10 เมนูอาหารไม่เผ็ด มีอะไรบ้าง เข้มข้น ครบรส แบบไม่ต้องพึ่งพริก

          10 เมนูอาหารไม่เผ็ด มีอะไรบ้าง รวมเมนูอาหารรสชาติกลมกล่อม สำหรับคนไม่กินเผ็ด อร่อยเข้มข้น ครบรส แบบไม่ต้องพึ่งพริกสักเม็ด
          หลายคนอาจคิดว่าอาหารไม่เผ็ดมักจะจืดชืด ไร้รสชาติ แต่จริง ๆ แล้วมีเมนูอาหารอีกมากมายที่แม้ไม่ต้องพึ่งความเผ็ดร้อนจากพริก ก็ยังคงอร่อยเข้มข้น กลมกล่อม และถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเมนูไทยแท้หรืออาหารฟิวชั่นจากต่างประเทศ ก็สามารถทำให้น่ากินได้แบบไม่ต้องร้องซี๊ดให้ทรมานลิ้นเลยทีเดียว

อาหารไม่เผ็ด มีอะไรบ้าง ?

1. ไข่ลูกเขย

เมนูคลาสสิกที่อยู่คู่ครัวไทยมานาน ทำง่าย รสชาติเปรี้ยวหวานเค็มกลมกล่อม เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ไม่เผ็ด กินกับข้าวสวยร้อน ๆ อร่อยลงตัว พร้อมแล้วก็จดสูตรแล้วลงมือทำตามกันได้เลย

ไข่ลูกเขย

ส่วนผสม ไข่ลูกเขย

  • ไข่ไก่ หรือไข่เป็ดต้มสุก 4 ฟอง
  • น้ำมันพืช (สำหรับทอดและผัด)
  • น้ำมะขามเปียก 1/4 ถ้วย
  • น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกแห้งทอดกรอบ หอมเจียว และผักชี สำหรับโรยหน้า

วิธีทำไข่ลูกเขย  

  1. เจาะรูไข่ต้มด้วยส้อมให้ทั่ว นำลงทอดในน้ำมันจนด้านนอกเหลืองและกรอบ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน เตรียมไว้
  2. ตั้งกระทะพอร้อน ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย ใส่น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา ลงผัดผสมให้เข้ากันจนน้ำตาลละลายหมด จากนั้นเคี่ยวต่อจนน้ำซอสข้นและเหนียว
  3. นำไข่ต้มทอดลงคลุกให้ทั่ว ตักขึ้น จากนั้นผ่าครึ่งไข่ต้ม จัดใส่จาน ราดน้ำซอสที่เหลือ โรยหน้าด้วยพริกแห้งทอด หอมเจียว และผักชี พร้อมรับประทาน

ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ไข่ลูกเขย

2. หมูฮ้อง

          หมูฮ้อง ประวัติดั้งเดิมมาจากชาวจีนฮกเกี้ยนที่อพยพมาอยู่ภาคใต้ โดยเรียกว่า หมูฮ้องฮกเกี้ยน แล้วก็แพร่หลายจนหมูฮ้องได้กลายเป็นอาหารท้องถิ่นภาคใต้ และเรียกตามท้องถิ่นนั้น ๆ เช่น หมูฮ้องภูเก็ต หมูฮ้องตรัง สำหรับใครที่อยากลองทำหมูฮ้องภาคใต้กินเอง ก็มีสูตรจาก คุณสมาชิกหมายเลข 3643762 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่ใส่สับปะรดเพิ่มความเปรี้ยวนิด ๆ เคี่ยวกับน้ำซอสสมุนไพรจนเปื่อยพอดี เติมไข่ต้มลงไปหน่อย เสิร์ฟกับข้าวสวยร้อน ๆ อร่อยหนักมาก
หมูฮ้อง

ส่วนผสม หมูฮ้อง

  • รากผักชี
  • พริกไทย
  • กระเทียม
  • หอมแดง
  • หมูสามชั้น (หั่นเป็นชิ้น)
  • ซีอิ๊วดำ
  • สับปะรด 3-4 ชิ้น
  • น้ำเปล่า
  • ซีอิ๊วขาว
  • น้ำตาลปี๊บ
  • เกลือ
  • ไข่ไก่ ไข่เป็ด หรือไข่นกกระทาต้ม

วิธีทำหมูฮ้อง

  1. ตำรากผักชี พริกไทย กระเทียม และหอมแดงรวมกันแล้วนำมาผัดจนหอม
  2. ใส่เนื้อสามชั้นลงไปผัดพอผิวตึง ๆ ใส่ซีอิ๊วดำลงไปเพื่อทำสี จากนั้นใส่สับปะรดปั่นลงไป 3-4 ชิ้น จะช่วยเพิ่มรสชาติให้อร่อยขึ้น มีความหอมและเปรี้ยวแทนน้ำมะขามหรือส้มแขก และทำให้น้ำข้นขึ้น
  3. พอผัดหมูสามชั้นได้ที่ เติมน้ำลงไปพอท่วม
  4. พอหมูใกล้เปื่อย ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลปี๊บ และเกลือ ชิมรสหวานมาก่อน เค็มอ่อน ๆ ตาม มีรสเปรี้ยวจากสับปะรด
  5. สังเกตหมูให้ผิวใส ๆ เนื้อแดงเริ่มเปื่อยเป็นใช้ได้ หากเปื่อยมากไป กินแล้วจะเลี่ยน ควรให้หมูเปื่อยพอดี เคี้ยวแล้วอร่อย ส่วนไข่จะใช้ไข่ไก่ หรือไข่เป็ดจะได้สีน่ากิน ไข่นกกระทาก็กินสะดวก

ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ หมูฮ้อง

3. ซุปหางวัว

          ซุปหางวัว อีกหนึ่งเมนูเนื้อแบบอิสลาม สูตรน้ำซุปใสไร้กลิ่นคาว เนื้อเปื่อยละลายในปาก กับสูตรจาก คุณ tukata001 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ทีเด็ดอยู่ที่น้ำซุปหอมหวาน หางวัวไร้กลิ่นคาว กินกับข้าวหมกไก่ก็เข้ากัน
ซุปหางวัว

ส่วนผสม ซุปหางวัว
  • หางวัว 1 หาง
  • น้ำเปล่า (สำหรับต้ม 2 ครั้ง)
  • ตะไคร้ (หั่นท่อน) 5 ต้น
  • ใบมะกรูด 20 ใบ
  • น้ำเปล่า 2 ลิตร (สำหรับน้ำซุป)
  • หอมใหญ่ (หั่นสี่เหลี่ยมใหญ่) 3 หัว
  • กระเทียม 10 กลีบ
  • มะเขือเทศเล็ก 1 ถ้วย
  • ซอสมะเขือเทศ 3 ช้อนโต๊ะ
  • ขิงซอย 1/2 ถ้วย
  • มะเขือเทศใหญ่ (ผ่าสี่ส่วน) 4 ลูก
  • อบเชย 3 ก้าน
  • พริกไทย 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ
  • มันฝรั่ง (หั่นสี่เหลี่ยมใหญ่) 1 หัว
  • รากผักชีและผักชี 1 ถ้วย
  • มะนาว 3 ลูก
  • ขึ้นฉ่าย 2 ต้น
  • พริกขี้หนู 1/2 ถ้วย

วิธีทำซุปหางวัว

  1. ต้มครั้งที่ 1 ต้มหางวัวด้วยน้ำเปล่า รอน้ำเดือดก่อนนะคะจึงค่อยใส่ลงไป
  2. หมั่นคอยช้อนฟองทิ้ง เพื่อไม่ให้เหม็นคาวค่ะ ต้มสัก 20 นาที แล้วตักขึ้น จากนั้นเทน้ำทิ้ง
  3. ต้มครั้งที่ 2 เอาน้ำใส่หม้อ ใส่ตะไคร้กับใบมะกรูดลงไปเพื่อดับกลิ่น ต้มจนเนื้อเริ่มเปื่อยสัก 2 ชั่วโมง
  4. ทำน้ำซุปในระหว่างที่รอเนื้อต้ม เริ่มที่แบ่งเอาหอมใหญ่สักกำมือมาใส่โถปั่น ตามด้วยกระเทียม มะเขือเทศลูกเล็ก (ไม่จำเป็นต้องเป็นมะเขือเทศเล็ก ใส่มะเขือเทศใหญ่ได้) ซอสมะเขือเทศรวมกันแล้วปั่น สำหรับใส่ในน้ำซุป
  5. เอาหม้ออีกใบใส่น้ำสำหรับเคี่ยวน้ำซุป เริ่มใส่ตะไคร้ และใบมะกรูด
  6. ใส่ขิงซอย เพิ่มความหอมและดับกลิ่นคาวหางวัว
  7. ใส่หอมใหญ่หั่นสี่เหลี่ยมใหญ่ ๆ ใส่มะเขือเทศผ่าสี่ ใส่ก้านอบเชย ใส่น้ำซอสที่ปั่นไว้ ใส่พริกไทยกับเกลือ ใส่ทุกอย่างลงไปคนให้เข้ากัน แล้วรอให้น้ำเดือด แล้วหรี่เป็นไฟกลาง ๆ โดยให้ต้มน้ำซุปประมาณ 1 ชั่วโมง จนน้ำซุปและผักต่าง ๆ เปื่อยดี
  8. เสร็จแล้วก็เอาหางวัวที่เคี่ยวไว้อีกหม้อมาใส่ลงไป โดยให้เอาแต่เนื้อหางใส่ในน้ำซุป
  9. ใส่มันฝรั่งหั่นสี่เหลี่ยมใหญ่หน่อย (ถ้าหั่นเล็กเดี๋ยวต้มไปจะเละ) แล้วต้มต่ออีกประมาณ 30 นาที
  10. หลังจากต้มไปครึ่งชั่วโมงก็จะได้ซุปหางวัวที่เปื่อยนุ่มหอมน้ำซุป เตรียมตักใส่ถ้วยได้เลย

ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ซุปหางวัว

4. ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์

          ไก่ผัดเม็ดมะม่วง หรือเอาง่าย ๆ ที่เราคุ้นปากกันก็คือการจับไก่ทอดไปผัดเปรี้ยวหวานนั่นเอง แต่แห้งกว่าและใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์ลงไปเพิ่มความกรุบกรอบ กลายเป็นเมนูใหม่ที่ดูหรูหรากว่าเดิม โดยสูตรไก่ผัดเม็ดมะม่วงที่จะแนะนำนี้จะใส่ผักกาดดองกระป๋องลงไปด้วย เพิ่มความอร่อยขึ้นไปอีก
ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์

ส่วนผสม ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์
  • เนื้อสะโพกไก่ (หั่นเต๋า) 1 ถ้วย
  • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  • พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืชสำหรับทอดไก่และผัด
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผักกาดดองหวานแบบกระป๋อง (เอาเฉพาะเนื้อ) 1 กระป๋อง
  • หอมใหญ่ หั่นเต๋า 1/4 ถ้วย
  • พริกหวาน หั่นเต๋า 1/2 ถ้วย
  • ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันหอย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันงา 1 ช้อนชา
  • เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบสุก (หรือคั่วสุก) 1/4 ถ้วย
  • ต้นหอม 2 ต้น

วิธีทำไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์

  1. เตรียมผักให้พร้อม โดยเริ่มจากหั่นต้นหอมเป็นท่อนสั้น ๆ หั่นพริกหวาน หอมใหญ่ และผักกาดดองกระป๋องเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า เตรียมไว้
  2. ทำไก่ทอดกรอบ โดยหั่นเนื้อสะโพกไก่เป็นชิ้น ๆ พอดีคำ นำไปเคล้าผสมกับเกลือป่นและพริกไทยป่น จากนั้นนำไปคลุกกับแป้งสาลีอเนกประสงค์ให้ทั่วเตรียมทอด
  3. ใส่เนื้อไก่ชุบแป้งลงทอดในน้ำมันร้อน ๆ ใช้ไฟกลาง ทอดจนสุกเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน เตรียมไว้
  4. ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อยลงในกระทะ ใส่กระเทียมลงไปเจียวให้พอหอม
  5. ใส่ผักกาดดองลงไปผัด ตามด้วยหอมใหญ่ พริกหวาน และไก่ทอด ผัดพอเข้ากัน
  6. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย และน้ำมันงา จากนั้นใส่ต้นหอมและเม็ดมะม่วงหิมพานต์อบลงไปผัดให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์

5. ข้าวคลุกกะปิ

          หากเมนูข้าวคลุกกะปิที่ขายทั่วไปรสชาติไม่ถูกปาก ทั้งข้าวคลุกกะปิที่เค็มไป และเครื่องเคียงก็น้อยเว่อร์ ถ้าทำกินเองต้องเริ่ดกว่าแน่นอน ด้วยสูตรจาก คุณมอแกนน้อย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่จับข้าวคลุกกับกะปิแล้วผัดเพื่อให้กลิ่นหอม หั่นเครื่องเคียงเตรียมจัดจาน เสร็จแล้วทำหมูหวานและกุ้งหวานไซซ์บิ๊ก
ข้าวคลุกกะปิ

ส่วนผสม ข้าวคลุกกะปิ

  • ข้าวสวยหุงใหม่

  • กะปิ

  • น้ำเปล่า

  • น้ำมันพืช

  • ผงปรุงรส (จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

  • ตะลิงปลิง

  • แตงกวา

  • พริกหั่น

  • หอมแดง

  • ถั่วฝักยาวซอยฝอย

  • มะม่วงซอย

  • กุ้งแห้งทอด

  • ไข่เจียวซอย

วิธีทำข้าวคลุกกะปิ

  1. เริ่มต้นจากการเตรียมกะปิเคย มาละลายน้ำและน้ำมันพืช หรือจะปรุงรสด้วยรสดี เพื่อให้ข้าวออกรสเค็มนิด ๆ ก็ได้

  2. ตักข้าวสวยหุงใหม่มาคลายความชื้นออก และไล่ไอน้ำด้วยพัดลมหรือผึ่งจนข้าวเย็น ต่อมาก็นำกะปิมาคลุกกับข้าวจนเคลือบเม็ดข้าวให้ทั่วก่อนนำไปผัดในกระทะ การผัดจะช่วยให้กะปิมีความหอมขึ้นหลังจากโดนความร้อน วิธีผัดใส่น้ำมันเล็กน้อย รอให้กระทะร้อนแล้วใส่ข้าวลงผัด เอาแค่ได้กลิ่นหอมก็พอ

  3. มะม่วงที่ใช้มันเปรี้ยวไม่มาก จึงต้องใช้ตะลิงปลิงช่วย

  4. แตงกวา พริกหั่น หอมแดง ถั่วฝักยาวซอยฝอย มะม่วงซอย และกุ้งแห้งทอด เตรียมพร้อมรอไว้

  5. หมูหวานใช้สามชั้นหั่นรอไว้ ใช้หอมแดงซอยเอาไปเจียวให้เหลืองหอม ก่อนนำหมูลงผัดสักพักพอหนังตึง ใส่น้ำเปล่าสักถ้วย น้ำตาลแว่น เกลือ ซีอิ๊วดำ เคี่ยวจนน้ำงวดแห้ง และน้ำเริ่มข้นเหนียว แล้วชิมรสชาติหวานนำเค็มตาม

  6. แม่กุ้งเคย เหลือจากขาย เอามาทำกุ้งหวาน กุ้งแชบ๊วยใหญ่ทำกุ้งหวานจะได้ความอร่อยกว่ากุ้งตัวเล็กที่มีแต่เปลือก ตัดกรีกุ้งและหางกุ้งที่แหลมออก

  7. ใช้น้ำตาลแว่นเติมน้ำใส่เกลือเคี่ยวจนละลาย

  8. ใส่กุ้งเคี่ยวต่อจนน้ำแห้งคล้ายกับหมูหวาน เมื่อตักใส่จาน เดินผ่านก็มีความหอมจากกุ้ง

  9. กุ้งพร้อมแล้วเจียวไข่ต่อ ราดไข่ลงในกระทะบาง ๆ ทิ้งไว้ให้เย็นหั่นฝอย รอเสิร์ฟ

  10. ตักข้าวมา ตักทุกอย่างเคียงข้าง พร้อมเสิร์ฟ

  11. ตักเข้าปากคำแรกได้กลิ่นกะปิหอม ๆ ข้าวมีความเค็มอ่อน ๆ มีรสหวานจากน้ำหมูหวานมาแทรก เคี้ยวโดนมะม่วง ตะลิงปลิง ได้รสเปรี้ยวผสม ถั่วฝักยาวกับแตงกวากรุบกรอบ มีความนิ่มจากไข่ฝอย มีความครบรสในปากยามที่เคี้ยว หลังจากกลืน แกะกุ้งหวานกินต่อ

ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ข้าวคลุกกะปิ

6. ไข่พะโล้

          ไข่พะโล้ สูตรจาก Easy food good health by Andy ที่ใส่ไก่และเครื่องเทศต่าง ๆ ปรุงรสหวานและเค็มนิดหน่อย เพิ่มซีอิ๊วดำเพื่อน้ำซุปสีสวย ต้มจนไก่เปื่อยนุ่ม หรืออาจปรับเปลี่ยนเนื้อสัตว์ตามวัตถุดิบที่มีในตู้เย็น บางทีเบื่อเนื้อสัตว์ก็จะใส่แต่เต้าหู้ ช่วงไหนถ้าไข่แพงก็ใส่ไข่น้อย โดยสูตรนี้จะไม่ใช้ผงพะโล้ ไม่ใส่ผงชูรส ปรุงรสให้ได้ตามชอบ อร่อยแบบง่าย ๆ ได้อีก ลองไปดูส่วนผสมและวิธีทำกัน
ไข่พะโล้

ส่วนผสม ไข่พะโล้

  • ไข่ไก่หรือไข่เป็ดเท่าที่มี

  • เกลือป่น (ใส่เล็กน้อยให้มีรสเค็มช่วยประหยัดเครื่องปรุงชนิดอื่น)

  • น้ำเปล่า ถ้าตุ๋นนานใส่ 3/4 ของขนาดหม้อภาชนะ

  • ปีกบนไก่ (น่องหรือสะโพก) ปริมาณตามชอบ

  • แท่งอบเชย 2-3 แท่ง (ใส่ให้พอมีกลิ่น)

  • ดอกโป๊ยกั๊ก ตามชอบ

  • น้ำตาลปี๊บ ใส่ตามชอบ (ถ้าชอบหวานกลมกล่อมใส่เยอะหน่อย ไม่มีใช้น้ำตาลทรายแทนได้ค่ะ หรือจะใส่น้ำตาลปี๊บ 1/2 ส่วน น้ำตาลทราย 1/2 ส่วนก็ได้)

  • ซีอิ๊วขาว (ช่วยเพิ่มความหอมอร่อย ชิมรสหลังจากใส่เกลือป่นก่อนเติม)

  • น้ำปลา (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

  • ซีอิ๊วดำ (ช่วยเพิ่มสีของไข่พะโล้ ถ้าชอบเข้มมากใส่เยอะหน่อย)

วิธีทำไข่พะโล้

  1. เริ่มแรกต้มไข่ก่อนเลย ใส่เกลือป่นลงไปเล็กน้อยจะได้ปอกเปลือกง่ายขึ้น

  2. ใส่น้ำเปล่าในหม้อภาชนะประมาณครึ่งหม้อภาชนะต้มจนเดือด จากนั้นใส่ปีกไก่ลงไปรอจนเดือด

  3. ใส่แท่งอบเชยและดอกโป๊ยกั๊กตามลงไป

  4. พอไก่สุกปรุงรสตามชอบ

  5. หลังปรุงรสเติมน้ำเปล่าลงไปให้ได้ 3/4 ของหม้อภาชนะ จากนั้นเคี่ยวต่ออีก 30 นาทีหรือจนไก่เปื่อยนุ่มตามชอบ

  6. เพียงเท่านี้ก็จะได้ไข่พะโล้แบบง่าย ๆ ไว้กินแล้ว

ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ไข่พะโล้

7. ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว

          เมนูปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว เมนูปลาเนื้อนุ่มไร้กลิ่นคาวมาพร้อมสูตรน้ำปรุงรสกลมกล่อม แต่งหน้าด้วยผักสวย ๆ เหมาะเป็นเมนูสุขภาพติดครัวบ้าน สูตรนี้น้ำราดใส่น้ำมันงาผสมกับเหล้าจีนเพื่อให้กลิ่นหอม ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ซีอิ๊วขาว ก่อนเอาไปนึ่งก็โรยขิงหน่อย อาหารเมนูนี้เผลอแป๊บเดียวก็กินหมดจานแล้ว

 

ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว

ส่วนผสม ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว

  • ปลากะพง (น้ำหนักประมาณ 700-800 กรัม) จำนวน 1 ตัว

  • ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนชา

  • เหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำร้อน 3 ช้อนโต๊ะ

  • เห็ดหอมสด (หั่นเป็นชิ้นบาง) 100 กรัม

  • ขิงซอย 2 ช้อนโต๊ะ

  • พริกชี้ฟ้าแดง (ซอยตามยาว) 2 เม็ด

  • โคนต้นหอม (ซอยตามยาว) 2 ต้น

  • ผักชี (โรยหน้า)

วิธีทำปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว

  1. ล้างทำความสะอาดปลากะพง ขอดเกล็ดและควักไส้ออก นำไปล้างให้สะอาด จากนั้นบั้งเนื้อปลาทั้งสองด้าน วางลงในภาชนะสำหรับนึ่ง เตรียมไว้

  2. คนผสมซีอิ๊วขาว น้ำมันงา เหล้าจีน น้ำตาลทรายแดง และน้ำร้อนเข้าด้วยกัน ตักราดลงบนตัวปลา วางเห็ดหอมสด ขิงซอย และพริกชี้ฟ้าแดงด้านบนตัวปลาให้ทั่ว

  3. นำใส่ลงในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือด นึ่งใช้ไฟแรง นานประมาณ 30 นาที ยกออกจากชุดนึ่ง โรยหน้าด้วยต้นหอมซอย และผักชี พร้อมเสิร์ฟ

ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว

8. ซี่โครงหมูอบ

          ซี่โครงหมูอบ ใครที่ชอบกินซี่โครงอ่อนหมูอบหอม ๆ ต้องนำเมนูเด็ดจานนี้ไปลองทำกัน ด้วยสูตรจาก เฟซบุ๊ก iCook by KuCook ที่ดัดแปลงโดยนำเอาสูตรซี่โครงหมูอบสไตล์ฝรั่งมาผสมกับแบบไทย ๆ ออกมาหน้าตาดูดีเชียว
ซี่โครงหมูอบ

ส่วนผสม ซี่โครงหมูอบ

  • ซี่โครงอ่อนหมู 1 1/2 กิโลกรัม
  • กระเทียมปอกเปลือก 4 กลีบ
  • ขิงสับ 1 แง่ง
  • ผงพะโล้ 1 ช้อนชา
  • น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำจิ้มบ๊วย (125 มิลลิลิตร) 1/2 ถ้วย
  • น้ำมันงา 2 ช้อนชา
  • งาขาวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
  • ต้นหอมสไลซ์บาง 2 ต้น สำหรับแต่ง

วิธีทำซี่โครงหมูอบ

  1. สับซี่โครงอ่อนหมูเป็นชิ้นพอดีคำ จากนั้นนำไปนึ่งในหวดนึ่งข้าวเหนียวที่มีน้ำเดือด นานประมาณ 30 นาที ตักซี่โครงหมูใส่ถาดรองอบ เตรียมไว้
  2. ผัดผสมกระเทียม ขิงสับ ผงพะโล้ น้ำผึ้ง ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ น้ำจิ้มบ๊วย และน้ำมันงาในกระทะจนเดือดเข้ากันดี หรือประมาณ 10 นาที จากนั้นราดลงในซี่โครงหมูที่เตรียมไว้ เคล้าผสมจนเข้ากันดี
  3. นำซี่โครงหมูเข้าเตาอบ ตั้งเวลา 30-40 นาที กลับด้านซี่โครงหมูทุก ๆ 10 นาที อบจนครบเวลา และซี่โครงหมูสุกเป็นสีน้ำตาลไหม้เล็กน้อย (ถ้าส่วนผสมซอสเหนียวเกินไปให้เติมน้ำลงไป)
  4. จัดซี่โครงหมูใส่จานที่รองด้วยใบตอง โรยหน้าด้วยงาขาวคั่ว และต้นหอมสไลช์ พร้อมเสิร์ฟ

ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ซี่โครงหมูอบ

9. สเต๊กพอร์คชอปราดซอสเห็ด

          สเต๊กพอร์คชอปราดซอสเห็ด อาหารฝรั่งสุดฮิต เมนูสเต๊กสุดไฮโซที่สามารถทำกินเองได้แบบไม่ง้อร้าน มาพร้อมกับวิธีทำแสนง่ายด้วยงบจำกัด พร้อมสูตรทอดมันฝรั่งไว้กินกับสเต๊ก ด้วยสูตรจาก คุณ Fille Courageuse สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เสิร์ฟจานใหญ่เบิ้ม ทำกินเองที่บ้านก็ดูหรูหรารสเลิศเหมือนกินที่ร้านก็ไม่ปาน
สเต๊กพอร์คชอปราดซอสเห็ด

ส่วนผสม สเต๊กพอร์คชอป

  • หมูเนื้อสันติดกระดูก 2 ชิ้น (ราคา 165 บาท ซื้อที่บิ๊กซี)
  • มัสตาร์ด 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทย
  • เกลือป่น
  • ใบไทม์
  • น้ำมันพืช

วิธีทำสเต๊กพอร์คชอป

  1. ทุบหมูเบา ๆ เพื่อให้เนื้อนิ่มขึ้น (ใช้ด้ามมีดหรือสากก็ได้)
  2. เสร็จแล้วใช้ส้อมจิ้มให้ทั่วชิ้น (เพื่อเวลาทอดแล้วหมูจะได้สุกทั่วถึงข้างใน)
  3. ทามัสตาร์ด โรยพริกไทย เกลือป่น และโรยใบไทม์ (ใบไทม์จะทำให้มีกลิ่นหอม หากไม่มีไม่ต้องใส่ก็ได้)
  4. นำกระทะขึ้นตั้งไฟอ่อน ใส่น้ำมันพืชลงไปเล็กน้อย ใส่เนื้อหมูลงไปทั้ง 2 ชิ้น ***อย่าเร่งไฟเด็ดขาดเพราะเนื้อหมูจะไหม้แต่ด้านนอกและด้านในไม่สุก*** ค่อย ๆ ทอดจนเนื้อหมูเป็นสีเหลืองทอง ตักขึ้นจัดใส่ภาชนะ

ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ สเต๊กพอร์คชอปราดซอสเห็ด

10. กุ้งราดซอสมะขาม

          กุ้งราดซอสมะขาม สูตรอาหารไทยอร่อยเด้งสู้ฟัน กับน้ำซอสหวานหอม สูตรจาก คุณมอแกนน้อย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่จับกุ้งไปทอดจนสุกตามชอบ เสร็จแล้วราดซอสมะขามเปียกลงไปจนชุ่ม โรยหอมเจียวและพริกทอด ทานกับข้าวสวยเข้ากันสุด ๆ ไปเลย
กุ้งราดซอสมะขาม

ส่วนผสม กุ้งราดซอสมะขาม

  1. กุ้งสด
  2. หอมแดงซอย
  3. น้ำมะขามเปียก
  4. เกลือ
  5. น้ำตาลแว่น
  6. น้ำปลา
  7. พริกทอด

วิธีทำกุ้งราดซอสมะขาม

  1. จับกุ้งมาปอกเปลือกผ่าหลังแล้วสอดม้วนตามความงอของตัวกุ้ง
  2. นำกุ้งไปทอดหัวให้นานหน่อย ตัวกุ้งทอดแค่ผิวพอเหลือง กุ้งก็จะสุกพอดี
  3. หอมแดงซอยฝอยแล้วนำไปเจียวจนหอมกรอบ ถ้าต้องการเจียวในปริมาณมาก แนะนำให้ฝานซอยเสร็จแล้วนำไปผึ่งแดด ให้แดดช่วยระเหยน้ำในหอมออกไปบางส่วน แล้วจะเจียวจนเหลืองกรอบได้ง่ายกว่าเจียวสด ๆ

ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ กุ้งราดซอสมะขาม

          เห็นไหมว่าอาหารไม่เผ็ดก็สามารถอร่อยจัดจ้านได้ไม่แพ้เมนูรสจัด แถมยังเหมาะกับคนที่ไม่ชอบความเผ็ดหรือกำลังลดการบริโภคพริกอีกด้วย ลองเลือกสักเมนูจากในลิสต์นี้ไปลองทำกันดู รับรองว่ากินเพลินจนลืมไปเลยว่าไม่มีพริกอยู่ในจาน !

บทความแนะนำเมนูอาหารเรื่องอื่น ๆ

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
10 เมนูอาหารไม่เผ็ด มีอะไรบ้าง เข้มข้น ครบรส แบบไม่ต้องพึ่งพริก อัปเดตล่าสุด 17 ตุลาคม 2568 เวลา 18:06:31 9,062 อ่าน
TOP
x close