20 เมนูข้าวแกงทำขายดี ทำกินอร่อย กับข้าวไทย ๆ ทำไม่ยาก

          แจกฟรี ! เมนูข้าวแกงทำขายดี สูตรอาหารไทย ประจำร้านข้าวแกง มีทั้งเมนูผัด เมนูทอด เมนูนึ่ง และน้ำพริก ทำขายได้ตั้งแต่เช้ายันค่ำ การันตีขายดิบขายดีและกำไรดีด้วย

 

          ใครอยากเปิดร้านข้าวแกงลองมาทำเมนูกับข้าว แบบไม่จำเจวนไปทุกวันดีไหม ถ้าใครยังนึกไม่ออกให้กระปุกช่วยได้นะคะ ขอนำเสนอวิธีทำข้าวแกงหลากหลาย เช่น ผัดหอยลาย ผัดมะเขือยาวหมูสับ แกงส้มผักรวมกุ้ง ต้มผักกาดดอง หมูก้อนทอด ทอดมันปลา ห่อหมกปลาช่อน จะทำขายก็ดี หรือทำกินเองก็ได้ เตรียมข้าวสวยรอเลยจ้า

 

เมนูผัด

1. ผัดหอยลาย

          เมนูข้าวแกงขายดีมีทุกร้านที่ส่วนใหญ่คุ้นตานั่นคือ ผัดหอยลาย เริ่มจากเอาหอยลายไปลวกให้สุกแล้วค่อยผัดกับเครื่องโขลก เพิ่มสีสันและความเผ็ดด้วยน้ำพริกเผา

 

ส่วนผสม ผัดหอยลาย
          • หอยลาย (ล้างสะอาด) 500 กรั
          • น้ำเปล่า (สำหรับลวกหอยลาย)
          • น้ำมันพืช (สำหรับผัด)
          • พริกขี้หนู (โขลกละเอียด) ตามชอบ
          • กระเทียม (โขลกละเอียด)
          • เต้าเจี้ยว 2 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
          • ใบโหระพา (เด็ดเป็นใบ 1 ถ้วย)

 

วิธีทำผัดหอยลาย
          1. ใส่น้ำเปล่าลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟจนน้ำเดือด ใส่หอยลายลงลวกพอสุก ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
          2. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟพอร้อน ใส่พริกกับกระเทียมโขลกลงไปผัดพอหอม ใส่เต้าเจี้ยวลงผัด ตามด้วยน้ำพริกเผาและน้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ
          3. ใส่หอยลายที่ลวกเตรียมไว้ลงผัดสักครู่ จากนั้นใส่ใบโหระพาลงผัดพอเข้ากัน ปิดไฟ ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

 

ดูวิธีทำ เมนูกับข้าวอื่น ๆ เพิ่มเติมคลิก

2. ผัดผักรวมกุ้ง

          ผัดผักรวมหมูร้านข้าวแกงไหน ๆ ก็ทำขายกัน ถ้าไม่อยากซ้ำก็ลองมาทำเมนูผัดผักรวมกุ้ง ใส่บรอกโคลี แครอต ดอกกะหล่ำ เห็ดฟาง และข้าวโพดอ่อน ปรุงรสเค็มนิดหน่อย

 

ส่วนผสม ผัดผักรวมกุ้ง
          • กระเทียมสับหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
          • กุ้งสด (ปอกเปลือกผ่าหลัง) 200 กรัม
          • บรอกโคลี (หั่นชิ้น) 100 กรัม
          • ดอกกะหล่ำ (หั่นชิ้น) 100 กรัม
          • เห็ดฟาง (ผ่าครึ่ง) 100 กรัม
          • ข้าวโพดอ่อน (หั่นเฉียง) 100 กรัม
          • น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
          • ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำ 3 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำมันพืช (สำหรับผัด)

 

วิธีทำผัดผักรวมกุ้ง
          1. ลวกบรอกโคลีในน้ำร้อนประมาณ 30 วินาที ตักใส่น้ำเย็นจัด หรือน้ำผสมน้ำแข็งแล้วสะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
          2. ผัดกระเทียมจนมีกลิ่นหอม ใส่กุ้งสดลงไป ผัดพอให้กุ้งถูกน้ำมันจนทั่วแล้วใส่บรอกโคลี ดอกกะหล่ำ เห็ดฟาง และข้าวโพดอ่อนลงไป ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว และน้ำ ผัดผสมให้เข้ากันไม่เกิน 1 นาที

 

3. ผัดมะเขือยาวหมูสับ

          วันนี้ไปซื้อมะเขือยาวมาเตรียมผัดมะเขือยาวหมูสับ สูตรจาก เฟซบุ๊ก ‎iCooK สูตรนี้ใส่หมูสับผัดกับมะเขือยาวจนสุกนุ่ม ใส่เต้าเจี้ยวเพิ่มความเค็มและกลิ่นหอม สุดท้ายใส่ใบโหระพา

 

ส่วนผสม ผัดมะเขือยาวหมูสับ
          • มะเขือยาว (ปอกเปลือกหรือไม่ปอกก็ได้ แต่ปอกจะอร่อยกว่า)
          • พริกขี้หนู
          • กระเทียม
          • หมูสับ
          • น้ำเปล่า
          • เต้าเจี้ยว
          • น้ำปลา
          • น้ำตาลทราย
          • น้ำมันหอย
          • ซอสปรุงรส
          • ใบโหระพา

 

วิธีทำผัดมะเขือยาวหมูสับ
          1. ปอกเปลือกมะเขือยาวออก (หรือไม่ปอกก็ได้) หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ เตรียมไว้
          2. โขลกพริกขี้หนูกับกระเทียมเข้าด้วยกันพอหยาบ ๆ เตรียมไว้
          3. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืชลงไป พอร้อนใส่พริกและกระเทียมที่โขลกไว้ลงไปผัดพอหอม จากนั้นใส่หมูสับลงไปผัดให้สุก
          4. ใส่มะเขือยาวลงไปผัด เติมน้ำเปล่าลงไปเล็กน้อย ปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยว น้ำปลา น้ำตาลทราย น้ำมันหอย และซอสปรุงรส ผัดเคล้าให้เข้ากัน (มะเขือจะดูดน้ำค่อนข้างมากเพื่อทำให้ตัวเองสุก แนะนำให้ใส่น้ำเปล่าลงไปเยอะหน่อยและปรุงรสให้จัดเข้าไว้)
          5. ชิมรสตามชอบ ถ้าถูกใจแล้วใส่ใบโหระพาลงไปคลุกเคล้าให้ทั่ว ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

 

ดูวิธีทำ ผัดมะเขือยาวหมูสับ เพิ่มเติมคลิก

4. ผัดพริกแกงปลาดุก

          เมนูหมูหรือเมนูไก่ลูกค้ากินบ่อย ๆ ก็เบื่อ ลองเปลี่ยนมาทำเมนูปลากันเถอะ พบกับผัดพริกแกงปลาดุก จับปลาดุกไปทอดจนสุกกรอบแล้วเอามาผัดกับน้ำพริกแกง สุดท้ายโรยใบกะเพรากรอบ 

 

ส่วนผสม ผัดเผ็ดปลาดุกทอด
          • ปลาดุกสด (หั่นเป็นชิ้นหนา) 500 กรัม
          • น้ำพริกแกงเผ็ด 100 กรัม
          • กระชายซอย 300 กรัม
          • พริกชี้ฟ้าแดงและเขียว (หั่นเฉียง)
          • ใบมะกรูดฉีก 5 ใบ (ฉีกก้านกลาง)
          • พริกไทยอ่อน 2 ช่อ
          • น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
          • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
          • ใบกะเพรา 1 ถ้วย
          • น้ำมันพืช (สำหรับทอดและผัด)

 

วิธีทำผัดเผ็ดปลาดุกทอด
          1. โดยใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ เปิดไฟแรง พอน้ำมันร้อนใส่ปลาดุกลงไปทอดจนสุก แล้วลดเป็นไฟกลาง ทอดจนปลาดุกกรอบทั้งสองด้าน ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน เตรียมไว้
          2. ใส่ใบกะเพราลงไปทอดในน้ำมัน ใช้ไฟปานกลางจนกรอบ ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
          3. เทน้ำมันออกจากกระทะให้เหลือเพียงเล็กน้อย ใส่น้ำพริกแกงลงไปผัดจนหอมแล้วลดเป็นไฟอ่อน เติมน้ำปลา น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลปี๊บลงไปผัดให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ
          4. ใส่กระชาย พริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด และพริกไทยอ่อนลงไปผัดให้เข้ากัน
          5. ใส่ปลาดุกทอดและแบ่งใบกะเพรากรอบที่ลงไปผัดให้เข้ากัน ตักใส่จาน โรยกะเพรากรอบ พร้อมเสิร์ฟ

 

ดูวิธีทำ ผัดเผ็ดปลาดุกทอดกรอบ เพิ่มเติมคลิก

5. ปลาหมึกผัดไข่เค็ม

          แค่เห็นสีสันก็เตะตาแล้วสำหรับเมนูปลาหมึกผัดไข่เค็ม สูตรนี้ใส่น้ำพริกเผากับผงกะหรี่ผัดกับปลาหมึก ใส่ไข่แดงเค็มผัดจนเข้ากันและสีสวย เพิ่มพริกชี้ฟ้ากับต้นหอมหน่อย

 

ส่วนผสม ปลาหมึกผัดไข่เค็ม
          • ปลาหมึกสด (หั่นเป็นแว่น)
          • ไข่แดงเค็ม
​          • น้ำเปล่าเล็กน้อย
          • น้ำพริกเผา
          • น้ำมันพืช (สำหรับผัด)
​          • กระเทียมสับ
          • หอมใหญ่หั่นเสี้ยว
          • ซีอิ๊วขาว
          • ซอสหอยนางรม
          • น้ำตาลทราย
​          • พริกแดงจินดา (หรือพริกชี้ฟ้าแดง)
          • ต้นหอมหั่นท่อน
​          • ขึ้นฉ่ายหั่นท่อน

 

วิธีทำหมึกผัดไข่เค็ม
          1. เตรียมผักต่าง ๆ ไว้ให้พร้อม (ต้นหอมหั่นท่อน ขึ้นฉ่ายหั่นท่อน หอมใหญ่ซอย พริกชี้ฟ้าแดง และกระเทียมสับ)
          2. ต้มน้ำให้เดือด ใส่ปลาหมึกลงลวกในน้ำเดือดแค่พอสุก ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
          3. บดไข่แดงเค็มให้ละเอียด เติมน้ำเปล่าเล็กน้อย และน้ำพริกเผา คนผสมให้เข้ากัน พักไว้ (เราใช้ไข่เค็มสุกและดิบอย่างละฟอง ไม่ใช่เคล็ดลับนะคะ แต่มีไข่เค็มไม่พอค่ะ)
          4. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะเล็กน้อย นำขึ้นตั้งไฟพอร้อน ใส่กระเทียมสับลงเจียวพอหอม ใส่หอมใหญ่ลงผัดพอสุก จากนั้นใส่ปลาหมึกลงไปผัด ตามด้วยส่วนผสมไข่เค็ม ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม และน้ำตาลทราย ชิมรสตามชอบ
          5. ปรุงรสเสร็จแล้ว ใส่พริก ต้นหอม และขึ้นฉ่าย ลงผัดเร็ว ๆ เสร็จเรียบร้อย ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

 

ดูวิธีทำ ปลาหมึกผัดไข่เค็ม เพิ่มเติมคลิก

เมนูแกง

6. แกงส้มผักรวมกุ้ง

           มาต่อกันที่เมนูแกงรสแซ่บ พบกับเมนูแกงส้มผักรวมกุ้ง ใส่ถั่วฝักยาว และผักกาดขาว เติมน้ำพริกแกงส้ม ปรุงรสเปรี้ยวเผ็ดเค็มและหวานตามชอบ

 

ส่วนผสม แกงส้มชะอมกุ้ง
          • น้ำพริกแกงส้ม 1/2 ถ้วย
          • หอมแดง (ปอกเปลือก) 5 หัว
          • กระชาย 100 กรัม
          • ปลาทูน่ากระป๋องในน้ำเกลือ หรือน้ำแร่ 1 กระป๋อง (บีบน้ำออกจนแห้ง)
          • น้ำเปล่า 5 ถ้วย
          • น้ำปลา 5 ช้อนโต๊ะ
          • เกลือทะเล 1 ช้อนชา
          • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำมะขามเปียก 1 ถ้วย
          • กุ้งสด (ปอกเปลือกผ่าหลัง) 10 ตัว
          • ไข่ไก่ 2 ฟอง
          • ชะอมเด็ดเป็นใบ 1 ถ้วย
          • น้ำมันพืช (สำหรับทอดไข่เจียว)

 

วิธีทำแกงส้มชะอมกุ้ง
          1. ตีไข่ไก่พอแตก ใส่ชะอมเด็ดลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลาเล็กน้อย ตีผสมให้พอเข้ากัน
          2. ใส่น้ำมันลงในกระทะ ใส่น้ำมันพืชลงไป พอร้อนใส่ไข่ลงไปทอดจนสุก ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน หั่นเป็นชิ้น ๆ ใส่ลงในถ้วย (หรือหม้อสำหรับเสิร์ฟ) เตรียมไว้
          3. โขลกน้ำพริกแกงส้ม หอมแดง และเนื้อปลาทูน่าเข้าด้วยกันจนละเอียด (หรือนำไปปั่นด้วยเครื่องปั่น)
          4. ใส่น้ำลงในหม้อ ตักน้ำพริกแกงส้มที่โขลกลงไปคนให้ละลาย จากนั้นเปิดไฟต้มจนเดือด ปรุงรสด้วยน้ำปลา เกลือ น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะขามเปียก รอจนเดือดแล้วชิมรสตามชอบ
          5. ใส่กุ้งสดลงไปต้มพอสุก ปิดไฟ ตักใส่ลงในถ้วยที่รองด้วยไข่เจียวชะอม พร้อมเสิร์ฟ

 

ดูวิธีทำ แกงส้มชะอมกุ้ง เพิ่มเติมคลิก

7. ต้มผักกาดดอง

          แกงจืดทำตอนไหนก็ขายได้ พบกับต้มผักกาดดอง จับผักกาดดองไปต้มจนเดือดเพื่อลดความเค็ม แล้วค่อยนำไปต้มกับกระดูกหมูจนสุกนุ่มตามชอบ

 

ส่วนผสม ต้มผักกาดดอง
          • กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ
          • พริกไทยเม็ด 1/2 ช้อนโต๊ะ
          • ข่าแก่หั่นแว่น 3 ชิ้น
          • น้ำสำหรับต้ม
          • ซี่โครงอ่อนหมู หั่นเป็นชิ้น 500 กรัม
          • ผักกาดดอง หั่นเป็นชิ้น 400 กรัม
          • เกลือป่น 1 ช้อนชา
          • ซีอิ๊วขาว
          • น้ำตาลทราย

 

วิธีทำต้มผักกาดดอง
          1. โขลกกระเทียมกับพริกไทยเม็ด และข่าเข้าด้วยกันจนละเอียด เตรียมไว้
          2. นำผักกาดดองไปต้มกับน้ำ พอเดือด ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
          3. ใส่น้ำลงในหม้อ ใส่เครื่องที่โขลกไว้ นำขึ้นตั้งไฟต้มจนเดือด จากนั้นใส่ซี่โครงอ่อนหมู รอจนเดือดอีกครั้ง ใส่ผักกาดดองลงต้ม หมั่นช้อนฟองอากาศออกจนน้ำซุปเริ่มใส
          4. ปรุงรสด้วยเกลือป่น ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทราย ชิมรสตามชอบ ลดไฟอ่อน เคี่ยวต่อจนหมูและผักกาดดองสุกนุ่ม ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

 

ดูวิธีทำ ต้มผักกาดดอง เพิ่มเติมคลิก

8. แกงเหลืองหน่อไม้ดองใส่ปลา

สูตรจาก คุณมอแกนน้อย

 

          ลูกค้าขาแซ่บต้องชอบแน่นอนกับแกงเหลืองหน่อไม้ดองใส่ปลา ใส่เนื้อปลาต้มกับน้ำซุปน้ำพริกแกงเหลือง เพิ่มความอร่อยด้วยหน่อไม้ดอง

 

แกงเหลืองหน่อไม้ดองกับปลา 1 ถ้วย

ให้พลังงานประมาณ 80 กิโลแคลอรี

ส่วนผสม แกงเหลืองหน่อไม้ดอง
          • ปลาตามชอบ
          • หน่อไม้ดอง
          • น้ำพริกแกงเหลือง
          • น้ำปลา
          • น้ำมะนาว
          • น้ำตาลทราย

 

วิธีทำแกงเหลืองหน่อไม้ดอง
          1. ต้มหน่อไม้ดองในน้ำสักพัก
          2. ใส่น้ำผสมน้ำพริกแกง ใส่หน่อไม้ที่ต้มไว้ลงไป ตั้งจนเดือดอีกสักครั้ง จึงใส่ปลา เติมรสด้วยน้ำปลาและน้ำมะนาว ตัดน้ำตาลปลายช้อนเป็นเสร็จ

 

ดูวิธีทำ แกงเหลืองหน่อไม้ดองใส่ปลา เพิ่มเติมคลิก

9. พะแนงหมู

          มีแต่เนื้อเน้น ๆ เลยสำหรับพะแนงหมู สูตรนี้ใส่เนื้อหมูหั่นชิ้นผัดกับน้ำพริกแกงพะแนง เติมใบโหระพากับใบมะกรูด แต่งด้วยพริกชี้ฟ้าซอย

 

ส่วนผสม พะแนงหมู
          • น้ำพริกแกงพะแนง 2 ช้อนโต๊ะ
          • กะทิ 1 ถ้วย
          • เนื้อหมู (หั่นเป็นชิ้นบาง) 300 กรัม
          • ใบมะกรูด (ฉีกก้านกลาง) 3 ใบ
          • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
          • ใบโหระพา 50 กรัม
          • ใบมะกรูดซอย
          • พริกชี้ฟ้าแดงซอย
          • น้ำมันพืช (สำหรับผัด)

 

วิธีทำพะแนงหมู
          1. ใส่น้ำมันลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน ใส่น้ำพริกแกงพะแนงลงผัดจนหอม เติมกะทิลงผัดจนหอม และแตกมัน
          2. ใส่เนื้อหมูและใบมะกรูดลงผัด ปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ ผัดผสมจนเนื้อหมูสุก และน้ำเริ่มข้น ใส่ใบโหระพาลงผัด ยกลงจากเตา ตักใส่จาน โรยด้วยใบมะกรูดซอย และพริกชี้ฟ้าแดงซอย

 

ดูวิธีทำ พะแนงหมู เพิ่มเติมคลิก

10. แกงไตปลา

          แกงไตปลากินกับข้าวสวยก็ได้ หรือกินกับขนมจีนก็อร่อย สูตรนี้ใส่เนื้อปลากับน้ำไตปลากับน้ำพริกแกงเผ็ด ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก แกล้มกับผักสด

 

ส่วนผสม แกงไตปลา
          • ไตปลาอย่างดี 1 ขวด
          • น้ำ 1+1/2 ลิตร
          • น้ำพริกแกงเผ็ด 200 กรัม
          • น้ำมะขามเปียก
          • น้ำตาลทราย
          • ปลาโอย่าง 1 ตัว หรือปลาทูนึ่ง 5 ตัว (แกะเอาเฉพาะเนื้อ)
          • ใบมะกรูด (ฉีกก้านกลาง) 10 ใบ
          • ผักสดตามชอบ เช่น หน่อไม้ไร่ ถั่วฝักยาว ฟักทอง มะเขือเปราะ หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ อย่างละ 100 กรัม

 

วิธีทำแกงไตปลา
          1. ต้มไตปลาในหม้อ คนผสมจนละลาย ยกลงจากเตา กรองเอาแต่เฉพาะน้ำไตปลา เตรียมไว้
          2. ใส่น้ำลงในหม้อ ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดลงคนผสมจนละลาย นำขึ้นตั้งไฟแรง ต้มจนเดือด จากนั้นใส่ไตปลาลงต้ม คนผสมให้เข้ากัน ปรุงรสด้วย น้ำมะขามเปียก และน้ำตาลทราย ชิมรสตามชอบ
          3. ใส่เนื้อปลาที่แกะเตรียมไว้ลงต้มจนเดือด ชิมรส จากนั้นใส่ผักที่หั่นเตรียมไว้ และใบมะกรูดลงต้มจนสุก ยกลงจากเตา ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

 

เมนูทอด

11. หมูก้อนทอดข้าวโพด

          เพราะกินง่ายทำง่ายจึงต้องทำขาย พบกับหมูก้อนทอด จับหมูหมักกับเครื่องโขลก ใส่วุ้นเส้นกับข้าวโพด เคล้ากับแป้งทอดกรอบ ปั้นเป็นก้อนกลมทอดจนสุก

 

ส่วนผสม หมูก้อนทอดข้าวโพด
          • หมูสับ
          • รากผักชี
          • กระเทียมปอกเปลือก
          • พริกไทยป่น
          • ข้าวโพดต้ม
          • ซีอิ๊วขาว
          • น้ำตาลทราย
          • ไข่ไก่
          • วุ้นเส้น (แช่น้ำหั่นท่อน)
          • แป้งทอดกรอบ

 

วิธีทำหมูก้อนทอด
          1. โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยจนละเอียด ตักใส่ถ้วย
          2. ใส่หมูสับ ข้าวโพด ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทรายลงในอ่างผสม คนผสมจนเข้ากัน
          3. ใส่รากผักชี กระเทียม และพริกไทยโขลกแล้วลงไป คนผสมจนเข้ากัน
          4. ใส่ไข่ไก่กับวุ้นเส้น คนผสมให้เข้ากัน ใส่แป้งทอดกรอบลงไป คนผสมให้เข้ากัน
          5. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชลงไปพอท่วม ใช้ไฟปานกลาง ปั้นหมูสับเป็นก้อน นำลงทอดจนสุกเหลือง ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

 

12. ทอดมันปลา

          ทอดมันปลาใส่ถั่วฝักยาวก็อร่อย แต่ทำบ่อยก็เบื่อ ลองเปลี่ยนมาทำทอดมันปลา สูตรใส่ถั่วพูกับใบมะกรูดซอย มาพร้อมวิธีทำน้ำจิ้มถั่วตัด

 

ส่วนผสม ทอดมันปลา
          • เนื้อปลาขูด
          • น้ำพริกแกง
          • ถั่วพู
          • ใบมะกรูดซอย
          • น้ำมันพืช

 

ส่วนผสม น้ำจิ้มทอดมัน
          • น้ำส้มสายชู
          • น้ำตาลทราย
          • เกลือ
          • พริกตำ
          • ถั่วตัด
          • แตงกวา

 

วิธีทำทอดมันปลา
          1. ตัดหัวปลา ผ่าหลังแล้วขูดเนื้อปลาออกมา ส่วนหนังปลาเอาออกเพื่อให้ทอดมันไม่ติดสีของหนังปลา
          2. โขลกเนื้อปลาจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปแช่ฟรีซราว 2-3 ชั่วโมง หลังจากนั้นนำมาใส่ถั่วพู พร้อมใบมะกรูดฝอย
          3. ทดสอบแล้วความเหนียวไม่ได้ จึงต้องนำมาฟาดในกระทะราว 15 นาที ปกติถ้าเป็นปลาน้ำจืด ใช้เนื้อปลากรายจะเหนียวดีมาก ส่วนปลาทะเลก็จะเป็นพวกดาบลาว ข้างเหลือง น้ำดอกไม้ ลูกเก๋า ซึ่งปลาพวกนี้ส่วนใหญ่ถูกนำไปรีดเนื้อเพื่อทำลูกชิ้น
          4. น้ำมันที่ใช้ทอด แบ่งมาสักช้อนหนึ่งใส่ถ้วยไว้ แตะที่มือแล้วปั้นแทนการใช้การแตะน้ำ เพราะจะทำให้หยิบจับปั้นได้ง่ายไม่ติดมือ รสชาติทอดมันไม่เสียเหมือนการแตะน้ำ และไม่มีน้ำปะปนลงในกระทะให้กระเด็น  ปั้นทอดมันลงไปทอดด้วยน้ำมันร้อนพอดี ใช้ไฟสม่ำเสมอจะได้ไม่อมน้ำมัน ทอดจนสุก ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน
          5. ทำน้ำจิ้มทอดมันโดยเอาน้ำส้มสายชูเคี่ยวกับน้ำตาลทรายกับเกลือแค่พอเหนียว ตำพริกใส่เล็กน้อย ชิมรสไม่โดดเปรี้ยวหรือหวานเกินไป ใช้ถั่วตัดกับแตงกวาร่วมกัน ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟกับทอดมันปลา

 

13. ปลาทูทอดกระเทียม

          จากที่เคยทำปลาทูทอดแบบบ้าน ๆ ลองใส่กระเทียมเพิ่มความหอมกันดีไหม พบกับเมนูปลาทูทอดกระเทียม จับปลาทูหมักกับเกลือและพริกไทยแล้วเอาไปทอดจนสุก สุดท้ายโรยกระเทียมเจียว

 

ส่วนผสม ปลาทูทอดกระเทียม
          • ปลาทูสด
          • เกลือป่นหยาบ
          • พริกไทยป่น หรือพริกไทยเม็ด (โขลกละเอียด)      
          • กระเทียมโขลกหยาบ    
          • รากผักชีโขลก    
          • น้ำมันพืช (สำหรับทอด)     

 

วิธีทำปลาทูทอดกระเทียม
          1. บั้งปลาทู โรยเกลือป่นและพริกไทยป่นให้ทั่วตัวปลาทู หมักไว้สักครู่
          2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน นำปลาทูลงไปทอดจนสุกเหลือง ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จาน
          3. ใส่กระเทียมโขลกและรากผักชีโขลกลงทอดจนเหลืองหอม ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน โรยบนปลาทูทอด พร้อมเสิร์ฟ

 

ดูวิธีทำ ปลาทอดกระเทียม เพิ่มเติมคลิก

14. ปลากระบอกทอดขมิ้น

          จัดไปสักตัวไหมคะ พบกับปลากระบอกทอดขมิ้น จับปลาหมักกับขมิ้นและกระเทียมพริกไทย จากนั้นก็เอาเครื่องโขลกไปเจียวให้เหลืองกรอบและเอาปลาไปทอดจนสุก

 

ส่วนผสม ปลากระบอกทอดขมิ้น
          • ปลากระบอก
          • เกลือ 1/2 ช้อน (ช้อนกินข้าว)
          • กระเทียมหัวใหญ่ 5 หัว
          • พริกไทย 1 ช้อน (ช้อนกินข้าว)
          • ขมิ้น 3 แง่ง

 

วิธีทำปลากระบอกทอดขมิ้น
          1. ขอดเกล็ดปลาควักไส้พุง ทำเสร็จก็หันมาทิ่มเครื่อง ได้แก่ เกลือ กระเทียมหัวใหญ่ พริกไทย และขมิ้น คลุกเคล้าให้เครื่องเข้าตัวปลาแล้วหมักทิ้งไว้ราว 1 ชั่วโมง
          2. ใส่เครื่องโขลกลงในน้ำมันทอดไฟอ่อนเหมือนกับเจียวกระเทียม พอสุกตักด้วยกระชอนตาถี่แล้ววางผึ่งกระจายเกลี่ยให้คลายร้อน ซับด้วยกระดาษ เมื่อเย็นลงก็จะกรอบ
          3. เอาน้ำมันที่กรองแล้วจับมาตั้งกระทะใหม่ เพิ่มอุณหภูมิให้ร้อนกว่าครั้งแรก สังเกตว่าฟองไม่มีก็ใส่ปลาลงทอดได้เลย ทอดปลาไปประมาณ 4 นาทีก็พลิกกลับด้าน หรี่ไฟอ่อนลงนิดแล้วทอดต่ออีก 3 นาที จะได้แบบนุ่มใน ด้านนอกไม่กรอบมาก ถ้าทอดนานอีกนิด เนื้อปลาจะแห้งเกินไป เดี๋ยวจะไม่อร่อย
          4. จัดปลาทอดใส่ภาชนะ ตักขมิ้นราดข้างปลาหรือจะท็อปปิ้งก็ได้  

 

เมนูนึ่ง

15. ห่อหมกปลาช่อน

          ใครอยากทำห่อหมกขายบ้างเอ่ย ขอนำเสนอห่อหมกปลาช่อน สูตรนี้ใส่ปลาบดนวดกับน้ำพริกแกงเผ็ด รองก้นด้วยผักลวกในกระทง และใส่เนื้อปลาสไลซ์ก่อนหยอดห่อหมก

 

ส่วนผสม ห่อหมกปลาช่อน
          • เนื้อปลาช่อนบด (ใช้ได้ทั้งเนื้อปลาอินทรี เนื้อปลากราย) 500 กรัม
          • เนื้อปลาสไลซ์ 200 กรัม
          • น้ำพริกแกงเผ็ด 100 กรัม
          • ไข่ไก่ 1 ฟอง
          • น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำปลา 1/4 ถ้วยตวง
          • กะทิ 2 ถ้วยตวง
          • แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนชา
          • กะหล่ำปลีซอย หรือผักกาดขาว
          • ใบโหระพา
          • พริกชี้ฟ้าซอย
          • ใบมะกรูดหั่นฝอย
          • กระทงใบตอง (กระทงใบตองแห้ง หรือถ้วย)
          • หัวกะทิ สำหรับตกแต่ง 1/3 ถ้วย

 

วิธีทำห่อหมกปลาช่อน
          1. ต้มน้ำเปล่าให้เดือด ใส่กะหล่ำปลีหั่นฝอยลงไปให้หมดแล้วรีบตักขึ้นมาใส่น้ำเย็นด้วยความเร็ว จากนั้นหยิบกะหล่ำปลีขึ้นมาบีบน้ำออก ใส่ลงในภาชนะ เตรียมไว้
          เคล็ดลับ : สาเหตุที่ต้องบีบน้ำออกเพราะเวลาใส่เนื้อห่อหมกลงไปนึ่งจนสุก ผักจะได้ไม่ยุบตัวลง ห่อหมกจะได้ไม่ยุบตัวตาม และจะได้ไม่มีน้ำซึมออกมาจากผักทำให้ห่อหมกเละ
          2. ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดลงไปในอ่างผสม ใส่ไข่ที่ตีแตกแล้วลงไป ตามด้วยน้ำตาลทราย และน้ำปลาคนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียว
          3. แบ่งกะทิใส่ลงไปผสมให้เข้ากัน  ตามด้วยเนื้อปลาบด นวดให้เข้ากัน (นวดด้วยมือ หรือพายก็ได้ แต่ใช้มือดีกว่าจะได้สัมผัสเนื้อปลาและพริกแกงได้ดีกว่า) ค่อย ๆ เติมกะทิที่เหลือลงไปจนหมด นวดจนส่วนผสมเหนียว
          4. ใส่กะหล่ำปลีลวกลงไปในกระทง ตามด้วยใบโหระพา หยอดเนื้อห่อหมกลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยเนื้อปลาสไลซ์ และหยอดห่อหมกทับลงไปปิดท้ายจนเต็มกระทง
          5. นำห่อหมกใส่ที่นึ่ง เอาไปนึ่งบนน้ำเดือดพล่าน ใช้ไฟกลางสูงประมาณ 20 นาที
          6. นำหัวกะทิผสมแป้งข้าวเจ้าคนให้เข้ากัน หรือนำเข้าไปในไมโครเวฟประมาณ 40 วินาที แต่พอครบ 20 วินาทีให้เอาออกมาคนก่อนครั้งหนึ่ง หรือจะเอาไปนึ่งก็ได้
          7. เมื่อห่อหมกครบเวลา 20 นาทีแล้ว หยอดหัวกะทิลงไปบนหน้าห่อหมก ตกแต่งด้วยพริกชี้ฟ้าแดงซอยและใบมะกรูดหั่นฝอย นำห่อหมกไปนึ่งต่ออีก 5 นาที ตักออกมาใส่ภาชนะ พร้อมเสิร์ฟ  

 

ดูวิธีทำ ห่อหมกปลา เพิ่มเติมคลิก

16. ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว

          หน้าตาไฮโซมาก ๆ สำหรับเมนูปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว จับปลาราดน้ำซีอิ๊วผสมน้ำมันงาและเหล้าจีน ท็อปด้วยเห็ดหอม ขิง และพริกชี้ฟ้า

 

ส่วนผสม ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว
          • ปลากะพง (น้ำหนักประมาณ 700-800 กรัม) จำนวน 1 ตัว
          • ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนชา
          • เหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำร้อน 3 ช้อนโต๊ะ
          • เห็ดหอมสด (หั่นเป็นชิ้นบาง) 100 กรัม
          • ขิงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
          • พริกชี้ฟ้าแดง (ซอยตามยาว) 2 เม็ด
          • โคนต้นหอม (ซอยตามยาว) 2 ต้น
          • ผักชี (โรยหน้า)

 

วิธีทำปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว
          1. ล้างทำความสะอาดปลากะพง ขอดเกล็ดและควักไส้ออก นำไปล้างให้สะอาด จากนั้นบั้งเนื้อปลาทั้งสองด้าน วางลงในภาชนะสำหรับนึ่ง เตรียมไว้
          2. คนผสมซีอิ๊วขาว น้ำมันงา เหล้าจีน น้ำตาลทรายแดง และน้ำร้อนเข้าด้วยกัน ตักราดลงบนตัวปลา วางเห็ดหอมสด ขิงซอย และพริกชี้ฟ้าแดงด้านบนตัวปลาให้ทั่ว
          3. นำใส่ลงในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือด นึ่งใช้ไฟแรง นานประมาณ 30 นาที ยกออกจากชุดนึ่ง โรยหน้าด้วยต้นหอมซอย และผักชี พร้อมเสิร์ฟ

 

ดูวิธีทำ ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว เพิ่มเติมคลิก

17. ปลาหมึกนึ่งมะนาว

          แค่เห็นก็เปรี้ยวปากแล้ว กับเมนูปลาหมึกนึ่งมะนาว สูตรนี้จับปลาหมึกนึ่งกับข่าและตะไคร้ลดกลิ่นคาว สุดท้ายราดน้ำจิ้มรสแซ่บ

 

ส่วนผสม ปลาหมึกนึ่งมะนาว
          • ปลาหมึกกล้วย 4-5 ตัว
          • รากผักชี
          • พริกสด
          • กระเทียม
          • น้ำปลา 5 ส่วน
          • น้ำมะนาว 5 ส่วน
          • น้ำตาลทราย 2 ส่วน

 

วิธีทำปลาหมึกนึ่งมะนาว
          1. ปลาหมึกกล้วย 4-5 ตัว ผ่าท้องดึงดีออก เอามีดหั่นตามลำตัว รอนึ่ง
          2. รากผักชี พริกสด และกระเทียม 3 อย่างพอ ใช้การสับจะดูน่ากินกว่าการตำ
          3. เตรียมน้ำปลา 5 ส่วน น้ำมะนาว 5 ส่วน  และน้ำตาลทราย 2 ส่วน นำใส่หม้อหาง รอให้เดือดแล้วจึงใส่พริกที่สับลงไป (การใส่พริกสับลงทีหลังเพื่อไม่ให้พริกสุกเกินไป บางร้านทำแบบเทรวมแล้วเอาไปนึ่งพร้อมหมึกพร้อมปลา พริกจะสีไม่สวย ดูไม่น่ากิน สูตรนี้แซ่บมาก ๆ ลองทำดูนะครับ น้ำไม่มาก แต่จัดจ้าน สำหรับสูตร 5-5-2)
          4. ตั้งซึ้ง (ชุดนึ่ง) ให้น้ำเดือดก่อน เอาใบตองวางลงไป จากนั้นวางปลาหมึกตามยาว ใช้เวลานึ่งแค่ 2 นาที (ไม่ผิดครับ 2 นาทีจริง ๆ) ความร้อนจากไอน้ำจะทำให้หมึกนึ่งสุกได้ที่ ไม่แห้งเกินไป เนื้อคงความฉ่ำ
          5. หมึกพร้อม น้ำจิ้มพร้อม ราดลงบนตัวหมึกเลยครับ อย่ารอช้า ขั้นตอนนี้ถึงกับต้องกลืนน้ำลายเลยทีเดีย

 

ดูวิธีทำ ปลาหมึกนึ่งมะนาว เพิ่มเติมคลิก

เมนูน้ำพริก

18. น้ำพริกกะปิ

          น้ำพริกกะปิเป็นอีกเมนูร้านข้าวแกงขายดีนะคะ ไม่ว่าจะแกล้มกับผักสด กินกับปลาทูทอด หรือไข่เจียวชะอมก็อร่อย สูตรนี้ใส่กะปิอย่างดีโขลกกับหอมแดงและมะเขือพวง ใส่พริกขี้หนูกับน้ำต้มสุกด้วย

 

ส่วนผสม น้ำพริกกะปิ
          • พริกขี้หนูสวน 1 ช้อนโต๊ะ
          • กระเทียม (ปอกเปลือก) 1 ช้อนโต๊ะ
          • หอมแดง (ปอกเปลือก) 1 หัว
          • กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
          • มะเขือพวง 1 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำต้มสุก 2 ช้อนโต๊ะ
          • พริกขี้หนูสวน (โรยหน้า)
          • ผักสด หรือผักลวก (ตามชอบ)
          • ปลาทูทอด
          • ไข่เจียวชะอม

 

วิธีทำน้ำพริกกะปิ
          1. โขลกพริกขี้หนูสวน กระเทียม และหอมแดงพอหยาบ
          2. ใส่กะปิ น้ำตาลปี๊บ และมะเขือพวงลงโขลกให้เข้ากัน
          3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำมะนาว เติมน้ำต้มสุกคนผสมให้เข้ากัน ชิมรส
          4. ตักใส่ถ้วย รับประทานคู่กับผักสด ผักลวก ปลาทูทอด และไข่เจียวชะอม

 

ดูวิธีทำ 8 เมนูน้ำพริกกะปิ เพิ่มเติมคลิก

19. น้ำพริกปลาทู

สูตรจาก คุณตะโกครับ

 

          มาต่อกันที่เมนูน้ำพริกปลาทู สูตรนี้ใส่เนื้อปลาทูผสมกับน้ำปลาร้าเพิ่มความนัว แถมเครื่องโขลกยังเอาไปคั่วเพิ่มความหอมด้วย สุดท้ายโรยด้วยต้นหอมกับผักชี

 

น้ำพริกปลาทู 1 ถ้วย

ให้พลังงานประมาณ 77 กิโลแคลอรี

ส่วนผสม น้ำพริกปลาทู
          • ปลาทู
          • น้ำเปล่า 2 ถ้วย
          • พริก
          • หอมแดง
          • กระเทียม
          • น้ำปลาร้า 2-3 ทัพพี
          • น้ำมะนาว
          • น้ำปลา
          • ต้นหอม
          • ผักชี

 

วิธีทำน้ำพริกปลาทู
          1. ควักพุงปลาทูออก และตั้งน้ำสัก 2 ถ้วย รอเดือดแล้วใส่ปลาทูใส่ลงไป
          2. เด็ดพริก ปอกเปลือกหอมแดง และกระเทียม แล้วคั่วในกระทะด้วยไฟอ่อน ๆ พอสุกดีแล้ว นำใส่ครกตำให้พอแหลก ใส่เนื้อปลาแกะแล้วลงไปในครก ตำต่อจนปลาแหลกและเนื้อฟู
          3. ตักน้ำปลาร้าราว ๆ 2-3 ทัพพี ผสมน้ำลงไปหน่อย เคี่ยวจนน้ำเริ่มงวด แล้วจึงนำมาใส่ในกับปลาทูที่ตำไว้
          4. ปรุงรสด้วยมะนาว น้ำปลา (ถ้าปลาร้าไม่เค็มมาก) โรยหน้าต้นหอมและผักชี

 

ดูวิธีทำ น้ำพริกปลาทู เพิ่มเติมคลิก

20. น้ำพริกกากหมู

          กลิ่นหอมตอนทำ อร่อยล้ำยามกินกับเมนูน้ำพริกกากหมู อีกหนึ่งเมนูร้านข้าวแกงที่น่าสนใจ ทำจากมันหมูเจียวกรอบ ๆ ใส่กุ้งแห้งและพริกโขลกเคล้าให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก

 

ส่วนผสม น้ำพริกกากหมู
          • มันหมูติดหนัง
          • เกลือ
          • กุ้งแห้ง
          • น้ำตาลทราย
          • มะขามเปียก
          • พริกแห้ง
          • กระเทียม
          • หอมแดง

 

วิธีทำน้ำพริกกากหมู
          1. นำมันหมูที่ติดหนังไปต้ม เพื่อจะได้ง่ายเวลาเอาหนังออก แยกหนังและมันออกจากกัน หนังแล่เป็นเส้น ปรุงรสด้วยเกลือนิดหน่อย ตากแห้งเป็นแคบหมู มันหมูเท่านั้นที่เอาไปเจียว
          2. ตั้งเตาเจียวพอสีเหลืองปกติ อย่าให้เข้มไปเพราะจะขม
          3. ปอกเปลือกกระเทียมและหั่นตามใจชอบ เอาไปเจียวจนกรอบ และปอกเปลือกหอมแดงและหั่นตามชอบ นำไปเจียวจนกรอบ
          4. คั่วพริกแห้งแค่เปลือกเปลี่ยนสีและคั่วกุ้งแห้งจนแห้ง
          5. โขลกพริกแห้งคั่วผสมเกลือนิดหน่อย พอพริกละเอียด ใส่กุ้งแห้งที่คั่วไปโขลกต่อ ใส่กระเทียมเจียวลงไปโขลกต่อ เหยาะน้ำมะขามเปียกลงไปหน่อย โขลกให้เข้าเนื้อสักพัก ตักกากหมูเจียวตามลงไปโขลก ใช้ทัพพีคนให้เข้ากัน
          6. ตั้งเตาวางกระทะ เทลงไปคั่วอีกรอบ ใช้ไฟอ่อน ๆ ใส่น้ำตาลนิดหน่อยเพื่อไม่ให้เค็มโดดเกินไป คั่วต่อสักพัก เอาน้ำมะขามเปียกแบบเจือจาง ไม่ต้องข้นมาก ค่อย ๆ หยอดทีละนิด แล้วคั่วไปเรื่อย ๆ ยกออกจากเตาพร้อมเสิร์ฟ

 

ดูวิธีทำ น้ำพริกกากหมู เพิ่มเติมคลิก

          อื้อหือ ! เมนูข้าวแกงที่ยกตัวอย่างมาน่าอร่อยทั้งนั้น เหมาะเป็นเมนูประจำร้านข้าวแกงจริง ๆ จะเปิดขายทั้งวันด้วยกับข้าวต่าง ๆ เหล่านี้ก็ไม่มีเซ็ง หรือใครจะเพิ่มขายขนมหวานด้วยก็เอาที่สะดวกนะคะ

 

สนใจให้ Kapook.com แนะนำการทำอาหารด้วยเครื่องปรุง ของใช้ในครัว หรืออื่น ๆ รับทำการตลาดด้วย Social Network, Content Marketing

 

คลิกเลย

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
20 เมนูข้าวแกงทำขายดี ทำกินอร่อย กับข้าวไทย ๆ ทำไม่ยาก โพสต์เมื่อ 25 กรกฎาคม 2561 เวลา 16:56:14 71,774 อ่าน
TOP