21 เมนูขนมเจ สูตรของหวานทำง่ายรับเทศกาลกินเจ

     เข้าช่วงเทศกาลเจแบบนี้ จะกินแต่ผักอย่างเดียวอาจไม่อยู่ท้อง ลองเสริมด้วยขนมเจ อาหารว่างหลากสไตล์ ทำกินเพลิน ๆ เติมความอร่อยระหว่างมื้อ

ขนมเจ

     เทศกาลกินเจ ถือเป็นเทศกาลบุญ ละเว้นเนื้อสัตว์ มีแต่ผัก เต้าหู้ และอาหารเจอื่น ๆ ย่อยง่ายไม่อยู่ท้อง ลองหาอาหารว่างเจเติมท้องให้อิ่มก่อนเจแตกกันดีกว่า กระปุกดอทคอมขอนำเสนอ 21 เมนูขนมเจ เช่น กล้วยทอดเจ เผือกทอดเจ กล้วยปิ้ง มันต้มขิง และเมนูขนมเจอีกเยอะแยะ อย่ากินเพลินจนหยุดไม่ได้นะคะ น้ำหนักจะพุ่งพรวดนะจะบอกให้


ขนมเจ

1. กล้วยทอดเจ


     ช่วงกินเจจะกินกล้วยน้ำว้าก็อยู่ท้อง หรือถ้ามีเยอะจะแบ่งเอาไปทำเป็นเมนูกล้วยทอดเจก็อร่อย สูตรจาก คุณ isweet สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับกล้วยชุบน้ำแป้งงาขาว ทอดจนสุกเหลือง

ส่วนผสม กล้วยทอดเจ

     • กล้วยน้ำว้าสุกห่าม ๆ 1 หวี (ประมาณ 10-12 ลูก)
     • แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
     • น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยพูน (ชอบหวานใส่มากกว่านี้ก็ได้)
     • มะพร้าวขูดขาว 1 ถ้วย
     • เกลือป่น 1 ช้อนชา (ไม่เต็มช้อน)
     • น้ำเปล่า 1 ถ้วย
     • งาขาว 1/4 ถ้วย
     • น้ำมันสำหรับทอด

วิธีทำกล้วยทอดเจ

      1. ทำแป้งสำหรับชุบ โดยผสมแป้งข้าวเจ้า น้ำตาลทราย มะพร้าวขูด เกลือป่น น้ำเปล่า และงาขาวให้เข้ากันจนน้ำตาลทรายละลาย เตรียมไว้
      2. ปอกกล้วยและหั่นเป็น 3 ชิ้นต่อ 1 ลูก (วิธีคือ ปอกกล้วยโดยเหลือเปลือกทิ้งไว้ด้านหนึ่ง นำด้านนั้นวางในอุ้งมือแล้วใช้มีดปาดชิ้นกล้วยเป็นสามชิ้น) จากนั้นนำเนื้อกล้วยทั้งหมดลงไปชุบในส่วนผสมแป้ง
      3. ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลางใส่น้ำมัน พอน้ำมันร้อนใส่กล้วยชุบแป้งหย่อนลงในกระทะ ทอดนานประมาณ 15-20 นาทีหรือจนกล้วยค่อย ๆ เหลืองกรอบ (อย่าใจร้อนเปิดไฟแรงจะไหม้เร็วและไม่กรอบนาน)

     หมายเหตุ : เมื่อเห็นว่าเหลืองประมาณ 90% ให้ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมันได้เลย เพราะความร้อนจะทำให้เหลืองเพิ่มอีกนิดจนพอดี ทอดเสร็จใหม่ ๆ อาจยังไม่ได้กรอบ 100% ทิ้งไว้สักครู่จะค่อย ๆ กรอบทีละน้อย และจะกรอบยาวนานมาก ๆ มากกว่า 6 ชั่วโมง

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 12 สูตรอาหารเจสุดง่าย ภาพสวยชวนหิว ใคร ๆ ก็ทำได้

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+

ขนมเจ

2. กล้วยทอดคลุกงาเจ

     มาต่อกันที่อีกสูตรกล้วยทอด สูตรนี้จับกล้วยไปชุบน้ำแป้งก่อนแล้วคลุกกับงา สูตรจาก คุณ isweet สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม กล้วยทอดกรอบ ๆ เต็มไปด้วยงาทุกอณูเลยค่ะ

ส่วนผสม กล้วยทอดคลุกงาเจ

     • กล้วยหอมสุก 2 ลูก
     • แป้งทอดกรอบ 1/2 ถ้วย
     • น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย
     • งาขาว

วิธีทำกล้วยทอดคลุกงาเจ

      1. ผสมแป้งทอดกรอบและน้ำเข้าด้วยกัน
      2. ปอกกล้วยแล้วหั่นเป็นชิ้น ใส่ลงในส่วนผสมแป้งแล้วนำไปคลุกกับงาขาวให้ติดทั่วทั้งชิ้น
      3. นำไปทอดในน้ำมันร้อนใช้ไฟปานกลางจนสุกเหลือง พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 12 สูตรอาหารเจสุดง่าย ภาพสวยชวนหิว ใคร ๆ ก็ทำได้

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+

ขนมเจ

3. ขนมเค้กเจ


     เทศกาลกินเจนึกว่าอดกินขนมเค้กแน่ ๆ แต่โชคดีมีเมนูขนมเค้กเจ สูตรจาก คุณต้มยำทะเล สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เนื้อเค้กรสโกโก้ ใช้นมถั่วเหลืองแทนนมสด ใช้น้ำมันพืชแทนเนย จัดเลยสักครั้ง

ส่วนผสม ขนมเค้กเจ

     • แป้งเค้ก 143 กรัม หรือ 1+1/2 ถ้วยตวง
     • ผงฟู 1 ช้อนชา
     • เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
     • น้ำตาลทรายป่น 185 กรัม หรือ 3/4 ถ้วยตวง (คนชอบหวานจัดไป 1 ถ้วยตวง)
     • เกลือ 1/2 ช้อนชา
     • ผงโกโก้ 16 กรัม หรือ 1/4 ถ้วยตวง
     • นมถั่วเหลือง 250 กรัม หรือ 1 ถ้วยตวง
     • น้ำมันพืช 100 กรัม หรือ 1/2 ถ้วยตวง
     • กลิ่นช็อกโกแลต 1/2-1 ช้อนชา

วิธีทำขนมเค้กเจ

      1. ร่อนของแห้ง ได้แก่ แป้งเค้ก ผงฟู เบกกิ้งโซดา น้ำตาลทราย เกลือ และผงโกโก้รวมกัน ร่อนสัก 2-3 ครั้ง
      2. เติมของเหลว ได้แก่ นมถั่วเหลือง น้ำมันพืช และกลิ่นช็อกโกแลตลงไปคนจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน เทใส่พิมพ์วงกลม
      3. นำไปอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ใช้ไฟล่าง 15 นาที และไฟบน-ล่าง 15 นาที เวลาขึ้นอยู่กับความหนาของขนม และขนาดของเตาอบ

ส่วนผสม บัตเตอร์ครีมเจ

     • น้ำตาลทราย 330 กรัม
     • เกลือ 5-10 กรัม (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
     • น้ำ 150-165 กรัม
     • มาร์การีนเจ 230 กรัม
     • เนยขาวเจ 150 กรัม
     • หัวบีบเบอร์ 1, 2, 14, 16, 17

วิธีทำบัตเตอร์ครีมเจ

      1. ต้มน้ำเชื่อม โดยใส่น้ำตาลทราย เกลือ และน้ำเปล่าลงในหม้อ คนผสมจนน้ำตาลละลาย พักไว้จนหายร้อน
      2. ใส่มาร์การีนและเนยขาวลงไปคนผสมจนเข้ากัน
      3. แบ่งบัตเตอร์ครีมเจผสมสีตามชอบใส่หัวบีบที่เตรียมไว้ แต่งหน้าเค้กเป็นแองกี้เบิร์ดตามชอบ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ขนมเค้กเจ เมนูอาหารเจน่าหม่ำ สูตรอร่อยที่คนกินเจต้องกดไลก์

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+

ขนมเจ


4. ขนมปังกล้วยหอมเจ

     อยากทำขนมปังเจกินในช่วงเทศกาลกินเจมาจดสูตรขนมปังกล้วยหอมเจกันเลยค่ะ สูตรนี้ใส่กล้วยหอมผสมกับแป้ง เพิ่มความหวานจากน้ำตาลทราย หน้าตาดีงามมากเลยค่ะ

ส่วนผสม ขนมปังกล้วยหอมเจ

     • กล้วยหอมสุก (บดละเอียด) 200 กรัม
     • น้ำตาลทรายแดง 100 กรัม
     • น้ำมันพืช 125 มิลลิลิตร
     • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 200 กรัม
     • ผงฟู 1/2 ช้อนชา
     • เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
     • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
     • พิมพ์สี่เหลี่ยม (ทาเนยขาวและรองด้วยกระดาษไข)

วิธีทำขนมปังกล้วยหอมเจ

      1. ตีผสมกล้วยหอมบด น้ำตาลทรายแดง และน้ำมันพืชให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว เตรียมไว้
      2. ร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์กับผงฟู เบกกิ้งโซดา และเกลือป่น 2 ครั้งแล้วใส่ลงในส่วนผสมกล้วยหอม ตีผสมให้เข้ากัน
      3. เทส่วนผสมลงพิมพ์สี่เหลี่ยมที่เตรียมไว้ นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮต์ นานประมาณ 20-30 นาที หรือจนขนมปังสุก นำออกจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น เคาะออกจากพิมพ์ 

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ขนมปังกล้วยหอมเจ ขนมเจหอมกรุ่นจากเตา เจไม่เจก็กินได้

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+

ขนมเจ

5. ขนมครกใบเตยเจ

     ไปเข้าคิวซื้อเมนูขนมครกใบเตยเจจนเมื่อยขา คงจะง่ายกว่าถ้าทำเอง สูตรจาก เฟซบุ๊ก LittleFilmz สูตรนี้ไม่ต้องใช้เตาขนมครก แค่ใช้กระทะเทฟลอนก็เอาอยู่ อยากทำเป็นทรงกลมหรือบีบเป็นเส้นเหมือนในสูตรก็เอาที่สบายใจเลยค่ะ

ส่วนผสม ขนมครกใบเตยเจ

     • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2/3 ถ้วยตวง (ใช้ช้อนตวง 1/3 ตวง 2 ครั้ง) 
     • แป้งมันสำปะหลัง 1/3 ถ้วยตวง + 1 ช้อนโต๊ะ 
     • น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ 
     • น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ 
     • เกลือ 1/4 ช้อนชา 
     • ผงฟู 1 ช้อนชา 
     • กะทิธัญพืช 1/3 ถ้วยตวง 
     • น้ำใบเตยเข้มข้น 1/2 ถ้วยตวง 
     • น้ำมันรำข้าว 1 ช้อนโต๊ะ 
     • สตรอว์เบอร์รี (ตกแต่ง)
     • องุ่น (ตกแต่ง)
     • วิปปิ้งครีมถั่วเหลืองเจ (ตกแต่ง)

วิธีทำขนมครกใบเตยเจ

     1. ผสมของแห้งทั้งหมดรวมกัน ได้แก่ แป้งสาลีอเนกประสงค์ แป้งมันสำปะหลัง น้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลทราย เกลือ และผงฟู (หรือจะร่อนแป้งก่อนก็ได้) ใช้ตะกร้อมือคน ๆ ให้เข้ากัน
     2. ผสมกะทิกับน้ำใบเตยเข้าด้วยกันแล้วเทลงในส่วนผสมของแห้ง คนจนส่วนผสมเข้ากันดี ตามด้วยน้ำมันรำข้าวคนให้เข้ากัน กรอกใส่ขวดบีบ
     3. นำกระทะเทฟลอนตั้งไฟกลาง รอให้กระทะร้อน บีบแป้งลงไปตามชอบ ปิดฝาสักครู่ อบจนแป้งสุก ตักใส่จาน แต่งด้วยสตรอว์เบอร์รีกับองุ่น บีบวิปปิ้งครีมถั่วเหลืองเจลงไป 

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ขนมครกใบเตยเจ ถึงหน้าตาไม่ให้แต่รสชาติมันใช่เลย

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+

ขนมเจ

6. เค้กกล้วยหอมเจ

     เค้กกล้วยหอมใส่ทั้งไข่และเนยคงไม่เหมาะกับเทศกาลกินเจ ใครอยากทำเค้กกล้วยหอมเจกินสบาย ๆ แก้หิวเตรียมปากกากับกระดาษมาจดสูตรเลยค่ะ สูตรนี้ใส่น้ำเต้าหู้เพิ่มความหอม กินชิ้นเดียวเพลินพุงเลยล่ะ

ส่วนผสม เค้กกล้วยหอมเจ

     • แป้งเค้ก 180 กรัม
     • ผงฟู 1 ช้อนชา
     • เกลือป่น เล็กน้อย
     • เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
     • น้ำมันพืช 1/2 ถ้วย
     • น้ำเต้าหู้จืด 1/2 ถ้วย
     • น้ำตาลทราย 120 กรัม (เพิ่ม-ลดได้ตามชอบ)
     • กล้วยหอมบดละเอียด 200 กรัม (หรือประมาณ 2 ลูก)
     • น้ำมะนาว เล็กน้อย
     • กลิ่นวานิลลา เล็กน้อย
     • กลิ่นกล้วยหอม เล็กน้อย (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
     • อัลมอนด์สไลซ์ (โรยหน้า)

วิธีทำเค้กกล้วยหอมเจ

      1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส และวางถ้วยกระดาษลงในพิมพ์อะลูมิเนียมหรือพิมพ์มัฟฟิน เตรียมไว้
      2. ร่อนแป้งเค้กกับผงฟู เกลือ และเบกกิ้งโซดาเข้าด้วยกัน เตรียมไว้
      3. ใส่น้ำมันพืช น้ำเต้าหู้ และน้ำตาลทรายลงในอ่างผสม ใช้ตะกร้อมือตีผสมให้เข้ากันและน้ำตาลทรายละลาย
      4. ใส่กล้วยหอมบดลงไป ตามด้วยน้ำมะนาว กลิ่นวานิลลา และกลิ่นกล้วย คนผสมให้เข้ากัน
      5. ค่อย ๆ ใส่ส่วนผสมแป้งที่ร่อนแล้วลงไป คนผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว
      6. ตักส่วนผสมแป้งลงในพิมพ์ประมาณ 3/4 ของพิมพ์ โรยอัลมอนด์สไลซ์ นำไปอบ ประมาณ 20 นาที นำออกจากเตา วางพักทิ้งไว้บนตะแกรง แกะออกจากพิมพ์ พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ เค้กกล้วยหอมเจ ขนมอร่อยมอบให้คนกินเจ

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+


7. เผือกทอดเจ 

     ช่วงกินเจเหมาะกับการหาขนมเจรองท้อง โดยเฉพาะของทอดนี่ห้ามพลาด ใครสนใจอยากทำเผือกทอดเจ เตรียมเผือกหั่นเส้นรอเลยค่ะ ทอดเสร็จร้อน ๆ กรอบอร่อย กินฟินทั้งครอบครัว

ส่วนผสม เผือกทอดเจ

     • แป้งข้าวเจ้า 1+1/4 ถ้วย
     • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1+1/4 ถ้วย
     • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
     • เกลือป่น 1 ช้อนชา
     • กะทิ 1 ถ้วย
     • น้ำปูนใส 1/4 ถ้วย
     • เผือกขูดเป็นเส้น 2 ถ้วย
     • น้ำมันพืช (สำหรับทอด)
     • น้ำจิ้มบ๊วย
     • ถั่วลิสงคั่วบดหยาบ ๆ

วิธีทำเผือกทอดเจ


      1. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งสาลีอเนกประสงค์ น้ำตาลทราย และเกลือป่นเข้าด้วยกัน
      2. เติมน้ำกะทิและน้ำปูนใสลงไปคนผสมให้เข้ากัน 
      3. จากนั้นใส่เผือกขูดลงไปเคล้าผสมให้เข้ากัน และแป้งเคลือบติดเผือกจนทั่ว เตรียมไว้
      4. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟ พอน้ำมันร้อนจัดให้ตักเผือกเป็นก้อน ๆ ลงทอดจนเผือกลอยขึ้น และสุกเหลืองกรอบ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จาน
      5. ผสมน้ำจิ้มบ๊วยกับถั่วลิสงคั่วบด เสิร์ฟพร้อมเผือก

ขนมเจ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ เผือกทอดเจ อาหารว่างเจ กรอบนอกนุ่มใน

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+

ขนมเจ

8. หมี่หวาน

     แค่เห็นภาพหมี่หวาน ขนมหวานสไตล์จีนที่เอาเส้นบะหมี่ทำเป็นขนมก็ดูแปลกอยากลิ้มลอง สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน บะหมี่เส้นนุ่มกินกับผลไม้อบแห้ง ราดน้ำเชื่อมลำไย ถ้าได้ใส่น้ำแข็ง เย็นฉ่ำใจเลยล่ะ

ส่วนผสม หมี่หวาน

     • น้ำตาลทราย 3 ถ้วยตวง
     • ลำไยอบแห้งสีทอง 50 กรัม
     • เส้นบะหมี่เจ 4 ก้อน
     • พุทราจีนเชื่อมหั่นชิ้น 1/4 ถ้วยตวง
     • กล้วยตากหั่นชิ้น 1/4 ถ้วยตวง
     • ลูกพลับอบแห้งหั่นชิ้น 1/4 ถ้วยตวง
     • อินทผาลัมอบแห้งหั่นชิ้น 1/4 ถ้วยตวง
     • ลูกเกดสีขาว 1/4 ถ้วยตวง
     • แปะก๊วยเชื่อม 80 กรัม
     • น้ำเปล่า 6 ถ้วยตวง

วิธีทำหมี่หวาน

      1. ตั้งน้ำเปล่าพอเดือด ใส่น้ำตาลทรายและลำไยอบแห้งลงต้ม ประมาณ 10 นาที พอเนื้อลำไยนุ่ม ยกลงพักไว้
      2. ลวกเส้นบะหมี่เจในน้ำเดือด พอกึ่งสุกกึ่งดิบนำขึ้นมาจุ่มในน้ำเย็นสักครู่ จึงนำลงลวกในน้ำเดือดอีกรอบจนสุก ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ ใส่ถ้วยสำหรับเสิร์ฟ
      3. วางพุทราจีน กล้วยตาก ลูกพลับ อินทผาลัม ลูกเกด แปะก๊วยเชื่อม จากนั้นตักน้ำเชื่อมในข้อที่ 1 พร้อมเนื้อลำไยลงไป จัดเสิร์ฟทันที 

หมายเหตุ

      1. สามารถกินได้ทั้งร้อนและเย็น
      2. หากจะกินแบบเย็นให้เพิ่มปริมาณความเข้มข้นของน้ำเชื่อมให้มีความหวานกว่านี้เล็กน้อย
      3. ในส่วนของเครื่องเคียงสามารถนำผลไม้ชนิดอื่นมาใช้ได้เช่นกัน แต่ควรเป็นผลไม้อบแห้งรสหวานเพื่อให้เข้ากับเส้นหมี่และน้ำเชื่อม

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ อาหารเจ แทรกเส้นในมื้อเจ กับ 5 เมนูเพื่อคน (ชอบ) กินเส้น

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+

ขนมเจ

9. ขนมครองแครงน้ำกะทิ

     เคยกินขนมครองแครงเมื่อตอนเด็ก แต่พออยากจะกินตอนนี้ก็หากินยาก แม้ว่าช่วงกินเจก็ยังไม่เห็นมีขาย มามะมาทำเองเลยดีกว่า ขอแนะนำเมนูขนมครองแครงน้ำกะทิ สูตรจาก คุณ Fifa-girl สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สูตรนี้ตัวครองแครงสีสวยจากดอกอัญชัน เคี้ยวหนุบหอมหวานกะทิ 

ส่วนผสม ขนมครองแครง

     • แป้งมัน 4 ถ้วย
     • แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
     • ดอกอัญชัน 20 ดอก
     • กะทิ 2 กล่อง
     • เกลือ 1 ช้อนชา
     • น้ำตาลทรายขาว
     • ใบเตย
     • งาขาวคั่ว

วิธีทำขนมครองแครง

      1. เตรียมกะละมัง 2 ใบ แบ่งครึ่งแป้งมันใส่ลงในกะละมังทั้ง 2 ใบ (กะละมังละ 2 ถ้วย) ตามด้วยแบ่งครึ่งแป้งข้าวเจ้าใส่ตามลงไปในกะละมังทั้ง 2 ใบ (กะละมังละ 1/2 ถ้วย)
      2. ต้มน้ำให้เดือดแล้วใส่ดอกอัญชันลงไป รอจนน้ำเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มแล้วจึงตักดอกอัญชันออก
      3. นำน้ำดอกอัญชันที่ต้มเดือดแล้วมาเทลงไปในกะละมังแป้งใบแรก มือหนึ่งค่อย ๆ เทน้ำดอกอัญชัน เพราะกลัวแป้งจะเหลวเกินไป อีกมือหนึ่งคนเร็ว ๆ คนเสร็จก็ใช้มือนวดต่อ ถ้ากลัวแป้งติดมือให้ทาแป้งมันที่มือ แบ่งเป็นก้อนเล็ก ๆ 
      4. นำน้ำดอกอัญชันที่เหลือมาเติมน้ำเปล่า แล้วตั้งไฟให้เดือดอีกรอบ นำไปผสมกับแป้งที่เตรียมไว้ ปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ 
      5. นำก้อนแป้งที่เตรียมไว้มาคลึงให้เป็นเส้นยาว ๆ เส้นผ่าศูนย์กลางไม่ควรเกิน 1 เซนติเมตร เพราะครองแครงจะตัวใหญ่เกินไป พอคลึงแล้วก็ตัดเป็นชิ้น เอามากดลงบนพิมพ์กดทำครองแครง เอานิ้วมือถูแป้งไปด้านหน้า แป้งก็จะม้วนตามนิ้วเรา 
      6. นำหม้อใส่น้ำแล้วตั้งไฟกลางไปทางแรง อาจใส่ใบเตยไปด้วย เอาตัวครองแครงลงไปต้มจนสุก ตักขึ้นล้างน้ำ พักไว้
      7. ตั้งหม้ออีกใบใช้ไฟอ่อน ๆ ใส่กะทิ เกลือ น้ำตาลทราย และใบเตย พอกะทิร้อนก็นำตัวแป้งที่เราพักไว้มาใส่หม้อกะทิ คน ๆ แล้วชิมตามชอบ รอเดือดสักนิดแล้วก็ปิดไฟ โรยงาคั่ว 

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ขนมครองแครงน้ำกะทิ ขนมไทยสีสวยนุ่มหนึบหวานละมุน

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+

ขนมเจ

10. กล้วยปิ้งราดซอสมะพร้าวอ่อน 

     กล้วยปิ้งร้อน ๆ กินกี่ครั้งก็ไม่มีเบื่อ แต่ถ้าได้น้ำจิ้มหวานหอมมากินคู่กันคงเพิ่มดีกรีความอร่อยแน่นอน ชวนทำเมนูกล้วยปิ้งราดซอสมะพร้าวอ่อน สูตรจาก คุณ Rin's Cookbook (#Rinscookbook) จะนำกล้วยไปปิ้งบนเตาถ่านหรือนำไปอบก็ได้ ราดซอสใส่มะพร้าวอ่อนเน้น ๆ ใครมาแบ่งก็ไม่ยอม

ส่วนผสม กล้วยปิ้งราดซอสมะพร้าวอ่อน

     • น้ำตาลปี๊บ 4 ออนซ์ (ประมาณ 113 กรัม)
     • น้ำตาลทรายขาว 2 ออนซ์ (ประมาณ 57 กรัม)
     • น้ำตาลทรายแดง 2 ออนซ์ (ประมาณ 57 กรัม)
     • เกลือ 1/2 ช้อนชา
     • หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
     • เนื้อมะพร้าวสด 1/2 ถ้วยตวง
     • ใบเตย 2 ใบ
     • กล้วยน้ำว้าสุกตามชอบ 15-18 ลูก 

วิธีทำซอสมะพร้าวอ่อน (น้ำจิ้มกล้วยปิ้ง)

      1. ใส่น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทรายขาว และน้ำตาลทรายแดงลงไป ตามด้วยเกลือ ใส่หัวกะทิลงไป 1/2 ถ้วยตวง นำไปตั้งบนเตาใช้ไฟอ่อนเคี่ยวประมาณ 20 นาที
      2. ใส่หัวกะทิที่เหลือลงไปคนให้เข้ากัน ตามด้วยใบเตย เคี่ยวต่อด้วยไฟอ่อนประมาณ 10 นาที หรือจนน้ำกะทิเหนียวข้น
      3. ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนลงไปคนให้เข้ากันรอให้เดือดอีกรอบ ปิดไฟ พักทิ้งไว้

วิธีทำกล้วยปิ้ง

      1. ปอกเปลือกกล้วยหั่นแว่นหนาประมาณ 1 นิ้ว หรือย่างทั้งลูกก็ได้ เสียบกล้วยใส่ไม้ 
      2. ปิ้งกล้วยบนเตาถ่านใช้ไฟอ่อนประมาณ 15 นาที กลับไปกลับมา หรือจนกล้วยมีสีน้ำตาลอ่อนทั้งสองด้าน หรือจะใช้เตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส (ประมาณ 350 องศาฟาเรนไฮต์) ประมาณ 30 นาที (ต้องคอยเช็กเพราะเตาอบแต่ละเครื่องความร้อนไม่เท่ากัน)
      3. นำกล้วยเสียบไม้มาทับด้วยวัสดุพื้นราบแบน
      4. ใช้แปรงจุ่มซอสกะทิทาบนกล้วยให้ทั่ว
      5. นำกล้วยเสียบไม้ไปย่างด้วยไฟอ่อนอีกรอบประมาณ 5 นาที หรือด้านละประมาณ 5 นาที 
      6. จัดกล้วยใส่จาน ราดซอสมะพร้าวอ่อนลงไป พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ กล้วยปิ้งราดซอสมะพร้าวอ่อน หอมละมุนกินกี่ทีก็ติดใจ

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+

ขนมเจ

11. ลำไยลอยแก้ว

     มาต่อกันที่เมนูขนมเจคลายร้อนกันบ้างดีกว่า มาลองชิมเมนูลำไยลอยแก้วกัน ซื้อลำไยสดมาแกะเม็ดต้มกับน้ำเชื่อม เพิ่มแปะก๊วยลงไป ตักน้ำแข็งโปะหน่อย แค่ถ้วยเดียวก็ชื่นใจ

ส่วนผสม ลำไยลอยแก้ว

     • เนื้อลำไย
     • เม็ดแปะก๊วย (ต้มสุก)
     • น้ำตาลทราย 1 ส่วน
     • น้ำเปล่า 1 ส่วน

วิธีทำลำไยลอยแก้ว


      1. ปอกเปลือกลำไยออกแล้วใช้มีดคว้านเม็ดออก เอาเฉพาะเนื้อแล้วนำไปล้างให้สะอาด สะเด็ดน้ำเตรียมไว้ 
      2. ใส่น้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟแรงจนเดือด จากนั้นลดเป็นไฟอ่อนแล้วใส่น้ำตาลทรายลงไปเคี่ยวจนน้ำตาลทรายละลาย 
      3. นำเนื้อลำไยและเม็ดแปะก๊วยต้มสุกใส่ลงในหม้อน้ำเชื่อม รอจนน้ำเชื่อมเดือดอีกครั้ง ปิดไฟ พักไว้จนเย็น
      4. ตักลำไยลอยแก้วใส่ลงในถ้วยใส่น้ำแข็งลงไป พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 8 สูตรผลไม้ลอยแก้ว เมนูขนมไทยคลายร้อนเย็นฉ่ำทำง่าย ๆ

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+

ขนมเจ

12. ขนมมันสำปะหลังเชื่อม 

     มันสำปะหลังเอามาทำอะไรได้บ้าง ? นี่ไงเอามาทำขนมมันสำปะหลังเชื่อมได้ด้วย จับมันสำปะหลังต้มในน้ำเชื่อมจนสุก ก่อนเสิร์ฟราดกะทิตามชอบ

ส่วนผสม มันสำปะหลังเชื่อม

     • มันสำปะหลัง 1 หัว
     • น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
     • น้ำลอยดอกมะลิ 5 ถ้วย (หรือน้ำผสมกลิ่นมะลิ)

ส่วนผสม กะทิสำหรับราด

     • หัวกะทิ 1 ถ้วย
     • แป้งข้าวโพด 1/2 ช้อนโต๊ะ
     • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

วิธีทำมันสำปะหลังเชื่อม

      1. หั่นมันสำปะหลังเป็นท่อนสั้น ๆ ปอกเปลือกแล้วล้างให้สะอาด เตรียมไว้
      2. ใส่น้ำตาลทรายลงในกระทะเทฟลอน (หรือกระทะทองเหลืองถ้ามี) ตามด้วยน้ำลอยดอกมะลิ ใช้ไฟกลางเคี่ยวจนน้ำตาลทรายละลายหมด
      3. เมื่อน้ำเชื่อมเดือดแล้วใส่มันสำปะหลังลงไปต้มจนมันเริ่มสุกบางส่วนแล้วลดเป็นไฟอ่อน จากนั้นเชื่อมมันไปเรื่่อย ๆ ประมาณ 1-2 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับขนาดของมันสำปะหลังที่หั่น) จนน้ำเชื่อมซึมเข้าไปในเนื้อมัน และเนื้อมันมีลักษณะใส ปิดไฟ พักไว้
      4. ทำกะทิสำหรับราด โดยละลายแป้งข้าวโพดกับหัวกะทิเล็กน้อย ใส่เกลือป่นลงไปคนให้แป้งละลายหมดแล้วนำขึ้นตั้งไฟอ่อนคนไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมข้นและเหนียว ปิดเตา พักไว้จนเย็น
      5. ตักมันสำปะหลังเชื่อมใส่ถ้วย ราดด้วยกะทิ พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 8 สูตรขนมมัน ขนมไทยกินแล้วมันเคี้ยวแล้วเพลิน

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+

ขนมเจ

13. ขนมมันนึ่ง

     ถ้ายังกินเมนูจากมันสำปะหลังไม่จุใจมาต่อกันที่เมนูขนมมันนึ่งกันเลย เป็นอีกขนมเจที่อร่อยเหาะ จับมันสำปะหลังไปขูดก่อน ต่อมาก็ผสมกับน้ำตาลทรายและน้ำใบเตย เสร็จแล้วก็ใส่ถ้วยนำไปนึ่งจนสุก แค่นี้ก็รอกินกันเลย 

ส่วนผสม ขนมมัน

     • น้ำใบเตย 1 ถ้วย
     • เนื้อมันสำปะหลัง (ขูดละเอียด) 400 กรัม  
     • น้ำตาลทรายขาว 200 กรัม 
     • เนื้อมะพร้าวทึนทึกขูด 1 ถ้วย
     • เกลือป่นเล็กน้อย
     • ถ้วยตะไล (สำหรับนึ่ง)

วิธีทำขนมมันนึ่ง

      1. ผสมเนื้อมันสำปะหลังขูดกับน้ำตาลทราย ค่อย ๆ เทน้ำใบเตยลงนวดให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย 
      2. ตักส่วนผสมใส่ถ้วยตะไลแล้วนำไปวางเรียงในชุดนึ่ง
      3. นำชุดนึ่งที่ใส่น้ำแล้วขึ้นตั้งไฟรอจนน้ำเดือด ยกชุดนึ่งที่ใส่ขนมวางลงไปนึ่งประมาณ 10-15 นาที หรือจนขนมสุก นำออกมาพักไว้ให้เย็น 
      4. นำเนื้อมะพร้าวขูดไปนึ่งประมาณ 5 นาที แล้วนำออกมาคลุกกับเกลือป่นเล็กน้อย
      5. แคะขนมมันออกจากพิมพ์ นำไปคลุกกับมะพร้าวขูดที่เตรียมไว้ จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 8 สูตรขนมมัน ขนมไทยกินแล้วมันเคี้ยวแล้วเพลิน

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+

ขนมเจ

14. ไข่นกกระทาทอด

     เอาใจคุณลูกช่วงกินเจกันด้วยเมนูไข่นกกระทาทอด จับมันเทศผสมกับแป้ง ใส่เกลือกับน้ำตาลนิดหน่อย ปั้นเป็นลูกกลมทอดจนกรอบ พอหายร้อนก็เรียกลูกรักมาหม่ำกัน

ส่วนผสม ไข่นกกระทาทอด

     • มันเทศ (ปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก) 300 กรัม
     • แป้งมันสำปะหลัง 100 กรัม 
     • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 20 กรัม
     • ผงฟู 1/2 ช้อนชา
     • น้ำตาลทราย
     • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
     • น้ำมันพืช (สำหรับทอด)

วิธีทำไข่นกกระทาทอด

      1. นึ่งมันเทศจนสุกนิ่ม พักทิ้งไว้จนเย็นก่อนแล้วนำมาบดผ่านตะแกรงให้ละเอียดจนเนื้อเนียน
      2. ใส่แป้งมันสำปะหลัง แป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงฟู น้ำตาลทราย และเกลือป่นลงในมันบด นวดผสมจนเนื้อเนียน ปั้นแป้งเป็นลูกกลม ๆ ขนาดเท่า ๆ กัน เตรียมไว้
      3. เทน้ำมันพืชลงในกระทะใช้ไฟกลางรอจนน้ำมันร้อน ใส่แป้งปั้นกลมลงทอดจนสุกเหลืองกรอบ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน พักไว้ พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 8 สูตรขนมมัน ขนมไทยกินแล้วมันเคี้ยวแล้วเพลิน

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+

ขนมเจ

15. มันต้มขิง

     เคยซื้อมันต้มขิงแต่ไม่ประทับใจ เพราะน้ำขิงรสชาติหวานแสบคอ วันนี้เลยมาทำเองง่าย ๆ สูตรนี้ใช้ขิงแก่รสชาติเผ็ดร้อน ใส่น้ำตาลน้อย อร่อยจนต้องยกซดกันเลย 

ส่วนผสม มันต้มขิง

     • มันเทศ 500 กรัม
     • น้ำเปล่า 4-5 ถ้วย
     • น้ำตาลกรวด 1 ถ้วย
     • ขิงแก่ (หั่นเป็นแว่น) 5-10 ชิ้น

วิธีทำมันต้มขิง

      1. ปอกเปลือกมันเทศ ล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้น ๆ แช่น้ำ เตรียมไว้
      2. ใส่น้ำเปล่าลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง ใส่น้ำตาลกรวดคนผสมจนน้ำตาลละลายหมด
      3. พอน้ำเดือด ใส่มันเทศลงต้มจนเดือดอีกครั้ง จากนั้นใส่ขิงลงต้มจนมันเทศสุก ชิมรสตามชอบ ยกลงจากเตา ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 8 สูตรขนมมัน ขนมไทยกินแล้วมันเคี้ยวแล้วเพลิน

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+

ขนมเจ

16. กล้วยเชื่อมแดง


     คุณแม่อยากกินเมนูกล้วยเชื่อมแดง ขนมไทยโบราณยุคนี้หากินยากมาก เท่าที่ไปดูตามร้านขนมไม่เจอเลย แต่ไม่เป็นไรทำเองก็ได้เนอะ ส่วนผสมไม่เยอะ แค่มีกล้วยหวีเดียวก็เอาอยู่

ส่วนผสม กล้วยเชื่อมแดง

     • กล้วยน้ำว้าห่าม ๆ 12 หวี (ประมาณ  8-10 ลูก)
     • น้ำปูนใส (สำหรับแช่กล้วย) **ถ้าไม่มีน้ำปูนใสให้ใช้น้ำเปล่าผสมเกลือป่นได้
     • น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง
     • ใบเตย 3 ใบ
     • น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม
     • น้ำตาลทรายแดง 50 กรัม
     • น้ำมะนาว 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำกล้วยเชื่อมแดง

      1. ปอกเปลือกกล้วยน้ำว้าออกแล้วหั่นเป็น 4 ชิ้น นำไปแช่ทิ้งไว้ในน้ำปูนใส (หรือน้ำผสมเกลือ) ประมาณ 1 ชั่วโมง พอครบเวลานำไปล้างจนหมดกลิ่นปูน
      2. ใส่น้ำเปล่า ใบเตย น้ำตาลปี๊บ และน้ำตาลทรายลงในหม้อ พอเดือดใส่กล้วยน้ำว้าลงไป ตามด้วยน้ำมะนาว รอให้เดือดอีกครั้งแล้วช้อนฟองทิ้งจนหมด เคี่ยวต่อด้วยไฟอ่อนประมาณ 2 ชั่วโมง หรือจนกล้วยเปลี่ยนเป็นสีแดง ตักใส่ภาชนะ พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ กล้วยเชื่อมแดง ขนมไทยโบราณหากินยากแต่เราทำเองได้

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+

ขนมเจ

17. ขนมฟักทอง 

     ฟักทองนึ่งที่เหลือกินต่อไม่ไหวแล้ว จับมาทำเมนูขนมฟักทองกินหลังอาหารคาวน่าจะเหมาะ สูตรจาก คุณนัทจัง สบายดี สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ขนมเจสีสวยหวานน้อย ถ้าใครไม่มีใบตองก็ใส่ถ้วยทนความร้อนนำไปนึ่งก็ได้เช่นกันจ้า 

ส่วนผสม ขนมฟักทอง

     • แป้งข้าวเจ้า 50 กรัม
     • แป้งมัน 40 กรัม
     • แป้งเท้ายายม่อม 50 กรัม
     • หัวกะทิ 200 กรัม
     • เนื้อฟักทองนึ่งสุก 300 กรัม
     • น้ำตาลปี๊บ 40 กรัม
     • น้ำตาลทราย 90 กรัม
     • เกลือป่น 1 ช้อนชา
     • มะพร้าวทึนทึกขูด 100 กรัม

วิธีทำขนมฟักทอง

      1. ใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งมัน และแป้งเท้ายายม่อมลงในภาชนะ ตามด้วยกะทิ ประมาณ 60-80 กรัม นวดประมาณ 15 นาที 
      2. นำกะทิที่เหลือ น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย เนื้อฟักทอง และเกลือป่น ใส่ลงในเครื่องปั่นเพื่อให้เนื้อละเอียด เทผสมลงในแป้ง ใช้มือหรือตะกร้อมือคนเพื่อให้ส่วนผสมเข้ากัน 
      3. ใส่เนื้อมะพร้าวขูดลงไปแล้วคนส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้งหนึ่ง นำไปห่อใบตองหรือใส่ถ้วย นำไปนึ่งประมาณ 15 นาที แต่งด้วยมะพร้าวขูด

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ วิธีทำขนมฟักทอง ขนมไทยสุดคลาสสิก ทำง่ายอร่อยด้วย

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+

ขนมเจ

18. ลูกเดือยเปียก

     ลูกเดือยมีประโยชน์ นอกจากเอาไปทำน้ำลูกเดือยแล้วยังเอามาทำเมนูขนมเจได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่นเมนูลูกเดือยเปียก สูตรนี้เพิ่มรสสัมผัสจากเผือก ตบท้ายด้วยราดน้ำกะทิตัดเลี่ยน 

ส่วนผสม ลูกเดือยเปียก

     • ลูกเดือยแห้ง 1 ถ้วย 
     • น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร
     • เผือกหั่นเต๋า (หรือธัญพืชอื่น ๆ ตามชอบ  เช่น เม็ดบัว, ถั่วแดงต้มสุก, ฟักทอง)
     • น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
     • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา (ปรุงรส)
     • แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
     • เนื้อมะพร้าวอ่อน

ส่วนผสม กะทิสำหรับราดหน้า (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)


     • กะทิสำเร็จรูป 1/2 กล่อง
     • เกลือป่น เล็กน้อย
     • แป้งข้าวโพดละลายน้ำ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำกะทิสำหรับราดหน้า


     • ต้มกะทิกับเกลือป่นในหม้อพอร้อน ใส่แป้งข้าวโพดละลายน้ำลงไปคนผสมให้เข้ากันจนข้น ยกลงจากเตา เตรียมไว้สำหรับราดหน้าลูกเดือยเปียก

วิธีทำลูกเดือยเปียก

      1. แช่ลูกเดือยในน้ำทิ้งไว้อย่างน้อย 1 คืนจนลูกเดือยเริ่มนิ่มขึ้น จากนั้นนำมาล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
      2. นำลูกเดือยที่แช่น้ำแล้วไปต้มจนสุกและบานออก ประมาณ 10-15 นาที ใส่เผือกที่หั่นไว้ลงไปต้มจนสุกนิ่ม จากนั้นใส่น้ำตาลทรายและเกลือป่นลงไป คนผสมจนน้ำตาลทรายละลายหมด 
      3. พอน้ำตาลทรายละลายแล้ว ค่อย ๆ เทแป้งข้าวโพดละลายน้ำลงไป คนจนส่วนผสมเริ่มเหนียวและใส จากนั้นใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนลงไปคลุกให้เข้ากัน ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้สักครู่ให้ขนมเริ่มเซตตัว ตักใส่ถ้วย ราดหน้าด้วยกะทิ พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ วิธีทำลูกเดือยเปียก ขนมไทยง่าย ๆ แต่ประโยชน์แน่น

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+

ขนมเจ

19. มะพร้าวแก้วใบเตย

     ติดใจมะพร้าวแก้วสีสวย รสชาติหวานหอม ช่วงกินเจแบบนี้ใครอยากลองทำเอง ขอแนะนำสูตรจาก คุณนัทจัง สบายดี สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สูตรนี้สีธรรมชาติจากน้ำใบเตย ส่วนผสมไม่เยอะ ถ้าแดดดีจับตากแดด แต่ถ้าแดดไม่มีก็จับเข้าเตาอบเลยจ้า

ส่วนผสม มะพร้าวแก้ว (ทำครั้งละน้อย ๆ)

     • มะพร้าวทึนทึก (ขูดเป็นเส้น) 200 กรัม
     • น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
     • น้ำใบเตย 1/2 ถ้วย (ใบเตยปั่นกับน้ำเปล่า)
     • เกลือ 1/4 ช้อนชา (หรือไม่ใส่ก็ได้ค่ะ)

วิธีทำมะพร้าวแก้ว

      1. ใส่มะพร้าวขูด น้ำตาลทราย น้ำใบเตย และเกลือลงในกระทะ เปิดไฟกลาง ๆ หมั่นคนไปเรื่อย ๆ จนน้ำงวดแล้วปิดไฟ
      2. ใช้ช้อนกับส้อมตักมะพร้าวแก้วมาพอดีคำ วางลงในภาชนะแล้วนำไปตากแดดให้แห้ง หรืออบที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส จนแห้ง

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ มะพร้าวแก้วใบเตย ขนมไทยหวานละมุน เคี้ยวเพลิน ๆ

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+

ขนมเจ

20. ตะโก้สาคู 

     ย้อนรำลึกความอร่อยกับเมนูตะโก้สาคู สูตรจาก RinS Cook Book สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม ขนมไทยที่เคยกินวัยเยาว์ใส่กระทงใบเตยจิ๋ว แต่เรามาประยุกต์ใส่ถ้วย ตักกินเพลินพุงกันเลย

ส่วนผสม ตะโก้สาคู

     • น้ำ 3+3/4 ถ้วย
     • ใบเตยสด 3-4 ใบ (หรือน้ำหอมกลิ่นใบเตย 1 ช้อนชา)
     • สาคูเม็ดเล็ก 1 ถ้วย
     • น้ำตาลทราย 1+1/2 ถ้วย
     • เม็ดข้าวโพดต้มสุก 1 ถ้วย (สำหรับใส่ในสาคูและแต่ง)

ส่วนผสม หน้ากะทิ

     • กะทิ 4 ถ้วย
     • น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วย
     • แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
     • เกลือป่น 1+1/2 ช้อนชา

วิธีทำตะโก้สาคู

      1. ทำตะโก้สาคู โดยใส่น้ำลงในหม้อ ตามด้วยใบเตย นำขึ้นตั้งไฟแรง ต้มจนเดือด ใส่เม็ดสาคูลงไปต้ม ใช้ไฟกลางอ่อน ต้มประมาณ 15 นาที จนเม็ดสาคูเริ่มพองออก นำใบเตยออกแล้วใส่น้ำตาลทรายลงไป คนผสมให้เข้ากันจนเม็ดสาคูสุก สุดท้ายใส่เม็ดข้าวโพดต้มสุกลงไป คนผสมให้เข้ากัน ยกลงจากเตา วางพักทิ้งไว้จนเย็น
      2. ทำหน้ากะทิ โดยใส่กะทิ น้ำตาลทราย แป้งข้าวเจ้า และเกลือป่นลงในหม้อขึ้นตั้งไฟอ่อน หมั่นคนผสมตลอดเวลา (เพื่อป้องกันไม่ให้ไหม้) ประมาณ 15 นาที จนส่วนผสมข้น ปิดไฟ ยกลงจากเตา 
      3. ตักสาคูใส่ถ้วย ราดด้วยหน้ากะทิ แต่งด้วยเม็ดข้าวโพด พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ตะโก้สาคู ขนมไทยหวานหอม ทำง่ายนิดเดียว

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+

ขนมเจ

21. ข้าวเหนียวแก้ว 

     ถ้าเอียนข้าวเหนียวมูนกันแล้วเปลี่ยนมาทำเมนูข้าวเหนียวแก้ว สูตรจาก คุณ Rin's Cookbook (#Rinscookbook) เคี้ยวกรุบกรอบหอมกลิ่นใบเตย โรยงาเพิ่มกลิ่นหอม จัดเลยบ่ายนี้

ส่วนผสม ข้าวเหนียวแก้วใบเตย

     • ข้าวเหนียวนึ่งสุกและยังร้อนอยู่ [คลิกดู วิธีการนึ่งข้าวเหนียว]
     • กะทิ 3/4 ถ้วย
     • น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
     • เกลือป่น 1/4 ถ้วย
     • น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 1/2 ถ้วย
     • น้ำปูนใส 2 ช้อนโต๊ะ [คลิกดู วิธีทำน้ำปูนใส]
     • งาดำคั่ว หรืองาขาวคั่ว (หรือทั้ง 2 ชนิด) 

วิธีทำข้าวเหนียวแก้ว

      1. ใส่ข้าวเหนียวร้อน ๆ กะทิ เกลือป่น น้ำปูนใส และน้ำใบเตยลงในอ่างผสมคนให้เข้ากัน ปิดด้วยพลาสติกถนอมอาหาร (หรือจาน) อย่าให้ลมเข้า พักทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที เพื่อให้ข้าวเหนียวดูดซึมส่วนผสมทุกอย่างเข้าไป
      2. ใส่น้ำตาลทรายลงไปคนผสมให้เข้ากัน เทส่วนผสมใส่กระทะใช้ไฟกลางอ่อน กวนข้าวเหนียวไปเรื่อย ๆ โดยค่อย ๆ กวนเพื่อให้ข้าวเหนียวเรียงสวยและไม่หักกลาง
      3. หลังจากกวนมาประมาณ 5 นาทีจนน้ำตาลทรายเริ่มละลาย ให้กวนต่ออีก 10-15 นาที จนข้าวเหนียวชักเงาและจับตัวเป็นก้อน ปิดไฟและพักทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที หรือรอจนเย็นตัว
      4. ตักข้าวเหนียวแก้วใส่พิมพ์ โรยตกแต่งด้วยงาดำ หรืองาขาว พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ข้าวเหนียวแก้ว ขนมไทยสีสดใสหวานหอม ทำไม่ยาก

     ใครกำลังมองหาเมนูขนมเจอยู่บ้างเอ่ย ? เชื่อว่าสูตรด้านบนน่าจะถูกใจเพื่อน ๆ กันนะคะ มีหลากหลายให้เลือก วันนี้ทำเมนูของทอด พรุ่งนี้ก็ทำของหวาน ทำกินสลับไปมาไม่มีเบื่อแน่นอนจ้า
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
21 เมนูขนมเจ สูตรของหวานทำง่ายรับเทศกาลกินเจ โพสต์เมื่อ 14 กันยายน 2559 เวลา 10:04:32 45,039 อ่าน
TOP