x close

15 สูตรขนมจากแป้งข้าวเจ้า สูตรทำกินทำขายอร่อยสไตล์ไทย

           แป้งข้าวเจ้าทำอะไรได้บ้าง ? จับมาทำขนมจากแป้งข้าวเจ้ากันดีไหม มีให้เลือกหลากหลาย ทำกิน ทำขาย หรือทำแจกได้หมดเลย
           ใครมีแป้งข้าวเจ้าเหลือ ๆ จับมาทำขนมไทยกินเองง่าย ๆ กันเถอะ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำขนมจากแป้งข้าวเจ้า เช่น ขนมดอกจอก ขนมครก ขนมถ้วย ตะโก้ เป็นต้น ชอบเมนูไหนลุยกันเลยค่ะ

1. ขนมชั้นใบเตย

ขนมจากแป้งข้าวเจ้า

ภาพจาก คุณ RinS Cook Book (#Rinscookcook)

           ขนมชั้นทำจากแป้งข้าวเจ้า ใส่น้ำใบเตยเข้มข้น และกลิ่นมะลิ เติมความหวานจากน้ำตาลทราย หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมสวยงาม

ส่วนผสม ขนมชั้น

  • น้ำตาลทราย 2+1/2 ถ้วย
  • น้ำกะทิ 4 ถ้วย
  • แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
  • แป้งมันสำปะหลัง 1/2 ถ้วย
  • แป้งท้าวยายม่อม 1+1/2 ถ้วย (หรือแป้งถั่วเขียว)
  • น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 1/2 ถ้วย
  • น้ำหอมกลิ่นมะลิผสมน้ำ 1/2 ถ้วย
  • ถาดหรือพิมพ์สี่เหลี่ยมสำหรับนึ่งขนม (ขนาด 10x10 นิ้ว หรือ 8x8 นิ้ว)

วิธีทำขนมชั้น

      1. ใส่น้ำตาลทรายและกะทิลงในหม้อ คนผสมให้เข้ากัน นำขึ้นตั้งไฟปานกลางประมาณ 5 นาที จนน้ำตาลทรายละลาย (ไม่ต้องรอให้เดือด) ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น

      2. นึ่งถาดหรือพิมพ์ในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือด ประมาณ 15 นาที เตรียมไว้

      3. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง และแป้งท้าวยายม่อมเข้าด้วยกัน ค่อย ๆ เทส่วนผสมน้ำกะทิลงไป ใช้มือนวดแป้งให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว นวดประมาณ 15 นาที จนแป้งไม่จับตัวเป็นก้อน จากนั้นนำไปกรองด้วยตะแกรง

      4. แบ่งแป้งเป็น 2 ถ้วย โดยถ้วยที่ 1 ผสมกับน้ำใบเตย และถ้วยที่ 2 ผสมกับน้ำมะลิ คนผสมให้เข้ากัน เตรียมไว้

      5. ทำชั้นที่ 1 โดยเทส่วนผสมสีขาว (เทส่วนผสมทุกชั้นประมาณ 1/3 ถ้วย) ลงในพิมพ์ ปิดฝา นึ่งประมาณ 5 นาที เปิดฝา เทส่วนผสมสีเขียวลงไป ปิดฝา นึ่งประมาณ 5 นาที ทำซ้ำเช่นเดิม สลับชั้นกันจนหมดแป้ง จะได้ประมาณ 9-10 ชั้น โดยชั้นสุดท้าย ให้นึ่งประมาณ 7 นาที ยกออกจากชุดนึ่ง วางพักทิ้งไว้จนเย็นสนิท (ประมาณ 3 ชั่วโมง)

      6. นำขนมออกจากถาด จุ่มมีดลงในน้ำร้อน กดลงบนขนมเป็นชิ้น ๆ จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ
 

ดูวิธีทำ ขนมชั้นใบเตย เพิ่มเติมคลิก

2. ขนมชั้นดอกกุหลาบ

ขนมจากแป้งข้าวเจ้า

           ถ้าเบื่อขนมชั้นชิ้นสี่เหลี่ยม ลองมาแปลงร่างเป็นขนมชั้นดอกกุหลาบสีสวยกันเถอะ อีกหนึ่งขนมไทยจากแป้งข้าวเจ้าใส่สีผสมอาหารสีแดงแล้วม้วนเป็นรูปดอกกุหลาบ อยากกินกี่ดอกจัดเลยค่ะ

ส่วนผสม ขนมชั้น

  • หัวกะทิ 2 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
  • แป้งเท้ายายม่อม 1/8 ถ้วย
  • แป้งข้าวเจ้า 1/4 ถ้วย
  • แป้งมันสำปะหลัง 1 ถ้วย
  • สีผสมอาหารสีแดง
  • กลิ่นมะลิ เล็กน้อย
  • น้ำมันพืช (สำหรับทาถาด)

วิธีทำขนมชั้น

     1. ใส่กะทิลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟต้ม ตามด้วยน้ำตาลทราย คนให้เข้ากันจนละลาย ปิดไฟแล้วพักทิ้งไว้ให้เย็น

     2. พอส่วนผสมกะทิเย็นแล้วให้ตักช้อนเอาหัวกะทิที่อยู่ด้านบนใส่ภาชนะเก็บไว้

     3. ผสมแป้งเท้ายายม่อม แป้งมันสำปะหลัง และแป้งข้าวเจ้าเข้าด้วยกันในอ่างผสม ค่อย ๆ เทหัวกะทิใส่ลงไปทีละน้อยสลับกับใช้มือนวดแป้ง นวดจนแป้งรวมตัวกันเป็นก้อนแล้วนวดต่ออีก ประมาณ 15 นาที

เคล็ดลับ : นวดแป้งไปทางเดียวกันจะช่วยให้แป้งเหนียวนุ่มขึ้น

     4. เทน้ำกะทิที่เหลือใส่ลงไป ตามด้วยกลิ่นมะลิ คนผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว นำส่วนผสมไปกรองด้วยกระชอน เตรียมไว้

     5. แบ่งส่วนผสมแป้งออกเป็น 2 ส่วน ใส่สีผสมอาหารสีแดงลงไป 1 ส่วน คนผสมสีให้เข้ากัน

     6. ทาน้ำมันพืชลงบนถาดสำหรับนึ่งขนมชั้นให้ทั่ว

เคล็ดลับ : การทาน้ำมันพืชลงบนถาดจะช่วยทำให้แกะขนมชั้นออกจากพิมพ์ได้ง่ายขึ้น

     7. นำชุดนึ่งขึ้นตั้งไฟ รอจนน้ำเดือดพล่าน จากนั้นวางถาดสำหรับนึ่งขนมลงไปแล้วตักส่วนผสมแป้งสีชมพูใส่ลงไปในพิมพ์ทำเป็นชั้นที่ 1 ปิดฝานึ่งประมาณ 5-7 นาที

     8. พอชั้นที่ 1 สุกแล้วให้เปิดฝาแล้วตักส่วนผสมสีขาวใส่ลงไป ปิดฝานึ่งต่อ ทำสลับกันไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมแป้งหมดและเต็มพิมพ์

เคล็ดลับ : เวลานึ่งขนมชั้นต้องรอให้น้ำเดือด เพราะหน้าขนมชั้นจะได้ไม่เป็นคลื่น

     9. เมื่อนึ่งเสร็จแล้วนำขนมชั้นออกมาจากชุดนึ่ง พักไว้ให้เย็นลง นำขนมชั้นออกจากพิมพ์ ผ่าแบ่งครึ่งขนมชั้นตามยาวแล้วลอกขนมแต่ละชั้นออกมาเป็นแผ่น

     10. วิธีม้วนดอกกุหลาบ คือ ให้ม้วนแผ่นขนมชั้นเข้ามา 1 ทบ พับกลีบแรกไปข้างหลัง 45 องศา แล้วจึงพับตลบขึ้นมา ทำซ้ำเรื่อย ๆ จนหมด พร้อมเสิร์ฟ
 

ดูวิธีทำ ขนมชั้นดอกกุหลาบ เพิ่มเติมคลิก

3. ขนมครก

ขนมจากแป้งข้าวเจ้า

ภาพจาก คุณเนินน้ำ อาหารบ้าน ๆ ที่บ้านเนินน้ำ

            มาต่อกันที่วิธีทำขนมครก ใส่แป้งข้าวเจ้า มาพร้อมวิธีทำแป้งและหน้ากะทิ โรยหน้าด้วยต้นหอม เผือก หรือข้าวโพดตามชอบ

ส่วนผสม แป้งขนมครก

  • แป้งข้าวเจ้า 1+1/4 ถ้วย
  • ข้าวสุก 1/3 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1/8 ถ้วย
  • เกลือสมุทร 1 ช้อนชา
  • น้ำปูนใส 1/4 ถ้วย
  • หัวกะทิ 1 ถ้วย
  • หางกะทิ 1/2 ถ้วย

ส่วนผสม หน้ากะทิ

  • หัวกะทิ 3/4 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1/8 ถ้วย
  • เกลือสมุทร 1/4 ช้อนชา
  • แป้งข้าวเจ้า 1/2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม หน้าขนมครก

  • ต้นหอมซอย
  • เผือกหั่นเต๋าเล็ก ๆ
  • เม็ดข้าวโพด
  • น้ำมันพืช (สำหรับทาหลุมขนมครก)

วิธีทำขนมครก

      1. ทำแป้งขนมครก โดยนำแป้งข้าวเจ้า ข้าวสุก น้ำตาลทราย เกลือสมุทร น้ำปูนใส หัวกะทิ และหางกะทิไปปั่นด้วยเครื่องปั่นจนละเอียดเป็นเนื้อเดียว เทใส่ภาชนะแล้ววางพักทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที

      2. ทำหน้ากะทิ โดยผสมหัวกะทิ น้ำตาลทราย และเกลือสมุทรเข้าด้วยกัน คนผสมจนน้ำตาลทรายละลาย ค่อย ๆ ใส่แป้งข้าวเจ้าลงไป คนผสมให้ละลายเข้ากันดี เตรียมไว้

      3. นำเบ้าขนมครกขึ้นตั้งไฟ ใช้ไฟกลางพอร้อน ทาน้ำมันให้ทั่วหลุมแล้วตักแป้งหยอดลงไปลงไปประมาณ 3/4 ของหลุม พอแป้งเริ่มเซตตัว ตักส่วนผสมหน้ากะทิหยอดทับลงไปให้เต็ม ปิดฝารอให้แป้งเริ่มสุก

      4. เปิดฝาโรยหน้าด้วยเผือก ข้าวโพด และต้นหอมซอย พอขนมสุกใช้ช้อนแคะขนมออกจากเบ้า จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ (ในสูตรได้นำเบ้าขนมครกไปบ่มน้ำมันล่วงหน้า 2 วันแล้ว แต่ขนมก็ยังติดเบ้า แคะยากมาก)
 

ดูวิธีทำ ขนมครก เพิ่มเติมคลิก

4. ขนมถ้วย

ขนมจากแป้งข้าวเจ้า

ภาพจาก คุณ RinS Cook Book (#Rinscookcook)

            ใครมีถ้วยตะไลหรือถ้วยทนความร้อนมาทำขนมถ้วยใส่แป้งข้าวเจ้ากัน สูตรนี้หน้าขนมมีความเค็มหอมกะทิ ส่วนตัวขนมมีความหวานจากน้ำตาลปี๊บ 

ส่วนผสม หน้าขนม

  • แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา
  • หัวกะทิ 2 ถ้วย

ส่วนผสม ตัวขนม

  • แป้งข้าวเจ้า 3/4 ถ้วย
  • น้ำตาลปี๊บ 230 กรัม
  • แป้งมันสำปะหลัง 1/4 ถ้วย
  • แป้งเท้ายายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำลอยดอกมะลิ 1+1/4 ถ้วย (หรือน้ำผสมกลิ่นมะลิ)
  • หางกะทิ 1/2 ถ้วย

อุปกรณ์

  • ถ้วยขนมถ้วย (หรือถ้วยทนความร้อนสำหรับนึ่ง)
  • ชุดนึ่ง

วิธีทำขนมถ้วย

     1. ทำหน้าขนมโดยผสมแป้งข้าวเจ้า น้ำตาลทราย เกลือป่น และหัวกะทิเข้าด้วยกัน ใช้มือขยำส่วนผสมจนเข้ากันและไม่เป็นเม็ด จากนั้นนำไปกรองผ่านตะแกรง เตรียมไว้

     2. ทำตัวขนมโดยผสมแป้งข้าวเจ้า น้ำตาลปี๊บ แป้งมันสำปะหลัง แป้งท้าวยายม่อม น้ำลอยดอกมะลิ และหางกะทิเข้าด้วยกัน ใช้มือขยำส่วนผสมจนเข้ากันจนน้ำตาลปี๊บละลายหมด จากนั้นนำไปกรองผ่านตะแกรง เตรียมไว้

     3. นำถ้วยขนมไปนึ่งประมาณ 5 นาที (ป้องกันไม่ให้ขนมติดถ้วย)

     4. เทส่วนผสมตัวขนมลงไปในถ้วย (ให้เกินครึ่งถ้วยเล็กน้อย) จากนั้นปิดฝานึ่งประมาณ 5 นาที พอครบเวลา ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที

     5. เทส่วนผสมหน้ากะทิลงไปจนเต็มถ้วย นำไปนึ่งต่ออีกประมาณ 6-7 นาทีจนขนมสุก ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็นประมาณ 10 นาที

     6. ค่อย ๆ ใช้ไม้พายหรือไม้ไอศกรีมแช่น้ำแคะขนมออกจากถ้วย จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ
 

ดูวิธีทำ ขนมถ้วย เพิ่มเติมคลิก

5. ขนมใส่ไส้

ขนมจากแป้งข้าวเจ้า

           หาซื้ออร่อย ๆ ยากลองทำกินเองกันเถอะ ขนมใส่ไส้ใส่แป้งข้าวเจ้า มาพร้อมวิธีทำแป้งและไส้หอมอร่อย จะห่อด้วยกระทงหรือหยอดลงในถ้วยพลาสติกแบบประยุกต์ก็ตามชอบ

ส่วนผสม ขนมใส่ไส้

  • มะพร้าวขูดขาว 2+1/2 ถ้วย
  • น้ำตาลมะพร้าว 1+1/2 ถ้วย
  • น้ำต้มสุก
  • เทียนอบ (สำหรับอบควันเทียน) ใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ตามความสะดวก
  • แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วย
  • น้ำเย็น 1/3 ถ้วย (หรือน้ำใบเตย, น้ำอัญชันแช่เย็น หากต้องการเพิ่มสีสัน)
  • แป้งข้าวเจ้า 1/3 ถ้วย
  • เกลือป่น 2 ช้อนชา
  • หัวกะทิ 3+1/3 ถ้วย

อุปกรณ์

  • เตรียมใบตองตัดเป็น 2 ขนาด แผ่นใหญ่ขนาดประมาณ 5X9 เซนติเมตร และแผ่นเล็กขนาดประมาณ 4X6 เซนติเมตร แล้วตัดหัว-ท้ายเป็นสามเหลี่ยม เช็ดให้สะอาดทั้ง 2 ด้าน นำไปตากแดดทิ้งไว้สักครู่ (เพื่อไม่ให้ใบตองแตกขณะห่อขนม)

วิธีทำหน้ากระฉีก (ส่วนผสมไส้)

     1. กวนมะพร้าวขูดกับน้ำตาลมะพร้าว และน้ำต้มสุกในกระทะด้วยไฟอ่อน ๆ จนส่วนผสมเหนียวและแห้ง ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็นสนิท

     2. พอส่วนผสมเย็นสนิทแล้วปั้นเป็นก้อนกลม ๆ ประมาณ 1 นิ้วใส่ในภาชนะที่มีฝาปิด 

     3. นำส่วนผสมไส้ไปอบด้วยควันเทียน เตรียมไว้

วิธีทำแป้ง

  • นวดแป้งข้าวเหนียวกับน้ำเย็นจนพอปั้นได้ จากนั้นปั้นเป็นก้อนกลมขนาดเดียวกับหน้ากระฉีก เตรียมไว้

วิธีทำส่วนผสมหน้าขนม

  • ผสมแป้งข้าวเจ้า เกลือป่น และกะทิคนให้ละลายเข้าด้วยกัน เทใส่ในกระทะทองเหลือง (หรือกระทะเทฟลอน) ใช้ไฟปานกลางกวนจนข้นและเดือดทั่ว ยกลงจากเตา เตรียมไว้

วิธีทำขนมใส่ไส้แบบห่อใบตอง

     1. แผ่แป้งข้าวเหนียวที่ปั้นไว้เป็นแผ่นบาง ๆ (กะให้พอหุ้มไส้ได้มิด) จากนั้นหยิบไส้กระฉีกวางลงไปตรงกลางแล้วหุ้มแป้งให้มิด วางขนมลงบนใบตองที่ซ้อนกัน

     2. หงายใบตองแผ่นใหญ่ขึ้น (ด้านนวล) แล้ววางทับด้วยใบตองแผ่นเล็ก วางไส้ขนมลงไป จากนั้นตักหน้าขนมประมาณ 1/2 ช้อนชา ใส่ด้านบนไส้

     3. ห่อใบตองเป็นทรงสูง ใช้ใบมะพร้าวที่เตรียมไว้คาดและกลัดด้วยไม้กลัดให้เรียบร้อย ตัดปลายเตี่ยวให้เฉียงและยาวพองาม วางเรียงห่อขนมลงในชุดนึ่ง

     4. นำขนมไปนึ่งในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือดพล่านประมาณ 10 นาที ยกลงจากเตา

วิธีทำขนมใส่ไส้สูตรประยุกต์

     1. ตักส่วนผสมหน้ากะทิใส่ลงในถ้วยขนาดเล็ก (หรือพิมพ์พลาสติก) ประมาณ 1/2 ของพิมพ์ เตรียมไว้

     2. แผ่แป้งข้าวเหนียวที่ปั้นไว้เป็นแผ่นบาง ๆ (กะให้พอหุ้มไส้ได้มิด) จากนั้นหยิบไส้กระฉีกวางลงไปตรงกลางแล้วหุ้มแป้งให้มิด จากนั้นนำไปต้มในน้ำเดือดจนลอยขึ้นมา ตักขึ้นใส่จาน เตรียมไว้

     3. ค่อย ๆ นำส่วนผสมไส้วางลงในพิมพ์อย่างเบามือให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ
 

ดูวิธีทำ ขนมใส่ไส้ เพิ่มเติมคลิก

6. ลอดช่อง

ขนมจากแป้งข้าวเจ้า

ภาพจาก คุณ RinS Cook Book (#Rinscookcook)

          และแล้วก็ถึงเมนูลอดช่องที่รอคอย ทำจากแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน และแป้งถั่วเขียว มาพร้อมวิธีทำน้ำกะทิหอมหวล

ส่วนผสม ลอดช่อง

  • ใบเตยหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ 1 ปอนด์ (ประมาณ 450 กรัม)
  • น้ำปูนใส 9+1/2 -10 ถ้วย
  • แป้งข้าวเจ้า 3 ถ้วย
  • แป้งมันสำปะหลัง 1 ถ้วย
  • แป้งถั่วเขียว 4 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเย็นจัด
  • น้ำแข็งทุบ

ส่วนผสม น้ำกะทิ

  • น้ำตาลปี๊บ 3+1/2 -4 ถ้วย
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา
  • กะทิ 5 ถ้วย

วิธีทำลอดช่องน้ำกะทิ

      1. ทำน้ำกะทิ โดยใส่น้ำตาลปี๊บ เกลือป่น และกะทิลงในอ่างผสม ใช้มือขยำส่วนผสมเข้าด้วยกันจนน้ำตาลปี๊บละลายเข้ากันดี กรองด้วยตะแกรง

      2. นำส่วนผสมน้ำกะทิขึ้นตั้งไฟปานกลาง เคี่ยวจนน้ำกะทิใกล้เดือด (ให้ส่วนผสมเดือดเฉพาะตรงกลาง ไม่เดือดพล่าน เพื่อไม่ให้กะทิแตกมัน) ประมาณ 10-15 นาที ปิดไฟ ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น เตรียมไว้ (สามารถทำไว้ล่วงหน้าหรือทำทิ้งไว้ข้ามคืนได้)

      3. ใส่ใบเตยลงในเครื่องปั่น ตามด้วยน้ำปูนใส 6-7 ถ้วย ปั่นจนละเอียด จากนั้นคั้นเอาเฉพาะน้ำ เตรียมไว้

      4. ใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง และแป้งถั่วเขียวลงไปในน้ำใบเตย โดยปล่อยให้แป้งค่อย ๆ จมลงไปในน้ำจนหมด (เทคนิค : ปล่อยให้แป้งจมลงไปในน้ำเอง รอประมาณ 1 นาที โดยไม่ต้องคน เพื่อให้มั่นใจได้ว่า แป้งจะได้ไม่จับตัวเป็นก้อน และละลายเข้ากับน้ำทั้งหมด) พอแป้งจมลงหมดแล้ว ค่อย ๆ คนผสมจนเข้ากันดี จากนั้นกรองด้วยตะแกรง เตรียมไว้

      5. ใส่ส่วนผสมลงในกระทะก้นลึกขนาดใหญ่ นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง กวนผสมตลอดเวลา ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง พอแป้งเริ่มเหนียว ค่อย ๆ เทน้ำปูนใสที่เหลือลงไปจนหมด กวนจนส่วนผสมเหนียว และมีสีใส

      6. ตักส่วนผสมแป้งใส่เครื่องกดลอดช่อง กดแป้งเป็นเส้น ๆ ลงในน้ำเย็นจัด จากนั้นตักส่วนผสมขึ้น ใส่ลงในถ้วย ตามด้วยน้ำกะทิที่เตรียมไว้ และน้ำแข็ง พร้อมเสิร์ฟ

หมายเหตุ : สูตรนี้ใส่แป้งถั่วเขียว เพื่อทำให้ลอดช่องมีเนื้อเหนียว นุ่ม และสีสวยมากขึ้น เก็บไว้กินนาน ๆ จะไม่คืนตัวและเป็นน้ำ
 

ดูวิธีทำ ลอดช่อง เพิ่มเติมคลิก

7. ขนมตาล

ขนมจากแป้งข้าวเจ้า

            ถ้าหาซื้อลูกตาลได้อยากให้ลองมาทำขนมตาล เมนูขนมไทยใส่แป้งข้าวเจ้าสูตรนี้กัน ใส่น้ำตาลทรายตามชอบ เพิ่มกะทิเพื่อความหอมมัน สุดท้ายโรยมะพร้าวขูดคลุกเกลือ

ส่วนผสม ขนมตาล

  • น้ำตาลทราย 400 กรัม
  • กะทิ 3 ถ้วย
  • เนื้อลูกตาลสุก 350 กรัม
  • แป้งข้าวเจ้า 500 กรัม
  • ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ
  • มะพร้าวทึนทึกขูดเส้นเล็ก (คลุกเกลือเล็กน้อยสำหรับโรยหน้า) 2 ถ้วย

วิธีทำขนมตาล

     1. ละลายน้ำตาลทรายในกะทิ เติมเนื้อลูกตาลลงไป คนให้เข้ากัน จากนั้นใส่แป้งและผงฟูลงไป คนจนเนียน

     2. กรองส่วนผสมด้วยผ้าขาวบาง พักไว้ประมาณ 10 นาทีให้ส่วนผสมขึ้น

     3. ระหว่างรอขนมขึ้น ใส่น้ำในลังถึง ตั้งไฟกลางเตรียมไว้ เรียงถ้วยตะไลลงในลังถึง พอส่วนผสมครบเวลา ตักส่วนผสมยอดลงในถ้วยตะไลจนเต็มถ้วย โรยด้วยมะพร้าวทึนทึก นึ่งบนน้ำเดือดประมาณ 15-20 นาที จนกระทั่งสุก ยกลงจากเตา พักให้เย็นแซะออกจากถ้วย พร้อมเสิร์ฟ
 

ดูวิธีทำ ขนมตาล เพิ่มเติมคลิก

8. ขนมฟักทอง

ขนมจากแป้งข้าวเจ้า

            ใครมีฟักทองเหลือ ๆ จับมาทำขนมฟักทองสีสวยกันเลย ใส่แป้งข้าวเจ้า มะพร้าวขูดผสมกะทิและเนื้อฟักทอง เติมน้ำตาลทรายเพิ่มความหวาน

ส่วนผสม ขนมฟักทอง

  • ฟักทอง 500 กรัม (ปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้น ๆ)
  • แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
  • แป้งมันสำปะหลัง 1/4 ถ้วย
  • มะพร้าวขูด 50 กรัม
  • น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  • กะทิ 1 ถ้วย

อุปกรณ์

  • ถ้วยตะไล (สำหรับนึ่ง)

วิธีทำขนมฟักทอง

     1. นำฟักทองไปนึ่งจนสุกแล้วนำออกมาพักทิ้งไว้จนเย็นสนิท

     2. ใส่แป้งข้าวเจ้าและแป้งมันสำปะหลังลงในฟักทองที่นึ่งสุกแล้ว จากนั้นนวดผสมให้เข้ากัน

     3. ใส่มะพร้าวขูด น้ำตาลทราย และเกลือป่นลงไปนวด จากนั้นค่อย ๆ เติมกะทิลงไปคนผสมจนเข้ากันดีและน้ำตาลทรายละลายหมด 

     4. ตักส่วนผสมใส่ถ้วยตะไลประมาณ 3/4 ของถ้วย จากนั้นนำไปนึ่ง (ในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือด) ประมาณ 15-20 นาที นึ่งจนแป้งสุกและใส ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น 

     5. แคะขนมออกจากถ้วย พร้อมเสิร์ฟ
 

ดูวิธีทำ ขนมฟักทอง เพิ่มเติมคลิก

9. ขนมกล้วย

ขนมจากแป้งข้าวเจ้า

           นานแล้วที่ไม่ได้กินขนมกล้วย วันหยุดว่าง ๆ มาลองทำกัน จับกล้วยน้ำว้าบดผสมกับกะทิ แป้ง ข้าวเจ้า และมะพร้าวขูดฝอย ตักหยอดลงในพิมพ์ตามชอบ

ส่วนผสม ขนมกล้วย

  • กล้วยน้ำว้าสุก (บดละเอียด) 500 กรัม
  • น้ำตาลทราย 100 กรัม
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา
  • แป้งข้าวเจ้า 100 กรัม
  • แป้งมันสำปะหลัง 5 ช้อนโต๊ะ
  • หัวกะทิ 200 มิลลิลิตร
  • มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย
  • ใบตองสำหรับห่อ (ถ้าไม่มีใบตองสามารถใช้ถ้วยตะไลได้)

วิธีทำขนมกล้วย

     1. ผสมกล้วยน้ำว้ากับน้ำตาลทราย เกลือป่น แป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง หัวกะทิ และมะพร้าวขูด คนผสมให้เข้ากันดี 

     2. ตักส่วนผสมขนมกล้วยลงบนใบตอง แผ่บาง ๆ หรือจะทำเป็นทรงกรวยห่อเป็นทรงให้สวยงาม (หรือตักใส่ถ้วยตะไล) วางเรียงบนชุดนึ่งที่มีน้ำเดือด นึ่งประมาณ 20 นาที จนขนมสุก จากนั้นนำออกจากชุดนึ่ง พร้อมเสิร์ฟ
 

ดูวิธีทำ ขนมกล้วย เพิ่มเติมคลิก

10. ตะโก้

ขนมจากแป้งข้าวเจ้า

           มาต่อกันที่ขนมตะโก้ที่คุ้นปาก สูตรนี้ใส่แค่แห้ว ทั้งนี้ใส่เผือกเพิ่มได้ มาพร้อมวิธีทำหน้ากะทิและตัวขนมใส่แป้งข้าวเจ้าและแป้งอื่น ๆ หอมหวาน

ส่วนผสม ขนมตะโก้

  • น้ำเปล่า 1 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1+1/2 ถ้วย
  • แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
  • แป้งมัน 1/4 ถ้วย
  • แป้งถั่วเขียว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำลอยดอกมะลิ 2 ถ้วย (หรือน้ำ 2 ถ้วย ผสมน้ำหอมกลิ่นมะลิ 1/2 ช้อนชา)
  • น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 2 ช้อนโต๊ะ
  • แห้วต้มสุก (หั่นเต๋าเล็ก) 1 ถ้วย
  • กระทงใบเตย

ส่วนผสม หน้ากะทิ

  • แป้งข้าวเจ้า 1/4 ถ้วย
  • กะทิ 2 ถ้วย
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำตะโก้แห้ว

     1. ใส่น้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำตาลทรายลงไปคนให้ละลาย ต้มจนเดือดและเหนียวเป็นน้ำเชื่อม พักไว้จนเย็น

     2. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน แป้งถั่วเขียว น้ำลอยดอกมะลิ และน้ำใบเตยจนละลายเข้ากันดี เทใส่ลงในส่วนผสมน้ำเชื่อม กวนผสมจนแป้งสุกเหนียวและใส จากนั้นใส่แห้วลงคนผสมให้เข้ากัน ยกลงจากเตา

     3. ตักใส่กระทงใบเตยที่เตรียมไว้ประมาณ 3/4 ของกระทง ตามด้วยหน้ากะทิจนเต็มพิมพ์ พักทิ้งไว้จนอุ่น

วิธีทำหน้ากะทิตะโก้

  • ใส่แป้งข้าวเจ้า กะทิ และเกลือป่นลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟใช้ความร้อนปานกลาง คนผสมจนข้น และเหนียว ยกลงจากเตา หยอดลงบนขนมตะโก้
     

ดูวิธีทำ ตะโก้ เพิ่มเติมคลิก

11. ขนมน้ำดอกไม้

ขนมจากแป้งข้าวเจ้า

ภาพจาก คุณ Poppy farm สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

          สีสวยน่าลองทำจริง ๆ สำหรับขนมน้ำดอกไม้ ใส่สีผสมอาหารหลายสีตามชอบ เพิ่มความหอมจากกลิ่นมะลิ อีกหนึ่งเมนูขนมใส่แป้งข้าวเจ้าที่น่าลองทำ

ส่วนผสม ขนมน้ำดอกไม้

  • น้ำตาลทราย 225 กรัม
  • น้ำร้อน 450 มิลลิลิตร
  • แป้งข้าวเจ้า 200 กรัม
  • แป้งเท้ายายม่อม 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
  • กลิ่นมะลิ 1/2 ช้อนชา
  • สีผสมอาหาร

วิธีทำขนมน้ำดอกไม้

     1. ผสมน้ำตาลทรายกับน้ำร้อน แล้วคนจนน้ำตาลทรายละลาย จากนั้นพักให้เย็นลง

     2. ผสมแป้งข้าวเจ้ากับแป้งเท้ายายม่อม ค่อย ๆ เทน้ำที่ผสมน้ำตาลลงไป แล้วใช้มือขยำจนแป้งละลายหมด

     3. พอผสมเข้ากันดีก็เทน้ำส่วนที่เหลือลงไปแล้วตามด้วยกลิ่นมะลิ (ถ้าไม่ชอบไม่ต้องใส่กลิ่น) แบ่งใส่ถ้วย ใส่สีตามชอบใจ สีอย่าใส่มาก ให้ใส่ถ้วยละหยดพอ พอขนมสุกสีจะเข้มขึ้นอีก นึ่งถ้วยให้ร้อนประมาณ 15 นาที จากนั้นเทขนมลงไปให้เต็มถ้วย นึ่งด้วยไฟแรง 15 นาที

     4. พอขนมสุกให้เอามาพักไว้ในน้ำเย็นจัดก่อนนำขนมออกจากถ้วย พอขนมเย็นแล้วก็แคะเอาออกจากถ้วยได้
 

ดูวิธีทำ ขนมน้ำดอกไม้ เพิ่มเติมคลิก

12. ขนมเปียกปูนกะทิสด

ขนมจากแป้งข้าวเจ้า

ภาพจาก คุณ Kitty Chef สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

           ขนมเปียกปูนแบบเดิม ๆ อาจเบื่อกันบ้าง ลองมาทำเปียกปูนกะทิสดนุ่ม ๆ หอมกลิ่นใบเตยกันเถอะ ใส่แป้งข้าวเจ้า ใบเตยสีเขียว มาพร้อมกะทิราดขนมตัดเลี่ยน โรยงาคั่วหน่อย

ส่วนผสม ขนมเปียกปูนกะทิสด

  • แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
  • แป้งมัน 1/4 ถ้วย
  • น้ำปูนใส 1 ถ้วย
  • น้ำใบเตย 2 ถ้วย
  • เกลือเล็กน้อย
  • น้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วย
  • น้ำตาลปี๊บ 120 กรัม

ส่วนผสม กะทิราดหน้าขนม

  • กะทิ 500 กรัม
  • เกลือแค่หยิบมือ
  • แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนชา (จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ แต่ที่ใส่เพื่อให้น้ำกะทิข้น)
  • งาขาวคั่ว

วิธีทำขนมเปียกปูนกะทิสด

     1. นำแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน น้ำปูนใส และน้ำใบเตย ผสมกันและนวดจนเข้ากันดี

     2. ใส่เกลือ น้ำตาลทรายแดง และน้ำตาลปี๊บ นวดต่อจนเข้ากันดี กรองส่วนผสมแป้งด้วยตะแกรง 1 รอบ

     3. ตั้งกระทะเปิดไฟปานกลาง ใส่แป้งลงไปกวน พอแป้งเริ่มจับตัวเป็นก้อนให้ลดเป็นไฟอ่อน ค่อย ๆ กวนต่อจนส่วนผสมเนียนเข้ากันดีสังเกตจากการเอาไม้พายตักแป้งขึ้นมา ถ้าแป้งเหนียวติดไม้พายก็ใช้ได้แล้ว ตักขนมเปียกปูนใส่ถุงบีบ และใช้หัวบีบแต่งหน้าเค้ก บีบใส่ถ้วย

วิธีทำกะทิราดหน้าขนม

  • ใส่หัวกะทิลงในหม้อ ตามด้วยเกลือ ใส่แป้งข้าวเจ้า คนผสมจนเดือด เสร็จแล้วตักกะทิราดหน้าขนมเปียกปูนเลยค่ะ อย่าลืมโรยงาขาวคั่วหอม ๆ
     

ดูวิธีทำ ขนมเปียกปูนกะทิสด เพิ่มเติมคลิก

13. ขนมดอกจอก

ขนมจากแป้งข้าวเจ้า

ภาพจาก คุณ Kitty Chef สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

           ลองทำขนมดอกจอกทอดกรอบ ๆ รับรองใครกินก็ติดใจ ทำจากแป้งข้าวเจ้า แค่มีพิมพ์ขนมดอกจอกและผสมแป้งตามสูตร เพิ่มความหอมจากงาดำ

ส่วนผสม ขนมดอกจอก

  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 200 กรัม
  • แป้งข้าวเจ้า 150 กรัม
  • แป้งมันสำปะหลัง 50 กรัม
  • น้ำปูนใส 250 กรัม
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 50 กรัม
  • หัวกะทิ 500 กรัม
  • งาดำ

วิธีทำขนมดอกจอก

     1. นำแป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า และแป้งมัน เทรวมกัน ตามด้วยน้ำปูนใส นวดไปเรื่อย ใส่ไข่ไก่นวดต่อไปเรื่อย ๆ

     2. ใส่เกลือและน้ำตาลทราย นวดให้เข้ากัน เทกะทิแล้วนวดให้ส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้เวลานวดค่อนข้างนานกว่าส่วนผสมจะเข้ากันดี กรองด้วยกระชอนตาถี่ แป้งจะละเอียดเนียนสวย

     3. ใส่งาดำตามชอบ หรือจะใส่งาขาวด้วยก็ได้

     4. ขั้นตอนการทอด นำพิมพ์ไปแช่ทิ้งไว้ในน้ำมันที่ร้อนประมาณ 10 นาที พอพิมพ์ร้อนได้ที่แล้วก็ซับด้วยน้ำมันก่อนที่จะไปชุบแป้ง

     5. จุ่มพิมพ์ลงไปในแป้ง แต่อย่าจุ่มจนมิด (เพราะถ้าจุ่มมิดแป้งจะติดพิมพ์ ไม่หลุด) นำพิมพ์ชุบแป้งเสร็จแล้วลงไปทอดในน้ำมันที่ร้อน ใช้ไฟกลาง พอเอาพิมพ์จุ่มลงในน้ำมันแล้วค่อย ๆ เขย่าพิมพ์ แป้งก็จะหลุดออกจากพิมพ์ 

     6. ทอดให้สุกเหลือง เอาขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน พอพักจนเย็นก็กินได้แล้วค่ะ กรอบมันอร่อย
 

ดูวิธีทำ ขนมดอกจอก เพิ่มเติมคลิก

14. ขนมฝักบัวใบเตย

ขนมจากแป้งข้าวเจ้า

           ขนมฝักบัวหากินยากมาก ลองทำกินหรือทำขายกันได้เลย ส่วนผสมใส่กล้วยหอมสุกผสมกับแป้ง ข้าวเจ้า เติมใบเตยและสีผสมอาหารสีเขียว เอาไปทอดจนสุก

ส่วนผสม ขนมฝักบัว

  • แป้งข้าวเจ้า 3 ถ้วย
  • แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วย
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย
  • กล้วยหอมสุก 1 ลูก (บดละเอียด)
  • ใบเตย 20 ใบ
  • สีผสมอาหารสีเขียว 1 ช้อนชา
  • น้ำมันพืช (สำหรับทอด)

วิธีทำขนมฝักบัว

     1. ล้างใบเตยให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงในเครื่องปั่น เติมน้ำเปล่าลงไปพอท่วม ปั่นจนละเอียด จากนั้นกรองและคั้นเอาแต่น้ำ เตรียมไว้

     2. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว และกล้วยหอม ค่อย ๆ เทน้ำใบเตยลงไปนวดให้เข้ากัน ใส่สีผสมอาหารสีเขียวลงไป

     3. ใส่น้ำตาลปี๊บลงไปนวดกับแป้งให้ละลายจนมีลักษณะข้นเหนียว (เหมือนนมข้นหวาน) พักแป้งทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที

     4. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะขนาดเล็กสูงประมาณ 1/2 ของกระทะ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ พอน้ำมันร้อน กวนแป้งให้เข้ากันแล้วตักหยอดลงตรงกลางกระทะ (ระวังอย่าให้แป้งใต้กระบวยหยดลงในกระทะ) ขนมจะค่อย ๆ พองจากด้านนอกเข้าสู่ด้านในจนปิดสนิท รอจนขนมเหลืองและลอยขึ้นจากน้ำมันแล้วพลิกกลับด้าน จากนั้นตักน้ำมันราดตรงกลางของขนมเพื่อให้ตรงกลางขนมปูดขึ้น ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน พร้อมเสิร์ฟ
 

ดูวิธีทำ ขนมฝักบัวใบเตย เพิ่มเติมคลิก

15. เค้กแป้งข้าวเจ้า

ขนมจากแป้งข้าวเจ้า

ภาพจาก ครัวป้ามารายห์

           ปิดท้ายด้วยวิธีทำเค้กแป้งข้าวเจ้า เหมาะสำหรับคนแพ้แป้งสาลี เติมกลิ่นวานิลลา สามารถแต่งหน้าด้วยวิปครีมได้ด้วย

ส่วนผสม ไข่แดง

  • ไข่แดง (เบอร์ 2) 4 ฟอง
  • น้ำมันรำข้าว 20 กรัม
  • นมจืด หรือกะทิ 110 มิลลิลิตร
  • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  • กลิ่นวานิลลา
  • แป้งข้าวเจ้า 150 กรัม

ส่วนผสม ไข่ขาว

  • ไข่ขาว 4 ฟอง
  • ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 70 กรัม

วิธีทำเค้กแป้งข้าวเจ้า

     1. ทำส่วนผสมไข่แดงโดยผสมไข่แดง น้ำมันรำข้าว นมจืด เกลือป่น ตามด้วยกลิ่นวานิลลา คนให้เข้ากัน ร่อนแป้งข้าวเจ้า

     2. ทำส่วนผสมไข่ขาวโดยนำไข่ขาวมาตีจนเป็นฟองหยาบ ใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ลงไป จากนั้นทยอยใส่น้ำตาลลงไป (แบ่งใส่สัก 3 รอบ) ตีจนตั้งยอดอ่อน-กลาง

     3. นำ (เมอแรงค์) ไข่ขาวใส่ลงในส่วนผสมไข่แดง แล้วตะล่อมจนเข้ากัน ใส่ที่เหลือลงไป แล้วตะล่อมจนเข้ากัน หยอดใส่พิมพ์ นำไปอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 25-30 นาที ใช้ไฟบน-ล่าง ปิดพัดลม

     4. นำเค้กออกจากพิมพ์ พักเค้กจนเย็นสนิท ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ใส่กล่องปิดฝาไว้แล้วค่อยนำมากิน เค้กจะนุ่มขึ้น
 

ดูวิธีทำ เค้กแป้งข้าวเจ้า เพิ่มเติมคลิก

          จบไปแล้วสำหรับสูตรขนมจากแป้งข้าวเจ้า ลองทำเป็นอาหารว่างเอาไว้กินหรือแจกได้ หรือทำขายเพิ่มรายได้ก็ดีงามจ้า

แนะนำเมนูขนมไทยอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
15 สูตรขนมจากแป้งข้าวเจ้า สูตรทำกินทำขายอร่อยสไตล์ไทย โพสต์เมื่อ 18 สิงหาคม 2564 เวลา 12:33:09 59,244 อ่าน
TOP