18 สูตรอาหารคาวจากผลไม้ เสกเมนูอร่อยเอาใจคนรักผลไม้

          สายผลไม้ต้องโดน ! พบกับเมนูอาหารคาวที่ทําจากผลไม้ หน้าตาน่ากินไปหมด เพิ่มเติมวิตามินอีกด้วย เชิญกินให้จุกกันไปเลย
          ใครจะไปเชื่อว่าผลไม้ที่กินล้างปากจะเอามาทำสูตรอาหารหลากชนิดอร่อย ๆ ไม่น่าเบื่อได้ด้วย กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำอาหารคาวที่ทําจากผลไม้ มีทั้งอาหารจานเดียวที่ใส่ผลไม้และกับข้าวที่ใส่ผลไม้ อย่ารอช้ามาเข้าครัวกันเลยจ้า
 

1. ยำสตรอว์เบอร์รีกุ้งกรอบหมูสับ

          ใครซื้อสตรอว์เบอร์รีมาเยอะมาก ถ้ากลัวกินไม่ทันก็ลองจับมาทำเมนูยำสตรอว์เบอร์รีกุ้งกรอบหมูสับ  สูตรนี้ใส่กุ้งทอดกับหมูสับเคล้ากับน้ำยำ ที่ขาดไม่ได้เลยคือ สตรอว์เบอร์รี
 
ส่วนผสม ยำสตรอว์เบอร์รีกุ้งกรอบหมูสับ
  • น้ำซุป
  • พริกขี้หนู
  • หอมใหญ่
  • มะเขือเทศ
  • น้ำปลา
  • น้ำตาลทราย
  • น้ำมะนาว
  • ขึ้นฉ่าย
  • สตรอว์เบอร์รีสด (หั่นครึ่ง)
  • กุ้งทอดกรอบ
  • หมูสับรวน
  • ผักสลัด
     
วิธีทำยำสตรอว์เบอร์รีกุ้งกรอบหมูสับ

     1. เตรียมภาชนะสำหรับยำ ใส่น้ำซุปลงไปเล็กน้อย
     2. ใส่พริกขี้หนู หอมใหญ่ มะเขือเทศ น้ำปลา น้ำตาล และน้ำมะนาวลงไปคนให้เข้ากัน ปรุงรสตามใจชอบ โรยด้วยขึ้นฉ่าย
     3. ใส่สตรอว์เบอร์รีลงไป แล้วตามด้วยกุ้งที่นำไปทอดจนกรอบแล้ว และหมูสับรวนใส่ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่จาน ตกแต่งให้สวยงามด้วยผักสลัด
 

ดูวิธีทำยำสตรอว์เบอร์รีกุ้งกรอบหมูสับ เพิ่มเติมคลิก

2. ข้าวผัดผงกะหรี่สตรอว์เบอร์รี

          แค่เห็นชื่อเมนูก็อยากจะลองทำแล้ว พบกับข้าวผัดผงกะหรี่สตรอว์เบอร์รี จับข้าวผัดกับผงกะหรี่และทูน่า เติมผักตามชอบ และใส่สตรอว์เบอร์รี
 
ส่วนผสม ข้าวผัดผงกะหรี่สตรอว์เบอร์รี (สำหรับ 2 ที่)
  • ผงกะหรี่ 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • ปลาทูน่าในน้ำมันพืช 1 กระป๋อง
  • ถั่วลันเตา ข้าวโพด และแครอต 50 กรัม
  • ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันหอย 2-3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • สตรอว์เบอร์รี 130 กรัม (หรือสับปะรด)
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • ข้าวสวย 300 กรัม
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
     
วิธีทำข้าวผัดผงกะหรี่สตรอว์เบอร์รี

     1. นำกระทะขึ้นตั้งบนเตาแล้วเปิดไฟแรงสุด เทน้ำมันจากปลาทูน่ากระป๋องลงไป จากนั้นใส่ผงกะหรี่ลงไปผัด นับ 1-10
     2. ใส่ปลาทูน่ากระป๋อง ถั่วลันเตา ข้าวโพด และแครอต ลงไปผัดให้เข้ากัน
     3. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย และน้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน
     4. ปิดไฟแล้วใส่สตรอว์เบอร์รีลงไปคนให้เข้ากัน (โดยไม่ต้องเปิดไฟ) แล้วตักขึ้นใส่ถ้วย พักไว้ก่อน
     5. ตอกไข่ไก่ใส่ข้าวสวยแล้วคนให้เข้ากัน (วิธีนี้เหมาะสำหรับเตาไฟฟ้า หรือเตาแม่เหล็กไฟฟ้าที่ไฟไม่แรงเท่าเตาแก๊ส)
     6. เทน้ำมันพืชลงในกระทะ จากนั้นก็เทส่วนผสมข้าวลงไปผัดจนกว่าจะแห้ง (ถ้าใครใช้เตาแก๊สให้ใส่ไข่ลงไป แล้วเทข้าวลงไปผัดให้เข้ากัน) เคล็ดลับ : ควรผัดข้าวให้แห้งสนิทนะคะ ไม่เช่นนั้นจะทำให้ข้าวผัดแฉะ
     7. ใส่เครื่องที่พักลงไป ผัดเร็ว ๆ ให้เข้ากัน แล้วปิดไฟ ตักเสิร์ฟได้ (อย่าให้สตรอว์เบอร์รีสุกมาก ไม่เช่นนั้นจะไม่อร่อย)

     หมายเหตุ : อย่าให้สตรอว์เบอร์รีสุกมากไปจะไม่อร่อย ถ้าสตรอว์เบอร์รีสุกกลิ่นจะตีกับผงกะหรี่ทำให้รสชาติไม่เข้ากัน (หรือจะใส่สตรอว์เบอร์รีหลังจากที่ปิดไฟแล้ว ใช้ความร้อนที่เหลือให้สตรอว์เบอร์รีสุกก็พอ)
 

ดูวิธีทำ ข้าวผัดผงกะหรี่สตรอว์เบอร์รี เพิ่มเติมคลิก

3. แกงเนื้อใส่กล้วยน้ำว้าดิบ

          เติมความแซ่บให้กับอาหารคาวใส่ผลไม้กันสักครั้ง ขอนำเสนอแกงเนื้อใส่กล้วยน้ำว้าดิบ ผัดน้ำพริกแกงกับกะทิจนแตกมันแล้วใส่กล้วยต้มและเนื้อวัว อร่อยอย่าบอกใครเชียว
 
ส่วนผสม แกงเนื้อใส่กล้วยน้ำว้าดิบ
  • เนื้อวัว 400 กรัม (ในสูตรใช้เนื้อส่วนที่ติดซี่โครงบน มีมันแทรกอยู่เล็กน้อย นุ่มอร่อย)
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ (สำหรับหมักเนื้อ)
  • กล้วยน้ำว้าดิบ 6-7 ลูก
  • หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
  • พริกแกงเผ็ด 3 ช้อนโต๊ะ
  • หางกะทิ 2 ถ้วยตวง
  • น้ำตาลมะพร้าว 1 ก้อน (ประมาณก้อนเท่าหัวแม่มือ)
  • น้ำปลา 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกขี้หนูเขียวและแดง หั่นตามยาว ประมาณ 7-10 เม็ด
  • ใบโหระพา 1 กำมือ
     
วิธีทำแกงเนื้อใส่กล้วยน้ำว้าดิบ
     1. หมักเนื้อด้วยซอสหอยนางรม พักไว้
     2. ตั้งน้ำเปล่า ใส่กล้วยทั้งเปลือกลงไปต้ม นับจากน้ำเดือดประมาณ 10 นาทีก็ตักออกมาพักไว้ พอกล้วยหายร้อนก็ลงมือปอกแล้วก็หั่นแว่น
     3. ตั้งกระทะใช้ไฟกลาง เทหัวกะทิลงไปตามด้วยพริกแกงเผ็ดแล้วผัดให้เข้ากันจนแตกมัน ใส่เนื้อหมัก ผัดให้เข้ากัน เติมหางกะทิ คนให้เข้ากัน ปล่อยให้เดือดแล้วใส่กล้วยลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้ง
     4. ปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าวกับน้ำปลา คนให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ
     5. ใส่พริกขี้หนูลงไป ปล่อยให้เดือดสักพัก ใส่ใบโหระพาลงไป ผัดเร็ว ๆ ให้เข้ากันอีกครั้ง ปิดไฟ ตักใส่จาน
 

ดูวิธีทำ แกงเนื้อใส่กล้วยน้ำว้าดิบ เพิ่มเติมคลิก

4. เนื้อต้มจิ๋วมะม่วงดิบ

          เตรียมข้าวสวยมากินกับเมนูเนื้อต้มจิ๋วมะม่วงดิบ มาพร้อมวิธีทำเนื้อตุ๋นและน้ำซุปต้มแซ่บ ทีเด็ดคือใส่มะม่วงดิบเพิ่มรสเปรี้ยว
 
ส่วนผสม เนื้อน่องลายตุ๋น
  • เนื้อวัวส่วนน่องลาย 500 กรัม
  • น้ำเปล่า 6 ถ้วยตวง
     
ส่วนผสม เนื้อต้มจิ๋ว
  • เนื้อน่องลายตุ๋นจนเปื่อย 150 กรัม (หั่นเต๋า)
  • น้ำซุปเนื้อ 3 ถ้วยตวง
  • มะม่วงดิบ (หั่นเต๋า) 150 กรัม
  • มันเทศ (หั่นเต๋า) 150 กรัม
  • น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • หอมแดงซอย 1/2 ถ้วยตวง
  • ใบกะเพรา 20 กรัม
  • ใบโหระพา 20 กรัม
  • พริกขี้หนูบุบพอแตก 10-15 เม็ด
     
วิธีทำเนื้อน่องลายตุ๋น

     1. นำเนื้อวัวใส่หม้อ เติมน้ำเปล่า ยกขึ้นตั้งไฟต้มพอเดือด ช้อนฟองออกให้หมด เบาไฟลงเคี่ยวจนเนื้อวัวนุ่ม (ถ้าน้ำแห้งให้เติมน้ำเปล่าลงไปเพิ่ม)
     2. จากนั้นตักขึ้นพักให้เย็นสนิทจึงหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า เตรียมไว้
 

วิธีทำเนื้อต้มจิ๋ว

     1. ใส่น้ำซุปเนื้อและเนื้อวัวลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟต้มพอเดือด
     2. ใส่มันเทศและมะม่วงดิบลงไป ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียกและน้ำปลา ต้มต่อพอเดือดสักครู่
     3. ใส่หอมแดง ใบกะเพรา และใบโหระพา คนพอเข้ากัน รอเดือดอีกครั้งปิดไฟ ใส่พริกขี้หนู ตักใส่ภาชนะ จัดเสิร์ฟ
 

ดูวิธีทำ เนื้อต้มจิ๋วใส่มะม่วงดิบ เพิ่มเติมคลิก

5. ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

          และแล้วก็ถึงเมนูที่รอคอยนั่นคือ ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง จับปลาทอดจนกรอบแล้วราดน้ำยำมะม่วงใส่ปลาหมึกอบกรอบและถั่วคั่ว
 
ส่วนผสม ปลาทอด
  • ปลาสำลี
  • มะม่วงเบา
  • พริกขี้หนู
  • หอมแดง
  • น้ำปลา
  • น้ำตาลทราย
  • ถั่วลิสงคั่ว (ไม่ใส่ก็ได้)
  • เม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่ว (ไม่ใส่ก็ได้)
  • ปลาหมึกอบกรอบ (ไม่ใส่ก็ได้)
     
วิธีทำปลาทอด

     1. เอาปลาสำลีมาผ่าด้านหลังแล้วแบะ 2 ซีก ตากแดดพอผิวหมาด ราว 1 ชั่วโมงแล้วกลับด้านอีก 1 ชั่วโมง ก่อนนำไปทอด
     2. นำมะม่วง พริก และหอมแดงผสมรวมกัน ปรุงรสด้วยน้ำปลาที่ต้องมากกว่าน้ำตาลทราย ใส่ถั่ว เม็ดมะม่วง หมึกอบกรอบ คนผสมจนน้ำตาลละลายเข้ากัน
 

ดูวิธีทำ ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง เพิ่มเติมคลิก

6. ซีซาร์สลัดมะม่วงสุก

          มื้อเย็นมากินอาหารคาวจากผลไม้อิ่มเบา ๆ อย่างเมนูซีซาร์สลัดมะม่วงสุก ใส่อกไก่และผักสลัด ราดน้ำซีซาร์สลัดและโรยชีส ตามด้วยขนมปังกรอบ
 
ส่วนผสม ซีซาร์สลัด
  • สลัดเบบี้ลีฟ 300 กรัม
  • กะหล่ำปลีสีม่วง 40 กรัม
  • มะม่วง 150 กรัม
  • หัวผักกาดแดง 40 กรัม
  • พาร์มีซานชีส 100 กรัม
  • อกไก่ 250 กรัม
  • น้ำซีซาร์สลัด 50 กรัม
  • ขนมปังกรอบ 10 กรัม
     
วิธีทำซีซาร์สลัด

     1. นำผักต่าง ๆ ไปล้างให้สะอาดและหั่นให้เรียบร้อย
     2. ใส่ส่วนผสมทุกอย่างรวมกัน (ยกเว้นพาร์มีซานชีสกับขนมปังกรอบ) คลุกเคล้าเบา ๆ ให้เข้ากัน โรยหน้าด้วยพาร์มีซานชีสกับขนมปังกรอบ
 

ดูวิธีทำ ซีซาร์สลัด เพิ่มเติมคลิก

7. ยำมะม่วงปลากรอบ

          วันหยุดมาทำเมนูยำมะม่วงปลากรอบ ใส่มะม่วงขูด กุ้งแห้งป่น และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เคล้ากับน้ำยำใส่หอมแดง เติมความเผ็ดจากพริกขี้หนูสดและพริกป่น
 

ส่วนผสม ยำมะม่วงปลากรอบ
  • มะม่วงขูดหรือสับ 1 ลูก
  • ปลากรอบ 1/2 ถ้วย
  • เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด 1/4 ถ้วย
  • กุ้งแห้งป่นหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกขี้หนูซอย 10 เม็ด
  • พริกขี้หนูแห้งคั่วป่น 1/2 ช้อนชา
  • หอมแดงซอย 2 หัว
  • น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
     
วิธีทำยำมะม่วงปลากรอบ

     1. ใส่น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ น้ำมะนาว และน้ำปลาลงในอ่างผสม คนผสมจนน้ำตาลละลาย
     2. เติมพริกขี้หนูแห้งคั่วป่นกับพริกขี้หนูซอยลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้ง
     3. ใส่มะม่วงสับ หอมแดง และกุ้งแห้งป่นลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ
     4. ใส่ปลากรอบกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ลงไป คลุกเคล้าพอเข้ากัน ตักใส่ภาชนะ
 

ดูวิธีทำ ยำมะม่วงปลากรอบ เพิ่มเติมคลิก

8. ไก่ย่างซอสมะม่วง

          ไก่ย่างรสจืดชืดไปหน่อย ลองมาราดซอสมะม่วงเก๋ ๆ กันดีไหม ขอนำเสนอเมนูไก่ย่างซอสมะม่วง จับไก่หมักกับซอสสเต๊กและเครื่องปรุงแล้วนำไปย่างจนสุก สุดท้ายราดซอสมะม่วงรสเปรี้ยวหวาน
 

ส่วนผสม ไก่ย่าง
  • เนื้ออกไก่ (แล่เป็นชิ้นบาง ๆ)
  • เกลือป่น
  • พริกไทยป่น
  • ออริกาโน่
  • เนยสด
  • กระเทียมปอกเปลือก สับละเอียด
  • ซอสสเต๊ก
     
ส่วนผสม ซอสมะม่วง
  • เนื้อมะม่วงสุก หั่นเต๋า
  • นมสด
  • เกลือป่น
  • มะนาว 2 กลีบ
     
ส่วนผสม ซัลซ่ามะม่วง
  • เนื้อมะม่วง
  • ผักชีซอย
  • มะเขือเทศ (เอาเม็ดออก) หั่นเต๋า
  • มะนาว 2-3 กลีบ
  • น้ำตาลทรายเล็กน้อย
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา
  • พริกไทยดำบด
     
วิธีทำไก่ย่าง

     1. แล่เนื้อไก่เป็นชิ้นบาง ๆ โรยเกลือป่น พริกไทยป่น และออริกาโน่ให้ทั่วชิ้นไก่ทั้ง 2 ด้าน
     2. ใส่เนยสด กระเทียม และซอสสเต๊กลงในภาชนะสำหรับเข้าไมโครเวฟ แล้วนำเข้าไมโครเวฟสักครู่จนเนยละลายเข้ากันดี ใส่ลงไปผสมกับไก่ที่หมักไว้ คนผสมให้เข้ากัน
     3. นำไก่ที่หมักไว้ไปย่างในกระทะจนสุก ตักใส่จาน เตรียมไว้
     4. ใส่มะม่วงสุก นมสด และเกลือป่นลงในเครื่องปั่น บีบน้ำมะนาวลงไป ปั่นส่วนผสมให้เนียนละเอียด เตรียมไว้ (กลิ่นหอมนมปนมะม่วง มีมะนาวช่วยชูรส)
     5. ผสมเนื้อมะม่วง ผักชีซอย และมะเขือเทศหั่นเต๋าลงในอ่างผสม ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำตาลทราย เกลือป่น และพริกไทยป่น คนผสมให้เข้ากัน
     6. จัดไก่ย่างใส่จาน ราดด้วยซอสมะม่วง และซัลซ่ามะม่วง แต่งให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ
 

ดูวิธีทำ ไก่ย่างซอสมะม่วง เพิ่มเติมคลิก

9. แซลมอนอบกับสลัดมะม่วงอะโวคาโด

         ใครมีมะม่วงสุกจับมาทำสลัดกินกับแซลมอนกันดีกว่า ขอนำเสนอเมนูแซลมอนอบกับสลัดมะม่วงอะโวคาโด จับแซลมอนปรุงรสไปอบจนสุก เสิร์ฟพร้อมสลัดมะม่วง ใครกลัวไม่อิ่มเพิ่มข้าวสวยสักจานได้เลย
 
ส่วนผสม แซลมอนอบ
  • ปลาแซลมอน 2 ชิ้น
  • เกลือป่น
  • พริกไทยดำบดหยาบ
  • กระเทียมสับ 2 กลีบ
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
  • มะนาวหั่นชิ้น
  • ข้าวสวย
     
ส่วนผสม สลัดมะม่วงอะโวคาโด
  • มะม่วงสุกหั่นเต๋า 1 ถ้วย
  • อะโวคาโดหั่นเต๋า 1 ถ้วย
  • พริกหวานสีแดงหั่นเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชีสับ 1/4 ถ้วย
  • หอมแดงสับ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่นเล็กน้อย
  • พริกไทยดำบดหยาบเล็กน้อย
     
วิธีทำสลัดมะม่วงอะโวคาโด
  • ผสมส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน
     
วิธีทำแซลมอนอบกับสลัดมะม่วงอะโวคาโด

     1. โรยเกลือป่นกับพริกไทยดำบดลงบนปลาแซลมอนให้ทั่ว ใส่กระเทียม น้ำมะนาว และน้ำมันมะกอก คลุกเคล้าให้ทั่วชิ้นปลา
     2. นำปลาแซลมอนวางบนแผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ คลุมให้มิด นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 400 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 25-30 นาที นำออกจากเตาอบ
     3. ตักข้าวสวยใส่จาน วางปลาแซลมอน ราดสลัดมะม่วงอะโวคาโด จัดเสิร์ฟพร้อมมะนาว
 

ดูวิธีทำ แซลมอนอบกับสลัดมะม่วงอะโวคาโด เพิ่มเติมคลิก

10. แกงคั่วกุ้งสับปะรด

          เอาใจคนพิเศษกันด้วยเมนูโปรดอย่างแกงคั่วกุ้ง ใส่กะทิสดผัดกับน้ำพริกแกง เติมกุ้งและสับปะรด เคี่ยวจนผลไม้นุ่มจัดเสิร์ฟ
 

ส่วนผสม แกงคั่วกุ้ง
  • น้ำพริกแกงคั่ว
  • หัวกะทิ
  • หางกะทิ
  • สับปะรด
  • เกลือ
  • น้ำตาลปี๊บ หรือน้ำตาลปึก
  • มะขามเปียก
  • กุ้งสด
  • ใบมะกรูด
     
วิธีทำแกงคั่วกุ้ง

     1. ใส่หัวกะทิลงในกระทะ ใช้ไฟอ่อนกลาง หากไฟแรงไป กะทิจะไม่แตกมัน ค่อย ๆ ผัดหัวกะทิจนข้นและแตกมัน
     2. ใส่น้ำพริกแกงคั่วลงไปผัดต่อ ไม่ถึง 5 นาทีเครื่องแกงจะโชยกลิ่นจนหอม ผัดต่อไปจนเครื่องแกงสุกดี สังเกตว่า แยกชั้นชัดเจนที่ริมขอบกระทะ
     3. เติมหางกะทิส่วนที่เหลือลงไป รอจนน้ำแกงเดือด ใส่สับปะรดที่มีน้ำหวานตามลงไป เคี่ยวประมาณ 5 นาทีเพื่อให้สับปะรด คลายน้ำหวาน และดูดซึมเครื่องแกงไว้แทน
     4. ปรุงรสด้วยเกลือกับน้ำตาลปี๊บ เพิ่มรสเปรี้ยวด้วยมะขามเปียก ถ้าได้รสชาติที่ต้องการแล้วให้เร่งไฟจนน้ำเดือด ใส่กุ้ง และใบมะกรูด ตักใส่ชามเตรียมเสิร์ฟ
 

ดูวิธีทำ แกงคั่วกุ้งสับปะรด เพิ่มเติมคลิก

11. ข้าวผัดสับปะรด

          อิ่มแน่เย็นนี้ถ้าได้ลองทำเมนูข้าวผัดสับปะรด ใส่กุ้ง หมู และเครื่องเคราต่าง ๆ ที่ขาดไม่ได้เลยคือ สับปะรด แถมเพิ่มความเก๋ด้วยการเสิร์ฟในลูกสับปะรดด้วย
 
ส่วนผสม ข้าวผัดสับปะรด
  • สับปะรด 1 ถ้วย
  • เนย 3 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ
  • หอมใหญ่ 2 ช้อนโต๊ะ
  • หมูหั่นชิ้น 100 กรัม
  • กุ้งสด 200 กรัม
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • ข้าวหุงสุกแช่เย็น 2 ถ้วย
  • แครอตหั่นเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ
  • ถั่วลันเตา 2 ช้อนโต๊ะ
  • ลูกเกด 2 ช้อนโต๊ะ
  • กุนเชียง 1 เส้น
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทย 1 ช้อนชา
  • ผงกะหรี่ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันหอย 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลาดี 3 ช้อนโต๊ะ
  • ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • หมูหย็อง 3 ช้อนโต๊ะ
  • เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 1/2 ถ้วย
     
วิธีทำข้าวผัดสับปะรด

     1. ผ่าครึ่งลูกสับปะรดแล้วก็นำเนื้อออกมาผ่าเป็นชิ้นพอคำ
     2. ตั้งกระทะใส่เนยกับกระเทียมสับ ผัดกับหอมหัวใหญ่ ผัดจนกระเทียมสุกหอม ใส่เนื้อหมูกับกุ้ง ผัดพอกุ้งสุก ตอกไข่ใส่ไป 2 ฟอง ผัดพอไข่สุก นำข้าวสุกที่แช่เย็นมาใส่ลงไป ตามด้วยแครอต ถั่วลันเตา ลูกเกด และกุนเชียง ผัดให้เข้ากัน เติมเกลือและน้ำตาลทราย ใส่พริกไทยป่น และผงกะหรี่ ตามด้วยสับปะรด
     3. เติมน้ำมันหอยกับน้ำปลา ชิมรสตามชอบ ใส่ต้นหอมซอย ผัดพอเข้ากัน ปิดเตา
     4. จัดจาน โดยนำข้าวผัดสับปะรดใส่ในลูกสับปะรดที่คว้านเนื้อแล้ว โรยด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด และเติมหมูหย็อง โรยต้นหอมซอยอีกนิดหน่อย จัดเสิร์ฟ
 

ดูวิธีทำ ข้าวผัดสับปะรด เพิ่มเติมคลิก

12. แกงเหลืองสับปะรด

          ใครอยากกินอาหารใต้รสจัดจ้านขอนำเสนอเมนูแกงเหลืองสับปะรด ใส่น้ำพริกแกงส้มแบบใต้ เติมเนื้อปลาและสับปะรด ใครจะทำด้วยไมโครเวฟเหมือนในสูตรหรือทำด้วยเตาแก๊สก็เอาที่สบายใจเลยค่ะ
 
ส่วนผสม แกงเหลืองสับปะรด
  • สับปะรด 500 กรัม
  • น้ำพริกแกงส้ม (ใต้) 50-100 กรัม
  • กะปิ 2 ช้อนชา
  • น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ + 1 ช้อนชา
  • เกลือ 1+1/2 ช้อนชา
  • ส้มแขก ตามชอบ
  • น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
  • ปลา 350 กรัม
     
วิธีทำแกงเหลืองสับปะรด

     1. นำสับปะรด พริกแกงส้ม กะปิ น้ำตาลมะพร้าว เกลือ ส้มแขก และน้ำเปล่าใส่ลงไป ปิดฝาแล้วนำเข้าไมโครเวฟไฟแรง 600 วัตต์ เป็นเวลา 15 นาที
     2. ใส่เนื้อปลาลงไป คนให้กระจายเล็กน้อย ปิดฝา นำเข้าไมโครเวฟไฟแรง 600 วัตต์ อีก 5-10 นาที
 

ดูวิธีทำ แกงเหลืองสับปะรด เพิ่มเติมคลิก

13. แกงคั่วสับปะรดหมู

          หลังจากกินแกงคั่วสับปะรดกุ้งไปเมื่อวาน วันนี้ขอเปลี่ยนมาทำแกงคั่วสับปะรด หมูสูตรนี้ใส่น้ำพริกแกงทำเอง เติมสีสันด้วยพริกชี้ฟ้า หวานอร่อยจากสับปะรด 
ส่วนผสม แกงคั่วสับปะรดหมู
  • เนื้อสันในหมู (หั่นชิ้น) 250 กรัม
  • สับปะรดศรีราชา (หั่นชิ้น) 300 กรัม
  • หัวกะทิ 1/2 ถ้วยตวง
  • กะทิ (ความเข้มข้นปานกลาง) 3 ถ้วยตวง
  • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะขามเปียก 2-3 ช้อนโต๊ะ
  • พริกชี้ฟ้าสีแดง (หั่นเฉียง) 2 เม็ด
  • ใบมะกรูดฉีก 5 ใบ
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำพริกแกงคั่ว
     
ส่วนผสม น้ำพริกแกงคั่ว
  • พริกชี้ฟ้าแห้ง 5 เม็ด (แกะเมล็ดออกแช่น้ำพอนุ่ม)
  • พริกขี้หนูแห้ง (แช่น้ำพอนุ่ม) 5 เม็ด
  • หอมแดง (หั่นหยาบ) 50 กรัม
  • กระเทียมไทย 20 กรัม
  • ข่าซอย 1 ช้อนชา
  • กะปิ 2 ช้อนชา
     
วิธีทำแกงคั่วสับปะรดหมู

     1. ทำน้ำพริกแกงคั่ว โดยโขลกส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันจนละเอียด
     2. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืชลงไป พอร้อนใส่น้ำพริกแกงคั่วลงผัดพอหอม ค่อย ๆ เติมหัวกะทิจนหมด ผัดจนกะทิแตกมัน เติมกะทิพอเดือด ใส่เนื้อหมูลงไปผัดรอจนสุก ตามด้วยสับปะรด
     3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะขามเปียก คนพอเข้ากันแล้วเคี่ยวต่อสักครู่
     4. โรยใบมะกรูดและพริกชี้ฟ้า คนพอเข้ากัน ยกลงจากเตา ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ
 

ดูวิธีทำ แกงคั่วสับปะรดหมู เพิ่มเติมคลิก

14. ผัดเปรี้ยวหวาน

          สีสันสะดุดตามากกับเมนูผัดเปรี้ยวหวาน ใส่ปลาหมึก เพิ่มรสเปรี้ยวหวานด้วยสับปะรดกับซอสมะเขือเทศ ใส่แตงกวากับหอมใหญ่และมะเขือเทศ เติมเนื้อสัตว์ตามชอบ
 
ส่วนผสม ผัดเปรี้ยวหวาน
  • กระเทียมไทยสับ 10 กลีบ
  • ปลาหมึก (หั่นแว่น) 200 กรัม
  • สับปะรด (หั่นชิ้นพอดีคำ) 1 ถ้วย
  • แตงกวา (หั่นชิ้นพอดีคำ) 1 ถ้วย
  • หอมใหญ่ (หั่นเสี้ยว) 1 หัว
  • ต้นหอม (หั่นท่อน) 1 ต้น
  • มะเขือเทศ 2 ลูกใหญ่ (หั่น 4 ส่วน)
  • ซอสมะเขือเทศ 1/2 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่นเล็กน้อย (ปรุงรส) **ถ้าต้องการความหอมให้ใส่น้ำปลาแทนได้
  • น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช (สำหรับผัด)
     
วิธีทำผัดเปรี้ยวหวาน

     1. เจียวกระเทียมสับในน้ำมันพืชจนหอม ใส่เนื้อปลาหมึกลงไปผัดจนเกือบสุก
     2. ใส่สับปะรด แตงกวา หอมใหญ่ ต้นหอม และมะเขือเทศลงไปผัดจนสุกนิ่ม
     3. ปรุงรสด้วยซอสมะเขือเทศ น้ำตาลทราย และเกลือป่น ใส่น้ำเปล่าลงไปเล็กน้อย ผัดให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ
 

ดูวิธีทำ สูตรผัดเปรี้ยวหวาน เพิ่มเติมคลิก

15. ปลาดอรี่อบไส้ผลไม้

          ใครกำลังมองหาอาหารคาวทำจากผลไม้เหมาะกับมื้อพิเศษ ขอนำเสนอเมนูปลาดอรี่อบไส้ผลไม้ จับปลาดอรี่สอดไส้ผลไม้แล้วนำไปอบจนสุก แกล้มกับผักลวกตามชอบ
 
ส่วนผสม ปลาดอรี่อบไส้ผลไม้
  • ปลาดอรี่ 1 ชิ้น
  • สับปะรด (ห่าม ๆ) หั่นชิ้นบาง ๆ 1/2 ถ้วย
  • แอปเปิลแดง หั่นชิ้นบาง ๆ 1/2 ถ้วย
  • ด้ายสำหรับพันเนื้อปลา
  • ผักลวกตามชอบ
     
วิธีทำปลาดอรี่อบไส้ผลไม้

     1. นำสับปะรดกับแอปเปิลไปย่างในกระทะเทฟลอนจนแห้ง หรืออบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส นานประมาณ 5 นาที
     2. นำไส้ผลไม้ไปวางบนชิ้นปลาดอรี่แล้วค่อย ๆ ม้วน ใช้ด้ายเย็บผ้าผูกให้ไม่หลุดแยกออก
     3. นำชิ้นปลาที่ม้วนแล้วใส่ถ้วยเล็ก ๆ นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียส นานประมาณ 12-15 นาที หรือจนเนื้อปลาสุก
     4. ตัดด้ายออก หั่นเนื้อปลาออกเป็นสองชิ้น เสิร์ฟพร้อมผักลวกตามชอบ
 

ดูวิธีทำ สูตรอาหารคลีนทำง่าย เพิ่มเติมคลิก

16. ไก่อบผลไม้

          อยากให้สาว ๆ ที่กำลังลดน้ำหนัก ลองมาชิมเมนูไก่อบผลไม้ สูตรนี้ใช้อกไก่ย่างอบพร้อมกับผลไม้ย่าง ลองทำกินมื้อเย็นนี้เลยดีไหม
ส่วนผสม ไก่อบผลไม้
  • อกไก่ 1 ชิ้น
  • มะเขือเทศสับทั้งเม็ด 1/4 ถ้วย
  • สับปะรดห่าม ๆ กำลังเปรี้ยวสับละเอียด 1/4 ถ้วย (ถ้าไม่มีใช้แบบสุกก็ได้)
  • ออริกาโน่ 1 ช้อนชา
  • พริกไทยดำป่น 1 ช้อนชา
  • โรสแมรีสด 1 กิ่งเล็ก
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
     
วิธีทำไก่อบผลไม้      

     1. หมักไก่กับส่วนผสมทั้งหมด คลุกเคล้าแล้วหมักไว้ 20 นาที
     2. ตั้งกระทะเทฟลอนบนไฟปานกลาง นำไก่ที่หมักซอสไว้ลงไปกริลล์ (เมนูนี้ไม่ใช้น้ำมัน เพราะจะมีน้ำของมะเขือเทศและสับปะรดออกมาอยู่แล้ว) กริลล์จนมะเขือเทศและสับปะรดสุกนุ่ม เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลนิด ๆ
     3. พอเนื้อไก่สุก ปิดฝากระทะ อบต่อด้วยไฟอ่อนให้ระอุหอม และเนื้อไก่แห้ง ประมาณ 1-2 นาที ตักใส่จาน
 

ดูวิธีทำ สูตรอาหารคลีนทำง่าย เพิ่มเติมคลิก

17. ส้มตำกระท้อน

          ถ้าเบื่อส้มตำมะละกอก็เปลี่ยนมาทำเมนูส้มตำกระท้อน ใส่ปูเค็มหรือปูจืด ปรุงรสด้วยน้ำยำรสแซ่บ โรยหน้าด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์
 
ส่วนผสม ส้มตำกระท้อน
  • กระท้อนสับ 1 ลูก
  • ปูเค็ม หรือปูจืด
  • กระเทียมปอกเปลือก 2-3 กลีบ
  • พริกขี้หนู (ตามชอบ)
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา (หรือน้ำปลาดี ๆ 1/2 ช้อนชา)
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • ถั่วฝักยาวหั่นท่อน 1 ฝัก
  • มะเขือเทศเชอร์รี (ผ่าครึ่ง) 5-10 ลูก
  • เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอดกรอบ (สำหรับโรยหน้า)
     
วิธีทำส้มตำกระท้อนกุ้งสด

     1. โขลกกระเทียมกับพริกขี้หนูพอละเอียด ใส่น้ำตาลปี๊บ เกลือป่น และน้ำมะนาวลงไปตำให้พอเข้ากัน
     2. ใส่ปูเค็ม ถั่วฝักยาว และมะเขือเทศเชอร์รี โขลก เคล้าเบา ๆ ให้เข้ากัน
     3. ตักใส่ภาชนะสำหรับเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอดกรอบ
 

ดูวิธีทำ เมนูกระท้อน เพิ่มเติมคลิก

18. กระท้อนทรงเครื่อง

          ปิดท้ายกันด้วยเมนูกระท้อนทรงเครื่อง ใส่กุ้งแห้งกับหอมแดง เติมความเค็มจากกะปิ ปรุงรสเผ็ดตามชอบ
 
ส่วนผสม กระท้อนทรงเครื่อง
  • กระท้อนดอง (ล้างน้ำก่อนแล้วนำมาฝานบาง ๆ)
  • ถั่วลิสงคั่วป่น 3 ช้อนโต๊ะ
  • มะพร้าวขูดคั่ว 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 2 ถ้วย
  • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
  • กะปิ 1 ช้อนชา (หรือตามชอบ)
  • หอมแดงซอย 3 ช้อนโต๊ะ
  • กุ้งแห้งป่น 3 ช้อนโต๊ะ
  • พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกขี้หนูซอย 1 ช้อนโต๊ะ
     
วิธีทำกระท้อนทรงเครื่อง

     1. คั่วถั่วลิสงแล้วบี้เอาเปลือกออก จากนั้นนำไปตำพอหยาบ ๆ
     2. คั่วมะพร้าวขูดให้กรอบ
     3. ใส่น้ำตาลปี๊บลงกระทะ ตามด้วยน้ำปลา เปิดไฟอ่อน ๆ เคี่ยวให้เข้ากัน เติมกะปิ เคี่ยวให้เหนียว ยกออกจากเตา
     4. ใส่หอมแดงซอย กุ้งแห้งป่น มะพร้าวคั่ว พริกป่น พริกขี้หนูซอย และถั่วลิสงคั่วป่น คนทุกอย่างให้เข้ากัน
     5. นำกระท้อนดองมาล้างน้ำแล้วฝานบาง ๆ รอบ ๆ ลูก บีบน้ำออกให้หมด จัดใส่ภาชนะ ราดด้วยน้ำตาลที่ปรุงไว้
 

ดูวิธีทำ กระท้อนทรงเครื่อง เพิ่มเติมคลิก

          ขอไปแอบส่องผลไม้ในตู้เย็นก่อนนะคะ ว่าพอมีอะไรทำเมนูอาหารคาวได้บ้าง ถ้าเครื่องเคราไม่ครบคงต้องรีบออกไปหาซื้อให้ทันกินตอนเย็นนี้ แบบว่าใจร้อนอยากกินหนักมาก

 

สนใจให้ Kapook.com แนะนำการทำอาหารด้วยเครื่องปรุง ของใช้ในครัว หรืออื่น ๆ  รับทำการตลาดด้วย Social Network , Content Marketing

คลิกเลย

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
18 สูตรอาหารคาวจากผลไม้ เสกเมนูอร่อยเอาใจคนรักผลไม้ โพสต์เมื่อ 19 กันยายน 2561 เวลา 15:38:59 9,300 อ่าน
TOP