต้น
  • ใบมะกรูดฉีก 2-3 ใบ
     

วิธีทำข้าวยำธัญพืช

     1. ปั่นเต้าเจี้ยวให้ละเอียด เตรียมไว้
     2. ตั้งหม้อใส่ส่วนผสมของน้ำเคยข้าวยำลงไป เคี่ยวจนเดือด จากนั้นให้เบาไฟ ใช้ไฟอ่อนเคี่ยวต่อจนหอม พอน้ำบูดูข้นแล้วจึงยกลง กรองเอาแต่น้ำบูดูมาใช้
     3. จัดเรียงข้าวกล้อง เครื่องเคียง และผักต่าง ๆ ลงในจานอย่างสวยงาม เทน้ำบูดูใส่ในถ้วยเล็ก ๆ เสิร์ฟพร้อมกัน

 

ดูวิธีทำ ข้าวยำธัญพืช เพิ่มเติมคลิก

3. สลัดถั่วเลนทิล-ชิกพี

          อย่างที่รู้กันดีว่าตระกูลถั่วเป็นอาหารฤทธิ์เย็น สำหรับใครชอบกินถั่วเป็นทุนเดิมอยากให้ลองทำเมนูสลัดถั่วเลนทิล-ชิกพี ใส่ผักสลัดและราดน้ำสลัดสูตรพิเศษเพื่อสุขภาพ
 

ส่วนผสม สลัดถั่ว (สำหรับ 2-3 ที่)

  • ถั่วเลนทิลสุก (Lentil) 1+1/2 ถ้วย
  • ถั่วชิกพีสุก 1 ถ้วย
  • แรดิช 2 หัว
  • เฟต้าชีส 1/3 ถ้วย
  • ผักสลัด 2 ถ้วย
  • น้ำเลมอน 1/4 ถ้วย
  • ดิจองมัสตาร์ด 1+1/2 ช้อนชา
  • น้ำผึ้ง 3 ช้อนชา    
  • กระเทียมสับ 1 กลีบ
  • น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ
  • พริกไทย
     

วิธีทำสลัดถั่ว

     1. ทำน้ำสลัด โดยผสมน้ำเลมอน ดิจองมัสตาร์ด น้ำผึ้ง กระเทียมสับ และน้ำมันมะกอก คนให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย
     2. ผสมเลนทิล ชิกพี และแรดิชสไลซ์เป็นชิ้นบาง ๆ เข้าด้วยกัน เทน้ำสลัดลงไป คนให้เข้ากัน สามารถปรุงรสเพิ่มด้วยเกลือและพริกไทย
     3. จัดผักสลัดใส่จาน เทส่วนผสมเลนทิลลงไป แล้วโรยหน้าด้วยเฟต้าชีส

 

ดูวิธีทำ สลัดถั่วเลนทิล-ชิกพี เพิ่มเติมคลิก

4. กุ้งอบวุ้นเส้น

กุ้งอบวุ้นเส้น

          ซื้อกินมันแพงทำกินเองดีกว่า กับเมนูกุ้งอบวุ้นเส้น สูตรอาหารฤทธิ์เย็นง่าย ๆ กลิ่นหอมเครื่องเทศจีน และสมุนไพรไทย ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม กินเปล่า ๆ หรือกินกับข้าวสวยก็อร่อยจ้า
 

ส่วนผสม กุ้งอบวุ้นเส้น

  • วุ้นเส้นแช่น้ำ (หั่นท่อนสั้น)
  • กุ้งสด (แกะเปลือกเหลือหาง)
  • เม็ดชวงเจีย (พริกหอม) 1 ช้อนโต๊ะ
  • ขิงแก่หั่นแว่น 5 แว่น
  • กระเทียมหั่นแว่น 2 กลีบ
  • ซอสหอยนางรม 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • ขึ้นฉ่ายหั่นท่อน 1 ต้น
  • น้ำจิ้มซีฟู้ด (สูตรน้ำจิ้มซีฟู้ด)
  • หม้อดิน หม้ออบวุ้นเส้นอะลูมิเนียม หรือถ้วยกระเบื้องเคลือบ
     

วิธีทำกุ้งอบวุ้นเส้น

     1. นำหม้อดินขึ้นตั้งไฟกลาง ใส่น้ำมันพืชลงไป ใส่ชวงเจียลงไปเจียวให้หอม ตามด้วยขิงหั่นแว่น เจียวให้หอม
     2. ใส่กระเทียมและกุ้งสดลงไป พอกุ้งเปลี่ยนสีแล้วกลับอีกด้าน ไม่ต้องให้สุกมาก
     3. ใส่วุ้นเส้นแช่น้ำลงไป ตามด้วยซอสหอยนางรม เคล้าผสมให้เข้ากัน
     4. ปิดฝาแล้วลดเป็นไฟอ่อน อบต่ออีกประมาณ 5 นาที จากนั้นปิดไฟ โรยขึ้นฉ่ายหั่นท่อน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ด

 

ดูวิธีทำ กุ้งอบวุ้นเส้น เพิ่มเติมคลิก

5. ผัดวุ้นเส้นรวมมิตร

ผัดวุ้นเส้นรวมมิตร

          ถ้าเบื่อเมนูอบวุ้นเส้นลองเปลี่ยนมาทำเมนูผัดวุ้นเส้นรวมมิตร สูตรใส่กุ้งและเนื้อสัตว์อื่น ๆ ตามชอบ ใส่ไข่ไก่ ปรุงรสตามชอบ โรยขึ้นฉ่ายและต้นหอม
 

ส่วนผสม ผัดวุ้นเส้นรวมมิตร

  • กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช สำหรับผัด
  • กุ้งสดปอกเปลือก (หรือเนื้ออกไก่) 100 กรัม
  • ขึ้นฉ่ายและต้นหอม (หั่นเป็นท่อนสั้น) 100 กรัม
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • วุ้นเส้นห่อเล็ก 1 ห่อ
     

วิธีทำผัดวุ้นเส้นรวมมิตร

     1. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟปานกลางพอร้อน ใส่กระเทียมลงผัดจนหอม ใส่กุ้งลงผัดจนสุก จากนั้นใส่ขึ้นฉ่ายและต้นหอมลงไป ตามด้วยไข่ไก่ ยีให้ไข่ไก่พอสุก ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส ซอสหอยนางรม และน้ำตาลทราย ผัดผสมให้เข้ากัน
     2. ใส่วุ้นเส้นลงผัด เติมน้ำเปล่าเล็กน้อย ผัดจนเข้ากันดี ชิมรสตามชอบ ยกลงจากเตา ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

 

ดูวิธีทำ ผัดวุ้นเส้นรวมมิตร เพิ่มเติมคลิก

6. ไก่ต้มฟักมะนาวดอง

          เมนูฟักแฟงและแตงต่าง ๆ จัดอยู่ในอาหารฤทธิ์เย็น ขอยกตัวอย่างเมนูไก่ต้มฟักมะนาวดอง จับไก่ทำน้ำซุปต้มจนนิ่มและช้อนฟองออกเพื่อให้น้ำซุปใส ปรุงรสเค็มเล็กน้อยแล้วใส่ฟักเขียวหั่นชิ้น พอใกล้สุกก็ใส่มะนาวดองและน้ำมะนาวดอง
 

ส่วนผสม ไก่ต้มฟักมะนาวดอง

  • น้ำ 2 ลิตร
  • ไก่ (เลือกส่วนที่ชอบ) 500 กรัม
  • ผงปรุงรส
  • ซีอิ๊วขาว
  • ฟักเขียว (น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม) 1 ลูก ปอกเปลือกและหั่นชิ้น ๆ
  • มะนาวดอง ประมาณ 3-5 ลูก
  • น้ำมะนาวดอง
  • ต้นหอมและผักชี
     

วิธีทำไก่ต้มฟักมะนาวดอง

     1. ใส่น้ำเปล่าในหม้อประมาณ 2 ลิตร นำขึ้นตั้งไฟรอจนเดือดแล้วใส่ไก่ (สับเป็นชิ้นพอดี) ลงต้ม หมั่นช้อนฟองทิ้งจนน้ำใส
     2. ลดไฟเบาลงเล็กน้อยพอให้เดือดจนไก่เริ่มนิ่ม (ตามความชอบของแต่ละบุคคล)
     3. ปรุงรสด้วยเกลือ ผงปรุงรส และซีอิ๊วขาว (ชิมรสไม่ต้องให้เค็มมาก)
     4. พอไก่สุกได้ที่แล้ว ใส่ฟักลงไป ต้มจนฟักใกล้สุก (เนื้อฟักจะออกใส ๆ) ให้ลดไฟลงแล้วใส่มะนาวดองลงไป ตามด้วยน้ำมะนาวดอง ปิดไฟ ยกลงจากเตา ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยต้นหอมและผักชี

 

ดูวิธีทำ ไก่ต้มฟักมะนาวดอง เพิ่มเติมคลิก

7. แกงจืดฟักทองหมูสับ

แกงจืดฟักทองหมูสับ

          มาต่อกันที่เมนูแกงจืดฟักทองหมูสับ จับหมูสับหมักกับเครื่องปรุง ใส่ฟักทองลงไปด้วยแล้วปั้นก้อนกลม เอาไปต้มกับน้ำซุปจนสุก ใส่กุ้งสดลงไปด้วย เพิ่มสีสันด้วยบรอกโคลี แครอต ต้นหอม และผักชี
 

ส่วนผสม แกงจืดฟักทองหมูสับ

  • หมูสับ 1/2 ถ้วยตวง
  • กุ้งสดปอกเปลือกผ่าหลัง 3 ตัว
  • ซีอิ๊วขาวสำหรับผสมหมู 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • ฟักทองหั่นสี่เหลี่ยม 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
  • บรอกโคลีตัดเป็นช่อเล็กลวกสุก 8-10 ช่อ
  • แครอตหั่นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำซุป 1+1/2 ถ้วยตวง
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยป่น ผักชี และต้นหอมหั่นท่อน
     

วิธีทำแกงจืดฟักทองหมูสับ

     1. ผสมหมูสับกับพริกไทยป่น และซีอิ๊วขาว เข้าด้วยกัน นวดให้เหนียว ใส่ฟักทอง ผสมให้เข้ากัน ปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ ขนาด 1 เซนติเมตร
     2. ตั้งน้ำซุปพอเดือด ใส่หมูที่เตรียมไว้ ใส่กุ้ง ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว พอสุกใส่บรอกโคลี แครอต ต้นหอม และผักชี ยกลงตักใส่ถ้วย โรยพริกไทยป่น จัดเสิร์ฟ

 

ดูวิธีทำ แกงจืดฟักทองหมูสับ เพิ่มเติมคลิก

8. ผัดยอดฟักแม้ว

ผัดยอดฟักแม้ว

          เตรียมข้าวต้มสักหม้อ จะได้กินกับเมนูผัดยอดฟักแม้ว สูตรอาหารฤทธิ์เย็น ใส่กระเทียมและพริกชี้ฟ้า ปรุงรสด้วยน้ำมันหอยและซีอิ๊วขาว ผัดไฟแรงกลิ่นหอมและสุกนิ่มตามชอบจัดเสิร์ฟ
 

ส่วนผสม ผัดยอดฟักแม้ว

  • ยอดฟักแม้ว
  • พริกชี้ฟ้าแดง ทุบพอแตก ปริมาณตามชอบ
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันหอย
  • ซีอิ๊วขาว
  • น้ำตาลทราย
  • น้ำมันพืช สำหรับผัด 1 ช้อนโต๊ะ
     

วิธีทำผัดยอดฟักแม้ว

     1. ล้างยอดฟักแม้วให้สะอาด เด็ดเอาเฉพาะยอดอ่อน ใส่กะละมังหรือจาน เตรียมไว้
     2. ใส่พริก และกระเทียมสับลงในกะละมังยอดฟักแม้วที่เด็ดเตรียมไว้ ตามด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย และน้ำเปล่าเล็กน้อย เตรียมไว้
     3. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟแรง พอน้ำมันร้อนเทส่วนผสมลงผัด รีบผัดจนผักสุก ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

 

ดูวิธีทำ ผัดยอดฟักแม้ว เพิ่มเติมคลิก

9. ยำเต้าหู้ฟู

          ใครอยากกินอาหารรสเผ็ด ขอนำเสนอเมนูยำเต้าหู้ฟู จับเต้าหู้ยีจนแหลกแล้วคลุกเกล็ดขนมปัง เสร็จแล้วเอาไปทอดจนฟูกรอบ ผสมกับเครื่องเคราต่าง ๆ สุดท้ายราดน้ำยำ
 

ส่วนผสม ยำเต้าหู้ฟู

  • เต้าหู้ขาว
  • เกล็ดขนมปัง
  • เกลือ   
  • มะม่วงซอย
  • แครอตซอย
  • มะเขือเทศหั่นขวาง
  • พริกซอย
  • ขึ้นฉ่ายหั่นท่อน
  • เม็ดมะม่วงหิมพานต์
     

ส่วนผสม น้ำยำ

  • ซีอิ๊วขาว
  • น้ำตาลทราย
  • น้ำมะนาว
     

วิธีทำน้ำยำ

  • ผสมทุกอย่างให้เข้ากันพักไว้ 
     

วิธีทำยำเต้าหู้ฟู

     1. ยีเต้าหู้ให้แหลก นำไปคลุกเกล็ดขนมปังและเกลือให้เข้ากัน
     2. ตั้งกระทะเปิดไฟกลาง ใส่น้ำมันมากหน่อยสำหรับทอด พอน้ำมันเริ่มร้อนใส่เต้าหู้คลุกเกล็ดขนมปังลงไปทอดให้เหลือง ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน
     3. ตักเต้าหู้ฟูใส่ชามผสม ราดน้ำยำ และใส่ส่วนผสมทุกอย่างที่เหลือ ได้แก่ มะม่วงซอย แครอตซอย มะเขือเทศหั่นขวาง พริกซอย ขึ้นฉ่ายหั่นท่อน และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ คลุกเคล้าเข้าด้วยกัน ตักใส่จาน

 

ดูวิธีทำ ยำเต้าหู้ฟู เพิ่มเติมคลิก

10. แตงกวาผัดไข่

          แตงกวาเยอะแยะแบ่งมาทำเมนูแตงกวาผัดไข่สักมื้อดีไหม สูตรนี้ใส่ปลาเค็มและกุ้งสด ตอกไข่ไก่ลงไป ผัดพอกรอบ ถ้าชอบนิ่มหน่อยเติมน้ำเปล่าลงไปนะคะ
 

ส่วนผสม แตงกวาผัดไข่ (สำหรับ 2 ที่)

  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • ไข่ขาว 2 ฟอง
  • เนื้อปลาอินทรีเค็มทอดสุก 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันถั่วเหลือง หรือน้ำมันรำข้าว 2 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมไทยกลีบเล็ก (สับละเอียด) 2 ช้อนชา
  • กุ้งสด (ปอกเปลือกผ่าหลังดึงเส้นดำออก) 5 ตัว
  • แตงกวา (หั่นชิ้น) 1 ถ้วยตวง
  • ซอสปรุงรสอาหาร (ตราภูเขาทอง) 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  • พริกไทยป่นเล็กน้อย
     

วิธีทำแตงกวาผัดไข่

     1. ตีผสมไข่ไก่กับไข่ขาวให้เข้ากัน ใส่เนื้อปลาอินทรีลงไปตีผสมอีกครั้ง พักไว้
     2. ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันถั่วเหลืองลงไป ตามด้วยกระเทียมลงไปผัดจนหอม ใส่กุ้งลงไปผัดให้พอสุก ใส่แตงกวาตามลงไป โรยส่วนผสมไข่ลงไป ปิดฝาประมาณ 1-2 นาที หรือจนไข่สุก
     3. เปิดฝา ยีไข่ที่สุกแล้วให้แตกตัวเล็กน้อย ใส่ซอสปรุงรสอาหารและน้ำตาลทรายลงไป ผัดให้เข้ากันอีกครั้ง โรยพริกไทยป่น ตักใส่ภาชนะ พร้อมเสิร์ฟ

 

ดูวิธีทำ แตงกวาผัดไข่ เพิ่มเติมคลิก

เครื่องดื่ม

11. น้ำพันซ์สตรอว์เบอร์รี

น้ำพันซ์สตรอว์เบอร์รี

          สตรอว์เบอร์รีเป็นผลไม้ฤทธิ์เย็น ถ้าเบื่อกินสดก็แปลงร่างเป็นเครื่องดื่มสิคะ ขอยกตัวอย่างน้ำพันซ์สตรอว์เบอร์รี เติมความหอมจากเลมอน ใส่น้ำตาลทรายลงไปหน่อย เทใส่แก้วน้ำแข็งพร้อมเสิร์ฟ
 

ส่วนผสม น้ำพันซ์สตรอว์เบอร์รี

  • น้ำ 10 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
  • เลมอน 5-7 ลูก
  • สตรอว์เบอร์รี ฝานเป็นชิ้น ๆ (ล้างสะอาดและซับให้แห้ง) 500 กรัม
     

วิธีทำน้ำพันซ์สตรอว์เบอร์รี

     1. ขูดผิวเลมอนด้วยที่ขูดชีส (ระวังอย่าขูดไปโดนส่วนสีขาวใต้เปลือกสีเหลือง เพราะมีรสขม) เตรียมไว้
     2. ใส่น้ำตาลทราย ประมาณ 1 ถ้วยลงในภาชนะ ตามด้วยผิวเลมอนขูด เคล้าผสมให้เข้ากัน แช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที (ขั้นตอนนี้จะทำให้น้ำตาลซึมซับกลิ่นหอมจากน้ำมันของเปลือกเลมอน)
     3. คั้นน้ำเลมอนเตรียมไว้ (ให้ได้น้ำเลมอน 1 ถ้วย)
     4. ใส่น้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟต้มจนเดือด ปิดไฟ ยกลงจากเตา จากนั้นใส่สตรอว์เบอร์รี น้ำเลมอน และน้ำตาลทรายที่เหลือ แล้วบดส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จนอุ่น
     5. ใส่ส่วนผสมผิวเลมอนกับน้ำตาลทรายลงไป คนผสมให้เข้ากัน (เพื่อให้น้ำมันจากเปลือกเลมอนระเหยออกมา) ยกลงกรองด้วยผ้าขาวบาง เอาเฉพาะน้ำ เทใส่แก้ว ตามด้วยน้ำแข็ง พร้อมดื่ม

 

ดูวิธีทำ น้ำพันซ์สตรอว์เบอร์รี เพิ่มเติมคลิก

12. น้ำพันซ์แตงโมกับแตงกวา

          สำหรับใครที่อยากลองดื่มน้ำผลไม้ผสมน้ำผัก ขอนำเสนอน้ำพันซ์แตงโมกับแตงกวา จับผลไม้ฤทธิ์เย็นปั่นแล้วกรองเอาแต่น้ำ เติมน้ำมะนาวกับน้ำผึ้ง เทใส่แก้วน้ำแข็งพร้อมเสิร์ฟ
 

ส่วนผสม น้ำพันซ์แตงโมกับแตงกวา

  • เนื้อแตงโม แกะเมล็ดออก หั่นเต๋า 6 ถ้วย
  • แตงกวาลูกใหญ่ หั่นบาง 1 ลูก
  • น้ำมะนาว 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำแข็ง
  • ใบโหระพา สำหรับแต่งแก้ว
     

วิธีทำน้ำพันซ์แตงโมกับแตงกวา

      1. ใส่เนื้อแตงโมและแตงกวาลงในเครื่องปั่น ปั่นผสมจนละเอียด จากนั้นนำไปกรองเอาเฉพาะน้ำ เตรียมไว้
      2. ผสมน้ำมะนาวและน้ำผึ้งเข้าด้วยกัน จากนั้นเทใส่ลงในส่วนผสมน้ำแตงโม คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ เทใส่แก้วตามด้วยน้ำแข็ง แต่งด้วยใบโหระพาให้สวยงาม พร้อมดื่ม

 

ดูวิธีทำ น้ำพันซ์แตงโมกับแตงกวา เพิ่มเติมคลิก

13. แก้วมังกรสมูทตี้

แก้วมังกรสมูทตี้

          แก้วมังกรเป็นผลไม้ฤทธิ์เย็น นอกจากกินผลสด ๆ แล้วยังเอามาทำเครื่องดื่มคลายร้อนได้ด้วยจ้า พบกับแก้วมังกรสมูทตี้ สูตรนี้ใช้แก้วมังกรสีแดง หรือใครจะใช้แก้วมังกรสีขาวก็ตามชอบนะคะ เติมน้ำหวาน นมสด และนมข้นหวาน เอาไปปั่นกับน้ำแข็งและเนื้อมะพร้าว
 

ส่วนผสม สมูทตี้แก้วมังกรสีชมพู

  • น้ำหวานกลิ่นสละ 1/2 ถ้วยตวง
  • เนื้อมะพร้าว 150 กรัม
  • แก้วมังกรสีแดง ตัดเป็นชิ้นเล็ก 150 กรัม
  • นมสดรสหวาน 1/3 ถ้วยตวง
  • นมข้นหวาน 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำแข็ง 2 ถ้วย
     

วิธีทำสมูทตี้แก้วมังกรสีชมพู

     1. ผสมน้ำหวาน นมสด และนมข้นหวานเข้าด้วยกัน เตรียมไว้
     2. ใส่น้ำแข็งกับเนื้อมะพร้าว และเนื้อแก้วมังกรลงในเครื่องปั่น ค่อย ๆ เทส่วนผสมนมสดลงไป ปั่นผสมจนเนียนละเอียด เทใส่แก้ว ตกแต่งด้วยแก้วมังกร และใบสะระแหน่

 

ดูวิธีทำ แก้วมังกรสมูทตี้ เพิ่มเติมคลิก

14. ชาส้มโอ

          เวลากินส้มโอแล้วสดชื่นเพราะอยู่ในกลุ่มผลไม้ฤทธิ์เย็น ใครอยากทำเครื่องดื่มจากส้มโอ ขอนำเสนอชาส้มโอ ใส่น้ำผึ้งเพิ่มความหวานกลมกล่อม เติมกลิ่นหอมจากใบสะระแหน่
 

ส่วนผสม ชาส้มโอ

  • น้ำส้มโอ 1/2 ถ้วยตวง
  • น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
  • น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
  • ใบสะระแหน่ 1/2 ถ้วยตวง
  • ใบสะระแหน่สำหรับแต่ง
     

วิธีทำชาส้มโอ

     1. ใส่น้ำเปล่าและใบสะระแหน่ลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟปานกลางจนเดือด เคี่ยวประมาณ 2-3 นาที ตักใบสะระแหน่ออก ยกลงจากเตา
     2. เติมน้ำส้มโอและน้ำผึ้งลงไป รินใส่แก้ว แต่งด้วยใบสะระแหน่ จัดเสิร์ฟ

 

ดูวิธีทำ ชาส้มโอ เพิ่มเติมคลิก

15. น้ำผักกาดขาว

น้ำผักกาดขาว

          ใครจะไปรู้ว่าผักกาดขาวจะเอามาทำน้ำผักเพื่อสุขภาพได้ด้วย พบกับน้ำผักกาดขาว สูตรนี้ใส่ผลไม้ฤทธิ์เย็นอย่างแอปเปิลและสับปะรด พอปั่นจนเข้ากันแล้วแช่เย็นเตรียมเสิร์ฟค่ะ
 

ส่วนผสม น้ำผักกาดขาว

  • ผักกาดขาว 250 กรัม
  • แอปเปิลเขียว 1/2 ลูก
  • น้ำสับปะรด 1 ถ้วยตวง
     

วิธีทำน้ำผักกาดขาว

     1. ล้างผักกาดขาวให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เตรียมไว้
     2. ใส่ผักกาดขาว แอปเปิลเขียว และน้ำสับปะรดลงในเครื่องปั่น ปั่นส่วนผสมทุกอย่างจนเข้ากันดี เทใส่แก้ว นำเข้าแช่ตู้เย็นก่อนดื่ม หรือสามารถกรองเอากากออกแล้วเทใส่แก้วน้ำแข็งเพื่อความอร่อยที่มากกว่าก็ได้

 

ดูวิธีทำ น้ำผักกาดขาว เพิ่มเติมคลิก

16. น้ำตำลึง

น้ำตำลึง

          หลังจากทำต้มจืดตำลึงหลายครั้งจนเอียน เลยขอลองเปลี่ยนมาทำน้ำตำลึงดื่มคลายร้อนบ้างดีกว่า จับใบตำลึงกับน้ำเปล่าลงไปปั่นจนละเอียดแล้วกรองเอาแต่น้ำ เสร็จแล้วเอาไปต้มจนเดือด เติมน้ำผึ้ง น้ำมะนาว และเกลือ
 

ส่วนผสม น้ำตำลึง

  • ใบตำลึง 20 กรัม (ประมาณ 20-30 ใบ)
  • น้ำ 200 มิลลิลิตร
  • น้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อม 30 มิลลิลิตร
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น
  • น้ำแข็ง
     

วิธีทำน้ำตำลึง

     1. ล้างใบตำลึงให้สะอาด จากนั้นใส่ใบตำลึงและน้ำต้มสุกลงในเครื่องปั่น ปั่นผสมจนละเอียด นำไปกรองคั้นเอาเฉพาะน้ำ
     2. นำน้ำตำลึงเทใส่หม้อนำไปต้มจนเดือด ยกลงจากเตา พักไว้จนเย็น
     3. เทน้ำตำลึงใส่แก้ว ตามด้วยน้ำผึ้ง น้ำมะนาว และเกลือป่นเล็กน้อย คนผสมให้เข้ากัน เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็ง

 

ดูวิธีทำ น้ำตำลึง เพิ่มเติมคลิก

17. น้ำฟักเขียว

          ดื่มหมดสดชื่นสำหรับน้ำฟักเขียว ใส่น้ำตาลทรายแดงและน้ำตาลกรวด เสร็จแล้วเอาไปเติมน้ำต้มสุก ดื่มแบบร้อนหรือแบบเย็นได้หมดนะคะ
 

ส่วนผสม น้ำฟักเขียว

  • ฟักเขียว (ฟักแฟง) 1 กิโลกรัม
  • น้ำตาลทรายแดง 145 กรัม (5 ออนซ์)
  • น้ำตาลกรวด 145 กรัม (5 ออนซ์)
  • น้ำดื่ม
     

วิธีทำน้ำฟักเขียว

     1. ล้างทำความสะอาดฟักเขียวทั้งเปลือกให้สะอาด จากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ (ทั้งเปลือกและเม็ด) ใส่ลงในหม้อ
     2. ใส่น้ำตาลทรายแดงลงไป คนผสมให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 30 นาที (จนน้ำจากฟักเริ่มออกมา) นำส่วนผสมขึ้นตั้งไฟ เติมน้ำตาลกรวดลงไป
     3. ใช้ไฟแรงต้มจนเดือด พอน้ำเดือดแล้วลดเป็นไฟอ่อน ต้มทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง
     4. พอครบเวลา กรองส่วนผสมเอาเฉพาะน้ำเชื่อม พักทิ้งไว้จนอุ่น
     5. ถ้าต้องการดื่มแบบร้อนให้ใส่น้ำเชื่อมลงในแก้ว 1 ส่วน (1/4 แก้ว) ตามด้วยน้ำเปล่า 3 ส่วน คนผสมให้เข้ากัน ถ้าต้องการดื่มแบบเย็นให้ใส่น้ำเชื่อมเพิ่มแล้วใส่น้ำแข็งตามลงไป พร้อมดื่ม

 

ดูวิธีทำ น้ำฟักเขียว เพิ่มเติมคลิก

          สำหรับช่วงหน้าร้อนอยากให้ลองทำเมนูอาหารฤทธิ์เย็นเพื่อปรับความสมดุลของร่างกายให้แข็งแรงและมีสุขภาพดี รับรองทุกเมนูทำไม่ยากและกินง่าย เพิ่มความสดชื่นสบายตัวด้วยจ้า
 

สนใจให้ Kapook.com แนะนำการทำอาหารด้วยเครื่องปรุง ของใช้ในครัว หรืออื่น ๆ รับทำการตลาดด้วย Social Network, Content Marketing

คลิกเลย

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
17 เมนูอาหารฤทธิ์เย็น มีประโยชน์ปรับสมดุลหน้าร้อนทั้งอาหารคาวและเครื่องดื่ม โพสต์เมื่อ 22 มีนาคม 2562 เวลา 17:35:31 34,289 อ่าน
TOP